ตอนที่แล้วบทที่ 59 เสี่ยงชีวิต
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 61 การเลื่อนระดับ: ความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

บทที่ 60 สองทางเลือก(ฟรี)


บทที่ 60

สองทางเลือก(ฟรี)

เมื่อหัวหน้าหวังหยางฟื้นขึ้นมา เขาก็กลับมาอยู่ที่ห้างในเขตพัฒนาแล้ว ก่อนรีบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

ไม่มีการออกไปกู้ภัยอีกครั้งหลังทีมกู้ภัยกลับมา ทุกคนต่างอารมณ์ไม่ดี เหล่านายทหารดูสะเทือนใจ ทุกคนเหมือนไปกินแตงกวาขมมาหลายจิน สีหน้าดูอับเฉาและเอาแต่นิ่งเงียบ

ในฐานะหัวหน้า หวังเหยาต้องเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด และคุยกับลูกน้องเรื่องความคืบหน้าของการกู้ภัย

คราวนี้เสียเวลาในการกู้ภัยไปค่อนข้างนาน  เข้าช่วยเหลือ 10 ตึกภายใน 40 นาที รวมแล้วช่วยเหลือมาได้ 240 คน

ไม่มีผู้บาดเจ็บระหว่างปฏิบัติการ ทว่าภาพในเสี้ยวใจหนึ่งของนายทหารไม่มีทางเลือนหายไป

“ทำไม ทีมกู้ภัยทุกคนเห็นกันหมดเลยเหรอ?”

หวังหยางถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ

นายทหารที่มารายงานพยักหน้ารับเบา ๆ

“หลังเจ้าสวะเฉินออกมา เขาก็บอกว่าทหารที่เข้าไปอาการแย่ แล้วให้ไปพาพวกเขาออกมา”

“แล้วไงต่อ?” หวังหยางลนลานถาม

“จากนั้นคนที่เข้าไปก็ออกมาเองไม่ได้ พวกเขาอาเจียนกันหมดเลย ถ้าไม่ได้เจ้าสวะเฉินกับพรรคพวกพยุงพวกเขาออกมาทีละคน ผมเกรงว่า...”

หัวหน้าหวังหยางอ้าปากค้าง ทว่าภาพที่เห็นยังติดในหัวเขา เขาขยะแขยงขึ้นมาทันทีและอาเจียนออกมาเสียงดัง

อารมณ์สามารถส่งต่อกันได้ การอาเจียนก็เช่นกัน

ทหารแต่ละคนในทีมกู้ภัยเหมือนจะได้รับผลจากการติดต่อนี้ มันแพร่กระจายไปทีละคน พวกเขาต่างรู้สึกคลื่นไส้ และอาเจียนออกมาจนไม่เหลืออะไรในท้อง แต่ก็ยังอดอยากอ้วกออกมาอีกไม่ได้

……

ณ ห้างชั้น 5  ส่วนจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์

เฉินเทียนเซิงและคนอื่นพักผ่อนอยู่บนโซฟา เจิ้งเหว่ยถามเสียงแข็ง

“คราวนี้เกิดอะไรขึ้นอีก คุณทำอะไรกับทหารของเรา?”

“นี่ กินไม่เลือกได้แต่อย่ามาพูดไม่คิดแบบนี้สิครับ!”     เฉินเทียนเซิงมองค้อนก่อนเอ่ย “พวกเขาเป็นแบบนั้นเพราะไปเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นต่างหาก เกี่ยวอะไรกับผมล่ะ?”

เจิ้งเหว่ยไม่อยากจะเชื่อทั้งหมดนี้

“ทหารของเราจิตใจแข็งแกร่ง ไปเห็นอะไรมาถึงได้ทำให้ขวัญเสียขนาดนั้น ถ้าคุณไม่อธิบายให้ชัดเจน วันนี้เราไม่จบกันแน่!”

เฉินเทียนเซิงคร้านจะเสวนากับอีกฝ่าย

“ผมไม่ใช่ลูกน้องคุณนะ ถ้าอยากรู้รายละเอียดก็ไปถามลูกน้องคุณโน้น”

“คุณ!”

ทหารส่งข่าวเข้ามาในตอนนี้เอง หลังโน้มตัวกระซิบบางอย่างข้างหูหัวหน้า ทั้งสองก็รีบลุกออกไป

เฉินเทียนเซิงพึมพำเสียงเบา “ขวัญอ่อนขนาดนี้น่าเป็นห่วงจริง ๆ มีแต่พวกไม่เอาไหน”

ลัวหลงกับลัวเฟิงนึกสงสัยไม่น้อย ทั้งคู่ไปดูไม่ได้เพราะเฉินเทียนเซิงไม่ยอมให้ไป

แต่พวกเขาก็รู้ว่าเกิดเหตุอะไรด้านใน และสามารถจินตนาการภาพในหัวได้ ทว่าภาพจินตนาการคงไม่ส่งผลเท่าภาพเหตุการณ์จริง

ไม่ต้องพูดถึงบรรดานายทหาร แม้แต่หยางเซวี่ยยังหน้าซีดมาถึงตอนนี้ เธอถึงกับกินดื่มอะไรไม่ลง

“ช่วงไม่กี่วันนี้ลัวหลงกับลัวเฟิงเข้าร่วมปฏิบัติการกับทีมกู้ภัย ส่วนหยางเซวี่ยไปพักสักหน่อยเถอะ!”

“ไม่ค่ะ ฉันไหว!”

เธอยังพยายามเก็บสีหน้าท่าทาง แต่สิ่งที่เฉินเทียนเซิงบอกทำให้เธอหน้าตาตื่น

“เชื่อฉันเถอะ เดี๋ยวต่อไปก็ต้องเจอเรื่องทำนองนี้เป็นปกติ เธอควรเตรียมใจเอาไว้ก่อน!”

หลังเฉินเทียนเซิงว่าจบ เสียงหลี่เฮ่าก็ดังถามขึ้นมาจากด้านหลัง

“มันเป็นเรื่องปกติเหรอ?”

พวกเขาหันหน้าไป ก่อนเห็นหลี่เฮ่าเดินสงบเสงี่ยมเข้ามา

“คุณเฉิน คุณพูดจริงเหรอ ต่อไปต้องเจอเรื่องทำนองนี้บ่อย ๆ เหรอ?”

เฉินเทียนเซิงเหลือบมอง จำได้ว่าคนผู้นี้คือหลี่เฮ่า และรู้ว่าเป็นคนที่อยู่ในอันดับความภักดี จึงอธิบายอย่างใจเย็น

“ไม่ต้องพูดถึงว่าเป็นวันสิ้นโลกที่มีซอมบี้ออกอาละวาด ตามประวัติศาสตร์ตั้งแต่โบราณกาล เมื่อเกิดภาวะอดอยากก็มีคำที่ใช้อธิบายสถานการณ์แบบนี้อยู่ว่าเปลี่ยนลูกเป็นอาหาร คุณคิดว่ามันมาจากไหนล่ะ?”

หลี่เฮ่ารู้สึกมวนท้องขึ้นมาทันที

“พอเถอะ ได้โปรด”

เฉินเทียนเซิงไม่หยุดพูด เหยียดขาบนโซฟาก่อนเอ่ยต่อ

“ตื่นได้แล้ว พ่อหนุ่ม นี่มันวันสิ้นโลกนะ คุณตกอยู่ในอันตราย ไม่มีอาหารจะยาไส้ มีทางเลือกสองอย่างตรงหน้าคุณเท่านั้นแหละ รักษาความเป็นมนุษย์ไว้แล้วยอมถูกกิน หรือเผยสัญชาตญาณสัตว์แล้วกินมนุษย์ด้วยกันเอง คุณจะเลือกทางไหนล่ะ?”

“ผม!”

หลี่เฮ่าพูดไม่ออก

หยางเซี่ยโพล่งตอบหนักแน่น “ฉันจะเลือกรักษาความเป็นมนุษย์ไว้ ไม่มีทางกินคนด้วยกันเองแน่ แล้วก็จะไม่ยอมถูกกินด้วย ดังนั้นฉันจะแข็งแกร่งขึ้น แข็งแกร่งจนไม่มีใครทำอะไรฉันได้!”

ลัวหลงเอ่ยเสริม “ใช่ไหมล่ะ คนกินคนต่างอะไรกับสัตว์ประหลาด ถ้าต่อไปผมเจอคนแบบนี้ ผมจะฆ่าพวกเขาซะ ไม่ยอมให้พวกเขาหรอก!”

เฉินเทียนเซิงเอ่ยสาดน้ำเย็นซ้ำ

“ไม่เอาน่า ด้วยความแข็งแกร่งของนายตอนนี้ ไปเจอยักษ์กินคนก็มีแต่จะถูกกิน ในสายตาของมัน นายก็แค่เนื้อสดอันโอชะ นายคงถูกกินไม่เหลือแม้กระทั่งกระดูก!”

ลัวหลงเถียงกลับอย่างไม่ถือสา “อาจารย์ ตอนนี้ผมฝีมือดีขึ้นมากแล้วนะ!”

“ฝีมือดีเหรอ หยางเซวี่ยลองสู้กับเขาสักตั้งซิ ดูว่าจะเอาชนะเขาได้หรือเปล่า!”

หยางเซวี่ยลุกขึ้นตั้งท่าจะจู่โจม ด้านลัวหลงหน้าเสียทันที

“อย่านะ อาจารย์อย่ามาล้อเล่นสิ ผมจะสู้กับพวกกันเองได้ยังไงกันเล่า”

เฉินเทียนเซิงยักไหล่ก่อนบอก “นายสู้หยางเซวี่ยไม่ได้ด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับยักษ์กินคน รู้ไหมว่ามันแข็งแกร่งกว่าแค่ไหน เราร่วมมือกันสู้ยังรอดมาได้ยากเย็นเลย!”

หยางเซวี่ยพยักหน้าก่อนบอก “ถ้าหัวหน้ามาไม่ทันเวลา ฉันว่าตัวเองคงตายด้วยน้ำมือมันไปแล้ว”

“ขนาดนั้นเลยเหรอครับ?” ลัวหลงเกาหัว

สมาชิกทีมทั้งสี่พูดคุยกันอย่างออกรส ทำเอาหลี่เฮ่างุนงง

เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในหลายวันที่ผ่านมา เขาก็หน้าแดงขึ้นมาทันที

ดูเหมือนทุกคนจะเอาแต่โทษเฉินเทียนเซิง ทว่าทำไมเจ้าตัวถึงไม่เอ่ยแก้ตัวสักนิดกันล่ะ?

เมื่อคิดได้แบบนี้ ความชื่นชมอย่างอธิบายไม่ถูกก็ก่อตัวขึ้นในใจ

“หลี่เฮ่าภักดี 10!”

เสียงระบบดังขึ้นกะทันหัน ทำให้เฉินเทียนเซิงหันไปมองชายหนุ่มด้วยความแปลกใจ

“มีอะไรหรือเปล่า?”

“ผม ผมอยากอธิบายเรื่องที่เข้าใจผิดคุณ แล้วก็ขอโทษแทนทุกคนที่เข้าใจคุณผิดด้วย”

เฉินเทียนเซิงปั้นหน้าบึ้งตึง

“จะขอโทษก็ให้พวกเขามาขอโทษเอง คุณไม่ต้องมาทำแทน”

“ถึงยังไงผมก็อยากขอบคุณ วันนั้นถ้าไม่ได้คุณช่วย ผมคงตายคาปากซอมบี้ไปแล้ว”

ว่าจบหลี่เฮ่าก็ลุกขึ้น และยกมือเคารพเฉินเทียนเซิงอย่างแข็งขัน

……

ในขณะเดียวกัน

เจิ้งเหว่ยมาเจอหวังหยาง และได้ฟังรายงานสถานการณ์

“ว่าไงนะ!”

เจิ้งเหว่ยลุกขึ้นด้วยความตกใจ มือกำหมัดแน่น

“เป็นไปได้ยังไง ไม่มีอะไรจะกินแล้วเหรอ ถึงได้ต้อง... กิน...”

หัวหน้าอีกคนกล่าวสำทับ

“ผมเองไม่รู้รายละเอียด แต่เราตรวจค้นทั้งตึกแล้ว มีศพ 18 ศพ ทั้งหมดแขนขาไม่เหลือชิ้นดีเลยครับ!”

เจิ้งหว่ยทุบกำปั้นอย่างแรง

“คนแบบนี้ต่างอะไรกับซอมบี้กันล่ะ?”

“ต่างสิครับ”

นายทหารหลายคนที่เห็นเฉินเทียนเซิงสู้กับยักษ์กินคนด้วยตาตนเองกล่าวรายงานด้วยสีหน้าขวัญเสีย

“เขามีสติปัญญาและแข็งแกร่งกว่าซอมบี้ธรรมดาครับ ขนาดไอ้สวะเฉินกับหยางเซวี่ยร่วมมือกันยังเกือบฆ่าเขาไม่สำเร็จเลยครับ”

ทหารคนอื่นกระแทกหมัด

“ถ้ารู้แบบนี้ ฉันน่าจะยิงฆ่าไอ้สารเลวนั่นทิ้งซะ!”

หวังหยางใจหายเมื่อนึกถึงตอนที่เฉินเทียนเซิงถูกรบกวนขณะจ่อยิง จากนั้นทั้งสองจึงมีเรื่องทะเลาะกัน

เขาทั้งรู้สึกผิดและละอายใจ

สมควรแสดงความรับผิดชอบ

“รายงานคุณเจิ้งเหว่ย ผมอยากลาออกจากการเป็นหัวหน้าทีมครับ!”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด