ตอนที่แล้วบทที่ 21 ลูกศิษย์
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 23 ผลผลิตของระบบ

บทที่ 22 เริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือ


บทที่ 22

เริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือ

เช้าวันรุ่งขึ้น

สองพี่น้องตระกูลลัวตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย พร้อมกับความรู้สึกแปลก ๆ อย่างอธิบายไม่ถูก

โดยเฉพาะลัวหลง เมื่อไหร่ที่เขารู้สึกตื่นเต้น ร่างกายจะลุกเป็นไฟทันที ทำให้เสื้อผ้าหลายจุดถูกเผาในเวลาไม่ถึงชั่วโมง

“ควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ได้ ไม่ก็เรียนรู้จากน้องสาวของนาย อย่าลืมว่านายติดไฟได้ทุกเมื่อ ต้องระวังอย่าให้มันไหม้เสื้อผ้า เพราะถ้ายังคุมไม่ได้ นายก็ไม่ต่างจากพวกล่อนจ้อน”

เฉินเทียนเซิงสอนปากเปียกปากแฉะ แต่ไม่ว่าจะสอนยังไง ลัวหลงก็ยังควบคุมไฟไม่ได้

แม้จะได้รับความสามารถเหนือมนุษย์มา แต่ลัวหลงยังเด็ก ไม่แปลกที่เขาจะควบคุมอารมณ์ตื่นเต้นไม่ได้

“สุดยอด อยากรู้จังว่าไฟจะแรงได้มากแค่ไหน?”

“ถ้าเมื่อก่อนเรามีพลังแบบนี้ ฉันจะไม่กลัววันสิ้นโลกเลย”

สองพี่น้องตระกูลลัวต่างพูดคุยกันอย่างตื่นเต้น

เฉินเทียนเซิงพูดขึ้นว่า “นี่คือวันสิ้นโลก จำเอาไว้ให้ดี อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้!”

เนื่องจากขี้เกียจสอนเรื่องหยุมหยิมพวกนี้ เขาจึงเดินออกมาจากห้องนอนเพื่อสูดอากาศ ก่อนเหลือบไปเห็นหยางเซวี่ยยืนจ้องมาที่เขาด้วยแววตาที่ลุกโชน ราวกับต้องการพูดอะไรบางอย่าง

“ห้องฉันมันแคบนะ อย่าขวางทางน่า”

ก่อนที่เฉินเทียนเซิงจะเดินหลบไปด้านข้าง หยางเซวี่ยก็คุกเข่าลงแล้วพูดว่า

“ฉันก็อยากได้พลังแบบนั้นเหมือนกัน ได้โปรดรับฉันเป็นศิษย์ด้วยคนสิ ไม่ว่าคุณต้องการอะไรฉันจะทำให้!”

“ขอร้องจริง ๆ ล่ะ ฉันอยากแข็งแกร่งเหมือนกับคุณ เพื่อจะได้ใช้ชีวิตช่วยเหลือคนอื่นและไม่ถูกรังแกอีก”

แววตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ขณะที่ก้มหน้าและพูดอยู่นั้น เธอก้มคำนับเขาจนหน้าผากโขกพื้นครั้งแล้วครั้งเล่า

“ขอร้องจริง ๆ นะ ฉันรู้ว่าตัวเองไม่คู่ควร แต่ถ้าคุณทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้นได้ สัญญาเลยว่าจะรับใช้คุณตลอดไป ให้เป็นทาสก็ยอม”

เฉินเทียนเซิงคาดไม่ถึงว่า สิ่งที่เขาทุ่มเทไปจะได้รับคืนมามากขนาดนี้

ขณะที่พวกเขาคุยกันอยู่ในห้องนั่งเล่น เสียงของเธอดังไปถึงในห้องนอน ทำให้สองพี่น้องตระกูลลัวพากันมาแอบฟังอย่างเงียบ ๆ

เฉินเทียนเซิงอยากช่วยเหลือเธออยู่แล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา เนื่องจากเขาไม่มียาที่จะใช้เพิ่มความสามารถให้กับเทพีแห่งสงคราม เราควรทำยังไงดี?

“อาจารย์ หนูคิดว่าเราควรช่วยพี่สาวคนนี้ ดูสิพี่สาวน่าสงสารจะตาย”

หลังจากลัวเฟิงพูดจบ เฉินเทียนเซิงก็พลันนึกอะไรขึ้นมาได้

“ไม่ใช่เรื่องยากที่ผมจะทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้นได้ แต่คุณยังอ่อนแอเกินไป ถ้าคุณสามารถผ่านบททดสอบของผมไปได้ เมื่อนั้นแหละผมถึงจะยอมรับ”

หยางเซวี่ยเลิกก้มหน้า ก่อนมองไปที่เฉินเทียนเซิงด้วยแววตามุ่งมั่น

“จะทดสอบอะไรล่ะ?”

ไม่ว่าจะเป็นบททดสอบแบบไหน เมื่อได้จังหวะดี ๆ และเวลาที่เหมาะสม เขาจะใช้ประโยชน์จากตรงนี้ตามหาสัตว์กลายพันธุ์ประเภทความเร็ว แล้วฆ่ามันทิ้งพร้อมขุดเอาผลึกกลายพันธุ์กลับมา และนำมาแลกแพ็กของขวัญ เพื่อหายาที่เหมาะสมกับ หยางเซวี่ย

หลังจากนั้นเขาตอบกลับว่า

“ยังไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องนี้ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วย้ายเสบียงในห้องขึ้นรถให้หมด ระวังอย่าให้เกิดอุบัติเหตุ อีกไม่นานทีมกู้ภัยคงเข้ามาถึงชุมชนในเร็ว ๆ นี้”

ทั้งสามเชื่อฟังเฉินเทียนเซิงอย่างไม่มีข้อกังขา เมื่อเขาออกคำสั่ง ทุกคนก็พร้อมทำตามทันที

สองพี่น้องลัวหลงและลัวเฟิง กระโดดลงมาจากหน้าต่าง คนหนึ่งยืนอยู่บนหลังคารถเพื่อรับเสบียง ส่วนอีกคนนำเสบียงมาเก็บไว้ในตู้ขนสินค้า ส่วนหยางเซวี่ยทำหน้าที่ส่งเสบียงทางหน้าต่าง ในขณะที่เฉินเทียนเซิงคอยทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย และจัดการซอมบี้บางตัวที่เข้ามาใกล้

การขนเสบียงของทั้งสี่คนดึงดูดความสนใจของคนทั้งชุมชนไม่น้อย หลาย ๆ คนต่างนอนหมอบอยู่บนระเบียง แล้วคอยสังเกตพวกเขาอย่างเงียบ ๆ

แต่เฉินเทียนเซิงก็รับรู้ได้ว่า ตอนนี้พวกเขาถูกคนทั้งชุมชนแอบมองอยู่ ทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ ว่าทำไมคนพวกนี้ถึงเงียบกริบไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้เลย

ความจริงแล้วเฉินเทียนเซิงไม่รู้ว่าหลังจากที่ตัวเองขับรถออกไป มีเหตุการณ์นองเลือดเกิดขึ้นในชุมชน และเหตุการณ์นี้เริ่มต้นเมื่อตอนบ่ายของเมื่อวาน

...

หลังจากเฉินเทียนเซิงออกจากชุมชนไป ผู้รอดชีวิตที่เหลือต่างกระวนกระวายใจมากขึ้นเรื่อย ๆ

ในตอนแรกพวกเขาแค่ตำหนิสวี่หว่านชิงเพื่อระบายความไม่พอใจ

หลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มพูดคุยกันโดยไม่ระวังเรื่องเสียงเลย พวกเขาคุยกันเสียงดัง บ้างก็ตะโกนข้ามตึก เพื่อพูดคุยหารือเกี่ยวกับวิธีการฆ่าซอมบี้ นอกจากจะไม่สนใจเรื่องระดับเสียงแล้ว พวกเขายังทำเหมือนกับซอมบี้เป็นเรื่องไม่จริงจัง

บางคนตั้งทีมลงไปชั้นล่างเพื่อเอาเสบียง ส่วนอาวุธที่มีก็หาตามห้องครัวของตัวเอง

ไม้นวดแป้ง มีดทำครัว ไม้ถูพื้น บางคนก็เอาเฉินเทียนเซิงเป็นแบบอย่าง โดยเตรียมฝาหม้อมาใช้ป้องกัน

แต่พวกเขาดันพลาดเรื่องการใช้เสียงอีกตามเคย ทุกครั้งที่เกิดเรื่องตรงทางเดินก็จะมีเสียงตะโกนตลอด

คงไม่ต้องพูดถึงคนส่วนน้อยที่กลับมาอย่างปลอดภัยพร้อมกับเสบียงจำนวนไม่มาก เพราะกว่า 20 ชีวิตที่รวมตัวกันลงไปชั้นล่าง มีเพียงไม่กี่ชีวิตที่รอดกลับมาได้

ไม่ว่าที่ไหนเมื่อมีคนกล้าก็ต้องมีคนขลาด

เว่ยเฉียงและคนอื่น ๆ ไม่กล้าออกไปเหมือนเคย ดังนั้นพวกเขาจึงอาศัยดักปล้นเอาตามทางเดิน เพราะพวกเขาไม่กล้าสู้กับซอมบี้ แต่กล้าฆ่าคนเพื่อสิ่งที่ตัวเองต้องการ

เสียงปืนนั้นดึงดูดซอมบี้ได้มากทีเดียว และมันคือสาเหตุหลักว่าทำไมชุมชนถึงถูกซอมบี้ยึดครองเมื่อวาน ตอนนี้ในชุมชนเหลือผู้รอดชีวิตไม่มาก และผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่ยังเป็นคนแก่ ผู้หญิง เด็กเล็ก และพวกอันธพาลอีกไม่กี่คน

...

ในขณะที่เฉินเทียนเซิงและคนอื่นกำลังขนย้ายเสบียง

มีขบวนรถหุ้มเกราะ ติดลำโพงที่ส่งเสียงดัง จนได้ยินจากระยะไกล

“เราคือทีมกู้ภัย ใครก็ตามที่ได้ยินเสียงนี้ โปรดเตรียมตัวให้พร้อม อีกไม่นานทีมกู้ภัยจะเริ่มค้นหาและช่วยเหลือพวกคุณทุกคน ขอให้ทุกคนให้ความร่วมมือและทำตามที่ทีมกู้ภัยบอก...”

หลังจากได้ฟังเสียงประกาศ ผู้รอดชีวิตทุกคนต่างมีความหวังผุดขึ้นมาในหัวใจ ก่อนย่อตัวลง เฝ้าดูขบวนรถหุ้มเกราะที่กำลังเคลื่อนเข้ามาในชุมชนจากระยะไกล

ซอมบี้หลายตัวถูกเสียงประกาศจากรถหุ้มเกราะดึงดูดเข้ามา แต่ก่อนที่ขบวนจะเข้ามาใกล้มากกว่านี้ เสียงปืนกลของรถหุ้มเกราะดังขึ้น พร้อมกับทีมกู้ภัยที่ติดอาวุธครบมือ ช่วยกันยิงซอมบี้ที่วิ่งกรูกันเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง

เสียงปืนที่ดังกึกก้อง ทำให้เหล่าผู้รอดชีวิตต่างโห่ร้องด้วยความยินดี เพราะเสียงปืนในวันนี้ไม่ใช่เสียงปืนที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นองเลือดอย่างเมื่อวาน แต่เป็นเสียงปืนจากคนที่เข้ามาช่วยเหลือพวกเขา

“รั้วของชาติอยู่นี่แล้ว พวกคุณคือความหวังของเรา!”

บางคนตื้นตันจนน้ำตาคลอ บางคนก็หลั่งน้ำตาด้วยความปีติ

มีเพียงเฉินเทียนเซิงเท่านั้นที่พึมพำอย่างเฉยเมย

“เปลืองกระสุนซะเปล่า ไม่ช้าก็เร็วพวกคุณจะต้องเสียใจ”

เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วท้องถนน

ซอมบี้นับร้อยวิ่งกรูกันเข้ามาอย่างเบียดเสียดและถาโถมกันเข้ามาไม่หยุดหย่อน

เฉินเทียนเซิงออกคำสั่งอย่างเร่งรีบ

“ขึ้นรถเร็ว รีบขึ้นรถเดี๋ยวนี้!”

นอกจากเฉินเทียนเซิง อีกสามคนต่างรู้สึกหมดแรง โดยเฉพาะหยางเซวี่ยที่เหนื่อยมากจนเหงื่อเปียกโชกไปทั้งตัว แต่เธอไม่กล้าขอพักเบรก เพราะคิดว่านี่คือบททดสอบของ              เฉินเทียนเซิง

ตอนนี้เสียงประกาศยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ขบวนรถหุ้มเกราะเองก็รุดหน้าอย่างทรงพลัง บดขยี้ฝูงซอมบี้และเดินหน้าต่อไปโดยไม่หยุดรถเลยแม้แต่นาทีเดียว

ไม่นานขบวนรถหุ้มเกราะก็เคลื่อนไปทางอื่น เสียงปืนดังไกลออกไป ทำให้เฉินเทียนเซิงรู้สึกงุนงงเล็กน้อย

“ทำไมรู้สึกแปลก ๆ แฮะ?”

ความจริงแล้วเขาไม่รู้ว่าขบวนรถหุ้มเกราะและเสียงประกาศนี้เป็นเพียงตัวล่อ และแผนการนี้เป็นแผนการช่วยเหลือที่ลัวหมิงเสนอกับทางกองกำลังเจียงเฉิงเมื่อคืนนี้

โดยแผนการนี้ ลัวหมิงได้รับแรงบันดาลใจมาจาก         เฉินเทียนเซิง

แต่เฉินเทียนเซิงไม่ได้ฉุกคิด อย่างน้อยแผนของลัวหมิงก็ช่วยเขาได้มาก ในขณะที่ขบวนรถหุ้มเกราะและเสียงประกาศยังคงดำเนินอยู่ ซอมบี้ที่ซ่อนตัวอยู่ตามซอกซอยและทางเดินก็ถูกล่อออกไปจนหมด ทำให้เฉินเทียนเซิงประหยัดทั้งแรงและเวลาในการขนย้ายเสบียง

หลังจากนั้น 20 นาที รถบรรทุกคันนี้อัดแน่นไปด้วยเสบียงมากมาย ก่อนที่เขาจะปิดตู้ขนส่งสินค้า

ทีมกู้ภัยของกองกำลังเจียงเฉิงก็เริ่มปฏิบัติการ

ทหารติดอาวุธหนัก 10 นายประจำการอยู่ในรถบรรทุกขนาดใหญ่ แล่นเข้ามาในชุมชนอย่างรวดเร็ว ก่อนแยกย้ายไปตามอาคารต่าง ๆ ในเขตพัฒนาเพื่อทำการช่วยเหลือ

“เร็วๆๆ เร่งมือเร็วเข้า ถึงเวลาของเราแล้วที่จะต้องช่วยเหลือประชาชน วันนี้กองกำลังเจียงเฉิงจะไม่ทิ้งใครไว้เด็ดขาด อย่าพลาดแม้แต่คนเดียว จงพยายามอย่างเต็มที่ แล้วช่วยเหลือผู้รอดชีวิตทุกคน!”

ทันทีที่รถบรรทุกขนาดใหญ่จอด ทหารติดอาวุธหนักรีบกระโดดลงจากรถทีละคน ก่อนบุกเข้าไปในอาคารอย่างรวดเร็ว เพื่อค้นหาและช่วยเหลือผู้รอดชีวิต

“ช่างเป็นฉากที่คุ้นเคยอะไรอย่างนี้!”

เฉินเทียนเซิงเห็นฉากนี้ ก็อดบ่นพึมพำขึ้นมาไม่ได้

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด