ตอนที่แล้วตอนที่ 1524 ช่องว่าง..
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 1526 พวกเขาอยู่ที่ไหนตอนนี้?

ตอนที่ 1525 ป้าหลิว


หลินฟาน พา หลี่ จื่อเสีย ไปที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง..

หลี่ จื่อเสีย มองบ้านหลังนี้ และถามอย่างสงสัยว่า : “พี่ฟาน ทำไม.. ทำไมคุณถึงพาฉันกลับมาที่นี่?”

บ้านที่อยู่ตรงหน้าเธอ ..บ้านหลังนี้ ซึ่งก็คือบ้านเก่าของเธอที่ถูก ลุงหลี่ หลี่ เจี้ยนสุ่ย ของเธอขายมันทิ้งไปแล้ว เลยทําให้เธอไม่มีที่อยู่อาศัย เธอพยายามจะลืมมันแล้ว แต่แล้วที่สําคัญคือ บ้านหลังนี้ยังคงมีความทรงจําของเธออยู่ ..มากเกินไป ภายในนั้นความรู้สึกของการได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันกับพ่อของเธอก็หายไป ในทุกส่วนก็ได้หายไปแล้ว แต่มันกลับไม่เคยจางหายไปจากหัวใจของเธอได้เลย

หลินฟาน หยิบกุญแจพวงหนึ่งออกมา แล้วยื่นให้กับ หลี่ จื่อเสีย : “บ้าน ผมช่วยคุณเอามันกลับมาให้คุณแล้ว และนี่คือ กุญแจ”

หลี่ จื่อเสีย ที่ได้ยินเธอถึงกับอึ้งไปทันที แล้วเธอก็รู้สึกประหลาดใจปนความยินดีอย่างมาก : “พี่ฟาน นี่พูดจริงเหรอ พูดจริงใช่ไหม ฉันกลับมาอยู่ที่นี่ได้จริงๆ ใช่ไหม?”

หลินฟาน กล่าวว่า : “อืม จริงแน่นอน ผมได้อธิบายสถานการณ์ของคุณให้กับครอบครัวนี้ฟังแล้ว พวกเขาเองก็ยินดีที่จะสละบ้านหลังนี้ ตัวผมเองก็ได้ให้ราคาที่สมเหตุสมผลแก่พวกเขา ตอนนี้พวกเขาก็ได้ย้ายออกไปแล้ว ทั้งพวกเขาพยายามทำให้มันกลับคืนสู่สภาพเดิมให้ได้มากที่สุด”

ขอบตาของ หลี่ จื่อเสีย แดงขึ้นแล้ว เธอรู้สึกตื่นเต้นมาก..

“ขอบคุณพี่ฟาน” หลี่ จื่อเสีย กล่าวพร้อมกับโผเข้ากอด หลินฟาน

การได้มีสาวสวยเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนเช่นนี้ มัน ..ให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมจริงๆ

“รีบเข้าไปกันเถอะ” หลินฟาน พูดด้วยรอยยิ้ม

หลี่ จื่อเสีย พยักหน้า และเธอรับกุญแจมาแล้วเดินเข้าไปในบ้าน..

ภายในบ้านว่างเปล่า.. ข้างในเหลือเพียงเฟอร์นิเจอร์เพียงแค่บางส่วน และนี่เป็นการตกแต่งดั้งเดิมของบ้าน เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ล้วนเป็นของเก่า หลี่ จื่อเสีย เอื้อมมือไปสัมผัสเฟอร์นิเจอร์ที่คุ้นเคย ความทรงจําในอดีตก็หลั่งไหลเข้ามาในใจของเธอ น้ำตาระลอกแล้วระลอกเล่าได้ไหลออกมาอยู่ชั่วขณะหนึ่ง..

กลับมาบ้านแล้ว!

หลี่ จื่อเสีย มีความคิดเช่นนี้อยู่ในใจของเธอ

เธอกลับมาถึงเมืองหางโจวเป็นเวลานานแล้ว แต่จนถึงกระทั่งวินาทีนี้เธอกลับเพิ่งมีความรู้สึกเหมือนกับได้กลับมาบ้าน ได้ ..อย่างแท้จริง

และเป็นอีกครั้งที่ หลินฟาน นำสิ่งนี้กลับมาให้เธอ..

…เป็น หลินฟาน จริงๆ

ในขณะนี้ หลี่ จื่อเสีย รู้สึกซาบซึ้งใจ และรู้สึกประทับใจต่อ หลินฟาน มากๆ เธอชอบ หลินฟาน อยู่ก่อนแล้ว และตั้งแต่วินาทีนี้เธอก็รู้สึกว่าเธอ รักเขาอย่าง ..สุดหัวใจ

จุดประสงค์ที่ หลินฟาน ทําเช่นนี้คือเพื่อให้เธอมีความสุขมากขึ้น และสามารถมีจิตใจที่มั่นคงได้ เพื่อที่เธอจะได้ทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจให้กับการทำงาน..

“จื่อเสีย เดี๋ยวผมต้องกลับไปที่หยุนเฉิงแล้ว คุณค่อยๆ จัดเก็บข้าวของต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยกลับไปเริ่มงาน…” หลินฟาน กล่าว

หลี่ จื่อเสีย กล่าวว่า : “อืม”

ในใจของเธอรู้สึกไม่เต็มใจที่จะปล่อยเขาไป วันเวลาเหล่านี้ที่เธอได้อยู่กับ หลินฟาน ตอนทั้งกลางวัน และกลางคืน มันเป็นวันที่เปี่ยมไปด้วยความสุขที่สุดในรอบปีของเธอ แต่.. สุดท้ายมันกลับจะต้องมาจบลงแบบนี้

อย่างไรก็ตาม หางโจว-หยุนเฉิง ใช้เวลาขับรถเพียง หนึ่ง หรือสองชั่วโมงเท่านั้น ตอนนี้พวกเราก็เป็นหุ้นส่วนกันแล้ว เนื่องจากความสัมพันธ์ในการทํางาน พวกเรายังมีเวลาอีกมากมายที่จะได้พบปะกันในอนาคต ดังนั้น จื่อเสีย ..เธอไม่จำเป็นต้องเศร้าไป

“พี่ฟาน ก่อนที่จะกลับไป เราไปทานข้าวด้วยกันได้ไหม? ฉันยังไม่เคยเชิญคุณไปทานข้าวเย็นด้วยกันเลย?” หลี่ จื่อเสีย กล่าว

หลินฟาน กล่าวว่า : “ได้สิ”

หลี่ จื่อเสีย พูดว่า : “แล้วคุณอยากทานอะไร?”

หลินฟาน พูดว่า : “ผมอะไรก็ได้”

หลี่ จื่อเสีย กล่าวว่า : “แถวนี้มีร้านอาหารดีๆ อยู่ร้านหนึ่งที่ฉันรู้จัก เมื่อก่อนฉันก็ไปทานข้าวกับพ่อที่นั่นอยู่บ่อยๆ เราไปที่นั่นกันก็ดี.. มันอยู่ใกล้ๆ ด้วย”

พวกเขาทั้งสองจึงออกไปที่ร้านอาหารที่อยู่ใกล้ๆ

จริงๆ แล้ว ที่นี่เป็นร้านอาหารทั่วๆ ไป ตกแต่งอย่างเรียบง่าย และไม่ใช่ว่าเป็นร้านอาหารที่หรูหราอะไร…

หลี่ จื่อเสีย กล่าวว่า : “อย่ามองว่ามันแบบนี้ แต่บอกได้เลยว่าอาหารของที่นี่นั้นอร่อยมาก”

ทั้งสองได้เข้าไปในร้านอาหาร แล้วนั่งลง หลี่ จื่อเสีย เรียกเถ้าแก่เนี้ยเพื่อจะสั่งอาหาร

เถ้าแก่เนี้ย ถือเมนูเข้ามาให้ : “พวกคุณสองคนดูก่อนว่าอยากจะกินอะไร... เดี๋ยวนะคุณ คุณคือ…”

เถ้าแก่เนี้ย ดูเหมือนจะจํา หลี่ จื่อเสีย ได้ แต่เธอก็ยังไม่แน่ใจอยู่พักหนึ่ง..

หลี่ จื่อเสีย ยิ้มแล้วพูดว่า : “ป้าหลิวคะ นี่หนูเอง”

เถ้าแก่เนี้ย เมื่อได้ยิน หลี่ จื่อเสีย เรียกเธอแบบนี้ เธอก็ไม่สงสัยอีกต่อไปแล้ว เธอรีบพูดด้วยความประหลาดใจไปว่า : “เป็นเราจริงๆ ด้วย จื่อเสีย! กลับมาแล้วงั้นเหรอ!?”

เมื่อได้เห็น เถ้าแก่เนี้ย ทักทายเธออย่างเป็นกันเอง ก็รู้ได้ทันทีเลยว่าทั้งคู่สนิทกัน และมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

หลี่ จื่อเสีย พูดว่า : “อืมม หนูกลับมาแล้วค่ะ”

เถ้าแก่เนี้ย พูดว่า : “ฉันเองได้ยินเกี่ยวกับเรื่องครอบครัวของเราแล้ว และเรื่องของ ประธานหลี่ เขา…”

พูดถึงเรื่องนี้ เถ้าแก่เนี้ย อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียใจจริงๆ เลยรีบกล่าวขอโทษทันทีว่า : “ขอโทษนะ ฉันเองไม่ควรพูดถึงเรื่องนี้ แค่เรากลับมาก็ดีแล้ว”

หลี่ จื่อเสีย ได้มีสีหน้าเศร้าใจครู่หนึ่ง เธอเองก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไป ยิ่งเมื่อนึกถึงพ่อของเธอที่เสียชีวิต ..อย่างน่าสังเวช มันเป็นเรื่องยากสำหรับเธอที่จะทำให้ตัวเอง ..อารมณ์ดีขึ้นได้

เถ้าแก่เนี้ย มองไปที่ หลินฟาน แล้วยิ้มขึ้นอีกครั้ง : “จื่อเสีย นี่คือ... แฟนของเรางั้นเหรอ? หนุ่มคนนี้ หล่อมาก!”

พอได้ยินเช่นนี้ หลี่ จื่อเสีย ก็ได้หน้าแดงเอามากๆ : “นั่น... คือเขาเป็นเพื่อนของหนูค่ะ”

หลินฟาน ยิ้ม แล้วพูดว่า : “สวัสดีครับ ป้าหลิว ผมชื่อ หลินฟาน เป็นเพื่อนของ จื่อเสีย”

เถ้าแก่เนี้ย มองไปที่ หลี่ จื่อเสีย และมองไปที่ หลินฟาน อีกครั้ง ดูเหมือนเธอจะเข้าใจอะไรบางอย่างอย่างชัดเจนแล้ว จากนั้นเธอจึงพูดด้วยรอยยิ้มไปว่า : “เอาล่ะๆ มาเถอะ ดูกันก่อนว่าเราอยากจะกินอะไร”

หลี่ จื่อเสีย ได้สั่งอาหารก่อนสองสามอย่างทันที

“รอครู่เดียว ฉันจะไปจัดการมาให้ทันที” เถ้าแก่เนี้ย พูดจบเธอก็จากไป

หลี่ จื่อเสีย พูดอย่างอายๆ ไปว่า : “ป้าหลิวคนนี้เธอก็เป็นแบบนี้ เธอมีอัธยาศัยดี และใจดีกับฉันมากๆ”

หลินฟาน กล่าวว่า : “ผมชอบที่นี่ มันเต็มไปด้วยสีสัน และสัมผัสได้ถึงความเอาใจใส่ ร้านอาหารระดับไฮเอนด์เหล่านั้น กลับไม่มีกลิ่นอายแบบนี้เลย”

หลี่ จื่อเสีย ยิ้มหวานขึ้นทันที : “พ่อของฉันก็พูดแบบนี้เหมือนกัน ดังนั้นเขาจึงชอบพาฉันมาที่นี่ แทนที่จะไปร้านอาหารระดับไฮเอนด์เหล่านั้น”

หลินฟาน ยิ้ม เขาเคยได้ยิน หลี่ จื่อเสีย พูดถึงว่าครอบครัวหลี่ ของพวกเขาเป็นครอบครัวที่ร่ำรวยมาตั้งแต่ปู่ของ หลี่ จื่อเสีย ปู่ของ หลี่ จื่อเสีย เป็นศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัย เนื่องจากสิทธิบัตรการประดิษฐ์ของเขา จึงทำให้ได้เงินมาจํานวนมาก

พ่อของ หลี่ จื่อเสีย หลี่ หวยซาน และลุงของเธอ หลี่ เจี้ยนสุ่ย พวกเขาใช้ชีวิตอย่างร่ำรวยมาตั้งแต่เด็ก ต่อมาคุณปู่ของเธอเสียชีวิต และทรัพย์สินถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน

หลี่ หวยซาน รับมรดกนี้ และไปก่อตั้ง จินอวี้ กรุ๊ป

เด็กส่วนใหญ่จากครอบครัวที่ร่ำรวยอย่าง หลี่ หวยซาน มีชีวิตที่สะดวกสบาย และสามารถเพลิดเพลินกับมาตรฐานชีวิตที่ดีมาตั้งแต่เด็ก ควรจะเข้าไปสถานที่หรูๆ มันยากที่จะเห็นพวกเขามานั่งในร้านอาหารริมถนนแบบนี้ คาดว่าเด็กจากครอบครัวที่ร่ำรวยหลายคนจะไม่แม้แต่จะมองด้วยซ้ำ และรู้สึกรังเกียจทันทีเมื่อเห็นมัน..

ทันใดนั้น หลินฟาน ก็นึกขึ้นได้ว่ามีคนเคยกล่าวไว้ว่า คนรวยกินข้าวแผงลอยริมถนน เพราะพวกเขาติดดิน แต่ในขณะที่คนจนกินข้าวแผงลอยริมถนนก็เพราะว่าพวกเขา ..ยากจน

เจตนาเดิมของประโยคนี้ แท้จริงแล้วมีความประชดประชัน แดกดันอยู่พอสมควร ประชดประชันก็คือ ในสายตาของใครบางคน คนรวยรู้สึกว่าตนเองติดดิน เพียงเพราะไปกินร้านอาหารแผงลอยริมถนน แบบนี้ก็รู้สึกเหมือนว่า คุกเข่าเลียคนรวยไม่น้อย..

แต่ในความเป็นจริง ถ้าคนรวยคนหนึ่งสามารถมากินอาหารที่ร้านแผงลอยริมถนน พวกเขาก็ได้ใกล้ชิดกับผู้คนอยู่บ่อยครั้ง ได้สัมผัสกับสีสันในชีวิต งั้นร่างกายของเขาก็จะต้องเต็มไปด้วยกลิ่นควันไฟ เมื่อเทียบกับคนรวยที่สูงส่งเหล่านั้นที่ไม่มีกลิ่นอายของชีวิตนี้แล้ว พวกเขาสามารถเข้าถึงคนธรรมดาทั่วไปได้มากกว่า อีกทั้งคนรวยแบบนี้ยังดูมีมนุษยธรรมมากกว่า…

ลองคิดดู เหตุใดทําไม จักรพรรดิเฉียนหลง ถึงดูมีมนุษยธรรมมากกว่าจักรพรรดิเหล่านั้นที่อยู่แต่ในพระราชวังมาตลอดชีวิต เพราะจักรพรรดิเฉียนหลงเคยเสด็จเยือนเป็นการส่วนตัวโดยไม่เปิดเผยตัวตน และไปที่ตลาดด้วยตนเองเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับความทุกข์ยากของประชาชน

หลี่ หวยซาน เขาสอนด้วยคําพูด และการกระทำของเขา ไม่น่าแปลกใจเลยที่ หลินฟาน ไม่สามารถมองเห็นการเสแสร้งในตัว หลี่ จื่อเสีย และเขาก็ไม่เห็นความเอาแต่ใจของหญิงสาวที่เกิดจากครอบครัวที่ร่ำรวยอย่างเธอได้เลย หลี่ จื่อเสีย ทําให้ หลินฟาน รู้สึกประทับใจได้ตั้งแต่แรกเห็นจริงๆ

หลินฟาน ชอบคนรวยแบบนี้

หลินฟาน เคยเป็นคนจนมาก่อน และต่อมาเขาก็ร่ำรวยมีเงิน แต่เขายังคงรักษานิสัยการใช้ชีวิตอย่างในอดีต ดังนั้นเขาจึงเป็นคนติดดินมาก แต่ หลี่ จื่อเสีย ที่ร่ำรวยมาตั้งแต่เด็ก การที่เธอสามารถติดดินได้แบบนี้ เห็นได้ชัดว่าหาได้ยากกว่าเขามาก…

ระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ หลินฟาน และหลี่ จื่อเสีย ก็ยังคงพูดคุยกันอยู่

ทีวีในร้านอาหารกําลังออกอากาศข่าวอยู่

“..ต่อไปนี้เป็นข่าวกีฬา ไชน่าซุปเปอร์ลีก ในอีกสามวันจะเริ่มขึ้นแล้ว เกมแรกจะเป็นการพบกันระหว่างทีมหยุนเฉิง กับทีมหางโจว…” เสียงพิธีกรดังมาจากทีวี

หลินฟาน ที่เมื่อได้ยินเรื่องนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นดูทีวี ช่วงนี้เขายุ่งมากจนเกือบจะลืมเรื่องนี้ไปแล้ว

ข่าวนี้ยังดึงดูดความสนใจของคนอื่นๆ ในร้านอาหาร ชั่วขณะหนึ่งทุกคนก็เริ่มพูดคุยกันถึงเรื่องนี้..

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด