ตอนที่แล้วตอนที่ 1505 ล้มเหลว
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 1507 การศึกแล้วนั้น ย่อมไม่มีวันหน่ายเล่ห์

ตอนที่ 1506 ครั้งนี้.. เราประมาทเกินไป!


ภายใต้คำถามของ เว่ย เทียนเฉิง เว่ย เจี้ยนเซิง ไม่กล้าที่จะปิดบังมันอีกต่อไป และเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพูดถึงเรื่องความล้มเหลวของเขา

แต่เดิม.. เรื่องนี้มันไม่สมควรเป็นเช่นนี้ เว่ย เจี้ยนเซิง ได้เข้าจัดการกับ หลี่ เจี้ยนสุ่ย แล้ว หลี่ เจี้ยนสุ่ย ก็เป็นประธานของ จินอวี้ กรุ๊ป โดยถือหุ้นในมือถึง 40% และนอกจากนี้ในบริษัท หลี่ เจี้ยนสุ่ย ก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ถือหุ้น อาจกล่าวได้ว่า หลี่ เจี้ยนสุ่ย สามารถตอบสนองได้ทุกสิ่ง สิ่งสำคัญคือหลังจาก จินอวี้ กรุ๊ป ต้องเผชิญหน้ากับการล้มละลาย ผู้ถือหุ้นทั้งหมดก็ตกอยู่บนเรือลำเดียวกัน และไม่มีทางเลือกอื่นอีก มีแต่เพียงต้องเชื่อฟัง หลี่ เจี้ยนสุ่ย เท่านั้น

ตามแนวคิดของ เว่ย เจี้ยนเซิง ตราบใดที่เขาสามารถจัดการกับ หลี่ เจี้ยนสุ่ย ได้ก็สามารถเอาชนะ จินอวี้ กรุ๊ป มาได้ ด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด

แต่ความจริงก็เป็นเช่นนี้ ทุกอย่างที่ว่ากำลังเป็นไปได้ด้วยดี เขาแค่ให้เงินอีกฝ่ายเพิ่มอีก 10 ล้าน แก่ หลี่ เจี้ยนสุ่ย หลี่ เจี้ยนสุ่ย ก็ได้มีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะขาย จินอวี้ กรุ๊ป ให้กับ วั่นกู่ และปฏิเสธการเข้าซื้อกิจการของ รั่วฟาน แคปปิตอล ไปโดยตรง

ในตอนแรก รั่วฟาน แคปปิตอล ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนกันระหว่าง หลินฟาน และเฟิ่ง รั่วหลาน ได้ยื่นส่งข้อเสนอไปให้กับ จินอวี้ กรุ๊ป ก่อน ในเวลานั้น จินอวี้ กรุ๊ป ในสายตาของคนในอุตสาหกรรมมันเป็นเพียงแค่ขยะที่ไม่มีใครต้องการ..

การที่ รั่วฟาน แคปปิตอล ได้ยื่นข้อเสนอก็ได้ดึงดูดความสนใจอย่างรวดเร็ว

จินอวี้ กรุ๊ป ก็มีความสุขมากเช่นกันที่บริษัทที่ใกล้จะล้มละลายแล้ว แต่กลับมีคนเต็มใจสนใจที่จะยอมซื้อมัน นี่ถือได้ว่าเป็นข่าวดีจริงๆ!

และว่ากันว่า หลี่ เจี้ยนสุ่ย ได้วางแผนที่จะรีบไปที่หยุนเฉิง เพื่อไปเยี่ยม เฟิ่ง รั่วหลาน และพูดคุยเกี่ยวกับการเข้าซื้อกิจการ เห็นได้ชัดว่าเขาเพียงแค่อยากขายบริษัทออกไปให้ได้ ..โดยเร็วที่สุด

แต่เมื่อ หลี่ เจี้ยนสุ่ย กําลังจะออกเดินทาง วั่นกู่ กรุ๊ป ก็ได้เข้ามา..

และหลี่ เจี้ยนสุ่ย ก็ถูกจัดการลงไปได้อย่างรวดเร็วโดย เว่ย เจี้ยนเซิง

เรียกได้ว่าคราวนี้การยื่นมือเข้ามาของ เว่ย เจี้ยนเซิง นั้นทำได้สวยงามมาก, และเขาทำให้ รั่วฟาน แคปปิตอล ประสบกับการสูญเสียครั้งใหญ่..

ในการต่อสู้ครั้งนี้ คนที่ชนะในเกมแรกก็คือ เว่ย เจี้ยนเซิง

นี่คือเหตุผลที่ เว่ย เทียนเฉิง และเว่ย เจี้ยนเซิง ดีใจกันมากในก่อนหน้านี้ และคิดว่าชัยชนะครั้งนี้อยู่ในกำมือของพวกเขาแล้ว และแน่นอนอยู่แล้ว เว่ย เจี้ยนเซิง ก็ได้บอก เว่ย เทียนเฉิง ทันทีเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยที่ว่าเขาต้องการโอ้อวดถึงชัยชนะครั้งนี้ ทั้งเขายังได้รับการยกย่องจาก เว่ย เทียนเฉิง

แต่แล้ว ..ทําไม จู่ๆ มันถึงได้ล้มเหลวล่ะ?

เว่ย เทียนเฉิง รู้สึกงงงวยจริงๆ

เว่ย เจี้ยนเซิง กล่าวว่า : “พ่อครับ จริงๆ แล้วเท่าที่ผมรู้ รั่วฟาน แคปปิตอล ไม่ได้ให้ความสําคัญกับ จินอวี้ กรุ๊ป มากนัก หลังจากที่ผมจัดการ หลี่ เจี้ยนสุ่ย ลงได้แล้ว เฟิ่ง รั่วหลาน ก็ได้ยอมแพ้ไปโดยตรง…”

“ฮึ่ม!”

เว่ย เทียนเฉิง กล่าวอย่างเย็นชาไปว่า : “แกมันประเมินศัตรูต่ำเกินไป! สงครามธุรกิจมันไม่น้อยไปกว่าสนามรบที่แท้จริง และนี่เป็นสงครามที่ปราศจากควันปืน มันโหดร้ายยิ่งกว่าสนามรบด้วยซ้ำ ฆ่าคนโดยที่มองไม่เห็น และเป็นจริงที่ว่าต่างฝ่ายต่างต้องใช้กลยุทธ์เข้าสู้เช่นกัน! รั่วฟาน แคปปิตอล.. คงจงใจโดยตั้งใจแกล้งทําเป็นไม่สนใจแล้วลงมือเคลื่อนไหวอย่างลับๆ แต่แล้วพวกมันทําได้อย่างไร?”

ครั้งนี้ เว่ย เทียนเฉิง พูดผิดไปจริงๆ ในครั้งนี้ เฟิ่ง รั่วหลาน ไม่ได้สนใจ จินอวี้ กรุ๊ป มากนัก

ในตอนแรก เฟิ่ง รั่วหลาน ตั้งใจที่จะยื่นข้อเสนอให้กับ จินอวี้ กรุ๊ป เพียงเพราะ เฟิ่ง รั่วหลาน บังเอิญค้นพบ จินอวี้ กรุ๊ป ในระหว่างการตรวจสอบโครงการลงทุน และรู้สึกว่า บริษัท นี้ยังคงสามารถกอบกู้ได้อยู่ และยังเก็บไว้ทํากําไรได้ในอนาคต.. แต่ต่อมา จินอวี้ ปฏิเสธการเข้าซื้อกิจการของเธอ เฟิ่ง รั่วหลาน ก็เลือกที่จะยอมแพ้มันไปโดยตรง.. อย่างไรก็ตามสําหรับ เฟิ่ง รั่วหลาน แล้ว โครงการในมือของเธอนั้นมีมากมาย นั่นคือ ต่อให้ขาดไปหนึ่งก็ไม่ใช่ว่ามีน้อยกว่าหนึ่ง เธอจึงไม่คิดจะสนใจมันมากนัก

ส่วนคนที่สนใจ จินอวี้ กรุ๊ป จริงๆ ก็คือ หลินฟาน

นี่คือสิ่งที่ เฟิ่ง รั่วหลาน ก็ไม่เคยล่วงรู้มาก่อนหน้า ครั้นรู้ว่า หลี่ จื่อเสีย ได้เดินทางมายัง หลงเหิง กรุ๊ป เพื่อเข้าเยี่ยม เฟิ่ง รั่วหลาน เป็นการส่วนตัว เฟิ่ง รั่วหลาน จึงรู้ทันทีว่า ที่แท้ หลินฟาน ก็ได้ให้ความสําคัญกับ จินอวี้ กรุ๊ป อย่างมาก

ดังนั้น เฟิ่ง รั่วหลาน จึงเริ่มช่วย หลี่ จื่อเสีย วางแผน และในที่สุดเธอก็สามารถเข้ายึดอำนาจภายในบริษัทกลับคืนมาได้

ในเมื่อ หลินฟาน ต้องการ จินอวี้ กรุ๊ป เฟิ่ง รั่วหลาน ก็ต้องเลือกสนับสนุน หลินฟาน อย่างไม่มีเงื่อนไข หลินฟาน เป็นน้องชายทูลหัวของเธอ เธอรัก และโปรดปราน หลินฟาน เป็นอย่างมาก จนได้รับการขนานนามว่าเป็นพี่สาวผู้พิทักษ์น้องชาย และจากนางมารแห่งโลกการเงิน เธอก็ได้กลายมาเป็น ปีศาจบราค่อน และเริ่มลงมือดำเนินการช่วยเหลือน้องชายทันที

ดังนั้น เว่ย เทียนเฉิง จึงคิดว่า เฟิ่ง รั่วหลาน ต้องแกล้งแสร้งทํา และซึ่งต้องแอบทำอะไรบางอย่างอย่างลับๆ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เขาคิดผิด..

เว่ย เจี้ยนเซิง รู้สึกว่า พ่อของเขา พูดถูก และเขารู้สึกเสียใจมาก มาคราวนี้เขาประเมินศัตรูต่ำเกินไป

ในเมื่อคนอื่น เห็น จินอวี้ เป็นคนแรกโดยยื่นข้อเสนอไปให้กับ จินอวี้.. แน่นอนว่าอีกฝ่ายต้องมีเหตุผล และจะยอมแพ้ไปได้โดยง่ายๆ ได้อย่างไร คู่แข่งของเขา เฟิ่ง รั่วหลาน ที่รู้จักกันดีในฐานะนางมารแห่งโลกการเงิน .. เธอก็มีชื่อเสียงมากด้วยเช่นกัน ซึ่งเธอก็ดูไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรโดยง่ายๆ!

ครั้งนี้ เราประมาทเกินไป!

เว่ย เจี้ยนเซิง รู้สึกเสียใจมาก..

“ท่านพ่อ ผม.. เข้าใจแล้ว เฟิ่ง รั่วหลาน ที่ได้ยื่นข้อเสนอให้กับ จินอวี้ ไปในตอนแรก ก็แค่เพื่อสร้างความสับสนให้กับพวกเราโดยเฉพาะ โดยปกปิดสิ่งที่พวกเขากำลังทําอยู่.. ท้ายที่สุด กุญแจสู่ความสําเร็จ หรือความล้มเหลวในครั้งนี้นั้นมันอยู่ที่ หลินฟาน!” เว่ย เจี้ยนเซิง ตระหนักได้ในทันที

เว่ย เทียนเฉิง ถามทันทีว่า : “หลินฟาน มันได้ทําอะไร?”

เว่ย เจี้ยนเซิง กล่าวว่า : “หลี่ หวยซาน ประธานของ จินอวี้ กรุ๊ป เสียชีวิตลงไปเมื่อหนึ่งปีก่อนใช่ไหมครับ? ลูกสาวของเขา หลี่ จื่อเสีย ก็ได้หายตัวไป และในปีที่ผ่านมาก็ไม่มีใครทราบที่อยู่ของเธอ ทุกคนต่างได้คาดเดากันว่าเธออาจเสียชีวิตลงไปแล้วเช่นกัน เพียงแต่ไม่พบศพ! เดิมทีทายาทผู้สืบทอด จินอวี้ เป็น หลี่ จื่อเสีย แต่หลังจากที่เธอหายตัวไป บริษัทก็ถูกเข้าจัดการโดย หลี่ เจี้ยนสุ่ย หากไม่มีอุบัติเหตุใดๆ เกิดขึ้น เพียงแค่จัดการกับ หลี่ เจี้ยนสุ่ย เราก็สามารถรับ จินอวี้ มาได้ เว้นเสียแต่…”

สีหน้าของ เว่ย เทียนเฉิง เปลี่ยนไปแล้ว : “เว้นเสียแต่ หลี่ จื่อเสีย จะปรากฏตัวออกมา!”

เว่ย เทียนเฉิง สมควรเป็นบอสใหญ่ และเขาเห็นถึงปัญหานี้ได้ในทันที

เว่ย เจี้ยนเซิง กล่าวว่า : “ใช่ครับ หลี่ จื่อเสีย ได้ปรากฏตัวออกมาแล้วจริงๆ ท่านพ่อ รู้ไหมว่าทําไม หลี่ จื่อเสีย ถึงกลับมาอย่างกะทันหันในเวลานี้ แท้จริงแล้วเป็นเพราะ หลินฟาน คาดไม่ถึงเลยว่า หลินฟาน ตัวน้อยนี่มันจะไปถึงประเทศอังกฤษด้วยตัวเอง และได้พบกับ หลี่ จื่อเสีย หลี่ จื่อเสีย ที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็ถูกพบไปโดยมันเข้าให้จริงๆ!”

เว่ย เทียนเฉิง : “......”

เขารู้สึกพูดไม่ออก..

เขากําลังคิดว่าถ้าเรื่องนี้เขาไม่ได้ให้ เว่ย เจี้ยนเซิง รับผิดชอบ แต่เป็นเขาผู้ซึ่งเป็นประธานลงมือจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองเขาจะทําอย่างไร…

แนวคิด และวิธีการของ เว่ย เจี้ยนเซิง คือการจัดการกับ หลี่ เจี้ยนสุ่ย ซึ่งนี่เป็นคําตอบที่ชัดเจนมาก และยังเป็นประโยชน์ต่อ ตระกูลเว่ย มาก ตระกูลเว่ย สามารถกำจัด หลี่ เจี้ยนสุ่ย ได้โดยง่ายกว่าจัดการกับ เฟิ่ง รั่วหลาน.. ทั้งเรื่องนี้มันยังเป็นสิ่งที่ชัดเจนอยู่แล้ว

ในส่วนแนวคิด และวิธีการของ หลินฟาน คือการไปตามหา หลี่ จื่อเสีย นี่เป็นวิธีที่ซ่อนอยู่.. แต่ความเสี่ยงของวิธีการนี้ก็มีอยู่สูงมาก อัตราความสําเร็จก็ครึ่งต่อครึ่ง

เพราะหลี่ จื่อเสีย ได้หายตัวไปปีกว่าแล้ว เพราะไม่มีใครรู้ว่า เธอ.. ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่.. ถ้า หลินฟาน ตามหา หลี่ จื่อเสีย ไม่เจอ หรือหลี่ จื่อเสีย เสียชีวิตไปแล้ว หลินฟาน ก็จะพ่ายแพ้ไปอย่างไม่ต้องสงสัย และถ้า หลินฟาน ค้นพบ หลี่ จื่อเสีย นี่ก็จะถือได้ว่าเป็นกลยุทธ์สังหารที่ดีที่สุด ทั้งนี้ หลี่ จื่อเสีย เธอก็สามารถตอบโต้กลับได้ ..ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว

เมื่อลองเปรียบเทียบจากกลยุทธ์ของ เว่ย เทียนเฉิง และหลินฟาน แล้ว ก็เพียงพอที่จะเห็นช่องว่างระหว่างทั้งสองคนนี้ ..ได้แล้ว

เห็นได้ชัดว่า หลินฟาน มีจิตใจที่ใหญ่กว่า และดูเหมือนเขามีท่าทางที่จะทําสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้มากกว่า เขาแสวงหาความมั่งคั่งในความเสี่ยง หากปราศจากจิตวิญญาณของความกล้าหาญครั้งใหญ่นี้ เขาจะแสวงหาความมั่งคั่ง และประสบกับความสําเร็จครั้งใหญ่นี้ได้ ..อย่างไร?

และเว่ย เจี้ยนเซิง ไม่เพียงแต่เขาจะไม่กล้าเสี่ยงเท่านั้น แต่เขากลับไม่เคยคาดคิดถึงเรื่องนี้ด้วยซ้ำ นั่นเพราะว่า เว่ย เจี้ยนเซิง ไม่เคยได้ให้ความสําคัญกับ หลี่ จื่อเสีย เลย!

สําหรับ เว่ย เทียนเฉิง หลี่ จื่อเสีย ถือได้ว่าเป็นคนที่ตายไปแล้ว และถึงเธอจะหายตัวไปมันก็ไม่สามารถดึงดูดความสนใจของเขาได้เลย

ช่องว่างนี้ใหญ่เกินไป!

ช่องว่างระหว่าง เว่ย เจี้ยนเซิง กับหลินฟาน นั้นใหญ่เกินไปจริงๆ

เว่ย เทียนเฉิง มีอารมณ์ที่แย่มาก ถ้าหาก หลินฟาน เป็นลูกชายของเขา เขาก็สามารถตื่นขึ้นมาหัวเราะได้ แม้เขาจะยังหลับตาอยู่ก็ตาม นี่คือ เขา.. หมดหนทางแล้วจริงๆ ลูกชายของเขา ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เหมาะสมของ หลินฟาน เลย

ดังนั้น หาก เว่ย เทียนเฉิง เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้เอง เขาจะทําได้ดีกว่า เว่ย เจี้ยนเซิง หรือไม่?

บางที.. เขาอาจจะหา หลี่ จื่อเสีย ไม่เจอ แต่อย่างน้อยเขาก็ยังจะสังเกตเห็น หลี่ จื่อเสีย ไม่ใช่เมินเฉยต่อ หลี่ จื่อเสีย เหมือนอย่าง เว่ย เจี้ยนเซิง

อาจกล่าวได้ว่า เว่ย เจี้ยนเซิง สู้ เว่ย เทียนเฉิง ไม่ได้ แล้วเขาจะเปรียบเทียบกับ หลินฟาน ตัวน้อยนั้นได้อย่างไร!

เว่ย เทียนเฉิง ถอนหายใจในใจ บางทีเขาควรยอมรับความจริงที่ว่า ..ลูกชายของเขานั้นมันไม่ดีเท่า หลินฟาน!

ไม่ใช่ว่า เว่ย เจี้ยนเซิง ไม่ดี แต่มันกลับเป็น หลินฟาน ที่แข็งแกร่งเกินไป!

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด