ตอนที่แล้วตอนที่ 1495 โถงบรรพบุรุษ..
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 1497 ความเร็ว

ตอนที่ 1496 คุณก็คือ เฉิน เจี้ยนผิง?


ด้วยความตื่นตระหนก และความหวาดกลัว ผู้ชายที่ถือโทรศัพท์ก็ล้มลงไปกับพื้น เดินตามรอยเท้า พี่น้องของตัวเองไป..

โทรศัพท์มือถือที่เปิดแสงไฟอยู่ตกกระทบพื้น โชคดีที่แสงไฟยังไม่ดับ นี่เป็นแหล่งกําเนิดแสงเพียงแห่งเดียวในโถงบรรพบุรุษอันมืดมิด

ผู้หญิงคนนั้นตกตะลึงไปแล้ว หรือพูดให้ถูกก็คือ เธอตกใจกลัวจนกลายเป็นหินไปแล้ว..

ชายสองคนนี้ เมื่อกี้ยังหยิ่งผยองจนแทบรอไม่ไหวที่จะอยากเข้ามาทําร้ายเธอ แถมยังต้องการจะสั่งสอนชายชุดขาว แต่ในพริบตาเดียว พวกเขาก็กลายเป็นคนศพไปแล้ว ..จริงๆ

เธอยังไม่ทันเห็นด้วยซ้ำว่าชายชุดขาวลงมืออย่างไร

จริงอยู่ว่า ชายชุดขาว ..คนนี้ นั่งขัดสมาธิอยู่ตลอดเวลาโดยที่ไม่ได้ขยับเขยื้อนเลย แต่ชายสองคนนั้นถูกฆ่าตายไปแล้วจริงๆ เพราะแสงดาบที่น่าสะพรึงสองแสงนั้นมาจาก ชายชุดขาว

เขา.. เป็นใคร?

เขาใช่มนุษย์จริงๆ เหรอ?

ทันใดนั้นผู้หญิงคนนั้นก็สังเกตเห็นสายตาที่เย็นชาของ ชายชุดขาว ที่มองมาที่เธอ..

เธอตกใจจนผงะไป และพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองลง แล้วพูดว่า : “ขอบคุณ.. ขอบคุณที่ช่วยฉันไว้”

จากนั้นเธอก็พยายามดิ้นรนที่จะลุกขึ้นมา และในที่สุดเธอก็ลุกยืนขึ้นมาได้แล้ว

เนื่องจากชายชุดขาวไม่ได้พูดอะไร ผู้หญิงคนนั้นจึงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง.. แล้วคงจะดีกว่าที่จะตัดสินใจจากไปโดยเร็วที่สุด

แต่ผู้หญิงคนนั้นยังไม่ทันได้ก้าวออกไป

ทันใดนั้นชายชุดขาวก็พูดขึ้นว่า : “คุณคิดจะไปไหน?”

ผู้หญิงคนนั้นตกใจจนตัวแข็งทื่อ เธอพูดเสียงสั่นเทาไปว่า : “ฉัน... ฉันอยากออกไปจากที่นี่”

ชายชุดขาว พูดว่า : “คุณรบกวนการฝึกฝนของฉัน และได้เห็นฉันฆ่าคนไปแล้ว เช่นนี้.. คุณยังคิดอีกหรือว่า ..ฉัน จะปล่อยคุณออกจากที่นี่ไปได้ทั้งเป็น?”

หญิงสาวคนนั้นตกใจมาก เมื่อได้ยินสิ่งที่ชายชุดขาวพูด เขายังคิดฆ่าเธอเพื่อปิดปาก?

“ฉัน.. ฉันไม่ได้ตั้งใจจะรบกวนคุณ แต่พวกเขาจะทําร้ายฉัน ฉันจึงหนีมา คุณก็น่าจะเห็นว่าฉันวิ่งเข้ามาอย่างลุกลี้ลุกลน ฉันไม่ใช่คนเลว ฉันแค่บังเอิญไปยั่วยุพวกเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ พวกเขาติดตามฉัน และต้องการจะทําร้ายฉัน ฉันเป็นเหยื่อ คุณฆ่าพวกเขา นั่นถือว่าคุณได้ช่วยชีวิตฉันไว้ ฉันเองขอบคุณคุณ และฉันก็จะไม่แจ้งตํารวจ และต่อให้ตํารวจตามหาฉันจนเจอ ฉันก็จะไม่พูดอะไร และจะไม่สารภาพอะไรออกไปเด็ดขาด” ผู้หญิงคนนั้นพูดรวดเดียวออกไป ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต และความตายเช่นนี้ แม้ว่าเธอจะกลัวมาก แต่เธอก็ทำเป็นเข้มแข็งกัดฟันต่อสู้เพื่อโอกาสในการมีชีวิตรอด

ชายชุดขาวกลับตอบอย่างเย็นชาว่า : “ฉันเชื่อแต่กับคำพูดของคนตายเท่านั้น”

ผู้หญิงคนนั้นตกใจจนตัวสั่น ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่า ชายชุดขาว.. ที่อยู่ตรงหน้าเธอเป็นคนเลือดเย็น เขาฆ่าชายสองคนนั้น ไม่ได้เพื่อต้องการจะช่วยเธอ แต่เพียงเพราะชายสองคนนี้ได้ไปทําให้เขาขุ่นเคือง

มาตอนนี้.. ชายชุดขาว เขาต้องการจะฆ่าเธอด้วยเช่นกัน!

“ได้โปรด ได้โปรดเถอะอย่าฆ่าฉันเลย ขอแค่คุณปล่อยฉันไป คุณจะให้ฉันทําอะไรก็ได้!” ผู้หญิงคนนั้นได้ร้องไห้พยายามอ้อนวอนอีกฝ่าย

ขณะเธอพูดไป เธอก็จงใจดึงเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งของเธอออก เผยให้เห็นผิวขาวโพลนราวหิมะของเธอ

ในความเห็นของเธอ ผู้ชายไม่สามารถทนต่อการล่อลวงของผู้หญิงได้.. เธอถามกับตัวเอง และแน่นอนว่าเธอรู้ว่าตัวเองก็สวยมากพอ อีกทั้งตอนนี้ เธอ.. ก็ยินดีที่จะอุทิศตนเองเพื่อความอยู่รอด

ชายชุดขาวกลับนิ่งเฉยไม่ได้มองไปที่เธอแม้แต่นิดเดียวราวกับว่าในสายตาของเขานั้น ทั้งหญิง และชาย มันก็ไม่แตกต่างกันการล่อลวงของผู้หญิงคนนี้ มันไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาเลย..

ผู้หญิงคนนั้นหมดหวังแล้ว

ความรู้สึกสิ้นหวังเข้าครอบงำหัวใจของเธอ..

เธอตระหนักว่าเธอไม่มีทางเลือกอีกต่อไป และเธอก็ไม่สามารถโน้มน้าว ชายชุดขาว ..คนนี้ ให้ปล่อยเธอไปได้

ตอนนี้เธอเหลือเพียงทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น ซึ่งนั่นก็คือ การหลบหนี

เธอเหลือบมองไปที่ประตูโถงบรรพบุรุษ ประตูอยู่ห่างจากเธอเพียงสิบเมตร เดินไปไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว แต่ในขณะนี้ ประตูนี้ดูเหมือนจะอยู่ห่างจากเธอไปกว่าแสนแปดพันไมล์ (ไกลมาก)

เธอได้เรียนรู้จากบทเรียนจากชายสองคนที่ตายไป และเธอก็ไม่คิดว่าตัวเองจะสามารถหนีพ้นแสงดาบของ ชายชุดขาว ..คนนั้นได้

แสงดาบนั้นมันเร็วมาก เร็วเกินไป และเร็วยิงกว่ากระสุนปืน..

แต่ตอนนี้ เวลานี้.. เธอมีทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการต้องลองไหม?

ไม่มี.. มันไม่มีเลย

ถ้าเธอตัดสินใจวิ่งไปที่ประตู เธอคงได้ตายแน่ หากถ้าไม่หนี นั่นก็เท่ากับต้องตายอยู่ดี

ทันใดนั้นเธอก็ขยับ และวิ่งสุดชีวิตไปที่ประตูราวกับว่าประตูนี้เป็นตัวแทนของชีวิตของเธอ เธอมีความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ว่า เพียงแค่ต้องวิ่ง.. วิ่งออกไปจากประตูนี้ให้ได้ และนั่นก็จะเท่ากับว่า เธอสามารถมีชีวิตรอดได้แล้ว

แน่นอนว่า เธอ.. ไม่ได้เร็วเท่าแสงดาบนั้น

เธอเพิ่งจะแค่วิ่งออกไปสองก้าว

ความรู้สึกหนาวเย็นก็พัดเข้ามาปะทะจากข้างหลัง และในชั่วพริบตา ความหนาวเย็นแห่งความตายก็เข้ามาปกคลุมเธอ

เคร้ง!

ในช่วงเวลาวิกฤตินี้ แสงสีเงินก็เปล่งประกายวาววับต่อหน้าเธอ และผู้หญิงคนนั้นก็ได้ยินอย่างชัดเจนเสียงที่เกิดจากวัตถุบางอย่างกระทบกันจากข้างหลังเธอห่างจากเธอไปไม่ถึงหนึ่งเมตร..

ผลพวงของการปะทะกันกลับกระจายออกไปเหมือนระลอกคลื่นที่เงียบสงัด แต่กลับสง่างาม ผู้หญิงคนนั้นสูญเสียการได้ยินไปในชั่วพริบตา หู และศีรษะของเธอได้ยินแต่เสียงอื้ออึง

ผู้หญิงคนนั้นตกใจที่พบว่าตัวเองยังไม่ตาย เธอเห็นประตูที่เป็นตัวแทนของความหวังในการมีชีวิต แต่แล้วกลับมีร่างหนึ่งปรากฏขึ้น..

เป็น.. ชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่กำลังเดินเข้ามา

แม้ว่าการมองเห็นของผู้หญิงคนนี้จะบิดเบี้ยวไปบ้าง และเพราะเธอได้ทิ้งตัวลงไปกับพื้น ก่อนที่เธอจะหมดสติลงไป เธอเห็นใบหน้าของผู้ที่มาอย่างชัดเจน.. เขาดูมีอายุยังน้อย และหล่อมาก

ชายชุดขาวที่นั่งอยู่บนพื้น ในเวลานี้แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา สายตาของเขาตกลงไปเสาไม้ต้นหนึ่งที่อยู่ข้างๆ ตรงเสาไม้มีมีดเล่มเล็กๆ เล่มหนึ่งปักอยู่ ตัวมีดยังคงสั่นอย่างรุนแรง ส่งเสียงหึ่งๆ ออกมา

ด้วยแรงสั่นสะเทือนนี้ ทำให้ฝุ่นตกลงมาจากหลังคา

บนพื้นมีดาบสั้นเล่มหนึ่งตกอยู่ และตัวดาบได้ขาดออกเป็นสองท่อน

เมื่อครู่นี้.. ชายชุดขาวเปล่งแสงดาบเพื่อหวังจะฆ่าผู้หญิงคนนั้น แต่ในพริบตาหนึ่ง มีดเล่มนี้ก็บินเข้ามา และเข้าปะทะกับแสงดาบของเขา

จน.. ดาบหัก

ส่วนมีดถูกกระแทกปลิว และตรงเสียบเข้ากับเสาไม้

นั่นแปลได้ว่า มีใครบางคนใช้มีดบินนี้ ต่อต้านแสงดาบของเขาได้!

และเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายยังเหนือกว่าเขาอีกเล็กน้อย

“หลินฟาน!”

สายตาของ ชายชุดขาว ได้มองไปยังชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามา

สายตาของ หลินฟาน ก็จ้องมองยังชายชุดขาวเช่นกัน แล้วเขาพูดถามขึ้นว่า : “คุณก็คือ เฉิน เจี้ยนผิง?”

ชายชุดขาว กล่าวว่า : “ไม่คิดเลยว่าคุณจะหาฉันเจอเร็ว ..ถึงขนาดนี้ ทั้งนี้ฉันเหมือนจะประเมินคุณต่ำเกินไป”

คําพูดนี้มีความหมาย เขาไม่เพียงแต่ประเมินความสามารถของ หลินฟาน ในการติดตามเขาต่ำเกินไป แต่ยังประเมินความสามารถของ หลินฟาน ต่ำเกินไปอีกด้วยเช่นกัน

หลินฟาน กล่าวว่า : “ผมสามารถค่อยๆ หาคุณอย่างช้าๆ ได้ แต่จดหมายเลือดที่คุณทิ้งไว้ให้มันทําให้ผมนอนหลับได้อย่างสบายไม่ได้ และ.. ก็ต้องขอบคุณคุณ ตอนนี้ผมถึงยังไม่ได้นอนเลย”

ชายชุดขาว กล่าวว่า : “ดูเหมือนว่าคุณจะห่วงใยคนรอบข้างมากจริงๆ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็จัดการได้ง่ายแล้ว สิ่งที่ฉันจะพูดนั้นอยู่ในผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นแล้ว และจริงๆ แล้วคุณก็ไม่จําเป็นต้องเสียเวลามาหาฉัน เอาเวลาที่มีอยู่นั้นไปจัดเตรียมเงินหนึ่งพันล้านจะดีกว่า เพราะพรุ่งนี้ฉันจะต้อง ..ไปเอามัน”

หลินฟาน กล่าวว่า : “เรื่องเงินหนึ่งพันล้าน ผมได้บอกเพื่อนร่วมนิกายของคุณไปอย่างชัดเจนแล้ว พวกคุณ ถังเหมิน ไม่เคยพิจารณาถึงคำแนะนําของผมเลยว่างั้น?”

ชายชุดขาว กล่าวว่า : “สามคนนั้น ได้พ่ายแพ้แก่คุณจริงๆ แต่ในความคิดของฉัน พวกเขาแค่หาข้ออ้างสําหรับความล้มเหลวของพวกเขาเพียงเท่านั้น”

หลินฟาน กล่าวว่า : “คุณควรที่จะฟังคําแนะนําของพวกเขา”

ชายชุดขาว พูดว่า : “แต่ตอนนี้ ..ฉัน อยู่ที่นี่แล้ว”

หลินฟาน กล่าวว่า : “งั้นก็คงช่วยอะไรไม่ได้ ในเมื่อคุณเองก็มาแล้ว ผมคงทำได้แต่เพียงขอให้คุณช่วยบอกอะไรบางอย่างให้กับผม..”

ชายชุดขาว ร้องโอ้ออกมา : “สิ่งที่คุณพูดนั้นหมายความว่าอย่างไร?”

หลินฟาน กล่าวว่า : “บอกที่อยู่ของ ถังเหมิน มาให้กับผม ผมอยากจะเขียนจดหมายถึงผู้นำนิกายพวกคุณ โดยบอกเขาว่าคุณติดอยู่ในคุกแล้ว.. และผมเป็นคนจับคุณส่งเข้าไปในคุกด้วยมือของผมเอง และหากถ้าผมพบร่องรอยของ ถังเหมิน ในเมืองหยุนอีกครั้ง ..ผมจะไปหาถึงประตูด้วยตัวเอง และเมื่อถึงเวลานั้นผมจะขอถอนรากถอนโคน ถังเหมิน”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด