ตอนที่แล้วตอนที่ 20 ช็อปเปอร์ตะลึง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 22 ช็อปเปอร์เข้าร่วมกลุ่ม

ตอนที่ 21 กลุ่มหมวกฟางมาถึงแล้ว


หลังจากระบุวัสดุยาเสร็จแล้ว ไป๋ชานก็เดินไปที่จุดปรุงยา

มีเครื่องมือต่างๆมากมายที่นี่ที่เอาไว้สำหรับการปรุงยา

การบดให้เป็นผง การสับ หรือการอบแห้ง ทั้งหมดสามารถทำได้ที่นี่

"โย่ มาลองทำยากันเถอะ เริ่มจากง่ายๆก่อนเลย"

เพราะจะเริ่มจาก "ง่ายๆ" ไป๋ซานจึงเลือกสูตรยาสำหรับโรคศพทมิฬ

โรคนี้เป็นโรคระบาดที่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่ถูกทำลายโดยสงครามและสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี

ในมุมมองของไป๋ซาน โรคนี้กับกาฬโรคถือว่ามีความใกล้เคียงกัน

แพทย์ส่วนใหญ่ไม่กล้าติดต่อกับผู้ป่วยโรคนี้ด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับการรักษาพวกเขา

โชคดีที่มีแพทย์บางคนพบสูตรที่สามารถใช้รักษาโรคนี้โดยเฉพาะได้

อย่างไรก็ตามสูตรยาก็ยากมากเช่นกัน

ต้องใช้วัตถุดิบยาที่แตกต่างกันทั้งหมดห้าสิบสามชนิดผ่านกระบวนการทั้งหมดยี่สิบเอ็ดกระบวนการ และต้องปฏิบัติตามสัดส่วนของสูตรอย่างเคร่งครัดเพื่อเตรียมยาสำเร็จรูป

ผิดขั้นตอนเดียวก็อาจทำให้ยารักษากลายเป็นยาพิษร้ายแรงได้

อย่างไรก็ตาม ภายใต้คำแนะนำของการประเมิน ไป๋ซานก็เริ่มลงมือทันที

การจะรู้ว่าแต่ละขั้นตอนนั้นใช้ได้หรือยังสามารถดูได้จากการประเมินเลยจึงทำให้สะดวกมาก

ตัวอย่างเช่น ไป๋ซานมองไปที่ยาที่เขาบดอยู่ มีอินเทอร์เฟซเขียนไว้ว่า "ความคืบหน้าในการบด: 90% ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้น"

นี่เป็นการพิสูจน์ว่าสามารถเริ่มขั้นตอนต่อไปได้เลย

หากคุณต้องการบดให้ได้ความละเอียด 100% ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

ไป๋ซานเดาว่าถ้าทุกขั้นตอนดำเนินการได้ 100% เขาอาจจะสามารถสร้างยาที่มีประสิทธิภาพสมบูรณ์แบบได้

เมื่อช็อปเปอร์มาถึงที่นี่ ไป่ซานก็ทำเสร็จไปได้ครึ่งทางแล้ว

“มีวัตถุดิบทางยาและกระบวนการมากมาย พี่ไป่ซาน กำลังทำอะไรอยู่น่ะ?”

“ยาสำหรับโรคศพดำ”

“นั่น! นั่นเป็นหนึ่งในสูตรยาที่ยากที่สุด?”

แม้แต่ตัวช็อปเปอร์เองก็ไม่มั่นใจว่าจะสามารถปรุงยาสูตรนี้ออกมาได้

"ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ"

เมื่อมองดูรอยยิ้มที่มั่นใจของไป๋ซาน ช็อปเปอร์ก็ทิ้งสิ่งที่จะทำไว้เบื้องหลังและตัดสินใจช่วยไป๋ซานทำยา

ใช้เวลาเพียงไม่นาน ในที่สุดยาก็เสร็จ

เมื่อยาเป็นรูปเป็นร่าง ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นในใจของไป๋ซาน

"โฮสต์ประสบความสำเร็จในการศึกษาการแพทย์ที่ครอบคลุมอย่างสมบูรณ์ ได้รับทักษะทางการแพทย์ระดับปรมาจารย์"

"เนื่องจากโฮสต์สำเร็จวิชาด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก ระบบจึงให้รางวัล 2 เท่า ด้วยความพยายามเพียงครึ่งเดียว เมื่อเรียนรู้ความสามารถแขนงอื่น ประสิทธิภาพการเรียนรู้จะเพิ่ม 2 เท่า"

ระบบนี้กำลังจะบอกว่าเขาพึ่งพามันมาโดยตลอดใช่ไหม? (ผู้แปล:ใช่แล้วค้าบ)

“นี่คือ..ทำยาสำเร็จจริงๆหรอเนี่ย?”

ช็อปเปอร์สับสนเล็กน้อย

“ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ”

ไม่ว่ายังไง การประเมินก็บอกไว้ว่าเจ้านี่คือยาที่มีผลในการรักษาจริงๆ

"โอ้ย เหนื่อยจังเลย ว่าแต่ช็อปเปอร์ ทำไมนายถึงมาที่นี่? "

ในที่สุดช็อปเปอร์ก็จำได้ว่าเขามาหาไป๋ซานเพราะอะไรบางอย่าง

"เอ่อ วันนี้มีคนนอกมาที่นี่น่ะ! ฉันมาห้องยาเพื่อจะบอกนายเรื่องนี้นี่แหละ"

มีคนนอกมาหรอ

ในช่วงเวลาแบบนี้คงมีแต่พวกลูฟี่แล้วล่ะที่จะมาหาดร.คุเรฮะ

ไป๋ซานอุ้มช็อปเปอร์ขึ้นมาแล้วรีบไปทันที

"ทำไมไม่บอกฉันตั้งแต่แรกล่ะ? "

ไม่นาน ไป๋ซานก็มาถึงห้องห้องหนึ่ง

เมื่อเดินเข้ามา เขาก็เห็นนามินอนอยู่บนเตียง และดร.คุเรฮะที่กำลังนั่งรักษาเธออยู่ข้างๆ เตียงข้างๆมีลูฟี่ที่นอนตัวแน่นิ่ง และซันจิ

“มาแล้วเหรอไป๋ซาน”

“พวกเขาสองคนเป็นยังไงบ้าง?”

“คือ เด็กผู้หญิงถูกแมลงแคชช่ากัด ส่วนผู้ชายอีกคนที่สวมหมวกฟางก็ร่างกายบาดเจ็บหนัก แถมยังโดนสภาพอากาศหนาวเย็นของเกาะนี้เล่นงานอีก”

เมื่อเห็นการแสดงออกของไป๋ซาน คุเรฮะก็เกิดสงสัย

"เธอรู้จักกับพวกเขาหรือเปล่า"

“ใช่ ผมรู้จัก ได้โปรดนะครับดร. รักษาพวกเขาด้วย”

“พูดอะไรของเธอน่ะ หมอน่ะต้องรักษาเมื่อมีคนป่วยอยู่ตรงหน้าอยู่แล้วล่ะ ใช่ไหมช็อปเปอร์”

“ใช่แล้วล่ะ!”

ช็อปเปอร์ กวางตัวน้อยน่ารักพยักหน้า

“ว้าว ในที่สุดลูฟี่ก็มาถึงแล้ว”

ไป๋ซานพิงกำแพง มองลูฟี่ที่นอนอยู่บนเตียง แล้วถอนหายใจยาว

เมื่อได้มองดูสภาพของลูฟี่แบบใกล้ๆเท่านั้นถึงจะรู้ว่าการเดินทางของกลุ่มกลุ่มนี้นั้นยากเย็นขนาดไหน

ความเย็นกัดบนตัวเขา ร่างกายถึงขั้นสาหัส

ถ้าคนธรรมดาโดนความเย็นกัดแบบนี้ก็เตรียมจองศาลาได้เลย

แต่เจ้านี่ยังคงนอนฝันถึงเนื้ออยู่ได้

นี่สินะพลังของตัวเอก

“มีอะไรที่ผมสามารถช่วยได้บ้างไหม?”

“ไปช่วยดูแลเด็กหมวกฟางคนนั้นหน่อยแล้วกัน อาการของเด็กผู้หญิงคนนี้ยุ่งยากนิดหน่อย”

ยังไงซะ ดร.คุเรฮะก็ยังไม่มั่นใจในทักษะการแพทย์ของคนที่พึ่งเรียนรู้มาแค่5วัน แม้คนนั้นจะเป็นอัจฉริยะก็ตาม

เธอต้องรับผิดชอบคนไข้ซึ่งไม่อาจเสี่ยงได้ และไป๋ชานก็สามารถเข้าใจความคิดนี้ได้

"โอเค งั้นเดี๋ยวผมไปเอาน้ำร้อนมา"

หลังจากได้รับการดูแลมา1วัน1คืน ในที่สุดลูฟี่ก็ตื่นขึ้นมาในเช้าวันรุ่งขึ้น

"อ้าว ไป๋ชาน นายก็อยู่ที่นี่ด้วยหรอ!? "

เมื่อวานเขายังนอนอยู่บนเตียงและมีสภาพเหมือนศพ ตอนนี้ยังสามารถลุกขึ้นมาทักทายไป๋ซานได้อย่างมีชีวิตชีวา ทั้งๆที่มีผ้าพันแผลพันอยู่รอบตัวราวมัมมี่

ผู้คนในโลกนี้มีสมรรถภาพทางกายที่แข็งแกร่งและมีความสามารถในการฟื้นตัวที่ดีจริงๆ

“ใช่ ว่าแต่นายได้รับข้อความที่ฉันฝากเอาไว้ไหม?”

“ฉันเห็นแล้วล่ะ แต่ไม่นึกเลยว่าจะได้เจอนายที่นี่”

“เอ่อ ฉันมาเรียนทักษะแพทย์น่ะ”

ไป๋ซานจะไม่ยอมรับเด็ดขาดว่าเขาหลงทางและได้บังเอิญมาที่เกาะนี้

ไม่งั้นเขาคงเขินแย่ กลายเป็นโซโลคนที่สองไปซะอย่างนั้น

“คงจะดีนะถ้าได้นายมาเป็นหมอประจำเรือของกลุ่มเราน่ะ”

ไป๋ซานชะงักไป เจ้าลูฟี่นี่มันพูดทุกอย่างที่อยากพูดจริงๆ

“ไม่ อย่าลืมว่าฉันเป็นทหารเรืออยู่นะ ฉันยังมีงานของตัวเองต้องทำ”

“น่าเสียดายจัง ว่าแต่มื้อเช้าอยู่ที่ไหนล่ะ?”

ขณะนั้นเอง ซันจิ กุ๊กบ้ากามก็เดินเข้ามาพร้อมอาหาร

“อ่าฮ่า ซันจิ นายเองก็สบายดีขึ้นแล้วสินะ?”

ขณะที่พวกเขาพูดคุยกันอยู่นั้น นามิที่อยู่ไม่ไกลก็ตื่นขึ้นเช่นกัน

หลังจากที่ดร.คุเรฮะอธิบายอาการนามิแล้ว ทุกคนก็เริ่มรับประทานอาหารเช้า

น่าทึ่งจริงๆ ที่ซันจิยังสามารถทำอาหารดีๆแบบนี้ได้ แม้ว่าเขาจะมีแต่ผ้าพันแผลพันตัวไว้ก็ตาม

แน่นอนว่าคนพวกนี้ได้พบกับช็อปเปอร์แล้ว

"เฮ้ กวางเรนเดียร์พูดได้!"

"วันนี้เรามากินเนื้อกวางเป็นมื้อเที่ยงกันเถอะ!"

2คน1กวางส่งเสียงดังเจี๊ยวจ๊าว

หลังจากที่ได้ยินว่าช็อปเปอร์เป็นหมอ ลูฟี่ก็อยากให้ช็อปเปอร์เข้าร่วมกลุ่มหมวกฟางทันที

คนหนึ่งไล่ตามและอีกคนก็วิ่งหนี

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าคนที่วิ่งวุ่นในปราสาทตอนนี้คือคนที่มีสภาพเหมือนศพเมื่อวาน

ในเวลานี้ ดร.คุเรฮะยังเล่าเรื่องราวของช็อปเปอร์ให้นามิฟังด้วย

ในที่สุดช็อปเปอร์ก็ไปซ่อนตัวอยู่ข้างหลังไป๋ซาน กอดขาไป๋ซานไว้และโผล่หัวออกมาครึ่งนึง

"อย่าได้หวัง! ฉันจะไม่เข้าร่วมกลุ่มโจรสลัดของนายหรอก! มันแปลกเกินไป!"

ดร.คุเรฮะและไป๋ซานหัวเราะออกมาพร้อมกัน

"ฮ่าๆ พวกคนหนุ่มนี่มีชีวิตชีวาดีจริงๆน้า"

ไป๋ซานเอามือลูบหัวช็อปเปอร์แล้วพูดกับลูฟี่ว่า

"เอาล่ะ พักสักหน่อยเถอะ ก่อนหน้านี้อาการของนายบาดเจ็บสาหัสมาก ตอนนี้ก็งดการขยับตัวให้มากที่สุดไว้ก่อนจะดีกว่านะ"

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด