ตอนที่แล้วสองเราในห้องน้ำ (NC20+)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปถลำลึก

ห้องลับ


ตอนที่ 7 ห้องลับ

ภายในหุบเขาแห่งหนึ่งห่างไกลจากผู้คน ได้มีเด็กชายคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่อย่างโดดเดี่ยว มันจะไม่ได้เป็นภาพที่แปลกอะไรเลย หากเขาไม่ได้นั่งอยู่่ใจกลางของวัตถุแปลกๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นพืชและสมุนไพรต่างๆ ที่บางชนิดแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องพืช ก็ยังไม่รู้จัก

นอกจากพืชและสมุนไพรแล้ว ยังมีซากสัตว์ที่บางตัวบ่งบอกชนิดไม่ได้อยู่ด้วย และตรงหน้าของเด็กชายก็มีอุปกรณ์ที่เหมือนจะเป็นอุปกรณ์สำหรับใช้ในการปรุงยาอยู่ ภาพของเด็กผู้ชายท่าทางประหลาด ที่กำลังปรุงยาอะไรบางอย่างด้วยวัตถุดิบแปลกๆ ที่คนทั่วไปเขาไม่ใช้กัน ท่ามกลางป่าเขา หากมีคนมาเห็นภาพนี้คงอดสงสัยและหวาดกลัวไม่ได้แน่..

“อื้มม.. ไส้เดือนตากแห้งนี่ มันต้องบดให้ละเอียดหรือใส่ไปทั้งอย่างนี้เลยนะ?” ผมพูดออกมาด้วยความสงสัย ขณะที่กำลังใช้มือจับไส้เดือนตากแห้งขึ้นมาดู ก่อนจะยกหนังสือบางอย่างขึ้นมาดู

นี่ก็เป็นเวลาสักพักหนึ่งได้แล้ว หลังเหตุการณ์ที่นากิมาพักที่บ้านผม โดยหลังจากนั้นนากิก็ไม่ได้มาหาผมอีีกเลย ไม่ใช่ว่าเล่นเลยเถิด อีกฝ่ายเกลียดอะไรทำนองนั้นหรอกนะ ที่นากิไม่ได้มาหาอีีกเพราะพ่อแม่ของนากิจะย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่น

แม้จะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแย่ ที่ต้องลาจาก เพี่อนสนิทแบบนี้ แต่มันก็เป็นเรื่องที่ทำอะไรไม่ได้ล่ะนะ

“เฮ้อ..” คิดแล้วก็ถอนหายใจแป๊บ

เอาเถอะการมีการมี Event อย่างเพี่อนสมัยเด็กที่ไปเจอกันตอนโต ก็เป็นอะไรที่ไม่เลวล่ะนะ

(หวังว่าตอนเจอกันครั้งหน้า นายจะกลายเป็นสาวสวยหน้าตาดีนะนากิ) ผมภาวนาในใจอย่างเงียบๆ

ถ้าถามว่าตอนนี้ผมกำลังทำอะไรก็ละก็.. คงต้องย้อนกลับไปเมื่ออาทิตย์ก่อน

….

ตอนนั้นผมกำลังนั่งแอบอยู่ในพุ่มไม้ สายตาก็จับจ้องไปยังบ่อน้ำที่อยู่ตรงหน้า ราวกับกำลังรออะไรอยู่ อย่างที่บอกไปว่า บ้านของผมนั้นอยู่ที่ใต้หุบเขา ส่วนบนภูเขานั้นเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าแห่งหนึ่ง แม้จะไม่ได้มีผู้คนแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนอะไรมากมาย แต่ก็คงพูดได้เต็มปากว่า ศาลเจ้าแห่งนี้นั้นเป็นศรัทธาของผู้คน ส่วนเหตุผลนะเหรอ? ไม่รู้หรอก

แล้วถ้าถามว่า มันเกี่ยวอะไรกับที่ผมกำลังนั่งแอบอยู่ในพุ่มไม้ล่ะก็ ก็ต้องย้อนความกลับไปเล็กน้อย

เพราะด้วยความที่บ้านผมก็ใกล้ๆ กับศาลเจ้าแห่งนี้ทำให้แม้ผมจะไม่ได้สนใจอะไรศาลเจ้าแห่งนี้ก็ตาม แต่เพราะอยู่ใกล้กับมัน ทำให้ผมค่อนข้างรู้เรื่องของศาลเข้านี้จากปากคนใกล้ตัว และคนที่มาศาลเจ้านี้อย่างช่วยไม่ได้..

จนวันหนึ่งผมก็ได้ยินกฎข้อห้ามแปลกๆ ของศาลเจ้านี้โดยบังเอิญโดยกฎข้อห้ามมีอยู่ว่า ห้ามคนนอกเข้าไปที่เขตบริเวณหลังศาลเจ้าโดยเด็ดขาด

ห้ามเข้าไปโดยเด็ดขาดเหรอ? ทำไมล่ะแอบซ่อนหนังสือโป๊ไว้หรือไง! และด้วยความสงสัยและความเบื่อเพราะเป็นช่วงปิดเทอม ทำให้ผมฝืนข้อห้าม และแอบเข้าไป จนทำให้ผมรู้ว่าหลังศาลเจ้า ไม่ได้เป็นที่เอาไว้เก็บหนังสือโป๊ หรือที่เก็บศพของพวกที่ไม่ได้ศรัทธาของศาลเจ้าไว้แต่อย่างใด

แต่เป็นที่ตั้งของบ่อน้ำแห่งหนึ่ง ตามที่ได้แอบฟังมา ดูเหมือนมันจะเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์อะไรสักอย่าง แต่เรื่องนั้นไม่ใช่อะไรที่น่าสนใจหรอก เรื่องที่น่าสนใจมันต่อจากนี้ตั้งหาก

(มาแล้วๆ" ผมคิดออกมาขณะจ้องไปยัง ทิศทางหนึ่งที่ได้ยินเสียงคนกำลังเดินมา

ไม่นานต้นตอของเสียงก็เดินออกมาให้ได้เห็น ปรากฏเป็นภาพของหญิงสาวสองคน ในชุดมิโกะกำลังเดินมาที่บ่อน้ำ

“เฮ้อ.. ในที่สุดก็ได้พักสักที” เด็กสาวตัวเล็กที่อายุประมาณ 12-13 ปี บ่นออกมาอย่างเหนื่อยหน่อย

เธอมีเส้นผมสีดำสนิท ดวงตาสีฟ้าสดใส พร้อมกับผิวพรรณที่ขาวราวกับไข่มุก หน้าตาน่ารัก

“สำรวมหน่อยโคโกะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้ามันจะไม่ดี” หญิงสาวอีกคน ที่ดูเหมือนจะเป็นพี่พูดออกมา

เธอเป็นหญิงสาวหน้าตางดงามราวกับเทพธิดา เส้นผมสีขาวราวกับหิมะ ยาวถึงเอวพร้อมกับดวงตาสีน้ำเงินทับทิมดูน่าหลงใหล อายุประมาณ 18-19 นอกจากรูปน่าที่ดูหลงใหลแล้ว สิ่งที่เป็นเสน่ห์ที่สุดของเธอ คงจะเป็นน้ำเสียงอันเย็นชาของเธอ

“โธ่ พี่โคริละก็ที่นี้นอกจากพวกเราแล้วมันจะไปมีใครอยู่กันเล่า” โคโกะพูดอย่างไม่สนใจ ก่อนจะเดินไปที่บ่อน้ำ และเริ่มถอดเสื้อผ้าออก แสดงให้เห็นถึงผิวพรรณอันงดงามไร้ตำหนิ

(เอาแล้วๆ) ผมคิดออกมา

สาเหตุที่ผมมาอยู่ตรงนี้ไม่ใช่ว่าจะมาสักการะบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ หรือเอาน้ำไปทำน้ำมนต์แต่อย่างไร แต่มาแอบดูมิโกะทั้งสองพี่น้องนี่ต่างหาก!! แม้จะไม่ทราบเหตุผลแต่ว่าทุกๆ วันตอนเย็นสาวสวยสองคนนี้จะมาอาบน้ำชำระร่างกายที่นี่เป็นประจำ และวันนี้ก็เช่นกัน

“โคโกะลืมไปแล้วเหรอว่าเราต้องเอาของไปเก็บก่อนน่ะ” โคริพูดออกไปด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย

“เอ้ะ จริงด้วย” โคโกะพูดออกมาอย่างตกใจขณะที่กำลังจะถอดชุดชั้นใน

“เฮ้อ.. ช่างเถอะรีบตามมา” โคริพูดออกมาอย่างเบื่อๆ ก่อนจะเดินออกไป พร้อมในมือที่ถือกล่องอะไรบางอย่าง

“ด..ด้วยสิพี่ขอฉันใส่เสื้อก่อน รอด้วยสิ!!” โคโกะพูดก่อนจะรีบวิ่งตามไป

(เก็บของงั้นเหรอในที่แบบนี้นี่นะ?) ผมคิดอย่างสงสัยก่อนจะแอบตามไป

ไม่นานสองสาวก็ที่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นหน้าผา ก่อนที่โคริจะเดินไปจุดที่เป็นกองหินใกล้ๆ หน้าผา และเริ่มเอาหินออกไม่นาน โคริก็จับไปที่อะไรบางอย่าง ก่อนจะโยนออกไปที่หน้าผา

(นั้นมัน!! บันไดเชือกงั้นเหรอ) ผมคิดอย่างตกใจ ขณะมองไปที่บันไดเชือกที่พลาดลงไปยังหน้าผาเบื้องล่าง

“อา.. สักวันหนึ่งฉันจะต้องตกลงไปตายเพราะ บันไดนี่แน่เลย” โคโกะอดบ่นออกมาไม่ได้

“เลิกบ่นและตามมาได้แล้ว” โคริพูดก่อนจะมัดเชือกเส้นเล็กๆ ไปที่กล่องที่ถือมา แล้วผูกไว้กับเอวของตัวเอง ก่อนจะปีนบันไดลงไปยังหน้าผาเบื้องล่าง

“ค่ะ--” โคโกะตอบ ก่อนจะลงบันไดจะตามไป

(บ้าน่า..นี่มัน ห้องลับอย่างนั้นเหรอ?! เกิดมาไม่เคยคิดว่าจะเจอ) ผมคิดอย่างตื่นเต้น

****

ผ่านไปประมาณ 10 นาที ทั้งสองสาวก็ปีนไดกลับมาก่อนจะดึงบันไดแล้วเอาไปซ่อนไว้ที่เดิมและเดินออกไป

(อืม.. ห้องลับอย่างงั้นเหรอ) ผมคิดอย่างสนใจขณะที่เดินไปที่ซ่อนของบันได

(เอาเถอะน่า ถึงจะน่าเสียดายที่วันนี้จะไม่ได้ดูหน้าอกอันงดงามของคนพี่ กับขาอ่อนอันน่าหลงใหลของคนน้อง แต่ด้านล่างนี้อาจจะมีสิ่งที่น่าสนใจรออยู่ก็ได้) ผมคิดก่อนจะเอาบันไดออกมาจากที่ซ่อน และโยนมันไปที่หน้าผา

และปีนบันไดลงไปยังหน้าผาเบื้องล่าง ไม่นานลงมาได้สักเมตร 5 ก็เจอกับเถาวัลย์มากมายพอใช้มือกวาดเถาวัลย์ออกไป ก็เจอเข้ากับถ้ำทางเข้าขนาด 3 เมตร

‘เอ๋.. น่าสนใจแฮะ เพราะเถาวัลย์ได้บังทางเข้าเอาไว้ทำให้ แม้จะใช้กล้องส่องทางไกลมองมาจากด้านล่างก็ไม่มีทางรู้เลยว่าตรงนี้มีถ้ำอยู่’

ผมได้เข้าไปในถ้ำด้านในนี้ค่อนข้างมืดและอับชื้น โชคดีที่เดินออกเข้าไปไม่ถึง 3 เมตร ก็เจอกับทางเข้าเป็นประตูไม้เก่าๆ

โชคดีที่ปกติผมชอบกลับบ้านดึกๆ ทำให้ได้พกไฟฉายมาด้วย ผมได้ล้วงเข้าไปเอาไปฉายในเสื้อเอาออกเปิด แสงไฟได้กระทบกับผนังถ้ำ เผยให้เห็นหินงอกหินย้อย ที่ค่อนข้างแหลมผมได้มองมันอยู่ชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะละสายตา และเดินเข้าไปเปิดประตู

“ว้าว!! นี่มัน” แววตาผมได้เป็นประกายขณะที่มองดูไปยังสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า

つづく

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด