ตอนที่แล้วตอนที่ 1354 ยาของคุณปันส่วนผิดแล้ว..
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 1356 ทันทีที่ผู้เชี่ยวชาญลงมือ ..ก็รู้เลยว่ามีหรือไม่มี

ตอนที่ 1355 คุณ.. คุณเองเป็นหมอด้วยใช่ไหม?


หลินฟาน ได้แก้ไขใบสั่งยาของ อาจารย์เสี่ยวเย่ อย่างไม่ได้ตั้งใจ แต่นี่คือการตัดสินที่ หลินฟาน ได้สังเกตเห็นจากอาการของผู้ป่วย หลังจากที่เขาได้ก้าวเข้าประตูมา จากนั้นเขาแค่ดู อาจารย์เสี่ยวเย่ และเพิ่งเห็นว่า อาจารย์เสี่ยวเย่ ได้กำหนดใบสั่งยาผิด นั่นจึงทำให้เขากล่าวเตือนออกไปด้วยความหวังดี ..เท่านั้น

แต่คำพูดของ หลินฟาน ก็ดึงดูดความสนใจของทุกคนไปในทันที ชั่วขณะหนึ่งสายตาของทุกคนก็จับจ้องไปที่ หลินฟาน

ชายหนุ่มคนนี้เป็นใคร? คาดไม่ถึงเลยว่าจะก้าวขึ้นมาแล้วชี้ให้เห็นถึงปัญหาของ อาจารย์เสี่ยวเย่ ทั้งตอนที่เขาเข้ามาทุกคนก็ได้เห็นว่าเขายังอายุน้อยถึงแม้ว่าเขาจะเรียนแพทย์ ก็เห็นชัดว่าเขายังเรียนไม่จบด้วยซ้ำมั้ง, อย่างไรก็ตาม การเรียนแพทย์ต้องใช้เวลานานกว่าการเรียนในมหาวิทยาลัยทั่วๆ ไป ชายหนุ่มคนนี้เองก็อาจยังคงเป็นนักศึกษาแพทย์ที่เพิ่งเข้าเรียนมาหมาดๆ ด้วยซ้ำ

การจ่ายยานั้นมันก็แตกต่างออกไป และมักจะขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ดังนั้นแพทย์ที่แก่ชราอายุมากแล้ว.. ก็ยิ่งมีชื่อเสียงมากขึ้น แต่ในขณะที่แพทย์หนุ่มปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม โดยทั่วไปแล้วก็ไม่ค่อยเก่งนัก บางครั้งอาจจะพบเห็นแพทย์หนุ่มที่โดดเด่นมาก แต่นั่นก็จะถือว่าเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยาก

แต่สำหรับ หลินฟาน ชายหนุ่มตรงหน้าคนนี้ เขา.. ยังเด็กเกินไปจริงๆ

“พ่อหนุ่ม คุณเป็นใครกัน แล้วนี่คุณรู้ไหมว่า คนคนนี้คือ อาจารย์เสี่ยวเย่?” ชายวัยกลางคนได้พูดกับ หลินฟาน ออกไปอย่างไม่เกรงใจ

“ฮ่าฮ่า เด็กน้อย อายุยังน้อยเช่นนี้ เข้ามาเล่นที่นี่ทำไมกัน คงไม่ใช่คิดว่าจะเข้ามาเตะบอลหรอกใช่ไหม?”

“ฉันเห็นว่าเขาแค่อยากมาเล่นตลก และในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สําคัญสำหรับ อาจารย์เสี่ยวเย่ ในการช่วยชีวิตผู้คน เขาดันขึ้นเข้ามาแทรกจนทําให้เรื่องมันล่าช้า!”

“ใส่ยาแก้อักเสบของแพทย์แผนตะวันตก นี่จริงจังไหม แล้วนี่.. ไม่เห็นหรือไงว่าพวกเราต่างก็เป็นแพทย์แผนจีน!”

“อาจารย์เสี่ยวเย่ ไม่ต้องไปสนใจไอ้เด็กคนนี้ รีบต่อเถอะ”

แพทย์แผนจีนเฒ่ากลุ่มหนึ่งต่างพูดออกมา และต่างบอกว่า ไม่จำเป็นต้องไปสนใจ หลินฟาน

อาจารย์เสี่ยวเย่ มองไปที่ หลินฟาน และเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ผู้ป่วยก็ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนดังสนั่น ญาติผู้ป่วยเองก็ต่างเร่งเร้า อาจารย์เสี่ยวเย่ ก็ไม่มีเวลามาสนใจ หลินฟาน รีบมอบยาให้ผู้ป่วย พร้อมกับส่งน้ำไปให้

ผู้ป่วยไม่รอช้าเทผงยาเข้าปากแล้วดื่มน้ำเปล่าตาม

เมื่อดูผู้ป่วยกินยาเข้าไปแล้ว อาจารย์เสี่ยวเย่ ก็ได้เช็ดเหงื่อเย็นออกอย่างประหม่าเล็กน้อย จ้องมองผู้ป่วยอย่างตรงไปตรงมา เพื่อเฝ้าสังเกตปฏิกิริยาของผู้ป่วย

ผู้ป่วยที่กินยาเข้าไป อารมณ์เริ่มสงบลง และเขาได้หยุดส่งเสียงร้องแล้ว

หญิงวัยกลางคนก้าวไปข้างหน้า และกล่าวด้วยความเป็นกังวลว่า : “ที่รัก.. เป็นอย่างไรบ้าง?”

ชายผิวขาว พูดว่า : “ดูเหมือนผมจะไม่เจ็บขนาดนั้นแล้ว อ่า.. มันรู้สึกว่าตัวเองดีขึ้นแล้ว”

“จริงเหรอ เช่นนั้นก็ดีมาก!” คนผิวขาวหลายคนพากันดีใจขึ้นมา

เมื่อพวกแพทย์แผนจีนเฒ่าเห็นเช่นนี้แล้ว ต่างก็ชื่นชม อาจารย์เสี่ยวเย่ กันทันที แล้วพากันยกนิ้วให้

“อาจารย์เสี่ยวเย่ สมควรเป็น อาจารย์เสี่ยวเย่ จริงๆ และสมกับที่เป็นผู้สืบทอดที่แท้จริงของ อาจารย์เย่!”

“ฉันชื่นชมมาโดยตลอด แล้ววิธีการรักษาที่ดีเช่นนี้ก็สมกับเป็น อาจารย์เย่!”

“ครั้งนี้ อาจารย์เสี่ยวเย่ ทําให้แพทย์แผนจีนอย่างเราๆ สามารถลืมตาอ้าปากได้แล้ว!”

“เมื่อครั้งเรียกเงิน อาจารย์เสี่ยวเย่ ไม่ต้องเกรงใจเลย นี่คือสิ่งที่แพทย์แผนจีนอย่างเราๆ สมควรได้รับ!”

อาจารย์เสี่ยวเย่ เมื่อได้ยินคําชมของทุกคน ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกภูมิใจเล็กน้อย สิ่งนี้คือเขาไม่มั่นใจมาในก่อนหน้า ทั้งยังไม่ได้คาดหวังเลยว่าจะรักษาผู้ป่วยให้หายได้ แน่นอนว่านี่.. มันไม่เหมือนกับแมวตาบอดที่ไปเจอกับหนูที่ตายแล้ว และแน่นอนหากบุคคลใดไร้ความสามารถ ก็ย่อมปราศจาก โชค…

“ทุกคนชมกันเกินไปแล้ว แม่ของฉันมักจะสอนฉันว่า ฉันต้องกล้าหาญ และระมัดระวังในการฝึกแพทย์ และวันนี้คือข้อพิสูจน์ที่ดีที่สุด” อาจารย์เสี่ยวเย่ กล่าวออกมา และเขาเองก็ได้ถือโอกาสนี้ชมเชยแม่ของตัวเอง

พวกแพทย์แผนจีนเฒ่าพากันพยักหน้า แสดงความขอบคุณต่อคำสอน และพากันยกย่อง อาจารย์เสี่ยวเย่ อีกครั้ง

จากนั้น อาจารย์เสี่ยวเย่ จึงมีเวลามาสนใจ หลินฟาน เขาเงยหน้าขึ้นมองไปที่ หลินฟาน แล้วถามว่า : “น้องชายคนนี้ คุณคือ?”

หลินฟาน ที่กำลังจะพูด

แต่แล้ว.. พวกหมอจีนเฒ่าก็ดูเหมือนจะนึกถึง หลินฟาน แล้วพากันมองมา พร้อมกับกลอกตาใส่

“เด็กคนนี้เพิ่งพูดเรื่องไร้สาระ โชคดีที่ อาจารย์เสี่ยวเย่ ไม่ไปเชื่อฟังเขา”

“ไม่ใช่ว่า ถ้าไปฟังเขาแล้ว คงไม่รื้อทำลายป้ายสัญลักษณ์ของ อาจารย์เย่ ออกทั้งหมดเหรอ?”

“เด็กคนนี้มาเพื่อก่อกวนชัดๆ แล้วนี่เป็นใครมาจากไหนกันหะ?”

“ในไชน่าทาวน์ของเรา ดูเหมือนเราจะไม่เคยคนคนนี้เลย!”

หลินฟาน ยิ้มเล็กน้อย คําพูดเหล่านี้เขาไม่ได้เก็บมาใส่ใจ เขามาที่นี่ ก็ไม่ได้คิดว่าจะมาคุยกับคนอื่นๆ อยู่ก่อนแล้ว แล้วนับประสาอะไรกับคนเหล่านี้ ผิด ก็ย่อมว่าไปตามผิดเป็นธรรมดา และสุดท้าย.. ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ มันก็จะเข้าตบหน้าพวกเขาเอง

หลินฟาน มองไปที่ อาจารย์เสี่ยวเย่ และพูดว่า : “ผมมาที่นี่เพื่อมาคุยธุระบางอย่างกับคุณ แต่เรื่องของคุณยังไม่จบ ผมคิดว่าเราค่อยมาคุยเรื่องนี้กันในภายหลังท่าจะดีกว่าครับ”

อาจารย์เสี่ยวเย่ ก่อนอื่นคือเขา.. รู้สึกประหลาดใจ หลินฟาน มาพบเขาด้วยเรื่องอะไร? ประการที่สอง หลินฟานบอกว่าเรื่องของเขายังไม่จบ นี่มัน.. หมายความว่ายังไง?

“อ๊าากก!”

เป็นจังหวะนี้เองที่ชายผิวขาวได้กรีดร้องโหยหวนขึ้นมาอย่างกะทันหัน

แต่เดิมทุกคนคิดว่าเขามีอาการดีขึ้นแล้ว ครอบครัวของเขาเองก็ถึงกับเข้ามาช่วยประคองเขาขึ้น ตั้งใจจะย้ายเขาไปที่รถเข็น และพาเขาออกไป

อย่างไรก็ตาม ชายผิวขาว ยังไม่ทันได้ลุกขึ้นนั่ง จู่ๆ ก็กุมท้องตัวเอง และกรีดร้องออกมา สีหน้าของเขาได้ซีดราวกับกระดาษไปอีกครั้ง ในพริบตานั้น เหงื่อเย็นๆ ก็ไหลตกลงมา และเขาได้ล้มลง.. ไปทันที

“คุณหมอ นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” หญิงวัยกลางคนร้องอุทานขึ้นมา

อาจารย์เสี่ยวเย่ รีบเข้าไปตรวจสอบ เขาได้ใช้มือเข้าสำรวจท้องของชายผิวขาว แล้วจากนั้นจึงไปจับที่หน้าผากของชายผิวขาว

“ไม่ดี เขามีไข้ ทั้งอาการของเขาเหมือนจะแย่ลง!” อาจารย์เสี่ยวเย่ เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ ก็เหมือนกับว่าเขาสูญเสียคําพูดไป

อะไรนะ?

ทุกคนมองหน้ากัน เมื่อกี้เขา.. อาการดีขึ้นแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วเป็นแบบนี้ได้อย่างไร อยู่ดีๆ ไม่เพียงแต่ไม่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังแย่ลงด้วย?

“เกิดอะไรขึ้น นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?” หญิงวัยกลางคนผิวขาว ได้ถาม

อาจารย์เสี่ยวเย่ ได้มีเหงื่อเย็นๆ ไหลออกมาจากหน้าผาก และเขารีบเช็ดเหงื่อเย็นๆ ที่ว่า และกล่าวออกไปว่า : “นี่หมายความว่าหากไม่สามารถช่วยเขาลดไข้ได้ เขาอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ถ้าอุณหภูมิของร่างกายยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต่อให้ใช้วิธีใดก็คงไม่อาจ.. ไม่อาจช่วยชีวิตเขาได้แล้ว”

“ทําไมถึงเป็นเช่นนี้ คุณรีบหาวิธีช่วยเขาเร็ว!” หญิงวัยกลางคนได้พูดออกมาด้วยอารมณ์

อาจารย์เสี่ยวเย่ จึงเริ่มช่วยชีวิตเขา แต่เห็นได้ชัดว่าเขาล้มเหลว และเหงื่อเย็นบนหน้าผากของเขาก็ยิ่งมา ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ และอาการของชายผิวขาวดูทรุดลงอย่างรวดเร็วไปในอัตราที่น่ากลัว ซึ่งเกินความสามารถในการรักษาของเขา ..ไปอย่างสมบูรณ์ เขาได้แต่มองชายผิวขาว ‘ตาย’ ไปอย่าง …ช่วยอะไรไม่ได้เลย

พวกแพทย์แผนจีนเฒ่าที่อยู่ข้างๆ ต่างก็ตกตะลึงไปแล้ว เกิดอะไรขึ้น.. กับเขา?

“คุณ.. คุณเองเป็นหมอด้วยใช่ไหม? ฉันขอร้องคุณได้โปรดช่วยพี่ชายของฉันหน่อย ได้ไหม?”

หญิงสาวผิวขาวที่ดูอายุน้อยคนนั้น เธอได้เดินเข้ามาหา หลินฟาน ในเวลานี้ พร้อมกับเขย่าแขน หลินฟาน ไปด้วย

เธอที่เห็นว่า อาจารย์เสี่ยวเย่ ทําอะไรไม่ถูกแล้ว ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถคาดหวังได้อีกต่อไป แพทย์แผนจีนเฒ่าเหล่านี้ในที่เกิดเหตุก็เคยลองมาแล้ว ทั้งดูไม่มีใครเก่งในเรื่องนี้ได้ และคนเดียวในที่เกิดเหตุ มีเพียง หลินฟาน ชายหนุ่มที่ไม่ทราบที่มาคนนี้ ที่เพิ่งแก้ไขใบสั่งยาของ อาจารย์เสี่ยวเย่ และบางที เขา.. อาจจะช่วยได้จริงๆ

เมื่อเห็นว่าผู้หญิงผิวขาวคนนี้วิ่งมาขอร้อง หลินฟาน จริงๆ แพทย์แผนจีนเฒ่าต่างก็แอบส่ายศีรษะ นี่มันไม่ใช่เรื่องไร้สาระเหรอไง รั้นเสียแต่จะไปทำให้เรื่องมันวุ่นวายไปหมดมากกว่า

“ในความเห็นของฉัน.. และเท่าที่เห็นอยู่ตอนนี้ ควรรีบพาเขาไปโรงพยาบาลเพื่อช่วยชีวิตเขาก่อนเถอะ?” ชายวัยกลางคน ได้เสนอแนะออกมา และนี่ถือเป็นการกล่าวฉีกหน้า

คําพูดนี้พูดออกมาก็เท่ากับทำให้การแพทย์แผนจีนต้องเสียหน้าไปจริงๆ พวกเขากลุ่มแพทย์แผนจีนไม่เพียงแต่ไม่สามารถรักษาคนให้หายได้เท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้ป่วย ..อาจจะต้องเสียชีวิต เสร็จแล้วยังต้องการส่งเขาไปเข้ารับการช่วยเหลือที่โรงพยาบาลตะวันตก และนี่ไม่ใช่เท่ากับว่าเป็นการอับอายถึงบรรพบุรุษเลยหรือยังไง?

แต่ชีวิตคนๆ หนึ่งกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง ต่อให้อับอายยังไงพวกเขาก็จ่ายไม่ไหว ถ้าหากเกิดบุคคลนี้ตายที่นี่จริงๆ พวกเขาก็มีแต่จะยิ่งเสียหน้ามากขึ้น

สิ่งที่เลวร้ายที่สุด คือ ร้าน อาจารย์เย่ นาทีนี้ก็อาจจะต้องปิดตัวลง และอาจจะต้องโดนเอาผิดทางกฎหมาย

“มันสายไปแล้ว หากส่งไปโรงพยาบาล เกรงว่าเขาคงจะตายไปในระหว่างทาง เนื่องจากทางครอบครัวได้ขอร้องผม ผมก็จะลองดูให้ได้ครับ” หลินฟาน พูดเป็นภาษาอังกฤษ พูดพลางก็ได้เดินไปที่เตียงของผู้ป่วย

ชั่วขณะหนึ่ง ทุกคนก็มองไปที่ หลินฟาน เด็กคนนี้กําลังจะลงมือแล้ว.. แต่คุณแน่ใจหรือว่า เขาจะทําได้จริงๆ?

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด