ตอนที่แล้วยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 701 ทิ้งไว้ก็เสียเปล่า(ฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 703 มือสังหารจากเมืองซวนหยู่ (ฟรี)

ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 702 สุสานจากยุคจักรพรรดิปีศาจ(ฟรี)


ด้วยทรัพยากรที่มากมาย ซู่เสี่ยวไป่จึงเพิ่มระดับระบบอย่างต่อเนื่อง

ระบบนั้นมีความสำคัญกับทุกอย่าง และสำคัญที่สุด เขาคงมาไม่ถึงจุดนี้ หากไม่ได้เพราะระบบช่วยเหลือไม่มีทางที่เขาจะเผชิญหน้ากับผู้ทรงพลังคนใดทั้งสิ้น

“-เพิ่มระดับระบบสำเร็จ-”

“-มีดทมิฬได้รับการเลื่อนขั้นกลายเป็นอาวุธสะทือนโลกา พลังของมีดทมิฬขึ้นอยู่กับจำนวนเงาในการสร้าง-”

หรือจะอธิบายอีกอย่างหนึ่งก็คือ มีดทมิฬในตอนนี้มีพลังมากกว่าอาวุธสะเทือนโลกาถึงสิบเท่า และสามารถที่จะรับมือกับเขตแดนปฐมตำนานได้!!

แล้วมีดทมิฬไม่ได้ใช้ได้แค่ร่างต้นเท่านั้น มันยังถูกเรียกใช้โดยร่างเงาได้ด้วย และมีพลังที่ไม่ต่างจากร่างจริงใช้งาน หากร่างเงาใดที่ถือมันก็พร้อมที่จะทำลายล้างทุกอย่าง

การดูดกลืนสิ่งมีชีวิตพลังงานในจักรวรรดิฉีเย่นั้นเกินคาดกว่าที่ซู่เสี่ยวไป่คิด

ไม่นานกองกำลังมากมายจากจักรวรรดิระดับสูงก็มายังจักรวรรดิฉีเย่เมื่อรู้ว่ามีคนรุกล้ำเขตแดนเข้ามาในพื้นที่ชุนเจียง

จักรวรรดิฉีเย่นั้นตั้งอยู่ในพื้นที่ชุนเจียง ที่เหมือนกับพื้นที่ดวงดาวทางเหนือในอาณาเขตแห่งนี้จะมีจักรวรรดิระดับสูงรวมตัวกันอยู่ และชิงฮวงก็ได้ให้ความสำคัญกับพื้นที่นี้มากเป็นพิเศษ

โดยปกติทั่วไปแล้วการบุกโจมตีจักรวรรดิในพื้นที่ชุนเจียงนั้นเป็นเรื่องใหญ่ เทียบได้กับการโจมตีทุกจักรวรรดิในชุนเจียง

ดังนั้นกำลังเสริมที่มาถึงต่างคิดว่าศัตรูนั้นอยู่ในเขตแดนที่เหนือกว่าจ้าวภัยพิบัติ และเป็นกังวลอย่างมากหากต้องเผชิญหน้าด้วย แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมาถึงจักรวรรดิฉีเย่ พวกเขาเห็นว่าทุกหนแห่งมีจ้าวภัยพิบัติขั้น 10 อยู่เต็มไปหมด

“แค่นี้ทำให้เจ้าปกครองฉีเย่นั้นถึงกับ ควบคุมไม่อยู่เลยงั้นหรอ”

“เป็นถึงสัญญาณขอความช่วยเหลือสูงสุด แต่ไม่คิดว่าแค่นี้ถึงกับต้องขอความช่วยเหลือ”

ตัวตนที่แข็งแกร่งที่เดินทางมาช่วยเหลือ ต่างไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมจ้าวภัยพิบัติที่เก่งกาจอย่างเจ้าปกครองฉีเย่นั้นถึงไม่สามารถจัดการเรื่องเพียงแค่นี้ได้ มันไม่สมเหตุสมผลเลย

แต่ในไม่ช้าพวกเขาก็เริ่มเข้าใจว่าเหตุใดถึงเป็นแบบนี้ เพราะว่าเงาพวกนี้รับมือยากเกินไป

มีตัวตนที่แข็งแกร่งคนหนึ่งที่มั่นใจในฝีมือพุ่งเข้าไปในกลุ่มร่างเงา แล้วร่างเงาทั้งหมดก็ระเบิดพลีชีพทันที และเปลี่ยนทุกอย่างรอบๆ ให้กลายเป็นเถ้าธุลี

กำลังเสริมที่มาเห็นภาพนี้ก็ต่างสยดสยองและเข้าใจแล้วว่าทำไมจ้าวปกครองฉีเย่ถึงคุมสถานการณ์ไม่อยู่

ในฐานะผู้ทรงพลังเหมือนกัน พวกเขาต่างมองดูจ้าวปกครองฉีเย่โดยที่ไม่คิดจะช่วยแม้แต่น้อย และจักรวรรดิฉีเย่เองก็ไม่กล้าที่จะบอกเรื่องนี้กับชิงฮวง และต้องจัดการด้วยตัวเอง

แต่สถานการณ์กลับเลวร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ จนไม่อาจจะปิดไว้ได้อีกแล้ว

ที่อีกด้านหนึ่งซู่เสี่ยวไป่มองเหล่าร่างเงาของเขาโจมตีอย่างสนุกสนาน และเริ่มสำรวจดินแดนแห่งนี้ไปพร้อมกัน

หลังจากพวกของเซิงหยางจากไปเพื่อตามหาดินแแดนใหม่ ซู่เสี่ยวไป่ก็ไม่เคยติดต่ออะไรอีกเลยหรือแม้แต่จะสอบถาม

แล้วจักรวรรดิระดับสูงที่ยังอยู่ในพื้นที่ดวงดาวทางเหนือที่ไม่ได้แข็งแกร่งพอจะหลบหนีก็ได้แต่รวบรวมทุกอย่างที่จะหาได้

ตามแนวชายแดนในพื้นที่พิเศษนั้นซู่เสี่ยวไป่ก็ยังเห็นจักรวรรดิระดับสูงที่เหลือในดวงดาวทางเหนือต่อสู้เพื่อแย่งชิงพื้นที่กันอยู่

ทุกวันนี้พวกเขาไม่ต้องปกปิดความต้องการหรือเกรงใจใครอีกแล้ว ด้วยความปรารถนาที่ต้องการจะอยู่รอดและแข็งแกร่งขึ้น ต้องเก็บรวบรวมทุกอย่าง

และเมื่อซู่เสี่ยวไป่ลงมือไม่มีจ้าวปกครองคนไหนกล้าท้าทาย และไม่มีทางเลือกนอกจากยอมจำนนแต่โดยดี ดีกว่าที่จะเจอความเกรี้ยวกราดของจ้าวหนึ่งปฐพีคนนี้

“เจ้าพวกนี้สู้กันเอาเป็นเอาตายกันเพื่อแย่งอะไรกันในที่แห่งนี้?”

ซู่เสี่ยวไป่เมื่อยึดพื้นที่พิเศษนี้ได้ เขาก็มองสำรวจรอบๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ดินแดนแห่งนี้เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่พอๆ กับอาณาจักรหนึ่งปฐพีของเขาได้ แต่ทุกอย่างนั้นรกร้างและพังพินาศไปหมด ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลากี่ปีกว่าจะฟื้นฟูกลับมา

ซู่เสี่ยวไป่เมื่อก้าวเท้าลงบนดินแดนเขาก็ได้ใช้พลังจิตวิญญาณแผ่กระจายออกไปสัมผัสกับทุกสิ่งที่อยู่ในดินแดนแห่งนี้ แต่เมื่อตรวจสอบลึกเข้าไปมากเท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกขนลุกมากขึ้นเท่านั้น ทำให้รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก

ในไม่ช้า ซู่เสี่ยวไป่ก็เจอสิ่งที่ทำให้เขาไม่สบายใจ

ภายใต้ดินแดนแห่งนี้มีร่างของผู้ฝึกตนเขตแดนภัยพิบัติถูกฝังอยู่นับไม่ถ้วน!

พวกเขาไม่มีแม้แต่ป้ายหลุมศพ มีเพียงก้อนหินตั้งโดดเดี่ยวอยู่บนซากศพของพวกเขา มีตั้งแต่ศพของจ้าวภัยพิบัติขั้น 10 จนไปถึง มหาจ้าวภัยพิบัติ มูลค่าศพพวกนี้คงมากถึงล้านผลึกต้นกำเนิด

และเมื่อลองคิดดูว่ามันจะมีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้ตัวตนเหล่านี้ล้มตายก็ทำให้รู้สึกขนลุกแล้ว

“ที่นี่มัน….สุสานชัดๆ”

ซู่เสี่ยวไป่ถึงกับถอนหายใจ เมื่อตรวจสอบอีกครั้งพบว่าตัวตนเหล่านี้เป็นจ้าวภัยพิบัติอาวุโสที่ตายไปหลายยุคแล้ว

แล้วหากซู่เสี่ยวไป่สัมผัสไม่ผิดเพี้ยนกลิ่นไอของซากพวกนี้มาจากยุคเดียวกับยุคโบราณที่จักรพรรดิปีศาจยังอยู่ เขาคิดแล้วว่าในยุคสมัยนั้นคงวุ่นวายอย่างมาก ทำให้ผู้แข็งแกร่งล้มตายมากถึงขนาดนี้

ซู่เสี่ยวไป่เดินท่ามกลางดินแดนอย่างโดดเดี่ยว เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอแห่งความตาย และกระแสพลังที่ผันผวนอย่างมาก แม้แต่สายธารแห่งกาลเวลาที่ทอดยาวในดินแดนแห่งนี้ ก็ไหลช้ามาก มิติและกาลเวลาในดินแดนแห่งนี้นั้นเป็นที่พักของจ้าวภัยพิบัติที่จากไปในการต่อสู้

ต้องบอกเลยว่าสิ่งที่อยู่ใต้ผืนแผ่นดินแห่งนี้มากมายจริงๆ แม้ว่าซู่เสี่ยวไป่ยังสัมผัสได้ไม่หมด แต่เขาก็มั่นใจว่ายังมีอีกหลายอย่างที่ยังไม่ถูกค้นพบ

“-ติ๊ง!! ตรวจพบวิชาระดับภัยพิบัติเริ่มทำการเรียนรู้-”

“-ติ๊ง!! ตรวจพบวิชาระดับภัยพิบัติเริ่มทำการเรียนรู้-”

“-ติ๊ง!! ตรวจพบวิชาระดับภัยพิบัติเริ่มทำการเรียนรู้-”

ซู่เสี่ยวไป่หยุดชะงัก เมื่ออยู่ๆ ระบบก็แจ้งเตือนขึ้นมาเองแบบนี้

วิชาผู้แข็งแกร่งที่ล้มตายในสถานที่แห่งนี้ยังคงติดอยู่ในร่างของพวกเขา และไม่ได้สูญสลายไปตามกาลเวลา แม้ว่ายังไม่ได้ดูดกลืนร่างเหล่านี้ก็ตาม ระบบก็ยังสามารถซึมซับวิชาเหล่านี้ได้เอง

ซู่เสี่ยวไป่นั้นมั่นใจแล้วว่าวิชาที่ตัวตนเหล่านี้บรรลุนั้นทรงพลังขนาดไหน หากว่าเขาสามารถเรียนรู้และฝึกฝนวิชาเหล่านี้ได้มันจะยิ่งเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเขาได้มากยิ่งขึ้นไปอีก

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด