ตอนที่แล้วนักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 27
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปนักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 29

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 28


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 28

ดาบฝึกซ้อมของมาร์ธาฟันผ่านอากาศอันบริสุทธิ์ ลำดับการโจมตีที่เฉียบคมทว่าลื่นไหล มันเป็นส่วนหนึ่งของวิชาดาบพื้นฐานของซีกฮาร์ทที่เรียกว่า 'ดาบผสมผสาน'

ฟรึ่บ!

เธอฟันดาบของเธอออกไปอย่างดุเดือดราวกับว่าเธออยู่กลางสนามรบ  ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งกับเธอเพราะจิตวิญญาณอันแรงกล้าที่เธอปล่อยออกมา

ฟรึ่บ!

เธอได้ยินเสียงฟันดาบคล้ายๆกันกับของเธอมาจากด้านขวา นั่นมาจากเด็กผู้ชายที่มีผมสีทองและดวงตาสีแดง เป็นราอนนั่นเอง

ดาบฝึกทื่อๆ ของเขากำลังใช้กระบวนท่า'ดาบผสมผสาน'เช่นเดียวกันกับมาร์ธา

เธอเคยนำหน้าเขาไปไกล แต่ในวันนี้เขาตามเธอมาทันแล้ว

อย่างไรก็ตาม มาร์ธาไม่ได้แสดงอาการกระวนกระวายหรือกังวลออกมาเลยแม้แต่น้อย

เธอกลับปรบมือให้กับราอนด้วยรอยยิ้ม

“ทำได้ดีนี่”

มาร์ธาจัดผมยุ่งๆ ของเธอและวางดาบฝึกซ้อมของเธอลง

“แกเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ได้รวดเร็วจนเกินกว่าคำว่า 'อัจฉริยะ' เสียอีก แต่ว่านะ…”

เธอม้วนผมของเธอเล่นในขณะที่พูด

“ประสาทสัมผัสด้านมานาที่ดาษดื่นของแกมัน… เหอะ! น่าเสียดายแทนความสามารถพวกนั้นของแกจริงๆ เลย ตอนนี้ฉันไม่ได้อิจฉาแกเลยสักนิด”

เสียงของมาร์ธาดังมาก เด็กๆ ทุกคนได้ยินคำพูดเธอของเธอทั้งหมด แต่ไม่มีใครออกตัวทำอะไร

“จะดีกว่านี้นะถ้าแกมีพรสวรรค์ด้านออร่าและศิลปะการต่อสู้อย่างละครึ่ง สิ่งที่ดีที่สุดที่แกสามารถเป็นได้ก็คงเป็นแค่อาจารย์สอนวิชาดาบ”

ไม่ว่าจะเป็นเด็กๆ ที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากราอน, เบอร์เรน, ริมเมอร์ หรืออาจารย์คนอื่นๆ ก็ต่างก็นิ่งเงียบ

'คงไม่มีใครเสนอหน้าเข้ามาปกป้องมันอยู่แล้ว'

มาร์ธาเย้ยหยันราอนหนักขึ้น

'ใครจะไปคิดว่าจะมีไอ้โง่คนหนึ่งที่ไม่มีออร่าเลย แม้จะผ่านการฝึกฝนไปตั้งสี่เดือนแล้วก็ตามล่ะ'

เป็นเวลากว่าสี่เดือนแล้วที่มีการฝึกฝนออร่าเข้ามา แต่ราอนยังคงไม่สามารถรวบรวมออร่าได้ ศูนย์พลังงานของเขาก็ยังคงว่างเปล่า

'ตอนแรกฉันก็กลัวแทบตาย'

เธอเคยประหลาดใจอย่างมากที่ได้เห็นราอนพัฒนาอย่างรวดเร็ว

เธอนอนไม่หลับด้วยซ้ำเพราะพรสวรรค์อันน่าสะพรึงกลัวนั้นกำลังไล่ตามเธอมา เธอไม่สามารถขจัดความกลัวนั้นได้แม้จะฝึกฝนตั้งแต่รุ่งสางจนถึงก่อนนอน

ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปหลังจากได้ยินสิ่งที่คาเมลบอกกับเธอ

'มันก็ยังมีจุดอ่อนอยู่ดีนั่นแหละ'

นี่แสดงให้เห็นว่าเรื่องที่ราอนมีประสาทสัมผัสด้านมานาที่เลวร้ายที่สุดในพิธีทดสอบเป็นเรื่องจริง

จะไปมีประโยชน์อะไรกับการที่เรียนวิชาดาบและเทคนิคกำปั้นได้อย่างยอดเยี่ยม ในเมื่อเขาไม่มีพลังที่จะพัฒนาท่าทางพวกนั้นให้ดีขึ้น

“หึ!”

ราอนยังคงกวัดแกว่งดาบของเขาในขณะที่เหงื่ออาบท่วม มาร์ธาหัวเราะเยาะกับท่าทีเหล่านั้น

'เขาไม่คู่ควรให้ฉันสนใจซะด้วยซ้ำ'

เธอเคยคิดว่าเขาเป็นภัยคุกคาม แต่นั่นไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว เอาราอนไปเทียบกับดอเรียนจอมขลาดยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเบอร์เรนหรือรูนัน

แต่ว่าความจริงที่ว่าเธอเคยถูกราอนสวนกลับการโจมตียังคงฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของเธอ

'ตอนนี้ก็ถึงเวลาจะลืมๆมันไปได้แล้ว เขาคงไม่เหมาะในการดวลกับฉันโดยใช้ออร่า'

มาร์ธาหันกลับมาด้วยรอยยิ้มสบายๆ

“หือ?”

รูนัน ซัลเลียน ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าว่างเปล่า

“ออกไป”

“เธอจะพูดแค่นี้เหรอไงยะ?”

“ออกไป”

“ต่อให้เธอไม่บอกฉันก็จะไปอยู่แล้วน่า! ฉันจะต้องไปฝึกในระดับที่สูงกว่านี้”

เธอโบกมือเบาๆ แล้วออกจากสนามฝึก

ฟรึ่บ!

ไม่ว่ามาร์ธาจะเยาะเย้ยเขามากแค่ไหน แต่ราอนก็ไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆ ออกมา เขายังคงกวัดแกว่งดาบในขณะที่มีไอเย็นพ่นออกมาจากปากของเขา

ดาบเป็นสิ่งเดียวที่สะท้อนอยู่ในรูม่านตาสีแดงของเขาตอนนี้

***

ราอนมองไปรอบๆ โรงฝึกในร่มหลังจากเสร็จสิ้นการฝึกซ้อมในตอนกลางคืน

'ทุกคนไปกันหมดแล้วเหรอ?'

วันพรุ่งนี้เป็นวันหยุด ทุกคนจึงกลับบ้านไปแล้ว ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในสนามฝึกซ้อมเลย

“ฮู่ว…”

ราอนหายใจอย่างโล่งอกและวางดาบลง เขามุ่งความสนใจไปที่วิชาดาบและการใช้'วงแหวนแห่งไฟ' เขาจึงไม่รู้ตัวว่าดวงอาทิตย์ได้ล่วงลับไปแล้ว

ความจดจ่อของเขาอยู่ในระดับเดียวกับการเตรียมการก่อนการลอบสังหาร การรวบรวมสมาธิในระหว่างการฝึกฝนมักเป็นเรื่องยากเสมอ

'ทักษะดาบของฉันดีขึ้นมากเลย'

ความก้าวหน้าของเขาใน'ดาบผสมผสาน'นั้นสูงขึ้นมาก ดูเหมือนว่ามันจะพร้อมใช้งานได้จริงในไม่ช้า

ในที่สุดเจ้าก็ได้รู้สึกตัวได้เสียที!!

ในขณะที่เขารู้สึกพึงพอใจกับการฝึกของเขา เสียงโกรธเคืองของราธก็ดังขึ้น

เจ้ามันน่าสมเพชจริงๆ เจ้าอยู่เฉยๆปล่อยให้นังเด็กผู้หญิงนั่นมาพูดจาดูถูกเยาะเย้ยเจ้าอยู่ได้ตั้งนาน!

'เยาะเย้ย?'

ใช่! เด็กผู้หญิงผมสีดำไง!

'โอ๊ะ! จริงดิ?'

ราออนยิ้มเยาะ  เขาไม่รู้ว่ามาร์ธาเข้ามาพูดกับเขา เขากำลังจดจ่อกับการฝึกฝนมากเกินไป

ถ้าเธอมาพูดแบบนี้กับราชาแห่งแก่นแท้ ข้าจะแช่แข็งแล้วตัดเธอออกเป็นชิ้นๆเลย!

'ฉันบอกแกไปแล้วนี่ ปะทะกับเธอตอนนี้ไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา'

เขาจะไม่ได้อะไรเลยจากการยอมต่อสู้กับเธอในตอนนี้

การเผชิญหน้ากันในภายหลังจะดีกว่ามาก โดยการใช้ตำแหน่งของผู้ฝึกฝนอันดับที่หนึ่งเป็นเดิมพันเพื่อรางวัลบางอย่าง อย่างเช่น ยาอมฤตหรือตำราศิลปะการต่อสู้

'ยังไงฉันก็เอาชนะเธอได้อยู่แล้วล่ะ'

แม้ว่าเขาจะยังไม่สามารถเรียนรู้'หมื่นเปลวเพลิง'ได้ แต่มันก็เป็นเรื่องง่ายที่จะเอาชนะเด็กอ่อนหัดอย่างมาร์ธา เวลาที่เหมาะสมจะสู้กันก็คงจะเป็นหลังจากที่เธอหาสมบัติอันล้ำค่าของเธอเจอแล้ว

'ตอนนี้ฉันควรจะกลับได้แล้ว…'

ขณะที่ราอนกำลังจะปิดไฟในสนามฝึกซ้อม เขาก็ได้ยินเสียงก้าวเดินอันแผ่วเบามาจากทางประตู

เป็นก้าวเล็กๆและแผ่วเบา นั่นเป็นของรูนันไม่ผิดแน่ เขาคุ้นเคยกับการได้ยินมันทุกวัน

เมื่อเขาหันไปก็เจอรูนันยืนอยู่ตรงนั้นด้วยดวงตาเป็นประกายแทนที่จะเป็นสีหน้าเรียบเฉยตามปกติของเธอ

“นี่”

เธอยื่นมือที่เธอซ่อนไว้ข้างหลังออกมา  บนมือของเธอมีกล่องใบหนึ่ง ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าก้อนอิฐเพียงนิดเดียว

“นี่คืออะไรเหรอ?”

ไม่มีการตอบกลับ รูนันเปิดฝากล่องออกแทน ไอน้ำเย็นๆ ลอยขึ้นมาจากกล่อง ปรากฏเป็นก้อนกลมๆ ขนาดเท่านิ้วโป้ง

“เอ่อ…”

ราอนมองสลับไปมาระหว่างลูกกลมๆ ในกล่องกับดวงตาสีม่วงของรูนัน

“เอามาให้ฉันเหรอ?”

“อืม”

รูนันพยักหน้าและวางก้อนกลมๆ ไว้ในมือของราอน  เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นที่ทำให้รู้สึกสบายใจบนฝ่ามือของเขา

“กินสิ”

เธอพูดแล้วปิดฝากล่อง

“มันคืออะไรน่ะ?”

ราอนไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร แต่ที่แน่ๆ มันคือของมีค่าเพราะมันถูกเก็บไว้ในกล่องที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง

“อืม…”

จากสิ่งที่เขาเรียนรู้มาในฐานะนักฆ่าแล้ว เขาไม่ควรกินมันเลย  แต่ดวงตาของรูนันก็เต็มไปด้วยการอ้อนวอน มือของเขาจึงขยับไปเอง

“เอ่อ…”

* * *

* * *

เธอคงไม่มีทางยื่นอะไรที่ไม่ดีให้เขาหรอกน่า

เขาหลับตาและเอาลูกกลมๆ อันนั้นยัดเข้าปาก  มันละลายทันทีที่สัมผัสกับลิ้นของเขา รสชาติที่เย็นและหวานเหมือนช็อกโกแลตแช่แข็งก็กระจายไปทั่วปากของเขา

“อ๊ะ?”

เขาประหลาดใจกับรสชาติที่หวานและเย็น

มีรสชาติแบบนี้มีด้วยรึ! มันเป็นความหวานที่ราชาแห่งแก่นแท้ไม่เคยได้ลิ้มลองมาก่อนแม้แต่ในแดนปีศาจ!  มันเป็นความเย็นที่ทำให้รสชาติหวานขึ้น? เอามา! เอามาอีก! ข้าอยากกินอีก!

เพราะประสาทสัมผัสของพวกเขาเชื่อมต่อกัน ราธยังคงกระโดดขึ้นและลงหลังจากได้กินไอศกรีม

'อยู่เฉยๆน่า'

ราธกระพือปีกเตรียมบินเหมือนผีเสื้อ ราอนก็ผลักเขาออกไปด้วยศอก

“เป็นยังไง?”

“มัน… มันอร่อย”

“นั่นคือไอศกรีม…”

รูนันพยักหน้าและหันหลังกลับ แล้วเธอก็ออกจากสนามฝึกไปทั้งแบบนั้น

“ฮะ? เฮ้!”

แม้ว่าเขาจะตะโกนเรียก แต่เธอก็ไม่หันกลับมามอง

... เป็นผู้หญิงที่แปลกจริงๆ ….มันจะดีกว่านี้ถ้าเธอให้ฉันอีกอันหนึ่ง

'หรือว่าเธอเป็นห่วงฉันงั้นเหรอ?'

ดูเหมือนว่าเธอให้เม็ดไอศครีมแก่เขาเพราะเธอเป็นห่วงที่เขาถูกมาร์ธาหัวเราะเยาะต่อหน้าทุกคน

เขาเคยกินไอศกรีมมาบ้าง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้กินไอศกรีมในรูปแบบและรสชาติแบบนั้น

ดูจากขนาดของกล่องแล้ว มันน่าจะเคยมีเม็ดไอศกรีมอยู่สี่เม็ด และเธอให้เม็ดสุดท้ายแก่เขา

'นี่เธอให้ชิ้นสุดท้ายกับฉัน…?'

เป็นไปตามประสาเด็กๆ รูนันชอบอาหารรสหวานอย่างแน่นอน

ในเมื่อของหวานชิ้นสุดท้ายสำคัญเสมอ ดังนั้นการให้ไอศกรีมแก่เขาคงเป็นการตัดสินใจที่ยากมาก

เขาสามารถจินตนาการภาพที่รูนันกำลังลังเลที่จะเก็บขนมในมือของเธอไว้กินเอง

“โอ้โห…”

ราอนหลุดขำ เขารู้สึกเสียใจขึ้นมาเลยที่ทำให้เด็กคนนั้นเป็นห่วงเขา

'แต่ฉันไม่ได้เป็นอะไรเลยสักนิด…'

ใช่

เป้าหมายของเขาอยู่สูงและยากเกินกว่าใครๆ 'หมื่นเปลวเพลิง'ก็เป็นหนึ่งในแนวทางที่จะช่วยให้เขาเดินบนเส้นทางของเขาได้ง่ายขึ้น

ไม่มีทางที่พลังที่เก่งกาจเช่นนั้นจะให้ความแข็งแกร่งแก่เขาโดยง่าย เขาต้องอดทนต่อไป

'เดี่ยวฉันค่อยตอบแทนเธอละกันนะ'

ราอนยิ้มอย่างอ่อนโยนและออกจากสนามฝึก  ก้าวเดินที่ควรจะเหนื่อยล้าของเขากลายเป็นเบาราวกับขนนก

***

“โอ้พระเจ้า!  คุณชายราอน!”

เมื่อราอนเปิดประตูอาคารรองและเข้าไป เฮเลนซึ่งยืนอยู่ที่ทางเข้าพอดีก็เดินเข้ามาหาเขาด้วยดวงตากลมโต

“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”

“ราอนมาแล้วเหรอ!?”

ซิลเวียที่ได้ยินเสียงของเฮเลนก็รีบเปิดประตูแล้ววิ่งมาหาราอนเพื่อสวมกอดเขา

“นานเท่าไหร่แล้วเนี่ย!  ลูกไม่ได้กลับมาตั้งเกือบเดือน!”

“เราพึ่งเจอกันไปเมื่ออาทิตย์ก่อนเอง…”

ราอนพยายามผละออก ผู้ปกครองสามารถมาเยี่ยมผู้เข้ารับการฝึกฝนในช่วงสุดสัปดาห์ได้ ซิลเวียจึงมาหาเขาทุกสัปดาห์

“มันไม่เหมือนกันซะหน่อย!”

ซิลเวียส่ายหัวของเธอ

“ลูกยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม? แม่จะเตรียมอาหารให้เอง เฮเลน!”

“ได้โปรดรอสักครู่นะคะคุณชาย”

ซิลเวียรีบวิ่งไปที่ครัวพร้อมกับสาวใช้ จากกลิ่นแล้ว ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังเตรียมซุปเนื้อตุ๋น

เขาจะบอกยังไงดีล่ะ

มันยากที่จะอธิบายออกมาเป็นคำพูด แต่เขารู้สึกสบายใจทุกครั้งที่ได้มาที่อาคารรอง บางทีที่นี่อาจจะเป็น’บ้าน’ของเขาจริงๆ เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยมีมาก่อนในชาติที่แล้ว

“เร็วเข้า!  ราอนคงจะหิวแล้วแน่เลย!”

“ดิฉันทราบค่ะ!  แต่ว่าวัตถุดิบตอนนี้…”

“ใส่ทุกอย่างที่เหลืออยู่ลงไปเลย!”

ราอนเดินไปเข้าห้องน้ำ เขายังได้ยินเสียงที่เป็นมิตรดังมาจากห้องทำอาหาร

***

รุ่งอรุณวันต่อมา ในห้องของราอน จูเดียลกำลังคุกเข่าก้มศีรษะแนบพื้น

ราอนนั่งอยู่บนเตียงและเคาะแผ่นกระดาษในมือ มันเป็นกระดาษแบบเดียวกับกระดาษแสงจันทร์ที่เขาเจอที่ทะเลสาบในครั้งก่อน

“เงยหน้าขึ้น”

ด้วยน้ำเสียงที่สง่าผ่าเผย จูเดียลตัวสั่นและเงยหน้าขึ้นตามคำสั่ง

“มีคำสั่งเพิ่มเติมจากศูนย์บัญชาการกองทัพบ้างไหม?”

“ไม่นะคะ ไม่ได้มีอะไรที่พิเศษค่ะ เคยมีคำสั่งที่ให้ตรวจสอบคุณชายให้ละเอียดมากขึ้นเพราะคุณชายเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะยกเลิกไปแล้วเพราะคุณชายไม่สามารถพัฒนาออร่าได้ค่ะ”

“แค่นั้นเองเหรอ?”

ราออนแสยะยิ้ม ออร่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับนักรบ ดูเหมือนเขาคงไม่สำคัญอีกต่อไปในสายตาของพวกเขา ในเมื่อเขาไม่มีพรสวรรค์ในเรื่องนี้

“แล้วเรื่องท่านแม่ล่ะ?”

“เหมือนว่าพวกเขาจะสนใจคุณหญิงซิลเวียน้อยลงเช่นกัน มีความเป็นไปได้ที่ดิฉันจะถูกเรียกตัวกลับในเร็วๆนี้ค่ะ”

บางคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องดีที่เธอถูกเรียกตัวกลับ แต่นั่นไม่ใช่สำหรับเขาเลย

'ฉันจะใช้งานเธอไม่ได้อีกต่อไป'

เขาทำให้จูเดียลกลายเป็นสายลับสองหน้าแล้ว เขาไม่ควรจะปล่อยเธอไปแบบง่ายๆ

“คือ… คือว่าคุณชายจงใจหลีกเลี่ยงการปลูกฝังออร่าหรือเปล่าคะ…”

จูเดียลปากสั่น

“ก็อาจจะเป็นงั้นมั้ง”

แทนที่จะตอบคำถาม ราอนกลับยิ้ม  ทำให้จูเดียลต้องกลืนน้ำลายลงคอ

ความหวาดกลัวในวันนั้นยังคงครอบงำเธออยู่

“ขอบใจสำหรับการรายงาน ไปได้แล้ว”

“ค่ะ?! ค่ะ!”

จูเดียลลุกขึ้นยืนพร้อมกับร่างกายที่สั่นเทา เธอรีบเปิดประตูและเดินออกไปด้วยความดีใจที่เธอจะไม่ต้องทนเจ็บปวดและหวาดกลัวอีกต่อไป

แล้วพวกมันก็จะเชื่อว่าเจ้าไม่ได้สนใจเรียนรู้ออร่าสินะ

'การใช้บรรยากาศและสถานการณ์ให้เป็นประโยชน์ก็เป็นจุดแข็งของฉันเหมือนกันแหละน่ะ'

ราอนเคาะราธที่อยู่บนข้อมือของเขา  ปล่อยจูเดียลที่เข้าใจผิดไปเองเพราะความหวาดกลัวที่มีต่อเขา

ช่างน่าสมเพชเหลือเกิน จะเรียกใช้ออร่าก็เรียกยังไม่ได้  ราชาแห่งแก่นแท้สามารถใช้เวทมนตร์หรือศิลปะการต่อสู้ใดๆ ก็ได้ด้วยการเรียนรู้เพียงชั่วพริบตา

'ฉันมันน่าสมเพชจริงๆเล้ย…เฮ้อ’

ราอนตอบกลับอย่างติดตลกและออกจากห้องไป  เขาก็ไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไรสักเท่าไหร่ เขาสามารถหัวเราะเยาะให้การดูถูกเหยียดหยามของราธได้

“หืม…”

เขากำลังจะเข้าไปที่สวนเพื่อเริ่มการฝึกฝนในช่วงกลางวัน แต่ก็มีชายคนหนึ่งมุ่งหน้ามาหาเขา เป็นเอลฟ์ชายผมสีแดงที่มาพร้อมกับสายลม นั่นคือริมเมอร์

“อาจารย์?”

“หลับสบายดีไหม?”

ริมเมอร์ยกมือปัดผมที่รกรุงรังของเขาตามปกติ

“ทำไมอาจารย์ถึงมาที่นี่ตอนนี้?”

“ตอนนั้นฉันไม่รักษาสัญญาเองแหละ! ฉันรู้สึกแย่เกี่ยวกับเรื่องนั้นมากๆเลย ดังนั้นฉันเลยคิดว่าฉันจะมาช่วยเธอสักหน่อย”

“สัญญาอะไรนะครับ?”

“ก็ที่ฉันชิ่งหนีไปหลังจากที่สัญญาว่าจะสอน'หมัดผงาดขั้นสูง'ให้เธอไง”

“อ๋อ!”

“ตอนนี้มันคงสอนไม่ได้แล้ว งั้นฉันจะสอนอย่างอื่นให้เธอแทนละกัน”

เขายกยิ้มและดีดนิ้ว ลมสีเขียวเข้มพุ่งขึ้นจากปลายนิ้วเรียวยาวของเขา

“ฉันจะสอนเธอเกี่ยวกับคุณสมบัติ!”

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด