ตอนที่แล้วตอนที่ 28 พื้นที่ต้องห้าม
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 30 กายาแผ่นดินสิบก้าว

ตอนที่ 29 ความวุ่นวายภายนอก


“ฮึๆๆ นายท่าน! มีปีศาจระดับเก้าอยู่ข้างล่างพวกเราด้วย ท่านเริ่มฆ่าพวกมันได้เลย”

ไป๋ซู่เจินหัวเราะเบาๆ หลังจากนั้นพาซู่เฮาเที่ยนไปที่ด้านล่างของภูเขาทันที

โบร๋ววว!

ทันทีที่ซู่เฮาเที่ยนและไป๋ซู่เจินลงมานั้น พวกเขาทั้งคู่เห็นหมาป่าสีเทาออกมาจากป่าทึบโดยที่ดวงตาของหมาป่าตัวนั้นเต็มไปด้วยความกระหายเลือด

"ฮึๆ ปีศาจหมาป่างั้นรึ ดูเหมือนว่ามันเหมาะที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของท่านในตอนนี้มากเลยล่ะ"

ดวงตาของซู่เฮาเที่ยนนั้นแสดงความตื่นเต้นออกมา หลังจากนั้นเขาก็ก้าวออกไปข้างหน้าสองสามก้าวแล้วยื่นนิ้วก้อยเล็กๆ ที่มือซ้ายของเขาขึ้นแล้วพูดว่า : "ดาบเส้าเจ๋อ"

ทันทีที่ซู่เฮาเที่ยนพูดคำว่าดาบเส้าเจ๋อออกมานั้น พลังของดาบสีน้ำเงินได้พุ่งออกมาจากปลายนิ้วโป้งของเขาและพุ่งตรงไปที่หัวของปีศาจหมาป่าที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาทันที

ฉึกก!

ปีศาจหมาป่าที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานั้นไม่สามารถหลบพลังของดาบเส้าเจ๋อได้ทัน ทำให้หัวของมันถูกเจาะเป็นรูขนาดเท่านิ้วก้อยขณะที่เลือดสีแดงสดไหลออกมาจากหัวของมัน เมื่อเห็นแบบนี้ซู่เฮาเที่ยนจึงรีบไปเอามือวางบนอุ้งเท้าของมันแล้วเก็บเลือดของปีศาจหมาป่าตัวนั้น

“นายท่าน วิชาที่ท่านใช้เป็นวิชาระดับสวรรค์ขั้นสูงงั้นหรือ? เป็นครั้งแรกที่ข้าได้พลังแบบนี้ด้วยตาของข้า มันสุดยอดมากจริงๆ”

เมื่อได้เห็นสิ่งนี้ ไป๋ซู่เจินก็แสดงความประหลาดใจในดวงตาที่สวยงามของเธอ ในขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกทึ่งในตัวของซู่เฮาเที่ยนมากขึ้น

“ใช่แล้วซู่เจิน ข้ามาที่นี่เพื่อที่จะฝึกควบคุมการใช้พลังของวิชาเพลงกระบี่หกสายให้เชี่ยวชาญไงล่ะ”

และหลังจากการต่อสู้อีกหลายต่อหลายครั้ง ในที่สุดซู่เฮาเที่ยนก็ได้ใช้พลังของเพลงกระบี่หกสายไปจนครบทุกนิ้ว ซึ่งการต่อสู้ทั้งหมดนี้เขายังไม่ได้ใช้พลังของ 9 การเปลี่ยนแปลงของเทพเจ้าและปีศาจ เลยแม้แต่น้อย

แต่แม้ว่าพลังของเพลงกระบี่หกสายจะทำให้เขาพอใจกับผลลัพธ์ของการฝึก แต่การฝึกฝนกายาแผ่นดินสิบก้าวสำหรับเขานั้นยังไม่เป็นที่น่าพอใจมากสักเท่าไหร่นัก เหตุผลก็คือเขาได้ใช้เลือดที่ได้จากร่างที่ตายแล้วของปีศาจเหล่านั้นทั้งหมด ซึ่งมันก็เป็นเพียงนิดเดียวเท่านั้นสำหรับการบ่มเพาะ กายาแผ่นดินสิบก้าว ของเขา

"งั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นก็ตามข้ามาทางนี้เถอะ"

ไป๋ซู่เจินยิ้มและมุ่งหน้าตรงไปยังพื้นที่ของพวกปีศาจต่อไป

"พวกปีศาจ พวกปีศาจที่คอยรุกรานและไล่ฆ่าผู้คนบริสุทธ์เหล่านั้น ข้าจะกำจัดพวกมันทั้งหมดด้วยมือของข้าเอง"

ขณะที่กำลังเดินตามไป๋ซู่เจินอยู่นั้น ซู่เฮาเที่ยได้พูดออกมาอย่างกระหายการต่อสู้ว่าเขาต้องการสู้และฆ่าพวกปีศาจทั้งหมด

หลังจากนั้นภายในพื้นที่ต้องห้ามของตระกูลซู่ ซู่เฮาเที่ยนได้วางมือไว้บนหัวของปีศาจที่มีสองหัวตัวหนึ่ง หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ค่อยๆ เอามือออกจากปีศาจตัวนั้นที่แน่นิ่งตายไปแล้ว

หลังจากที่รู้สึกถึงพลังวิญญาณที่พลุ่งพล่านอยู่ในร่างกายของเขา ซู่เฮาเที่ยนจึงนั่งไขว่ห้างลงและเริ่มการฝึกตนโดยไม่ลังเล

ไป๋ซู่เจินนั้นไม่ได้คัดค้านที่ซู่เฮาเที่ยนดูดพลังของเหล่าปีศาจมาใช้เพื่อฝึกตนเพราะโลกของเหล่าปีศาจนั้น ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้นคือผู้ที่อยู่รอด ส่วนผู้ที่อ่อนแอนั้นจะต้องตาย

หลังจากนั้นเวลาก็ค่อยๆ ผ่านไป และชั่วในพริบตา ซู่เฮาเที่ยนก็อยู่ในพื้นที่ต้องห้ามเป็นเวลาครึ่งเดือนแล้ว

แต่โลกภายนอกตอนนี้กำลังเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นอย่างมาก

อย่างแรก เรื่องภายในตระกูลซุนที่นอกจากจะถูกกลุ่มโจรชุดดำบุกปล้นอย่างกะทันหันจนถูกชิงทรัพย์สินทั้งหมดของพวกเขาไป นายน้อยของตระกูลซุนก็ตายด้วยเช่นกัน

หลังจากที่ตระกูลเป๋ยได้ข่าวนี้ พวกตระกูลเป๋ยทั้งหมดก็ล่าถอยมาจากตระกูลฉินและรีบกลับไปช่วยเหลือตระกูลซุน แต่หลังจากเดินทางไปได้เพียงผ่านไปครึ่งทางพวกเขาก็ถูกโจมตีด้วยอาวุธวิเศษลึกลับบางอย่างและทำให้ผู้เชี่ยวชาญพลังจิตวิญญาณระดับสูงเจ็ดคนรวมถึงผู้ใช้พลังจิตวิญญาณปฐพีถูกยิงเข้าที่ศีรษะ จนทำให้ผู้นำตระกูลเป๋ยที่ได้ข่าวนี้ทีหลังถึงกับโกรธมาก

เป็นเวลานานแล้วที่ตระกูลเป๋ยไม่เคยพบกับความสูญเสียที่มากมายขนาดนี้นับตั้งแต่ที่พวกเขาได้ขึ้นเป็นตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรเที่ยนซวน ถึงกับเดือดดาลอย่างมาก พวกเขาออกคำสั่งจับเป็นและจับตายกลุ่มโจรชุดดำลึกลับทันที

แต่ดูเหมือนว่าพวกกลุ่มโจรชุดดำลึกลับนั้นจะหายวับไปจากอากาศ จึงทำให้ไม่มีตามรอยของพวกเขาได้ แต่ช่วงเวลาที่กลุ่มโจรชุดดำลึกลับปรากฏตัวนั้นมันบังเอิญมากเกินไป เพราะมันเป็นช่วงตระกูลเป๋ยเข้าโจมตีตระกูลฉิน และยิ่งไปกว่านั้น สุดยอดการประลองเที่ยนซวนเองก็กำลังจะเริ่มขึ้น ซึ่งทำให้อาณาจักรเที่ยนซวนที่เดิมทีก็วุ่นวายมากอยู่แล้วกลับวุ่นวายมากขึ้นไปอีก

ในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายนี้แต่ละตระกูลจะพยายามห้ามลูกหลานของพวกเขาไม่ให้เข้าไปยุ่งกับพวกตระกูลเป๋ยเพื่อความปลอดภัยของพวกเขาเอง

"ท่านซู่ซาน แม้ว่านายน้อยที่สามจะบอกว่าจัดการทุกอย่างจนสำเร็จหมดแล้ว แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่เรื่องนี้จะถูกเก็บงำไปเรื่อยๆ ได้ ท่านคิดว่าพวกตระกูลเป๋ยจะค้นหาเบาะแสว่าพวกเราเป็นคนลงมือได้หรือไม่?

ภายในถ้ำลึกในพื้นที่ตระกูลซู่นั้น ซู่หยุนและซู่เฉิงเฟิงยืนกำลังยืนอยู่ต่อหน้าซู่ซานผู้ที่อยู่เหนือสุดของตระกูลซู่ด้วยความเคารพ พร้อมกับเอ่ยถามด้วยความกังวล

“ถ้าหากว่ารู้แล้วมันทำไมรึ อย่าลืมสิว่าลูกสะใภ้ของพวกเราที่อยู่กับนายน้อยที่สามนั้นทรงพลังกว่าข้าเสียอีก ซึ่งข้าคิดว่าเธอน่าจะอยู่ในระดับผู้ใช้พลังจิตวิญญาณสวรรค์ขั้นที่ 9 ซึ่งต่อให้พวกตระกูลเป๋ยจะรู้ว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้นเป็นฝีมือตระกูลเราแต่พวกนั้นก็ไม่กล้าลงมือกับตระกูลของพวกเราอย่างแน่นอน”

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด