ตอนที่แล้วตอนที่ 1 ผู้อำนวยการสวนสัตว์
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 3 ผู้อํานวยการ! คุณทําอะไรค่ะ!!

ตอนที่ 2 ดวงตาสังเกตการณ์


ทะลุมิติมาสร้างสวนสัตว์ในฝัน ตอนที่ 2 ดวงตาสังเกตการณ์

หญิงสาวที่มองมายังเขาด้วยความกังวลคนนี้คือหลานลี่

เจ้าของร่างคนเก่าคิดว่าหลานลี่เป็นคนที่รักและเคารพสัตว์ป่า เข้าใจว่าเธอมีแนวทางเดียวกับหลักการสร้างสวนสัตว์ของเขา

เพราะฉะนั้น เขาจึงตั้งหลานลี่เป็นผู้ช่วย พาเธอไปสํารวจสัตว์ป่าที่อยู่ในสวนสัตว์ และช่วยกันหาวิธีพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ป่า

หลังจากที่เข้าใจสถานการณ์คร่าวๆ ของตัวเองแล้ว เขาก็ได้ปรับสภาวะอารมณ์อย่างรวดเร็วและยอมรับตัวตนใหม่ในโลกใบนี้

ตัวเขาในฐานะผู้เล่น Planet Zoo ที่จะต้องสร้างสวนสัตว์ที่งดงามและใช้ได้จริง เขาถึงขั้นซื้อหนังสือเพื่อศึกษา เกี่ยวกับการออกแบบและการวางทรรศนียภาพให้งดงาม เพื่อให้สัตว์มีชีวิต ชีวิตความเป็นอยู่ที่สงบสุข

หากเขาสามารถนําความรู้พวกนั้นมาปรับใช้ได้ การจะสร้างสวนสัตว์ในดาวเคราะห์สีเงินใบนี้ก็ไม่ได้ยากเกินกําลัง

ฟางเย่เงยหน้ามองที่ผู้ช่วยของตนเองที่มองมายังเขาอย่างกังวลใจ จากนั้นก็พูดปลอบใจเธอด้วยรอยยิ้ม “เมื่อกี้ หัวของผมคงกระแทกแรงไปหน่อย แต่ตอนนี้น่าจะไม่เป็นไรแล้วล่ะ ที่นี่คือสวนสัตว์หลินไห่ และผมก็เป็นผู้อํานวยการของที่นี่ แล้วเธอก็คือหลานลี่ ผู้ช่วยของผม ถูกไหม?”

หลานลี่หรี่ตาเล็กน้อยแล้วยิ้มอย่างมีความสุข “ผู้อํานวยการไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วค่ะ!”

ฟางเย่นึกถึงสิ่งที่เขากําลังจะทําก่อนจะสลบไปและพูดขึ้นว่า “เรากําลังจะไปให้อาหารเสือใช่ไหม?”

หลานลี่พยักหน้าอย่างจริงจัง “ใช่แล้วค่ะ!”

ฟางเย่ชะงักไปเล็กน้อย

เขาได้ยินเสียงแปลกประหลาดดังขึ้นในหัว

ติ๊ง!

[ระบบ Planet Zoo ติดตั้งเสร็จสมบูรณ์!]

[แสกนสถานะของโฮสต์...]

[ปลดล็อคหน้าต่างสถานะ!]

ติ้ง! [ได้รับทักษะ: ดวงตาสังเกตการณ์]

ติ๊ง! [ได้รับภารกิจใหม่!]

‘ระบบ Planet Zoo?’

ฟางเย่รู้สึกตื่นเต้นหลังจากที่ทําความเข้าใจกับสถานการณ์ของตัวเอง

เกมที่เขาเล่นกลายเป็นระบบและตามเขามายังโลกใบนี้ด้วย!!

[โฮสต์ : ฟางเย่]

[ทักษะ: ดวงตาสังเกตการณ์]

ดวงตาสังเกตการณ์: ทักษะพื้นฐานของผู้อํานวยการสวนสัตว์ ใช้พลังจิตในการตรวจสอบ แล้วจะได้รับข้อมูลอารมณ์และสถานะของสัตว์

ปล. ไม่มีใครรู้จักสัตว์ป่าดีกว่าข้า!!

ฟางเย่อุทานขึ้นอย่างตื่นเต้น “ระบบนี่มันสุดยอดเลย!”

ทักษะดวงตาสังเกตการณ์นี่เป็นแค่ของขวัญมือใหม่ แถมมันเป็นทักษะที่ใช้งานได้จริงอีกด้วย!

นี่คือทักษะที่นักสัตววิทยาต่างเฝ้าฝัน

เขามองไปยังภารกิจที่ได้รับมา

[เล่นกับแมว: อยู่ใกล้ชิดกับเสือเป็นเวลามากกว่า 10 นาทีและลูบมันอย่างอ่อนโยน รางวัลของภารกิจขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเสือ]

ชิบหาย!!

ฟางเย่รู้สึกตัวแข็งทื่อ แล้วถอนหายใจด้วยทั้งความตื่นเต้นและประหม่า “ภารกิจนี่มัน....ชักจะน่าตื่นเต้นไปหน่อยมั้ย?”

แม้เขาจะสงสัยว่าความรู้สึกที่ได้ลูบกับขนของเสือและความต่างจากการเล่นกับแมวยังไง

แต่นี่มันคือเสือ!! หนึ่งในสัตว์นักล่าที่ทรงพลังที่สุดในธรรมชาติ

เสือในสวนสัตว์หลินไม่คือ “เสือโคร่งไซบีเรียน”

เสือโคร่งไซบีเรียนเป็นเสือสายพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุด เสือโคร่งไซบีเรียนตัวผู้ที่เต็มวัยสามารถหนักได้ถึง 250 กิโลกรรมและแรงตบของมันสามารถมากได้กว่า 1,000 กิโลกรัม ไม่รวมแรงกัดที่มากกว่า 500 กิโลกรัม!!

ถ้าเจ้าแมวน้อยรู้สึกไม่สบอารมณ์ แรงตบของมันอาจทําให้เราเลือดไหลเป็นน้ำ

แต่ถ้าเจ้าแมวยักษ์นี่ไม่พอใจ เพียงแค่ตบหรือกัดเบาๆ ก็อาจทําให้วิญญาณหลุดออกจากร่างได้เลย!

“แต่ภารกิจนี้ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้”

ฟางเย่เข้าใจธรรมชาติของเสือเป็นอย่างดี ในสถานการณ์ปกติพวกมันจะไม่โจมตีมนุษย์ แถมมันอาจพยายามหลบมนุษย์ด้วยซ้ำ

ในสวนสัตว์ ผู้ดูแลก็ให้อาหารมันอยู่ทุกวันจนอิ่ม มันคงไม่อยากกินคนหรอกมั้ง?

แต่ยังไงซะ เสือก็คือเสือ!

ถ้ามันไม่กัดก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าวันดีคืนดีมันเกิดอารมณ์เสีย แล้วทําอำไรขึ้นมาละ?

สัตว์ร้ายอย่างเสือหรือสิงโต ต่อให้เรามีความคุ้นชินกับมัน หรือมันอาจแสดงความเป็นมิตรต่อคุณ พวกผู้ดูแลก็จะให้อาหารมันผ่านกรงขังเท่านั้น!

ถ้าพูดถึงการทําความสะอาดก็ต้องออกแบบที่อยู่แยกต่างหากให้สัตว์ด้วย เป็นกรงด้านนอกและด้านใน ซึ่งกั้นไว้ด้วยประตูเหล็ก

เมื่อผู้ดูแลเข้ามาทําความสะอาด เขาจะเปิดประตูให้สัตว์เดินออกไปยังกรงด้านนอก แล้วค่อยล็อคก่อนจะเข้าไปยังกรงด้านใน ซึ่งตลอดการล้างกรงผู้ดูแลจะไม่มีการสัมผัสกับสัตว์โดยตรงแม้แต่น้อย แถมต้องมีผู้ดูแล 2 คนเพื่อให้หนึ่งคนคอยเตือนและสอดส่องให้แก่คนที่กำลังล้างกรง ซึ่งทําให้มั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้น

ความมั่นใจที่จะทําภารกิจนี้ได้สําเร็จของฟางเย่มาจากความสามารถที่เขาพึ่งได้รับ นั่นคือการเข้าใจอารมณ์ของสัตว์ในเวลานั้นได้

เจ้าของร่างเดินเข้าซื้อสวนสัตว์แห่งนี้มากกว่า 1 เดือนแล้ว แถมเขายังไปให้อาหารเสือโคร่งไซบีเรียนตัวนี้ทุกวัน ทําให้ตัวเขากับมันมีความคุ้นชินกันบ้างแล้ว

ถ้าเจ้าแมวยักษ์อารมณ์เสีย เขาค่อยให้อาหารมันจากด้านนอกกรง

แต่ถ้าอารมณ์ดี เขาอาจเข้าไปในกรงเพื่อทําภารกิจให้สําเร็จ เพราะยังไงซะ ภารกิจก็ไม่ได้จํากัดเวลาอยู่แล้ว

ณ กรงเสือ

เจียวเจียวกําลังนอนในกรงเหล็กอย่างเงียบๆ เธอส่องสายตาไปยังด้านนอกอย่างไม่กระพริบตา เธอกำลังรออยู่นานแล้ว

เจียวเจียวเป็นเสือโคร่งไซบีเรียนเพศเมียและเป็นเสือตัวเดียวในสวนสัตว์หลินไห่แห่งนี้

เดิมทีสวนสัตว์แห่งนี้มีเสืออยู่ 3 ตัว เพียงแต่ 1 ตัวตายไปเมื่อปีก่อน และอีกตัวก็ถูกขายไปให้สวนสัตว์อื่นเหตุเพราะการจัดการที่แย่ ทําให้ตอนนี้เหลือเธอแค่ตัวเดียว

หลังจากที่ฟางเย่กับหลานลี่มาถึง เจียวเจียวก็ตั้งขาหน้าที่หนาของเธอยันร่างกายขึ้น ขนสีน้ำตาลของเธอสะท้อนกับแสงอาทิตย์ตัดกับลายสีดํา สร้างภาพที่งดงามของสัตว์นักล่าที่อยู่จุดสูงสุดของธรรมชาติ

“โฮกกกก!!”

เจียวเจียวปล่อยเสียงอันแหลมคมอย่างดัง ราวกับบอกว่าเธอหิวแล้ว

ฟางเย่มองไปยังเจียวเจียวที่แผ่กลิ่นอายความเป็นนักล่าที่ทรงพลัง แล้วพูดขึ้นอย่างชื่นชม “เป็นเสือที่งดงามและสง่างามมาก! หลานลี่ คุณคิดว่าไง?”

เขาหันไปมอง แล้วพบว่าหลานลี่กําลังหดคอ หันหน้าไปทางอื่นขณะร่างกายกำลังสั่นกลัว ราวกับนกตัวน้อยที่กําลังหวาดกลัว

ปากเธอสั่นระริก แต่ก็ยังกระซิบเบาๆ ว่า “เราเอาอาหารมาให้เธอ เธอน่าจะไม่กินเรา....”

ฟางเย่รู้สึกพูดไม่ออก แล้วยื่นมือไปลูบหัวเธอเบาๆ “กลัวเหรอ?”

ด้านในกรง เจียวเจียวที่เห็นว่าไม่มีใครสนเธอก็ปล่อยเสียงโฮกอีกครั้ง!

หลานลี่ฝืนยิ้ม ท่าทางไม่สู้ดียิ่งกว่าตอนร้องให้ซะอีกขณะที่ได้ยินเสียงโฮกของเจียวเจียว

หลานลี่ ผู้ช่วยของเขาเข้ากับสิ่งมีชีวิตกินพืชตัวเล็กได้อย่างไม่มีปัญหา แต่พอเจอกับสัตว์นักล่าตัวใหญ่แบบนี้ก็รู้สึกหวาดกลัวทุกที

บางทีชาติก่อน เธอคงเป็นกระต่าย...

ต้องฝึกความกล้า!!

ฟางเย่เลิกสนใจผู้ช่วยของตัวเอง แล้วหันไปมองเจียวเจียว ที่กำลังมองมายังเขาอย่างเฉยเมย จากนั้นเขาก็ใช้ทักษะดวงตาสังเกตการณ์

ความรู้สึกแปลกๆ ก่อตัวขึ้น ราวกับมีอะไรถูกดึงออกจากตัวเขา จากนั้นหน้าจอเหมือนเกมก็โผล่ขึ้นมาบนหัวของเจียวเจียว

0 0 โหวต
Article Rating
1 Comment
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด