ตอนที่แล้ว[ตอนฟรี] ตอนที่ 46 : นิกายเต๋าสวรรค์สมบูรณ์ต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป[ตอนฟรี] ตอนที่ 48 : จวินหลิงหลงบาดเจ็บ

[ตอนฟรี] ตอนที่ 47 : บุตรพระเจ้ามาถึงแล้ว


แม้จะเป็นครั้งแรกของจวินเซียวเหยาในการออกมาสู่โลกภายนอก

แต่ชื่อดังกล่าวได้แพร่กระจายไปทั่วดินแดนอมตะหวงเทียนแล้ว

แทบไม่มีคนที่ไม่รู้

อย่างไรก็ตาม มีหลายคนที่รู้จักนามจวินเซียวเหยา แต่กลับมีคนน้อยมากที่ได้พบกับจวินเซียวเหยาจริงๆ

ด้วยความสงสัยใคร่รู้อันมากหลาย ตัวตนของจวินเซียวเหยายิ่งลึกลับมากขึ้น ซึ่งทำให้ทุกคนต่างก็ตั้งหน้าตั้งตารอ

“คาดไม่ถึงเลยว่าผู้อาวุโสแห่งตระกูลจวินถึงกับมาเยือนที่นี่ด้วยตัวเอง มันเป็นเกียรติต่อนิกายเต๋าสวรรค์สมบูรณ์ของข้าจริงๆ” นักบวชเฒ่าแห่งนิกายเต๋าสวรรค์สมบูรณ์ยิ้มและป้องมือ

“ฮ่าฮ่า นักบวชเฒ่าสุภาพเกินไปแล้ว” ในความว่างเปล่า จวินจ้านเทียนก้าวออกมาและหัวเราะเสียงดัง

“ว่าแต่ บุตรพระเจ้า…” นักบวชเฒ่าชำเลืองออกไป

พูดตามตรง มันมีรุ่นเยาว์ไม่มากนักที่สามารถทำให้เขาประทับใจได้

แน่นอนว่าจวินเซียวเหยาเป็นผู้ที่ทำให้เขารู้สึกประทับใจมากที่สุด

“ฮ่าฮ่า ไม่คาดคิดเลยว่าท่านผู้อาวุโสจะจำข้าได้ จวินผู้นี้ปลื้มใจมาก”

บนรถม้าที่ลากโดยม้ามังกรหยกขาวเก้าตัว จวินหลิงหลงเปิดม่านลูกปัดด้วยมือเปล่าและจวินเซียวเหยาก้าวออกมาอย่างสงบ

สวมใส่ชุดขาวราวหิมะ ร่างสูงโปร่งดุจไผ่ลู่ลมหนาว เขามีกลิ่นอายอันยอดเยี่ยม

ผิวของเขาสว่างเหมือนอัญมณี เส้นผมมีแสงส่องสว่าง และทั่วร่างกายปกคลุมไปด้วยหมอกแสงอมตะ

แม้แต่ใบหน้าที่หล่อเหลาไร้ผู้เทียบเคียงยังถูกปกคลุมไปด้วยหมอกแสงอมตะ

นี่ไม่ใช่เพราะจวินเซียวเหยาจงใจปกปิด แต่มันเป็นเพราะกายาของเขาเอง ประกอบกับสุดยอดกระดูก ร่างทั้งร่างจึงถูกปกคลุมไปด้วยทำนองแห่งเต๋าพร้อมกับหมอกแสงอมตะที่กำเนิดมาพร้อมกับเขา

“พระเจ้าช่วย นั่นคือบุตรพระเจ้าแห่งตระกูลจวินหรือ?”

“ใบหน้าของเทพองค์ใดกัน ข้ารักมัน!”

“อ๊าก ข้าสิ้นใจแล้ว!”

วินาทีที่จวินเซียวเหยาปรากฏตัว ทั่วทั้งเมืองหนานเทียนก็ตกอยู่ในความโกลาหล!

ไม่ใช่แค่ผู้บ่มเพาะหญิงของเผ่ามนุษย์ แต่สายตาของทุกสิ่งมีชีวิตเพศหญิงในตอนนี้ราวกับแม่เหล็กที่เจอกับโลหะ พวกนางถูกจวินเซียวเหยาดึงดูดจนติดหนึบ

กระทั่งผู้บ่มเพาะชายยังตะลึงงัน

“สวรรค์ ทำไมถึงปล่อยให้ข้าเห็นหน้าของบุตรพระเจ้าแห่งตระกูลจวินกันเล่า? แบบนี้ตลอดชีวิตของข้าจะมีชายใดเข้าตาข้าอีก?”

หญิงสาวจากขุมกำลังชั้นยอด ผู้เป็นที่โปรดปรานของสวรรค์เงยหน้าพร้อมกับดวงตาอันเหม่อลอย นางดูทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง

และธิดาศักดิ์สิทธิ์อีกคนจากแดนศักดิ์สิทธิ์รวบผมและพร่ำเพ้อกับตัวเอง

“ขอมอบผมยาวนี้ให้กับเจ้า หากข้าไม่ได้แต่งงานกับเจ้า ข้าก็จะไม่มีวันตัดมัน ข้าจะดูแลรักษามัน จะหวีมันจนกว่าจะถึงวันนั้น…”

ฉากดังกล่าวมีเห็นในทุกมุมของเมืองหนานเทียน

กล่าวได้ว่าการปรากฏตัวของจวินเซียวเหยาได้ทำให้หญิงสาวเหล่านี้แทบทรงตัวไม่อยู่...

จนถึงจุดไคลแมกซ์

ผู้บ่มเพาะชายเหล่านั้นไม่กล้าอิจฉาแม้แต่นิดเดียว เพราะช่องว่างแตกต่างกันเกินไป

พูดถึงตัวตน สถานะ รูปลักษณ์ และความแข็งแกร่งของจวินเซียวเหยาแล้ว

ทุกสิ่งเหนือเกินที่พวกเขาจะเอื้อมถึง

จวินเซียวเหยามองลงมาเล็กน้อย

ผู้บ่มเพาะหญิงเหล่านี้ทำให้เขานึกถึงแฟนคลับที่ไล่ตามดาราในชีวิตที่แล้วของเขา

ถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ของจวินเซียวเหยาจะถูกปกคลุมไปด้วยหมอกแสงอมตะแล้ว แต่เมื่อเผยใบหน้าให้เห็นเพียงเสี้ยววิหนึ่ง ความหล่อของเขายังน่าตะลึงมากพอที่จะทำให้หญิงสาวเหล่านั้นเวียนหัว

“ฮ่าฮ่า ยินดีต้อนรับบุตรพระเจ้า นักบวชเฒ่าผู้นี้ได้เตรียมที่พักให้เรียบร้อยแล้ว ทุกท่านได้โปรด…”

นักบวชเฒ่าผายมือเล็กน้อย

หลังจากนั้น ภายใต้การนำของนักบวชเฒ่า จวินเซียวเหยาและคนอื่นๆ ก็จากไป

ความโกลาหลอันไร้ที่สิ้นสุดได้ปะทุขึ้นทุกแห่งหนในเมืองหนานเทียน

เป็นไปได้ว่าการปรากฏตัวของบุตรพระเจ้าแห่งตระกูลจวินนั้นมีอิทธิพลมากกว่าการปรากฏตัวของอัจฉริยะอันน่าภาคภูมิของขุมกำลังอื่น

ชายหนุ่มคนหนึ่งในเกราะรบสีเงินกำลังนั่งขัดขา

เขามีใบหน้าที่เฉียบคมและเด็ดเดี่ยว บนแก้มของเขามีรอยหยักแผลเป็นที่ทำให้เขาดูเย็นชามากขึ้น

รอบตัวของเขามีกระแสไฟฟ้าล้อมรอบและอักขระสายฟ้านับไม่ถ้วนปลดปล่อยคลื่นแห่งการทำลายล้างออกมาในอากาศ

ชายหนุ่มผู้นี้ย่อมหมายถึงลำดับห้าแห่งตระกูลจวิน จวินว่านจี๋

ตรงหน้าของเขา ผู้ติดตามในหมอกดำมืดกำลังรายงานสถานการณ์

“เขามาแล้วรึ?” ในดวงตาของจวินว่านจี๋มีฟ้าร้องและฟ้าผ่าผสานไปมา

ในเวลาเดียวกันก็เผยสีหน้าอันเย็นชา

เขามาถึงเมืองหนานเทียนก่อนกำหนดการ แต่มีเพียงศิษย์บางคนของนิกายเต๋าสวรรค์สมบูรณ์ที่ออกมาต้อนรับเขา

แต่ตอนนี้เมื่อจวินเซียวเหยาและคนอื่นมาถึง นิกายเต๋าสวรรค์สมบูรณ์ถึงกับระดมพล ไม่ว่าจะเป็นลูกศิษย์หรือผู้อาวุโส พวกเขาเผยตัวออกมาทั้งหมด

กระทั่งนักบวชเฒ่าผู้มีสถานะสูงกว่าผู้นำนิกายยังแสดงตัวออกมาต้อนรับเขา

ความแตกต่างนี้เห็นได้อย่างชัดเจน

แม้ว่าจะมีความหมายอื่นอย่างการต้อนรับจวินจ้านเทียนและผู้อาวุโสคนอื่น

แต่จวินว่านจี๋รู้ดีว่าเหตุผลที่สำคัญที่สุดคือจวินเซียวเหยา

ในสายตาของนิกายเต๋าสวรรค์สมบูรณ์และพรรคพวก จวินว่านจี๋ผู้นี้ย่อมมีความสำคัญน้อยกว่าจวินเซียวเหยา

ผู้ติดตามในหมอกดำมืดกล่าวอย่างขุ่นเคืองเช่นกัน “เจ้าพวกนิกายเต๋าสวรรค์สมบูรณ์เหล่านี้ตาบอดกันจริงๆ เด็กหัดเดินจะมาเทียบกับนายท่านว่านจี๋ได้อย่างไร?”

ผู้ติดตามคนนี้คืออัจฉริยะที่จวินว่านจี๋ปราบปรามได้จากโลกภายนอก นามว่าเฮยถู่ (ดินดำ) จากเผ่าเฮยยวิ๋น (เมฆดำ)

มีข่าวลือว่าบรรพบุรุษของตระกูลนี้เคยเป็นเมฆดำที่รู้แจ้งและบรรลุขอบเขตสูงสุดมาก่อน

“ไม่มีใครเกิดมาแล้วเหนือกว่าใคร ไม่เว้นแม้แต่จวินเซียวเหยาคนนั้น!”

“ข้าจะพิสูจน์ให้ตระกูลจวินได้เห็นว่าเขามันไม่คู่ควรกับสถานะลำดับศูนย์!” จวินว่านจี๋กล่าวอย่างไม่แยแส

เขาผ่านความยากลำบากมานับครั้งไม่ถ้วน ทุกข์ทนต่อการบาดเจ็บนานัปการ และอดทนต่อทุกอุปสรรคก่อนที่จะได้รับสถานะลำดับห้า

แต่จวินเซียวเหยากลับได้สถานะลำดับศูนย์แบบสุ่มๆ

เป็นใครก็ต้องระเบิดอารมณ์โกรธออกมา

จวินว่านจี๋ถามตัวเอง นี่เขายับยั้งตัวเองไว้มากพอแล้ว

“เฮ้อ นายท่าน ข้าทรมานใจแทนท่านจริงๆ …”

เฮยถู่ตัดสินในใจว่าจะจัดการกับความอยุติธรรมนี้ให้กับนายท่านของตัวเอง

...

หลังจากผ่านไปไม่กี่วัน จวินเซียวเหยาได้ปักหลักอยู่ในเมืองหนานเทียน

แม้ว่าจะมีสัญญาณหลายอย่างที่คล้ายกับคลังสมบัติลับจ้าวเทวะหยวนเทียนจะเปิดออก แต่มันก็ยังมีเวลาอีกหลายวันก่อนที่จะเปิดออกจริงๆ

ในช่วงที่ผ่านมา จวินจ้านเทียนได้ออกไปเพื่อติดต่อกับคนระดับสูงจากขุมกำลังอมตะอื่นๆ

พวกเขาต้องการผนึกกำลังและเปลี่ยนคลังสมบัติลับจ้าวเทวะหยวนเทียนให้เป็นสถานที่ฝึกฝนสำหรับเหล่าศิษย์รุ่นเยาว์

คนรุ่นเก่าจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วม

จวินเซียวเหยาไม่มีอะไรให้ทำมาก ดังนั้นเขาจึงพักผ่อนอย่างสบายๆ ในที่พักของตัวเอง

จวินหลิงหลงยิ้มเล็กน้อยและกล่าว “นายท่าน ข้าได้ยินมาว่ามันมีสินค้าพิเศษในหนานหยวนเต้าโจวชื่อว่าชาจิตกระจ่าง หลิงหลงจะไปซื้อมาฝากนายท่านเอง”

จวินหลิงหลงเป็นคนฉลาดที่รู้จักการเอาใจใส่

นางรู้ว่าจวินเซียวเหยาชอบดื่มชา ดังนั้นนางจึงตั้งใจหาข้อมูลเกี่ยวกับของดีประเภทนี้ในท้องถิ่น

“อืม หลิงหลงเป็นคนเอาใจใส่เช่นนี้ ถ้าใครได้แต่งงานกับเจ้าในอนาคต เขาคนนั้นคงเหมือนได้รับพรจากสวรรค์” จวินเซียวเหยายิ้มสบายๆ

ใบหน้าของจวินหลิงหลงแดงเล็กน้อยและมองจวินเซียวเหยาด้วยสีหน้าอันมีเสน่ห์

นางได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดไว้แล้วว่านางจะติดตามและเป็นสาวใช้ของเขาจวินเซียวเหยาไปชั่วชีวิต

จะเป็นไปได้อย่างไรที่นางจะแต่งงานกับใครสักคน?

สำหรับการปล่อยให้จวินเซียวเหยาสู่ขอนาง?

จวินหลิงหลงยังคงตระหนักถึงสถานะของตัวเอง มันจะดีเป็นอย่างยิ่งถ้านางสามารถอยู่กับจวินเซียวเหยาในฐานะสาวใช้

นางจะไม่เป็นฝ่ายเรียกร้องสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผลเช่นนั้น

แน่นอน หากจวินเซียวเหยาต้องการ จวินหลิงหลงก็พร้อมที่จะยอมรับมัน

สำหรับความต่างของอายุที่มากกว่าสิบปีนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับผู้บ่มเพาะ

หลังจากนั้นไม่นาน จวินหลิงหลงก็ออกไปตลาดภายในเมืองหนานเทียน

ไม่นาน นางก็ค้นพบชาจิตกระจ่างที่มีอายุประมาณพันกว่าปี

เพียงเมื่อจวินหลิงหลงกำลังจะซื้อมัน

ร่างเงาชายหนุ่มในหมอกดำมืดปรากฏตัวออกมา น้ำเสียงของเราราบเรียบแต่ขี้เล่น

“โทษที ข้าอยากได้ชาจิตกระจ่างอันนี้!”

(หากมีคำแนะนำหรือข้อติเตียน สามารถคอมเมนท์เพื่อบอกกล่าวได้นะครับ ^ ^ ขอบพระคุณมากครับที่สละเวลาอ่านจนจบ)

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด