ตอนที่แล้ว[ตอนฟรี] ตอนที่ 26 : ลำดับห้า จวินว่านจี๋
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป[ตอนฟรี] ตอนที่ 28 : ความแข็งแกร่งของข้าแค่ปานกลาง

[ตอนฟรี] ตอนที่ 27 : การยั่วยุของเย่ซิงหยุน


ทุกคนต้องมนตร์สะกดโดยรูปร่างและหน้าตาของจวินเซียวเหยาอย่างสมบูรณ์

สายตาของสตรีทุกนางพลันตกอยู่ภวังค์แห่งความหลงใหล ราวกับว่าวิญญาณได้ถูกกระชากออกไปโดยหนุ่มหล่อตรงหน้าพวกนาง

จวินเซียวเหยาดุจเทพเจ้าจุติลงมาบนโลกมนุษย์ บรรยากาศที่เขาแผ่ออกมามันเกินที่โลกจะรับไหว

“นี่น่ะหรือบุตรพระเจ้าแห่งตระกูลจวิน? ได้ยินแม้นร้อยครั้งก็ไม่เท่าเห็นด้วยตาเพียงคราเดียว เขาเหมาะกับคำว่าพระเจ้าอย่างแท้จริง…” ทุกคนถอนหายใจ

ท่ามกลางความเงียบ จู่ๆ ก็มีเสียงร้องแผ่วเบาขึ้นมา

“หวา หวาา หวาาา เจ้าคือบุตรพระเจ้าแห่งตระกูลจวิน จวินเซียวเหยางั้นหรือ?”

เด็กสาวผู้งดงามส่งเสียงร้องออกมา ดวงตาของนางกำลังเป็นประกายและมุมปากสีแดงอ่อนโยนก็โค้งขึ้น

“เอ่อ เจ้าคือ?”

จวินเซียวเหยาเลิ่กคิ้วขึ้นและมองไปที่เด็กสาวผู้งดงาม

ความประทับใจแรกก็…

เตี้ยจัง

ใช่ เตี้ยนั่นแหละ

แม้ว่าเจียงลั่วหลีจะมีดวงตาอันสดใสและฟันขาวกระจ่าง แม้ว่านางจะน่ารักและน่าดึงดูดมากๆ แม้ว่าเมื่อนางยิ้มจะมีลักยิ้มปรากฏบนแก้มทั้งสอง

แต่รูปร่างของนางค่อนข้างเป็นคนตัวเล็ก นางสูงแค่ประมาณ 1.5 เมตร

“ข้า..ข้าชื่อเจียงลั่วหลี…” นางหน้าแดงเขินอาย

“เจียงหลัวลี่?” จวินเซียวเอียงศีรษะเล็กน้อย

“ไม่ใช่…ข้าชื่อเจียงหลัวลี่ อ๊ะ ไม่ใช่ๆ …ข้าชื่อเจียงลั่วหลีต่างหาก” เจียงลั่วหลีหน้าแดงก่ำและใจเต้นรัว นางแอบอึดอัดเบาๆ

จวินเซียวเหยาเข้าใจในทันที

กลายเป็นว่านางคือคนจากตระกูลฝั่งมารดา

เมื่อเข้าใจเช่นนี้ จวินเซียวเหยาจึงยิ้มให้กับเจียงลั่วหลีเล็กน้อยและกล่าว “ขอบคุณคุณหนูเจียงสำหรับการมางานเลี้ยงวันเกิดของข้า”

ฮึก!

เมื่อเห็นใบหน้าอันหล่อเหลาที่ปกคลุมไปด้วยประกายแสงแห่งสวรรค์ส่งยิ้มมาเบาๆ มันทำให้ร่างกายของเจียงลั่วหลีถึงกับแข็งค้างทันทีและนางรู้สึกราวกับว่าเห็นภาพลวงตาของกามเทพกำลังแผลงศรแห่งความรักแทงเข้าหัวใจตัวเอง

สำหรับคุณมาตรฐานสูงอย่างนางแล้ว รูปลักษณ์ของจวินเซียวเหยาผ่านหมดทุกข้อ

นี่คือความหล่อเหนือธรรมชาติอย่างแท้จริง

และเจียงเซิ่งยีซึ่งอยู่ด้านข้างก็มองไปยังหลานชาย เขาหล่อจนเกินคำว่ามนุษย์ไปแล้วและดวงใจของนางก็หวั่นไหวเล็กน้อย

นางตั้งใจว่าจะหยอกล้อเจียงลั่วหลี แต่ตอนนี้นางก็ตกตะลึงไปเหมือนกัน

เพราะชั่วขณะที่นางเห็นจวินเซียวเหยา อารมณ์ความรู้สึกที่มันอธิบายไม่ได้ก็เกิดขึ้นในใจนาง

กายาเต๋าเซียนเทียนของนางก็มีความรู้สึกที่คลุมเครือราวกับว่ากำลังถูกสัมผัส

“เกิดอะไรขึ้นกันนะ…” เจียงเซิ่งยีตกใจและเอามือปิดแก้มอันขาวผ่องที่กำลังแดงระเรื่อ

“เซียวเหยามาตรงนี้เร็ว นี่ลูกพี่ลูกน้องห่างๆ ของแม่เอง จะเรียกว่าน้าก็ได้ น้าของลูกชื่อเจียงเซิ่งยี”

“แล้วก็มีเจียงลั่วหลี ผู้เป็นอัญมณีงามประจำตระกูลเจียงอีกคน บังเอิญว่าเราคุ้นเคยกันอย่างดีน่ะ”

เจียงโร่วยิ้มและทักทายจวินเซียวเหยา

จวินเซียวเหยาถึงกับพูดไม่ออก

กลับกลายเป็นว่าเด็กสาวตัวเตี้ยคนนี้คือคนที่เจียงโร่วกับจวินจ้านเทียนพูดถึงอยู่ตลอดว่าอยากให้เขาแต่งงานกับอัญมณีงามแห่งตระกูลเจียง

“ท่านน้า” จวินเซียวเหยาก้มหัวเล็กน้อย

“คำนั้นเอาไว้เรียกคนแก่นะ เรียกข้าว่าพี่สาวแทนก็แล้วกัน”

ราวกับว่าอยากจะปิดบังความผิดปกติที่เกิดขึ้นในใจ เจียงเซิ่งยีแสร้งทำหน้าตาผ่อนคลาย นางยิ้มจนเห็นฟันขาวและพูดติดตลก

ในเวลาเดียวกัน นางก็กำลังเฝ้าสังเกตจวินเซียวเหยาโดยไม่รู้ว่าเขามีกายาแบบไหน

และเจียงลั่วหลี ตั้งแต่เห็นหน้าจวินเซียวเหยานางก็หน้าแดงอยู่ตลอดเวลา

ปกตินางจะเป็นคนร่าเริงและมีชีวิตชีวา แต่ตอนนี้นางกลับสงบเสงี่ยม

ภาพนี้ได้แสดงสู่สายตาของแขกคนอื่น พวกเขาต่างก็ถอนหายใจ

ดูเหมือนว่าในใจของอัญมณีแห่งตระกูลเจียงผู้นี้ได้เริ่มก่อความรักขึ้นแล้ว

สีหน้าของนางมันแสดงออกขนาดนั้น!

บนที่นั่ง เย่ซิงหยุนมองไปที่เจียงลั่วหลีที่กำลังเขินอาย ตัวของเขาสั่นด้วยความโกรธเล็กน้อยและหน้าตาของเขาซีดเป็นไก่ต้ม

“มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง?” ระหว่างกลางคิ้วของเย่ซิงหยุน ราวกับกำลังมีเมฆอึมครึมก่อตัว

พูดตามตรง เขาไม่ได้ต้องการที่จะยั่วยุจวินเซียวเหยาเลย

แต่เมื่อเห็นฉากตรงหน้า เขากลับรู้สึกอกหักอย่างแรง

เจียงลั่วหลีคือผู้หญิงที่เขาต้องการครอบครอง

นอกจากเรื่องของหน้าตาแล้ว

เย่ซิงหยุนถามตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นพรสวรรค์หรือความแข็งแกร่งหรือตระกูลเบื้องหลัง เขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าจวินเซียวเหยาเลย ยิ่งกว่านั้นเขายังเคยพานพบกับเจียงลั่วหลีในแดนลับลั่วเยว่มาแล้วด้วย

แต่ตอนนี้ จวินเซียวเหยายังไม่ทันได้ทำอะไร เพียงแค่เจียงลั่วหลีเห็นหน้าเขานางก็เกือบตกหลุมรักแล้ว

มันไม่ไร้เหตุผลไปหน่อยหรือ?

เขาหล่อสู้ไม่ได้งั้นหรือ?

ในอีกด้านหนึ่ง จวินจ้างเจี้ยนถอนหายใจ “มันเพิ่งผ่านมาไม่กี่ปี แต่น้องชายเซียวเหยากลับเติบโตมากถึงระดับนี้แล้ว”

จวินจ้างเจี้ยนค่อนข้างโชคดี เขาไม่ได้ไปยั่วยุจวินเซียวเหยาในเวลานั้นแต่มอบเหรียญตราจ้าวเทวะหยวนเทียนให้และสร้างมิตรภาพแทน

กล่าวได้ว่าเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดที่สุดของจวินจ้างเจี้ยน

และด้านข้างของเขา จวินเสวี่ยฮวางก็กำลังจ้องไปที่จวินเซียวเหยา นางถึงกับสติหลุดไปครู่หนึ่ง

แต่นางไม่เหมือนเจียงลั่วหลี นางเก็บอาการได้ดีกว่า

“บุตรพระเจ้าผู้นึ้สมควรที่จะมีชื่อเสียงโด่งดังจริงๆ แถมลมหายใจของเขาก็ไม่อาจคาดเดาได้เลย” จวินเสวี่ยฮวางส่ายหัวเบาๆ

ทั่วทั้งร่างกายของจวินเซียวเหยาปกคลุมด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์จางๆ ราวกับหมอก ทำให้มันยากที่จะมองทะลุผ่าน

พวกเขาสังเกตเห็นจวินว่านจี๋ที่หางตาด้วยเช่นกัน

นับตั้งแต่จวินเซียวเหยาปรากฏตัว สายตาของจวินว่านจี๋ก็มองไปที่เขาตลอด

ในสายตาคู่นั้นมีร่องรอยของการพิจารณาเล็กน้อยและความเฉยเมย

ค่อนข้างชัดเจน จวินว่านจี๋ผู้เกิดในสาขาย่อยของตระกูล ต้องทนทุกข์จากสายตาอันเหยียดหยามทุกรูปแบบ จะต้องไม่พอใจกับทายาทสายตรงแบบนี้ที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด

ทำไมข้าต้องพยายามอย่างหนักเพื่อบางอย่าง แต่เจ้าเกิดมาก็ได้รับมาเลย?

“ดูเหมือนว่าเจ้าจวินว่านจี๋นั่นจะไม่ลงรอยกับน้องชายเซียวเหยานะ…” จวินจ้างเจี้ยนกระซิบ

“พูดตามตรง ข้าก็ค่อนข้างอิจฉาสถานะและการถูกปฏิบัติของบุตรพระเจ้าผู้นี้เหมือนกัน” จวินเสวี่ยฮวางส่ายหัว

โชคดีที่ตอนนี้จวินว่านจี๋แค่นั่งมองอย่างเย็นชาและไม่มีทีท่าว่าจะลงมือทำเรื่องที่ไม่จำเป็น

ต่อมา งานเลี้ยงก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ

ความสนใจของผู้คนส่วนมากยังคงตกไปอยู่กับจวินเซียวเหยา

องค์หญิงจากราชวงศ์ต้าชางจ้องมองไปที่จวินเซียวเหยาด้วยดวงตาอันงดงาม แต่นางยังคงส่ายหัวและกล่าวอย่างนุ่มนวล

“องค์หญิงผู้นี้ไม่คู่ควรกับใต้เท้า…”

คำพูดของนางทำให้ขุมกำลังโดยรอบตกตะลึง

องค์หญิงแห่งราชวงศ์ต้าชางผู้โด่งดังถึงกับพึมพำว่านางไม่คู่ควรกับบุตรพระเจ้าแห่งตระกูลจวิน?

“ใครจะรู้ล่ะว่าบุตรพระเจ้าแห่งตระกูลจวินผู้นี้แข็งแกร่งขนาดไหน บางทีเขาอาจจะมีดีแค่เปลือกก็ได้”

ในเวลานี้ มีเสียงพูดกระซิบออกมาเบาๆ แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้ยินและหันไปมองต้นทาง

“นั่นคือกายาราชันแห่งดวงดาวจากตระกูลเย่…” บางคนตาเป็นประกาย

นี่แอบแสดงความขุ่นเคืองใช่หรือเปล่า?

แต่ดูเหมือนบุตรพระเจ้าแห่งตระกูลจวินจะไม่เคยไปยั่วยุเขานะ

“นายน้อย อย่ากล่าวไร้สาระ!”

ด้านข้างเย่ซิงหยุน คนรับใช้วัยชราขอบเขตกึ่งนักบุญหน้าเปลี่ยนทันที เขากล่าวในเสียงต่ำ

“ฮึ่ม…” การแสดงออกของเย่ซิงหยุนยิ่งมืดมนกว่าเดิม

เขาคืออัจฉริยะตระกูลเย่ผู้ยิ่งใหญ่และภาคภูมิ เป็นไปได้หรือที่เขาจะไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว

ตัดกลับมา เจียงโร่วดึงจวินเซียวเหยาไปด้วยและยังคงพยายามแนะนำเจียงลั่วหลี

“เซียวเหยา ต่อไปนี้เจ้าไม่ใช่เด็กอีกแล้วนะ ได้เวลาที่เจ้าต้องคำนึงถึงการมีหลานมาให้แม่อุ้มแล้ว” เจียงโร่วยิ้ม

เมื่อจวินเซียวเหยาได้ยินแม่กล่าว เขาถึงกับเหงื่อตก

ข้าไปแก่ขนาดนั้นตอนไหน

แม้ว่าจวินเซียวเหยาจะดูตัวสูงเหมือนเด็กหนุ่มวัยสิบสี่ถึงสิบห้าปี แต่จริงๆ แล้วเขาเพิ่งจะสิบปีเองนะ

และการมองสาวน้อยเจียงลั่วหลีคนนั้น จวินเซียวเหยาไม่รู้สึกอะไรกับนางทั้งสิ้น

ถ้าหากพวกเขาต้องแต่งงานกันจริง จวินเซียวเหยาคงเห็นเป็นภาพตัวเองก่ออาชญากรรมแทน

เจียงลั่วหลียังคงหน้าแดง นางไม่กล้ามองไปที่จวินเซียวเหยาตรงๆ

“จิส์ จิส์ ก่อนหน้านี้ใครพูดกันนะว่าต่อให้ต้องตายหรือต้องกระโดดลงจากเหว ก็จะไม่ยินยอมกับการถูกคลุมถุงชน…” เจียงเซิ่งยีหยอกล้อ

“ท่านพี่เซิ่งยี อย่าพูดไร้สาระ ข้าเคยพูดอะไรแบบนั้นตอนไหน!” เจียงลั่วหลีทำหน้ามุ่ย หัวเล็กๆ ของนางส่ายไปมาและรีบปฏิเสธ

ตราบใดที่ข้าไม่ยอมรับมันก็แปลว่าข้าไม่ได้พูด

“ยังไงก็ตาม เขาเป็นคนที่หล่อที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นมาเลย” เจียงลั่วหลีกล่าวในใจ

ตอนนี้นางเริ่มชอบการถูกคลุมถุงชนแล้ว

แหม มันก็ดีจริงหนิ!

เห็นจวินเซียวเหยา เจียงลั่วหลีและคนอื่นๆ อยู่ด้วยกัน เย่ซิงหยุนกำลังจะเป็นบ้าเพราะความอิจฉา

ปัง!

แก้วไวน์ในมือของเย่ซิงหยุนกระแทกลงบนโต๊ะอย่างรุนแรง

ทั่วทั้งห้องโถงตกอยู่ในความเงียบทันที

“เจ้าคือบุตรพระเจ้าแห่งตระกูลจวินใช่ไหม? ข้านามว่าเย่ซิงหยุนจากตระกูลโบราณ ตระกูลเย่ ไม่ทราบว่าข้าพอจะมีโชครึไม่หากจะอยากเรียนรู้กับบุตรพระเจ้าสักสองกระบวนท่า?”

(หากมีคำแนะนำหรือข้อติเตียน สามารถคอมเมนท์เพื่อบอกกล่าวได้นะครับ ^ ^ ขอบพระคุณมากครับที่สละเวลาอ่านจนจบ)

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด