ตอนที่แล้วบทที่ 32
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 34

บทที่ 33


บทที่ 33

ภายในตงฟู่

“ระบบ ช่วยอัพเกรดฐานบำเพ็ญเพียรให้ข้าหน่อย”

[ติ๊ง!]

[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ คุณยกระดับสู่ขั้นเก้าขอบเขตขจัดสิ่งโสมม และครั้งต่อไปต้องใช้ค่าความเกลียดชัง 10,000 เพื่อยกระดับขอบเขตใหญ่สู่ขอบเขตแก่นทองคำ]

[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ คุณได้รับถุงของขวัญ]

ฉินห่าวหัวเราะขมขื่น ตัวเขากลายเป็นยากจนอีกครั้ง

เขาเปิดถุงของขวัญออกมาดู และพบว่ามันเป็น ทักษะฝึกขั้นเทียน ‘หนึ่งกระบี่ปลิดชีพ’

หนึ่งกระบี่ปลิดชีพ : กระบี่เดียวเปลี่ยนโลกหล้า สามารถสังหารข้ามขั้น

ผลพวงที่ตามมา : สลายพละกำลังทั้งหมด และสูญเสียจิตสงบ หากใช้อย่างต่อเนื่องจะหลุดเข้าสู่สภาวะเสียสูญ

ฉินห่าวสะกิดคางตัวเอง ทักษะนี้ทรงพลังอย่างแท้จริง สมแล้วที่เป็นทักษะระดับเทียน แต่ผลกระทบที่ตามมาร้ายแรงกว่าทักษะที่อาจารย์มอบให้มาก กระนั้นก็ยังมีพลังมหาศาล

เพียงหนึ่งกระบี่แต่สามารถสังหารข้ามขั้น ว่าแต่สภาวะเสียสูญนั้นไม่ทราบว่าคืออะไร? หากเขาตายแล้วมันจะถูกรักษาให้กลับมาเหมือนเดิมหรือไม่?

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ไม่ใช่เวลาทดสอบวิชานี้

ฉินห่าวลุกขึ้นยืนและหันไปพูดกับแพนด้าว่าจะออกไปสู้แล้วนะ

แพนด้าไม่สนใจไปรับชม เพราะกระทั่งศัตรูในขอบเขตก่อเกิดจิตยังตายด้วยน้ำมือฉินห่าว ดังนั้นไม่ต้องกล่าวถึงคู่ต่อสู้ในขอบเขตแก่นทองคำขั้นต้น

...

ในเวลานี้ ณ เวทีประลองกำลังเดือดพล่านและเต็มไปด้วยผู้คน

“อะแฮ่ม ศิษย์น้องผู้นี้ ช่วยหลีกทางให้ข้าหน่อยได้หรือไม่” ฉินห่าวกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ที่นี่มีคนเยอะไป และเขายังบินไม่ได้

“เจ้าเป็นใครมาสั่งข้า? เอ๊ะ? สวัสดีขอรับศิษย์พี่!”

ตอนแรก ชายคนนั้นหันขวับมาด้วยความโกรธ แต่เมื่อเห็นตราสาวกชั้นสองบนข้อมือฉินห่าว ก็เอ่ยด้วยความเคารพทันที

“ศิษย์น้องหญิงผู้นี้โปรดหลีกทาง”

...

ในที่สุดฉินห่าวก็แทรกตัวเข้ามาถึงเวทีประลอง เขาเหนื่อยเล็กน้อย หน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อ ประเด็นคือทุกคนในที่นี้คือศิษย์น้อง ดังนั้นเขาจะไม่ทำตัวหยาบคาย

“ศิษย์ฉินห่าวคารวะห้าอาวุโส” ฉินห่าวคำนับผู้อาวุโสทั้งห้าบนแท่นสูง

“อืม ดีมาก ดีมาก”

ผู้อาวุโสทั้งห้าพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม แต่แล้วสีหน้าของพวกเขาก็แปรเปลี่ยนไป “เจ้า ... เหตุใดเจ้าถึงทะลวงมาขั้นเก้าขอบเขตขจัดสิ่งโสมมได้?”

ฮือฮา!

“อะไรนะ!?”

“ข้าได้ยินไม่ผิดใช่ไหม?”

ทุกคนตกอยู่ในความโกลาหล พวกเขาทุกคนทราบถึงฐานบำเพ็ญเพียรของฉินห่าวดี ซึ่งสามวันก่อนที่กลับมายังภูเขานิกาย เขาอยู่แค่ขั้นสี่เท่านั้น แต่ตอนนี้ กลับข้ามไปถึงขั้นเก้าแล้ว?

ไม่ต้องพูดถึงสามวัน เกรงว่าสามเดือนก็ยังไม่เคยมีใครทำได้!

“เอ่อๆ พอดีระหว่างเข้าฌานศิษย์ตระหนักรู้ถึงอะไรบางอย่าง เลยโชคดีทะลวงผ่านมาได้” ฉินห่าวกระอักกระอ่วนเล็กน้อย

ทุกคน “...”

จู่ๆ ผู้อาวุโสทั้งห้าก็รู้สึกราวกับว่าพวกเขาเคยเจอสถานการณ์ประมาณนี้มาก่อน

หลังจากนึกดีๆแล้ว ก็พบว่าเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่งตอนฉินห่าวกลับจากการต่อสู้ในสงครามระหว่างสำนักเซี่ยเจี้ยน ที่ก้าวกระโดดจากขอบเขตรวบรวมลมปราณ สู่ขอบเขตเปิดภูมิปัญญา

“อะแฮ่ม ดีแล้ว เจ้าเติบโตขึ้นได้ก็ดี แต่อย่าเพิ่งทะนงตนไป” ผู้อาวุโสจินกระแอมเบาๆ เอาจริงเขาไม่รู้จะพูดอะไร สาวกผู้นี้รุดหน้าเร็วเกินไป พวกตนที่เป็นผู้อาวุโสรู้สึกกดดันอย่างหนัก

บนท้องฟ้าสูง

“ศิษย์ข้าช่างน่าทึ่งนัก เขายกระดับเป็นขั้นเก้าขอบเขตขจัดสิ่งโสมมได้ในสามวัน เก่งกว่าเราผู้เฒ่าตอนยังหนุ่มเสียอีก น่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ”

ผู้อาวุโสเทียนหยุนมองฉินห่าวอย่างรักใคร่เอ็นดู

“มาแล้ว!”

ในเวลานั้นเอง หลังจากฝูงชนเงียบไปครู่หนึ่ง จู่ๆพวกเขาก็กลายเป็นเดือดพล่าน

เห็นเพียงบนท้องฟ้าไกล หลิวเฮ่อลอยมาช้าๆ เขาสวมชุดคลุมสีเขียวที่มีลวดลายสีทอง มองไกลๆดูแพงและน่าเกรงขามมาก

“อืม ไม่เลว”

ผู้อาวุโสทั้งห้าพยักหน้า ขณะที่ผู้อาวุโสชุ่ยลูบเครายาวของตัวเอง พอใจกับศิษย์ผู้นี้มาก

“ศิษย์น้อง”

หลิวเฮ่อประสานมือให้ฉินห่าว

“ศิษย์พี่”

ฉินห่าวก็ประสานมือคารวะตอบเช่นกัน เขามองปราดเดียวก็จดจำได้ทันที ชายผู้นี้คือหลิวเหอคนนั้นจริงๆ

มองไปยังหลิวเฮ่อที่ดูอ่อนโยนและสง่างาม ใบหน้าดั่งมงกุฏหยก คิดไม่ถึงว่าคนประเภทนี้จะทำลายนิกายผู้อื่นเพียงเพื่อทักษะฝึก

วลี ‘หน้าเนื้อใจเสือ’ ใช้อธิบายกับคนประเภทนี้ใช่หรือไม่?

“การสอบประเมินเอาแค่สู้กันพอประมาณ พวกเจ้าต่างเป็นศิษย์ร่วมนิกาย อย่าทำร้ายกันรุนแรงเกินไปจนเกิดความระหองระแหง”

ขณะนี้ ผู้อาวุโสจินกล่าว “เริ่มการประลองได้!”

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด