ตอนที่แล้วบทที่ 317 – มุมมองที่กว้างขึ้น
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 319 – ถูกเคี่ยวกรำด้วยความเจ็บปวด

บทที่ 318 – เข้าไปในหุบเขาแบ่งฟ้า


สีหน้าของเฟยหยูแข็งค้างอย่างตกตะลึง “ทำไมกัน? มันไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นนี่! หรือว่าท่านพ่อไม่ต้องการข้าแล้ว เขาไม่รักข้าแล้วใช่มั้ย?”

เคอเอ้อร์หลานตี้ส่ายหน้า “ไม่ใช่เช่นนั้นหรอกองค์หญิง! องค์ราชามีรับสั่งเช่นนี้ออกมา น่าจะเป็นเพราะตัวตนของเขาเท่านั้น” เขาหันมองไปในทิศทางที่จางกงลับหายไป ในหัวเริ่มเข้าใจในสิ่งที่ราชาเทียนฟงวางแผนเอาไว้ขึ้นมาบ้างแล้ว

“ตัวตน? เขามีสถานะสูงส่งอันใดอย่างนั้นหรือ?”

เคอเอ้อร์หลานตี้หันหน้ากลับมา “โอกาสที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งได้ชีวิตได้ผ่านไปแล้ว ท่านไม่สามารถย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้หรอก องค์หญิง! เขาคือท่านทูตแห่งเทพเจ้า บุตรแห่งแสงเว่ยจางกง! เมธีเวทย์แห่งแสงที่อายุน้อยที่สุดในโลก ผู้ที่สามารถร่ายเวทย์ต้องห้ามได้ด้วยตัวคนเดียว คนที่สร้างสถานที่แห่งปาฏิหาริย์ เหวลึกที่อยู่ด้านหน้าของป้อมปราการเต๋อหลุนด้วยเวทย์ต้องห้ามนั่นเอง”

สีหน้าของเฟยหยูซีดเผือดไปแล้ว เสียงที่กล่าวออกมานั้นตะกุกตะกักเป็นอย่างยิ่ง “ท่า.ท่านโกหก! บุตรแห่งแสง จะมีหน้าตา..อัปลักษณ์น่ากลัวขนาดนั้นได้อย่างไร?”

รอยยิ้มของเคอเอ้อร์หลานตี้นั้นดูบิดเบี้ยวไม่น้อย “องค์หญิง ข้าจะไปโกหกท่านเพื่ออะไร? พลังอันเหมือนกับปาฏิหาริย์ของเขา ข้าได้เห็น ได้สัมผัสมันมาด้วยสายตาของตัวเองเลยทีเดียว และยังเคยได้ยินมาอีกว่า การที่เขากลายเป็นหน้าตาอัปลักษณ์อย่างนี้ ทั้งที่ตามปกติแล้วเป็นบุรุษที่หน้าตาดีคนหนึ่ง เป็นเพราะการต่อสู้ที่ดุเดือดกับจักรพรรดิปีศาจก่อนหน้านี้ ธาตุแห่งความมืดได้กัดกร่อนร่างกายของเขาอย่างรุนแรง ทำให้กลายเป็นสภาพอย่างนี้ในที่สุด”

“ไม่! ไม่มีทางเป็นไปได้! เขาต้องไม่ใช่... ข้า..ข้าจะไปตามหาเขา” หลังจากที่กล่าวออกมาอย่างแทบจะไม่เป็นคำพูด เฟยหยูก็เริ่มออกวิ่งตามไปในทิศทางเดียวกันกับจางกงทันที

เคอเอ้อร์หลานตี้ส่ายศีรษะของตัวเองไม่หยุด พร้อมกับขยับตัวอย่างรวดเร็ว และไปปรากฏขวางทางเธอเอาไว้ ก่อนที่จะใช้สันมือทุบไปที่ต้นคอ ทำให้เฟยหยูนั่นหมดสติลงไป หลังจากนำตัวของเธอขึ้นมาจากพื้นแล้ว เขาก็พึมพำออกมา “รูปร่างหน้าตาจะไปมีความสำคัญได้อย่างไร? จะสวยงามหรือน่าเกลียด ก็ไม่ได้เป็นเครื่องพิสูจน์ยืนยันนิสัยใจคอ หรือความสามารถของผู้คนได้เลย? เฮ้อ! องค์หญิง โอกาสที่ดีที่สุดเพียงครั้งเดียวในชีวิต ท่านได้ปล่อยให้มันหลุดลอยไปเสียแล้ว”

หลังจากนั้น ลำแสงก็ปรากฏขึ้นมา 9 สาย พาร่างของคน 10 คนมุ่งหน้ากลับไปยังป้อมปราการเต๋อหลุน

............

ตอนนี้ผมกำลังเคลื่อนที่อยู่กลางอากาศด้วยความเร็วไม่มากนัก ตั้งใจลดม่านที่ปกติจะต้องสร้างไว้เพื่อป้องกันตัวเองลง ปล่อยให้สายลมเย็น ๆ พัดปะทะเข้ากับใบหน้า และร่างกายทั้งหมดอยู่ตลอดเวลา ชุดคลุมเวทย์สะบัดไปมาอย่างรุนแรง เช่นเดียวกับเส้นผมที่ยาวสยายไปทางด้านหลังของตัวเอง ความเย็นเยียบของสายลมพวกนี้ ทำให้ผมรู้สึกตื่นตัว และมีพลังขึ้นมาอีกครั้ง

แต่ในตอนที่ลืมตัว ผมจะเผลอเอามือขึ้นมาลูบใบหน้าที่ราบเรียบ แต่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นของตัวเองเป็นบางครั้ง และนั้นทำให้ผมเกิดความหมองหม่นขึ้นมาไม่น้อย แม้ว่าการกลายเป็นแบบนี้ จะไม่ใช่ความผิดอะไรของผมเลย แต่มันก็ยังขู่ขวัญคนที่ได้เห็นอย่างมากอยู่ดี ต่อไป ผมคงจะไม่ถอดหน้ากากให้ใครเห็นหน้าตาที่แท้จริงได้อย่างง่าย ๆ อีกแล้ว ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในทำนองนี้ขึ้นอีก

ผมเหาะไปพร้อมกับพยายามทำอารมณ์ของตัวเองให้เข้าที่ ก่อนที่จะรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวของดาบศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในอกของตัวเองขึ้นมา ผมหยุดลอยตัวอยู่กลางอากาศ ปล่อยให้พลังของดาบศักดิ์สิทธิ์ไหลเวียนไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว มันให้ความรู้สึกที่อบอุ่นและสบายตัวเป็นอย่างมาก และขจัดอารมณ์ที่ขุ่นมัวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไปจนหมดสิ้น ตอนนี้สมาธิของผมทั้งหมดอยู่ที่พลังอันอบอุ่นที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในร่างกายอย่างเต็มที่

หลังจากที่ตกอยู่ในความเคลิบเคลิ้มสักพัก ผมก็กลับมาเริ่มสังเกตสถานการณ์รอบตัวอีกครั้ง การที่ดาบศักดิ์สิทธิ์มีปฏิกิริยาออกมาอย่างรุนแรงแบบนี้ น่าจะเป็นเพราะการตอบสนองต่อพลังที่ถูกทิ้งเอาไว้โดยเทวทูตสงครามเล่ยมี่เจียอย่างแน่นอน นี่มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก การค้นหาครั้งนี้ไม่ได้ยากอย่างที่คิดเอาไว้เลย

และเมื่อผมเพ่งสายตามองลงไปที่พื้นดินเบื้องล่าง ก็พบว่ามันเป็นช่องแคบที่ลึกลงไปแห่งหนึ่ง พาดผ่านอยู่บนพื้นของที่ราบสูงแห่งนี้ ดูด้วยสายตาแล้ว ความลึกของมันนั้นไม่น้อยเลยทีเดียว นี่น่าจะเป็นสถานที่ ๆ เรียกว่าหุบเขาแบ่งฟ้าอย่างแน่นอนแล้ว แม้ว่ามันจะมีลักษณะคล้ายกับเหวลึกมากกว่าก็ตาม ผมพยายามสะกดความรู้สึกตื่นเต้นยินดีของตัวเองเอาไว้ ค่อย ๆ ทิ้งตัวลงไปด้านล่างอย่างระมัดระวัง ประกายแสงสีทองเป็นทางยาวปรากฏขึ้นบนตัวผม ทำให้ตอนนี้มันเหมือนกับว่ามีดาวตกกำลังพุ่งไปที่ช่องแคบนั้นอยู่เลย

ตอนที่ผมมาหยุดลอยตัวอยู่เหนือช่องแคบแล้ว หลังจากตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว ผมก็พุ่งลงไปด้านล่างทันที แต่ก็ต้องเผชิญกับม่านพลังที่มองไม่เห็นขัดขวางเอาไว้ และส่งผมกระเด็นกลับขึ้นไปบนท้องฟ้าอีกครั้ง มันไม่ก่อนให้เกิดความเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย คล้ายกับว่าผมปะทะเข้ากับกองผ้าฝ้าย หรือสำลีนุ่ม ๆ เท่านั้น หลังจากที่ปรับท่าทางของตัวเองให้กลับมาปกติได้อีกครั้ง ผมก็ลอยตัวนิ่งอยู่ ครุ่นคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หรือว่าหุบเขาแบ่งฟ้าแห่งนี้ จะมีม่านพลังหรือเขตแดนคอยป้องกันเอาไว้? ความรู้สึกที่สัมผัสได้ในตอนนี้ มันไม่ต่างกับเขตแดน ที่ผมเคยพบตอนที่จะผ่านเข้าไปในป่าแห่งเทพเลย

ผมคิดอยู่อีกสักพัก ก่อนที่จะลดความสูงของตัวเองลงไปหยุดอยู่บริเวณด้านบนของเขตแดนโปร่งแสงนั้น หลับตาของตัวเองลง แล้วค่อย ๆ หมุนเวียนพลังของดาบศักดิ์สิทธิ์ออกจากทรวงอกของตัวเอง ส่งมันไปทั่วร่างกายอีกครั้ง ตั้งสมาธิทั้งหมดเอาไว้กับพลังที่อบอุ่นและบริสุทธิ์นั้น ก่อนที่จะค่อย ๆ เคลื่อนพลังบางส่วนไปสัมผัสกับเขตแดน

ตอนที่แสงสีขาวจากร่างกายของผมสัมผัสเข้ากับม่านพลังโปร่งแสงนั้น เกิดการต่อต้านกลับมาจากเขตแดนแห่งนี้ในทันที แต่ผมก็ยังไม่ละความพยายาม ค่อย ๆ ส่งพลังของดาบศักดิ์สิทธิ์ลงไปเรื่อย ๆ แรงต้านทานนั้นเริ่มลดลง ก่อนจะหายไปในที่สุด และเมื่อทดลองทิ้งร่างของตัวเองลงไปที่เขตแดนนั้น ผมก็รู้สึกดีใจขึ้นมาทันที เพราะม่านพลังนี้ไม่ได้ต่อต้านอะไรแล้ว มันยอมรับพลังของดาบศักดิ์สิทธิ์ในร่างกายของผมในที่สุด

เมื่อผมผ่านเขตแดนเข้ามาได้ ก็รู้สึกโชคดีที่ตัวเองมีพลังดาบศักดิ์สิทธิ์อยู่ในร่างกาย เพราะเขตแดนนี้มีความหนามากกว่า 10 เมตร ด้วยการมีพลังของดาบศักดิ์สิทธิ์ห่อหุ้มไปทั้งตัว ยังสามารถผ่านมาได้อย่างช้า ๆ เท่านั้น ถ้าไม่มีพลังนี้อยู่ ไม่มีทางที่จะฝืนผ่านเข้ามาได้ด้วยกำลังอย่างแน่นอน

ในที่สุดแรงกดดันทั้งหมดก็สลายไป ร่างกายของผมนั้นอยู่ในสภาพที่ผ่อนคลายเป็นอย่างมาก ภายในนี้ช่างมีสภาพแวดล้อมที่บริสุทธิ์นัก อากาศที่อยู่รอบตัว ให้ความรู้สึกที่สะอาดและสดชื่นอย่างยิ่ง

เมื่อผมลดความสูงของตัวเองลงมาเรื่อย ๆ ก็พบว่าสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัวนั้นมีชีวิตชีวาเป็นอย่างมาก เสียงของแมลง นก และสัตว์ขนาดเล็กได้ยินอยู่ทั่วไปหมด ต้นไม้ใหญ่น้อยเขียวขจีอยู่เต็มหุบเขา ดูเหมือนว่า มันน่าจะเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมากแล้ว ที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่หลุดรอดเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ได้ เท่าที่สังเกตอย่างละเอียดแล้ว บนพื้นของหุบเขาไม่มีร่องรอยของเส้นทางที่ใช้สัญจรอยู่เลย มันถูกปกคลุมเต็มไปด้วยหนามและเถาวัลย์ ไม่มีทางที่จะใช้เท้าเดินทางบนพื้นดินได้เลย ทำให้ผมต้องเคลื่อนที่บนอากาศไปเรื่อย ๆ

แม้ว่าด้วยระดับพลังของผม การที่จะจัดการกับสิ่งกีดขวาง สร้างเป็นเส้นทางสำหรับการเดินออกมา ไม่ใช่เรื่องที่เหลือบ่ากว่าแรงอะไรมากนัก แต่ธรรมชาติที่สวยงามขนาดนี้ ผมตัดใจทำลายพวกมันไม่ลงจริง ๆ

พลังในร่างกายของผมถูกส่งกระจายออกไปอย่างต่อเนื่อง มันไม่ได้เข้มข้นมากนัก แต่ก็พอที่จะให้สามารถสัมผัสกับจุดที่พลังของเทพเจ้าทิ้งเอาไว้ได้อย่างแน่นอน มันน่าจะอยู่ในสถานที่เปิดโล่ง แต่คงจะถูกต้นไม้ต่าง ๆ ปกคลุมเอาไว้ในภายหลังมากกว่า

ผมเตรียมตัวเองให้อยู่ในสภาพที่พร้อมรับมือกับทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น ดวงเวทย์ทั้ง 3 ดวงในร่างกายหมุนเวียนอย่างเต็มที่ คทาเวทย์ซู่เกอลาถูกดึงออกมาจากถุงผ้า และส่งพลังเข้าไปเตรียมพร้อมไว้อย่างเต็มที่

แต่เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะมีบรรยากาศที่เงียบสงบ และให้ความรู้สึกที่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง ผมกลับเริ่มรู้สึกอึดอัด และวิตกกังวลขึ้นมาเป็นอย่างมากแล้ว เพราะหลังจากที่สำรวจไปจนเกือบทั่วทั้งสถานที่แห่งนี้แล้ว ไม่มีสัญญาณของพลังสืบทอดแห่งเทพเจ้าเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ว่าผมจะพยายามส่งพลังออกไปแค่ไหน

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด