ตอนที่แล้วบทที่ 314 – ต้านศัตรู เพื่อลูกศิษย์
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 316 – น่าละอาย

บทที่ 315 – ราชาแห่งต้าลู่


ที่ศูนย์บัญชาการใหญ่ ป้อมปราการเต๋อหลุน

“รายงานองค์ราชา รองผู้บัญชาการเคอเอ้อร์หลานตี้ขอเข้าเฝ้า”

เสียงอย่างหนักแน่นมีอำนาจ ดังตอบกลับออกมา “ให้เขาเข้ามาได้”

เคอเอ้อร์หลานตี้ที่อยู่ในชุดเกราะสีเงิน สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล เดินเข้ามาในจวนชั่วคราวของจอมพลอย่างรวดเร็ว

“ผู้ใต้บังคับบัญชา เคอเอ้อร์หลานตี้ น้อมพบองค์ราชา” เขาคุกเข่าลงกับพื้น ทำความเคารพอย่างนอบน้อม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปที่ชายวัยกลางคนที่มีลักษณะแข็งแกร่งคนหนึ่ง ราชาผู้ปกครองอาณาจักรต้าลู่อยู่ในขณะนี้ หลัวเฉินเทียนฟง!

เขาเป็นชายร่างกำยำ มีความสูงมากกว่า 190 เซนติเมตร ไหล่หนากว้าง แม้จะมีอายุมากกว่า 50 ปีแล้ว แต่หลังก็ยังตั้งตรง ไม่แสดงถึงความอ่อนแอตามอายุออกมาแม้แต่น้อย เพียงแต่ว่าในตอนนี้ ดูเหมือนว่าเขากำลังติดขัดอะไรบางอย่างอยู่ สีหน้านั้นเคร่งขรึม คิ้วขมวดแน่นอย่างคนที่กำลังใช้ความคิดอย่างหนัก

“เคอเอ้อร์ เจ้ามาได้จังหวะเหมาะพอดี ข้ามีเรื่องที่จะต้องให้เจ้าช่วยแก้ปัญหาให้หน่อย”

เคอเอ้อร์หลานตี้ตอบรับออกไปด้วยความเคารพ “โปรดรับสั่งออกมาได้เลยขอรับ ข้าน้อยพร้อมปฏิบัติตาม”

ราชาแห่งต้าลู่ถอนหายใจออกมา “ข้าเดินทางมาที่ป้อมปราการเต๋อหลุนนี้เพื่อตรวจตราความเรียบร้อย ทุกอย่างก็เป็นไปได้อย่างราบรื่นในช่วงแรก แต่เมื่อไม่นานมานี้ เฟยหยูได้หายตัวไปอย่างกะทันหัน ข้าได้ส่งคนออกไปตามหานางแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ข่าวกลับมาเลย นางเป็นลูกที่ข้ารักมากที่สุด การที่นางหายตัวไปอย่างนี้ ทำให้ข้าเป็นกังวลไม่น้อยเลยทีเดียว และบางทีแล้ว มันอาจจะเป็นความผิดของข้าด้วยก็ได้ นางเคยพูดออกมาบ้างแล้วว่าเบื่อมาก แต่ข้าก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก เอาล่ะ! ข้าจะให้เจ้านำทหารม้ากลุ่มหนึ่งออกไป ตามหาและนำตัวนางกลับมาให้ได้เร็วที่สุด”

ความรู้สึกสิ้นหวังปรากฏขึ้นในดวงตาของเคอเอ้อร์หลานตี้ทันที เขาเคยได้ติดต่อพูดคุยกับเจ้าหญิงเฟยหยูมาหลายครั้งแล้ว ความดื้อรั้นของนางนั้นช่างทำให้ผู้คนปวดหัวเป็นอย่างมาก สีหน้าของเขาครุ่นคิดอย่างหนัก ก่อนจะเอ่ยปากกล่าวออกมา “องค์ราชา ข้าน้อยมีเรื่องสำคัญที่ต้องทูลรายงาน ก่อนที่จะออกเดินทางไปตามหาเจ้าหญิงขอรับ”

ราชาเทียนฟงพยักหน้า “ยืนขึ้นพูดเถอะ”

เคอเอ้อร์หลานตี้สูดหายใจลึก เรียบเรียงคำพูดในหัวไว้เป็นอย่างดี แล้วเริ่มเล่าเรื่องราวที่ได้พบกับท่านทูตแห่งเทพเจ้าเว่ยจางกง และเหตุการณ์ปะทะกันกับพวกเผ่ามารออกมาอย่างละเอียด รวมถึงระดับพลัง และความแข็งแกร่งของเวทย์มนต์ ที่ทูตแห่งเทพเจ้ามีอยู่ออกมาทั้งหมด สีหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยความเคารพและชื่นชม

หลังจากที่ได้ยินรายงานทั้งหมดจากเคอเอ้อร์หลานตี้ องค์ราชาแห่งต้าลู่ก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก “ถ้าอย่างนั้น ทุกอย่างก็เป็นเรื่องจริงสินะ มีเผ่ามารกำลังวางแผนที่จะรุกรานโลกนี้อยู่จริง ๆ ดูเหมือนว่าข้าจะละเลยกับคำเตือน และคำทักท้วงของจอมพลฟงห้าวมากเกินไปหน่อย แล้วยังโยนความผิดที่เกิดจากความโลภของตัวเองให้เขาอีกด้วย เฮ้อ! กลายเป็นว่าข้าตัดสินใจผิดไปอีกแล้ว ตอนนี้คงต้องรีบชดเชยเวลาที่เสียไปให้ได้เร็วที่สุด โดยเฉพาะเรื่องของการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับกองทัพ ใครก็ได้เข้ามารับคำสั่งไปถ่ายทอดเดี๋ยวนี้!”

“องค์ราชา!” มีนายทหารรีบเข้ามาคุกเข่าเพื่อรับคำสั่งทันที

หลัวเฉินเทียนฟงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม และหนักแน่น “ถ่ายทอดคำสั่งออกไป ให้รวบรวมนักเวทย์ทั้งหมดในอาณาจักรต้าลู่ โดยเฉพาะนักเวทย์แห่งแสง ตั้งขึ้นเป็นกองพันนักเวทย์ที่ 1 แห่งอาณาจักรต้าลู่ นักเวทย์คนใดที่สมัครใจเข้าร่วม จะได้รับค่าตอบแทนตามระดับพลังเวทย์ โดยจะเพิ่มให้เป็น 2 เท่าจากค่าตอบแทนปกติ” ในอาณาจักรต้าลู่ มีสถานการณ์ที่ไม่ต่างจากอาณาจักรซิวต้ามากนัก พวกเขาขาดแคลนนักเวทย์เป็นอย่างมาก นั่นเป็นสาเหตุ ที่ราชาแห่งต้าลู่ตอบรับข้อเสนอของราชาเคอจา ที่จะให้ความช่วยเหลือเรื่องนักเวทย์เป็นการตอบแทนในตอนนั้น

“และพร้อมกันนั้น ออกคำสั่งให้กองพลที่ 1 ถึงกองพลที่ 7 มารวมตัวกันที่นอกเมืองหลวง แต่งตั้งให้ผู้บัญชาการหน่วยองครักษ์หลวงอ้ายเอ่อร์จ๋า เป็นผู้บัญชาการสูงสุด ดูแลให้ผู้บัญชาการของแต่ละกองพล ทำการฝึกฝนด้วยรูปแบบอินทรีทันที”

เมื่อได้ยินคำสั่งถ่ายทอดออกไป เคอเอ้อร์หลานตี้ก็ตกใจเป็นอย่างมาก เขาได้ยินการฝึกฝนในรูปแบบอินทรีมานานมากแล้ว มันเป็นการฝึกฝนที่หนักหน่วง และโหดร้ายเป็นอย่างมาก หลายปีที่ผ่านมานี้ มันถูกเก็บเอาไว้ ไม่ถูกนำออกมาใช้ฝึกทหารอีกเลย เนื่องจากความโหดร้ายในการฝึกฝนนี่เอง และทหารแต่ละกองพลที่องค์ราชามีคำสั่งให้เคลื่อนพลนั้น ล้วนเป็นกองพลที่มีความสามารถเป็นเลิศทั้งสิ้น พวกเขาทั้งหมดรวมกัน จะมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับครึ่งหนึ่งของกองทัพทั้งหมดของอาณาจักรแล้ว ยังไม่นับว่า มีการจัดตั้งกองพันนักเวทย์ขึ้นมาใหม่อีก ดูเหมือนว่าองค์ราชาจะจริงจังกับเรื่องนี้เป็นอย่างมา

“รับพระบัญชา!” นายทหารที่เข้ามารับคำสั่ง ถอยออกไปหลังจากได้คำสั่งที่สมบูรณ์ไปแล้ว

ราชาเทียนฟงหันกลับมามองที่เคอเอ้อร์หลานตี้อีกครั้ง ก่อนจะกล่าวออกมา “เคอเอ้อร์ เจ้านั้นเป็นผู้ที่โดดเด่นและแข็งแกร่งที่สุดในรุ่นเดียวกันแล้ว รวมถึงมีความจงรักภักดีเป็นอย่างมาก ข้าตั้งความหวังได้กับเจ้าสูงมากจริง ๆ และข้าจะแต่งตั้งให้เจ้าทำหน้าที่เป็นผู้บังคับบัญชาของกองพลผู้พิทักษ์อาณาจักร อย่าทำให้ข้าผิดหวังเสียล่ะ”

เรื่องนี้ทำให้เคอเอ้อร์หลานตี้รู้สึกตื้นตันยินดีเป็นอย่างมาก กองพลผู้พิทักษ์อาณาจักรของตาลู่ มีกำลังพลอยู่ไม่น้อยกว่า 50,000 นาย ล้วนแต่เป็นทหารที่มากประสบการณ์ และมีความสามารถที่ยอดเยี่ยม เป็นกองผลที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรต้าลู่แล้ว ตอนนี้ องค์ราชาได้แต่งตั้งให้เขาเป็นผู้บัญชาการ มันเป็นหน้าที่ ๆ มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการดูแลความปลอดภัยขององค์ราชาเองด้วย ในอดีต จอมพลฟงห้าวก็เริ่มไต่เต้าจากตำแหน่งนี้ขึ้นไป สร้างความดีความชอบ จนได้ตำแหน่งจอมพลในท้ายที่สุด

เขาคุกเข่าลงอีกครั้งทันที “ขอบพระทัยฝ่าบาท ที่ทรงพระราชทานแต่งตั้ง”

องค์ราชาเทียนฟงกล่าวออกมาต่อ “ลุกขึ้นเถอะ! ตอนนี้เจ้าควรจะออกไปตามหาและพาลูกสาวข้ากลับมาได้แล้ว อีกไม่นาน ข้าจะต้องกลับไปควบคุมการฝึกทหารในรูปแบบอินทรีด้วยตัวเองอีก”

ตอนที่เคอเอ้อร์หลานตี้ลุกขึ้นมาได้เรียบร้อยแล้ว และกำลังจะกล่าวลาเพื่อรีบไปทำตามคำสั่งนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่เร่งร้อนก็ดังเข้าหูมาให้ได้ยิน มีนายทหารวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน คุกเข่าลงแล้วเอ่ยขึ้นทันที “มีรายงาน! ทูลองค์ราชา พวกเราทราบที่อยู่ของเจ้าหญิงแล้วขอรับ”

สีหน้าของราชาเทียนฟงสดใสขึ้นในทันที “อยู่ที่ใด? รีบพูดออกมา”

“ในตอนแรก ทหารของกองพลผู้พิทักษ์ได้ไล่ตามเจ้าหญิงไปจนทันแล้ว แต่ก็มีนักเวทย์คนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมา ใช้เวทย์เคลื่อนย้ายระยะสั้นพาตัวเจ้าหญิงออกไป ทำให้ไม่สามารถพาตัวเจ้าหญิงกลับมาได้ หลังจากนนั้น ผู้บัญชาการกองพันที่ทำการรักษาการอยู่บนกำแพงเมือง ได้พบพวกเขาอยู่ที่นอกป้อมปราการ จึงได้ส่งกองพันทหารม้าเกราะเบาออกไปตามหาพวกเขาในทันที จนไปพบกับพวกเขาตรงสถานที่แห่งปาฏิหาริย์ (เหวลึกที่เกิดขึ้นจากเวทย์ต้องห้ามของเผ่าเทพเจ้า ถูกเรียกจากทหารทั้ง 3 อาณาจักรว่าสถานที่แห่งปาฏิหาริย์) และได้ทำการต่อสู้กันเพื่อที่จะนำตัวเจ้าหญิงกลับมา แต่นักเวทย์คนนั้นทรงพลังเป็นอย่างมาก เขากล่าวว่าตัวเองนั้นเป็นอาจารย์ของเจ้าหญิงด้วย ทหารม้าของพวกเราไม่อาจต้านทานความแข็งแกร่งของนักเวทย์คนนั้นได้ หลังจากปะทะกันได้เพียงชั่วระยะเวลาสั้น ๆ เขาก็สามารถเอาชนะผู้บัญชาการกองพันไปได้ และพาเจ้าหญิงข้ามสถานที่แห่งปาฏิหาริย์ไปอีกฝั่งอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่สามารถติดตามไปได้อีกขอรับ”

พอได้ฟังจบ ราชาเทียนฟงถึงกับตวาดออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว “อะไรนะ? ทหารม้าทั้งกองพัน หยุดนักเวทย์คนเดียวเอาไว้ไม่ได้? เลี้ยงเสียข้าวสุกจริง ๆ!”

นายทหารที่วิ่งเข้ามารายงานไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมาอีก แต่เคอเอ้อร์หลานตี้นั้นเกิดประกายขึ้นในดวงตาแล้ว “นักเวทย์คนนั้นมีรูปร่างลักษณะอย่างไร?”

นายทหารรีบกล่าวตอบ “สวมชุดคลุมเวทย์สีขาว ใช้หมวกคลุมศีรษะอยู่ตลอดเวลา บนใบหน้าใส่หน้ากากสีเงิน ถือถุงผ้าขนาดยาวเอาไว้มือตลอดเวลา”

เคอเอ้อร์หลานตี้ขมวดคิ้ว “หน้ากากสีเงิน?”

ราชาเทียนฟงกล่าวถามออกมาอย่างรีบร้อน “อะไร? เคอเอ้อร์ เจ้ารู้จักนักเวทย์คนนั้นหรือ?”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด