ตอนที่แล้วตอนที่ 99 ศพมายา (ฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 101 หัวขโมยของฉัน (ฟรี)

ตอนที่ 100 ยาเสริมพลัง (ฟรี)


(ตอนเดียวนะครับ แปลไม่ทัน อย่างที่แจ้งไว้ก่อนหน้านี้ช่วงนี้งานที่ทำประจำเยอะมากครับ)

ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งวัน ก่อนที่จะถึงเมืองสิบขั้น

และยิ่งใกล้ถึงมากเท่าไร เมืองเต่าทมิฬเองก็เริ่มวุ่นวายมากขึ้น

เวลานี้มู่เหลียงกำลังวาดลวดลายธงประจำเมืองของเขาอยู่ ซึ่งต่อไปมันจะเป็นสัญลักษณ์เมืองของเขา

ในห้องโถงมีผ้าสีดำขนาดใหญ่ปูอยู่บนโต๊ะ พร้อมกับมู่เหลียงที่กำลังลงมือขีดเขียนลงบนผ้า

“นายไม่คิดจะวาดรูปงั้นหรอ?”

หยู่ฉินหลานมองไปยังตัวอักษรสองตัวที่เธอไม่รู้จักบนผืนผ้าสีดำนี้

เธอคิดว่าการใช้รูปภาพจะจดจำได้ง่ายกว่า และเช่นเดียวกันหากวาดออกมาน่าเกรงขามมันก็ยิ่งส่งผลกับชื่อเสียงเมือง

“แค่นี้ก็พอแล้ว”

มู่เหลียงส่ายหัว ตัวอักษรที่เขาเขียนลงไปคือคำว่า ซวนหวู่ (เต่าทมิฬ)

ธงสีดำก็จะยิ่งสื่อถึงเต่าทมิฬมากขึ้น

ในอนาคตเมืองเต่าทมิฬจะเติบโตยิ่งกว่านี้ และทรงอำนาจขึ้นเมื่อวันนั้นมาถึงธงผืนนี้จะโบกสะบัดอยู่ทั่วเมือง

“เดี๋ยว ฉันสั่งให้คนไปติดธงนี้ให้”

หยู่ฉินหลานนั้นลุกขึ้นพร้อมกับพับผืนธงก่อนที่จะเดินออกไป

ระหว่างนั้นเว่ยหยูหลันก็พุ่งเข้ามาในห้องจนเกือบจะชนกับหยู่ฉินหลาน

เด็กน้อยรีบก้มหัวขอโทษด้วยท่าทางหวาดกลัว

“ระวังตัวหน่อยเด็กน้อย วันหน้าวันหลังก็อย่าได้วิ่งพร้วดๆ ในจุดอับสายตาเข้าใจไหม”

หยู่ฉินหลานตบลงไปบนหัวของเว่ยหยูหลันเบาๆ

“เจ้าค่ะ”

เด็กน้อยขานรับ ก่อนที่จะมองดูหยูฉินหลานเดินจากไป

“เกิดอะไรขึ้นทำไมดูรีบร้อน”

มู่เหลียงถามขึ้นอย่างใจเย็น

“คุณโหย่วเฟ่ยได้ฝากให้หยูหลันมาบอกกับนายท่านว่าตอนนี้ยาเสริมพลังชุดแรกทำสำเร็จแล้ว”

“ยอดเยี่ยม ในที่สุดยาเสริมกำลังก็เสร็จสมบูรณ์สักที”

มู่เหลียงแสยะยิ้ม ก่อนที่จะลุกขึ้น มุ่งหน้าไปห้องวิจัยของโหย่วเฟ่ย

เขายังขาดกำลังคน และมีเพียง 20 คนเท่านั้นที่พอจะเรียกว่าเป็นกองกำลังของเขาได้

หากว่ายาพวกนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับคนในเมืองของเขาได้จะเป็นเรื่องดี เพราะจะพึ่งพาแต่ทีมนักล่าไม่ได้

ยังต้องมีหน่วยงานและกองกำลังอื่นอีก ในอนาคตหากเมืองใหญ่ขึ้น มู่เหลียงคงไม่สามารถส่งกิ้งก่าสามสีของเขาเข้ามาจับกุมใครในเมืองได้

สุดท้ายแล้ว การให้มนุษย์ปกครองกันเองจะดีที่สุด และให้สัตว์อสูรเป็นแนวหน้าสำหรับป้องกันเมือง

“กลิ่นอะไรเนี้ย?!”

มู่เหลียงเมื่อมาถึงห้องวิจัยจมูกของเขาก็ได้กลิ่นที่ไม่ค่อยพึงประสงค์เท่าไร และยากที่จะอธิบาย

เขาผลักประตูเข้าไปในห้องวิจัยก็เห็นว่า ห้องวิจัยนั้นรกเอามากๆ เต็มไปด้วยภาชนะรูปร่างต่างๆ ที่ทำมาจากดินเผาเต็มไปหมด

“มาแล้วงั้นหรอ!”

โหย่วเฟ่ยมุดโผล่ขึ้นมาจากใต้โต๊ะ เผยให้เห็นผมสีทองของเธอเท่านั้น

“เธอไปทำอะไรใต้โต๊ะ? แล้วนี้ได้อาบน้ำบ้างไหม?”

มู่เหลียงถามพร้อมกับมองดูชุดของโหย่วเฟ่ยที่ยังเหมือนเดิมกับเมื่อสองสามวันที่แล้ว

ที่เนินสูงไม่ได้ขาดแคลนน้ำแม้แต่นิดเดียว และสามารถอาบน้ำได้วันละสองสามรอบด้วยซ้ำ

“ทำไมต้องอาบน้ำ มันเสียเวลาวิจัย”

โหย่วเฟ่ยโบกมือปฎิเสธ พร้อมกับมืออีกข้างที่ถือหม้อดินเผาเอาไว้

“พักบ้างก็ดีนะ”

มู่เหลียงก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับช่วยโหย่วเฟ่ยถือหม้อดินเผา และดึงตัวเธอขึ้นมาจากใต้โต๊ะ

“อ้ะ!”

โหย่วเฟ่ยนั้นหน้าแดงขึ้นมาทันที

แววตาของเธอดูไร้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในตอนที่มู่เหลียงคว้าแขนของเธอเอาไว้

“นี่คือยาเสริมพลังงั้นหรอ?”

มู่เหลียงพูดขึ้นพร้อมกับมองไปยังของเหลวสีเขียวที่อยู่ในหม้อดินเผา

“ใช่ มันเป็นยาเสริมพลังขั้นสูงระดับหนึ่ง หลังจากเอาสมุนไพร และพืชผักในสวนมาทำตามสูตร ปรากฏว่าผลของยานี้แรงกว่ายาปกติถึงสองเท่า!”

เมื่อถึงเวลาอธิบายตัวยาโหย่วเฟ่ยนั้นพูดได้คล่องแคล่วดูเป็นธรรมชาติมาก

“หม้อยานี้สามารถแบ่งให้ได้กี่คน”

มู่เหลียงถามต่อ พร้อมกับลองชั่งน้ำหนักหม้อในมือ

“ก็น่าจะได้สักสิบคน”

โหย่วเฟ่ยตอบทันที

“สิบคนงั้นหรอ ก็ไม่เลวเลย”

มู่เหลียงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ และตอบอย่างอารมณ์ดี

“การทำยาเสริมพลังพวกนี้ยากไหม”

ในจำนวนเท่านี้การจะเสริมรากฐานให้เมืองเต่าทมิฬนั้นถือว่าน้อยอยู่

“ก็ไม่ได้ยากอะไร ขอเพียงแค่มีของครบ”

โหย่วเฟ่ยเอียงหัวเล็กน้อยราวกับคิดอะไรอยู่ และพูดต่อ

“หากมีของพอ น่าจะทำยาได้ร้อยชุดต่อวัน”

สุดท้ายแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไร สูตรยาก็มีอยู่แล้ว การสร้างเองก็ไม่ใช่เรื่องยาก

“งั้นฉันจะขยายแปลงเพราะปลูกให้ใหญ่ขึ้น”

มู่เหลียงแสยะยิ้มเล็กน้อย ก่อนที่จะถามอย่างสนใจ

“แล้วยาเสริมพลังระดับสองสามารถทำได้รึยัง?”

หากว่าวันหนึ่งสามารถผลิตยาเสริมพลังระดับ 1 ได้ร้อยชุด มันก็พอที่จะปรับเปลี่ยนพื้นฐานความแข็งแกร่งของคนทั้งเมืองได้ แต่นั้นก็แค่ในเวลาสั้นๆ เท่านั้น

“ระดับสอง….อาจจะต้องใช้เวลาอีกสองสามวัน ฉันเจอจุดที่เหมือนๆ กันในการทำยาพวกนี้แล้ว ไม่นานก็คงทำสำเร็จ”

“งั้นก็ดีแล้ว แต่ฉันว่าโหย่วเฟ่ยควรพักบ้างนะ ไม่เหนือยบ้างหรอ”

มู่เหลียงสังเกตเห็นว่าโหย่วเฟ่ยนั้นเหมือนกำลังฝืนตัวเองอยู่ และคงทนได้อีกไม่นาน

“ไม่…ตั้งแต่ได้รับน้ำตานางฟ้า อาการของฉันก็ดีขึ้นมากเลย”

โหย่วเฟ่ยกำหมัดแน่น เธอรู้สึกว่าตัวเองยังสามารถทนอยู่แบบนี้ได้อีกสิบวัน

โหย่วเฟ่ยได้รับน้ำตานางฟ้าเมื่อสี่วันก่อน เมื่อเธอได้ดื่มน้ำตานางฟ้าแล้ว โหย่วเฟ่ยรู้สึกราวกับเกิดใหม่ และไม่รู้สึกง่วงนอนอีกเลย

“พักก่อนพรุ่งนี้ค่อยทำงานวิจัยต่อก็ได้”

มู่เหลียงยังคงพยายามเกลี้ยกล่อมให้หญิงสาวพัก

“มะ…ม่าย….ห้าววว”

โหย่วเฟ่ยตอบปฏิเสธแต่ร่างกายของเธอกลับแสดงออกถึงความง่วงนอน และต้องการพัก ก่อนที่เธอจะไม่ทนอีกต่อไป และฟุบลงไปนอนกับโต๊ะทำงานของเธอ

ตอนนี้งานชิ้นแรกของเธอเสร็จสิ้นแล้ว และความตื่นเต้นจากการสร้างยาเสริมพลังสำเร็จก็ได้หายไป ทำให้ความเหนื่อยล้าและความง่วงนอนเข้าถาโถมเธอทันที

“ฉันว่า…ฉันนอนสักแป๊บแล้วกัน….”

โหย่วเฟ่ยพูดขึ้นก่อนจะนิ่งเงียบไป

“คงจะถึงขีดจำกัดแล้วสินะ”

มู่เหลียงถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ และมองไปยังรอยคล้ำใต้ดวงตาของโหย่วเฟ่ย

เขาวางหม้อยา และเข้าไปอุ้มโหย่วเฟ่ยด้วยท่าองค์หญิง และพาไปยังเตียงนอนของเธอ

“ดูเหมือนว่าเธอไม่ค่อยจะใช้เตียงนอนเลยด้วยซ้ำ”

มู่เหลียงมองไปยังเตียงนอนที่ดูสะอาดมาก

ต่างจากห้องวิจัยของโหย่วเฟ่ยที่รกรุงรังไปหมด จากการคาดเดาของเขา มองว่าโหย่วเฟ่ยนั้นมานอนที่เตียงไม่ถึงสามครั้งด้วยซ้ำ

“งื้มม… . .”

โหย่วเฟ่ยแจ็บปากสองสามครั้ง

พร้อมกับกอดผ้านวมและถูไปมากับหน้าของเธอ

ราวกับกำลังฝันดีอยู่

“ดูจากท่าทางแล้วคงจะฝันดี”

มู่เหลียงพูดขึ้น พร้อมกับห่มผ้านวมให้โหย่วเฟ่ย และเดินจากไป

เขามาหยิบหม้อยาและมองไปยังสภาพห้องวิจัย แม้จะดูรกมากก็จริง แต่เขาก็ไม่อยากให้ใครเข้ามาทำความสะอาด เพราะมันอาจจะไปวุ่นวายกับของที่โหย่วเฟ่ยวางเตรียมไว้ก็ได้

“สงสัยต้องมองหาผู้ช่วยให้เธอสักคน”

มู่เหลียงเดินถือหม้อยาออกมาพร้อมกับบ่นพึมพำ

สำหรับผู้มีความสามารถแบบโหย่วเฟ่ย ควรปล่อยให้เธอได้คิดค้นและศึกษาตำรายาอย่างเดียว ส่วนงานอื่นๆ ให้ผู้ช่วยจัดการจะดีกว่า

“ช่างมันไปก่อนแล้วกัน เอาไว้ถามโหย่วเฟ่ยอีกทีว่าต้องการผู้ช่วยไหม”

มู่เหลียงไม่กล้าที่จะตัดสินใจแทนโหย่วเฟ่ย เพราะกลัวว่ามันจะทำให้เธออึดอัด

และเขาไม่ลืมว่าโหย่วเฟ่ยนั้นติดเชื้อโรคผีมายา และเป็นที่หวาดกลัวของผู้คน

ไม่งั้นหากว่าสิ่งที่ปิดบังใบหน้าของเธอหลุดออก มันจะสร้างความลำบากให้กับเธอได้

มู่เหลียงเดินกลับมายังบ้านพร้อมกับหม้อยาในมือ เมื่อมาถึงเขาเห็นว่ามินโฮกับเว่ยหยูหลันกำลังคัดลายมือกันอยู่

หลายวันที่ผ่านมา มีเพียงมินโฮกับเว่ยหยูหลันเท่านั้นที่ได้เรียนรู้จนอ่านออกได้

“มู่เหลียงถืออะไรอยู่?”

มินโฮได้ยินเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็เลยเงยหน้าขึ้นเห็นว่ามู่เหลียงกำลังเดินเข้ามาพร้อมกับหม้อในมือ

“นี้คือยาเสริมพลัง พวกเธอสองคนลองดูสิ”

มู่เหลียงเอาหม้อดินเผาวางตรงหน้าเด็กสาวทั้งสอง

“กินได้เลยงั้นหรอ?”

แววตาของมินโฮดูเป็นประกายและสนใจอย่างมาก และมองไปยังของเหลวที่อยู่ภายในหม้อ

“เอาสิ กินเลยมันแบ่งกินได้สิบครั้ง”

มู่เหลียงอยากรู้อยู่แล้วว่าผลของยาเสริมพลังนั้นเป็นยังไง และมันจะส่งผลกับเขาด้วยหรือไม่

“ได้เลย”

มินโฮตอบอย่างตื่นเต้น และวิ่งไปเอาถ้วยดินเผามา

เมื่อไม่นานมานี้ สิ่งประดิษฐ์เครื่องดินเผานั้นดีขึ้น เนื่องจากหยู่เฟ่ยหยานนั้นเริ่มพัฒทนาทักษะมากขึ้น จนทำให้มีเครื่องปั้นดินเผาคุณภาพสูงออกมามากขึ้นเรื่อยๆ และถูกใช้ในคฤหาสน์เจ้าเมือง

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด