ตอนที่แล้วบทที่ 48
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 50

บทที่ 49


บทที่ 49

พายุหิมะตกลงมาอย่างหนัก ทั้งเมืองเทียนตูเต็มไปด้วยสีขาวเงิน ในช่วงฤดูหนาวนี้ งานประลองครั้งยิ่งใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้น……

“คารวะนายน้อย!”

“คารวะนายน้อย!”

สวี่ล่ายหันไปรอบๆ มององครักษ์ทั้งสามสิบสองคนตัวเอง เขาพยักหน้าช้าๆ  “อืม พวกเจ้าพร้อมหรือยัง?”

“เรียนนายน้อยทุกอย่างพร้อมแล้ว”สวี่หูลดศีรษะลงและตอบกลับ

“อืม ดีมาก วันนี้เป็นวันแรกของงานประลองเกณฑ์ทหารรัฐต้าหยาน เราต้องแสดงแรงผลักดันที่ตระกูลสวี่ควรมีทำให้ทุกตระกูลได้เห็นความแข็งแกร่งที่แท้จริงของตระกูลสวี่!”

“นายน้อยแก่กล้า!”

“นายน้อยแก่กล้า!”

“นายน้อยแก่กล้า!”

องครักษ์ทั้งสามสิบสองคนของตระกูลสวี่ตะโกนพร้อมกัน สร้างฉากที่น่าประทับใจ

“ล่ายเอ๋อ”

“ท่านพ่อ”

สวี่ล่ายได้ยินเสียงเรียก หันศีรษะตอบกลับไป

ณ เวลานี้ สวี่เหยาเหวินกับสวี่เหยาหวู่เดินช้าๆ

“ล่ายเอ๋อ แม้ว่าตระกูลสวี่จะอยู่ในรัฐต้าหยาน แม้เป็นแค่ตระกูลเล็กๆชั้นสาม แต่พวกเราก็ยังพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง” สวี่เหยาเหวินหยิบแหวนมิติออกจากอ้อมแขน ยัดใส่มือของสวี่ล่าย

“นี่คือสมบัติบางอย่างที่ตระกูลสวี่รวบรวมมาให้เจ้า ข้าหวังว่ามันจะช่วยเจ้าได้ในงานประลอง”

“ขอบคุณขอรับท่านพ่อ”สวี่ล่ายเอื้อมมือรับแหวนมิติด้วยความซาบซึ้งใจและกวาดพลังจิตเข้าตรวจสอบ

สมบัติมากมายภายในแหวน นอกเหนือจากโอสถและหินดวงดาว ก็ยังมีอุปกรณ์ระดับสมบัติอีก 33 รายการ หนึ่งในนั้นคือกระบี่ชั้นยอด สุดท้ายยังมีหินประสานค่ายกลขั้นหนึ่งอีกนับสิบก้อน

สวี่ล่ายลอบถอนหายใจ  “ดูท่าว่าตระกูลสวี่จะทุ่มสุดตัว กว้านซื้อสมบัติเหล่านี้มา”

ย้อนกลับไปในงานประมูลคืนก่อน เพื่อชิงทักษะฝึกประสานหนึ่งไร้ขอบเขตระดับธรณี  พวกเขาไม่ลังเลที่จะสู้ราคากับคนร่ำรวยในงาน แต่สุดท้ายก็ต้องเจอความจริงที่โหดร้าย ถอนตัวยอมแพ้อย่างน่าเสียดาย

“เจ้าเด็กแสบ อย่าได้เกรงอกเกรงใจไป ตอนนี้เจ้าก็แจกจ่ายมันแก่คนอื่นๆเถอะ พวกเราจะรอเจ้าอยู่ที่ประตู” สวี่เหยาหวู่ตบไหล่สวี่ล่าย จากนั้นเขาและสวี่เหยาเหวินก็หันหลังและจากไป

“สวี่หู สวี่หวู่ ซินหยูเจ้าสามคนมากับข้า”สวี่ล่ายโบกมือ เรียกทั้งสามคนออกมา

“นายน้อย”

“นายน้อย”

“นายน้อย”

“มีอะไรให้รับใช้?”

“อืม ข้าเคยบอกไว้ว่า ตราบเท่าที่พวกเจ้าสามารถก้าวสู่ขอบเขตรวมวิญญาณได้สำเร็จ ทุกคนจะได้รับรางวัล ยังจำได้ไหม?” สวี่ล่ายยิ้มเล็กน้อย จากนั้นลูบแหวนมิตินำกล่องไม้จันทร์ขนาดเล็กออกมาสามกล่อง

“อา! มีรางวัลจริงๆ ด้วย”สวี่ซินหยูคว้ากล่องไม้จันทร์อย่างตื่นเต้น

“เจ้าจะใจร้อนไปไหม ข้าขอเตือนเลยนะ ถ้าเจ้ายังไม่รู้จักสงวนท่าที ต่อไปใครจะกล้าดูแลเจ้า” สวี่ล่ายกลอกตาและเหน็บแนมด้วยรอยยิ้ม

“ฮึ ใครบอกว่าข้าต้องการคนดูแล นี่เรียกว่ามาก่อนได้ก่อนต่างหาก” สวี่ซินหยูเปิดกล่องไม้จันทร์ เห็นเพียงภายในกล่องไม้จันทร์ มีกระบี่ที่ทอรัศมีแสงวิญญาณวาววับวางอยู่

“โอ้โห ใครมาก่อนได้ก่อนจริงๆด้วย อาวุธระดับสมบัติชั้นยอดที่มีเพียงชิ้นเดียวถูกเจ้าฉกไปแล้ว” สวี่ล่ายมองสวี่ซินหยูด้วยท่าทางประหลาดใจ อดไม่ได้ที่จะยิ้ม “กระบี่ดาวตกแม่ลูกนี้ทรงพลังมาก ในเมื่อเจ้าได้ไป ก็จงใช้ปกป้องตัวเองให้ดี”

สวี่ล่ายว่าจบ ก็ผลักกล่องไม้อีกสองกล่องไปที่สวี่หูและสวี่หวู่

“ข้าเพิ่งได้อุปกรณ์ระดับสมบัติมาจำนวนหนึ่ง อีกสองชิ้นนี้ก็ดีเช่นกัน  พวกเจ้าใช้ไปก่อน ไว้ข้าจะเปลี่ยนเป็นของที่ดีกว่านี้ให้ในอนาคต”

“อุปกรณ์ระดับสมบัติ!?”

สวี่หูและสวี่หวู่มองหน้ากัน รีบเปิดกล่องไม้จันทร์ในมือ และเป็นดังที่สวี่ล่ายพูด ภายในกล่องที่อุปกรณ์ระดับสมบัติจริงๆ สิ่งที่สวี่หูถืออยู่ในมือคือกระบี่สายฟ้า ในมือของสวี่หวู่ดาบเพลิงเล่มหนึ่ง

“นายน้อย นี่...”

“มันมีค่าเกินไป...”

“เรา... พวกเรารับไม่ได้” แววตาของทั้งสามคนฉายแววดีใจ อย่างไรก็ตาม ยังมีบางคนที่ไม่กล้ายอมรับมัน

มองจากเงินของตระกูลสวี่ อุปกรณ์ระดับสมบัติสมควรได้รับเฉพาะผู้บริหารที่มีส่วนร่วมอย่างมากในตระกูลเท่านั้น ในขณะที่สาวกชั้นสูงบางคน แค่ได้ครอบครองอุปกรณ์ระดับสมบัติขั้นกลาง ก็มากพอที่จะอวดรวยข้างนอกได้แล้ว

“ข้าบอกให้พวกเจ้ารับมันไว้ก็รับเสีย อย่าลืมว่าพวกเจ้าต้องติดตามข้าไปประลอง ถึงตอนนั้นมีอาวุธดีๆใช้สู้มันไม่ดีกว่าหรือ? ระหว่างนี้ก็ทำความคุ้นเคยกับพวกมันซะจะได้ใช้คล่อง พวกเจ้าคือองครักษ์ที่แกร่งที่สุดของข้า แล้วข้าจะปฏิบัติอย่างเลวร้ายกับพวกเจ้าได้ยังไง?”

สวี่ล่ายยิ้มเล็กน้อย ตบไหล่สวี่หวู่

“ขอรับ นายน้อย!”

สวี่หวู่พยักหน้าและยิ้ม ยอมเก็บมันลงแหวนมิติ

“อึม ต้องอย่างนั้นสิ  สวี่หู ข้ายังมีอุปกรณ์มากกว่า 30 ชิ้นอยู่ในนี้ เจ้านำไปแจกจ่ายให้องครักษ์คนอื่นๆเสีย” สวี่ล่ายมอบแหวนมิติที่พ่อตัวเองมอบให้กับสวี่หู

“โอ้ มีสมบัติมากมายอยู่ข้างในจริงๆ”สวี่หวูกวาดพลังจิตเข้าตรวจสอบ หลังจากเห็นสมบัติข้างใน เขาก็แลบลิ้นออกมา

“นายน้อย ข้าเกรงว่าสมบัติเหล่านี้จะมีราคาเป็นหมื่นหินดวงดาว” สวี่หูนิ่งคิดพักหนึ่ง ก่อนเอ่ยออกมา

“ตระกูลสวี่แม้จะไม่ใหญ่นัก แต่อุปกรณ์พื้นฐานเหล่านี้ยังคงสามารถจ่ายได้ ในฐานะองครักษ์ของข้า ยังมีศึกหนักมากมายที่ต้องต่อสู้ในอนาคต หากไม่มีของดีๆใช้ แล้วพวกเจ้าจะรับมือศัตรูยังไง?” สวี่ล่ายยิ้ม กล่าวต่อว่า  “ฝากบอกพี่น้องทุกคน ว่าตราบใดที่อยู่กับข้า ใครก็ตามที่สามารถก้าวสู่ขอบเขตรวมวิญญาณ จะได้รับอุปกรณ์ระดับสมบัติขั้นสูง”

“ขอรับ!” จิตวิญญาณของสวี่หูเกิดความฮึกเหิม  หันหลังกลับและวิ่งไปหาองครักษ์คนอื่นๆ เขาพูดซ้ำในสิ่งที่สวี่ล่ายเพิ่งเอ่ย

ในทันควัน เลือดองครักษ์ทั้งหมดเดือดพล่าน ประกายแสงสีทองเล็กๆระยิบระยับในดวงตา แทบรอไม่ไหวที่จะวิ่งกลับไปปิดด่านฝึกตนในตงฟู่

“อ้อจริงสิ ซินหยู สิ่งนี้ขอมอบให้เจ้าด้วย”สวี่ล่ายมอบกล่องหินประสานค่ายกลให้สวี่ซินหยู “เมื่องเจ้าพบกับคู่ต่อสู้ที่ยากลำบากในงานประลอง จงอย่าตระหนี่และใช้งานมัน”

“ข้ารู้แล้ว” สวี่ซินหยูเก็บหินประสานค่ายกล ย่นจมูกเล็กน้อยให้สวี่ล่าย หันหลังกลับและวิ่งหนีไป

สวี่ล่าย เตรียมการใกล้จะเสร็จแล้ว จึงตะโกน“ออกเดินทางได้!”

“โอ้——!”

“โอ้——!”

“โอ้——!”

ขณะเดียวกัน ตระกูลใหญ่และนิกายต่างมุ่งหน้าสู่สถานที่ประลอง

ณ ขณะนี้ มีการตั้งเวทีประลองฝีมือขนาดใหญ่สองแห่งที่หน้าประตูวัง แต่ละเวทีติดตั้งค่ายกลป้องกันระดับสูงเอาไว้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่จำเป็นในระหว่างงานประลอง

มีการจัดตั้งอัฒจันทร์รอบเวที 3 แห่ง ซึ่งอัฒจันทร์ด้านทิศเหนือได้จัดตั้งขึ้นเป็นพิเศษสำหรับราชวงศ์ อัฒจันทร์ทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกเป็นตัวแทนของตระกูลใหญ่และนิกายต่างๆ และทางทิศใต้จะเป็นพื้นที่ว่าง สงวนไว้สำหรับนักบู๊ธรรมดาและประชาชนที่มาร่วมรับชมความสนุก

ตอนนี้จัตุรัสทางใต้เต็มไปด้วยผู้คน มีจำนวนอย่างน้อย 2-3 แสนคน แน่นอน นั่นหมายความว่าไม่ใช่ทุกคนที่มีโอกาสได้เข้ามาดูการประลองครั้งนี้ได้

“โห มีคนมากมายจริงๆ” สวี่ล่ายชะโงกหน้าและมองไปรอบๆ

“แน่นอนอยู่แล้ว นี่คืองานประลองครั้งหนึ่งในรอบทศวรรษ บางคนยอมเดินทางนับพันลี้เพื่อมารับชมมัน” สวี่เหยาหวู่ยิ้มเล็กน้อย กล่าวจากด้านข้าง

“นายน้อย นายน้อย” สวี่เปา และสวี่เปียวเอนกายมาข้างๆสวี่ล่าย กระซิบข้างหูเขา

“นายน้อย ตอนนี้บางตระกูลมีการตั้งโต๊ะรับพนัน และอัตราต่อรองของท่านสูงมาก”

“อะไรนะ?”สวี่ล่ายขมวดคิ้ว ไม่คาดคิดว่าในยุคนี้มีเกมพนันกับเขาด้วย“แล้วตอนนี้ข้ามีอัตราต่อรองเท่าไหร่?”

“นี่…” สวี่เปาลังเลที่จะตอบ สังเกตสีหน้าของสวี่ล่ายอย่างใกล้ชิด เขากังวลว่าถ้าสวี่ล่ายมาอารมณ์ไม่ดี ตนอาจถูกสั่งลงโทษวิดพื้น

“พูดมา!”สวี่ล่ายจ้องเขม็ง

“ข้า...” สวี่เปาตื่นตระหนกในทันใด ไม่รู้ว่าควรพูดหรือไม่

“นายน้อยบอกให้พูดก็พูดไป เจ้าตื่นตระหนกไปทำไม” สวี่หูก้าวเข้าไปและตบไหล่สวี่เปาเบาๆ

“โอ้ นายน้อย เป็นท่านเองนะที่สั่ง อย่าโกรธข้าแล้วกัน ...” สวี่เปากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เรียกความกล้าหาญในใจ

“อัต ... อัตราต่อรองหนึ่งต่อ ...”

อย่างไรก็ตาม เสียงของสวี่เปาเบาเหมือนเสียงยุงบิน คนอื่นไม่ได้ยินเลย

“พูดออกมา!” สวี่ล่ายกลอกตา คราวนี้คล้ายมีเสียงคำรามปนมาหน่อยๆ

“อัตราต่อรองหนึ่งต่อร้อย!” สวี่เปากลัวมากจนเพิ่มระดับเสียงสูงขึ้นโดยไม่ตั้งใจ

เงียบ!

ทั้งอัฒจันทร์ฝั่งตะวันออกเงียบไปชั่วขณะ แต่ละคนต่างหันมามองฝั่งตระกูลสวี่

แทบจะในทันทีหลังจากนั้น

“ฮ่าฮ่าฮ่า......”

“ฮ่าๆๆๆๆ”

“เจ้าได้ยินไหม?อัตราต่อรองของตระกูลสวี่อยู่ที่หนึ่งต่อร้อย”

“ฮ่าฮ่า นี่มันช่างเหลือเชื่อจริงๆ พวกเขาโดนดูถูกหนักมาก”

“ดูท่าจะมีคนไม่น้อยคิดว่ายังไงครั้งนี้ตระกูลสวี่ก็ไม่ชนะ และคงโดนสวมหมวกเขียว แย่งคู่หมั้นไป” ทั่วทั้งอัฒจันทร์ตะวันออกหัวเราะทันที

“นายน้อย ข้า...ข้า...” สวี่เปาไม่คิดว่าคำพูดตัวเองจะสร้างปัญหาได้มากขนาดนี้

“เจ้าเด็กนี่จะเสียงดังทำไม โง่หรือเปล่า!” สวี่หู่โกรธจนตัวสั่น

ป้าง!

“ไอ้หยา หัวหน้าอย่าตีคน อย่าตีคน ...”

เดิมทีสวี่เปาตั้งใจวิ่งมาตบเท้าประจบสอพลอ แต่ใครจะรู้ว่าเขาดันสะดุดขาตัวเอง

“หนึ่งต่อร้อย?” ดวงตาของสวี่ล่ายเบิกกว้าง นิ่งอึ้งอยู่ตรงนั้น

“อะแฮ่ม ล่ายเอ๋อ เจ้า ... อย่าเพิ่งโกรธไป ไอ้สารเลวพวกนี้มันไม่มีวิสัยทัศน์...” สวี่เหยาหวู่เข้ามาพยายามปลอบเขา

“ลุงสอง ท่านรู้ไหมว่าใครเป็นคนเปิดโต๊ะเดิมพัน? แล้วพวกเขามีความน่าเชื่อถือขนาดไหน?”  ใบหน้าของสวี่ล่ายมืดมน หันขวับมาถาม เล่นเอาสวี่เหยาหวู่สะท้านไปทั้งตัว

“ล่ายเอ๋อ อย่า... อย่าใจร้อน พวกเราไม่ควรสร้างปัญหากับพวกโต๊ะเดิมพัน ...” สวี่เหยาหวู่ คิดว่าสวี่ล่ายกำลังจะสร้างปัญหา จึงรีบก้าวมาข้างหน้าเพื่อหยุดเขา

“เฮะ เฮ่ ลุงสอง นี่คือโอกาสดีที่จะสร้างโชคลาภแก่ตระกูลสวี่ ...”  สวี่ล่ายปรบมือ สีหน้ายิ้มเบ่งบานทันใด

“ล่ายเอ๋อ เจ้าหมายความว่ายังไง?” สวี่เหยาหวู่ไม่เข้าใจ เห็นเพียงใบหน้าสวี่ล่ายเดี๋ยวมืดมนเดี๋ยวยิ้มแย้ม  ไม่สามารถบอกได้ว่าประโยคไหนจริง

“ลุงสอง!” สวี่ล่ายดึงสวี่เหยาหวู่มาอยู่ข้างๆ กระซิบข้างหู “ลุงสอง นี่เป็นเวลาเหมาะที่สุดที่ตระกูลสวี่เราจะร่ำรวยในชั่วข้ามคืน หลานชายมั่นใจมากว่าสามารถคว้าอันดับหนึ่ง ฉะนั้นท่านจงรีบคว้าโอกาสนี้ทุบหม้อข้าวตัวเอง ทุ่มเงินทั้งหมดลงพนันฝั่งข้า”

“อะไรนะ!”สวี่เหยาหวู่นิ่งอึ้งอย่างโง่เขลาทันที  ไม่ควรว่าควรตอบโต้อย่างไร

“ท่านลุงสองเป็นอะไรไป?” สวี่ล่ายมองสีหน้าที่ไม่น่าเชื่อของสวี่เหยาหวู่ ราวกับว่าตนไม่มีโอกาสชนะ

“ลุงสอง ท่านไม่เชื่อว่าข้าจะชนะใช่ไหม?” สวี่ล่ายกลอกตา จ้องมองที่สวี่เหยาหวู่ ด้วยสายตาที่ตั้งคําถาม

“ไม่...ไม่มีอะไรแบบนั้นเลย ก็แค่...อะแฮ่ม พวกเราไม่ควรใช้ทุนทรัพย์ก้นหีบของตระกูลง่ายๆ”

สวี่ล่ายเหล่ตา จ้องมองที่สวี่เหยาหวู่ซึ่งกำลังรู้สึกผิด

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด