ตอนที่แล้วตอนที่ 329 มู่เสียวเต๋า vs เซี่ยเฟย
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 331 อสรพิษพันธนาการ

ตอนที่ 330 อาวุธระดับอิมมอทอลลิตี้


ตอนที่ 330 อาวุธระดับอิมมอทอลลิตี้

ทั้งเซี่ยเฟยและมู่เสียวเต๋าไม่ได้เก็บซ่อนจิตสังหารของพวกเขาเอาไว้อีกต่อไป มันจึงทำให้ทั่วทั้งพื้นที่บริเวณนั้นเต็มไปด้วยจิตสังหารอันน่าหวาดกลัว

สิ่งที่น่าแปลกใจคือมู่เสียวเต๋าที่ดูมีนิสัยขี้เล่นกลับมีจิตสังหารที่บ้าคลั่งมาก ซึ่งในความเป็นจริงจิตสังหารของเขามีความบ้าคลั่งมากกว่าจิตสังหารของเซี่ยเฟยอยู่เล็กน้อยด้วยซ้ำ

ทั้งสองฝ่ายยืนจ้องหน้ากันในระยะที่ไกลกว่า 10 เมตร แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าที่จะบุ่มบ่ามเริ่มการเคลื่อนไหวก่อนเป็นคนแรก

ผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริงไม่จำเป็นจะต้องใช้การเคลื่อนไหวที่มากเกินไป เพราะการเคลื่อนไหวเพียงแค่ครั้งเดียวมันก็มากพอที่จะตัดสินผลของการต่อสู้ได้แล้ว

ในเวลาเดียวกันอันธก็พยายามมองหาแก่นมิติอย่างร้อนรน เพราะท้ายที่สุดมิติแห่งนี้ก็คือมิติที่สร้างขึ้นมาจากมู่เสียวเต๋า มันจึงทำให้เซี่ยเฟยตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบตั้งแต่การต่อสู้ยังไม่ทันได้เริ่มต้นขึ้น

“จิตสังหารของนายแข็งแกร่งดีนี่” มู่เสียวเต๋ากล่าวขึ้นมาอย่างจริงจัง

“จิตสังหารของนายก็แข็งแกร่งมากเหมือนกัน ความจริงฉันก็คิดว่าคนที่รอดออกมาจากนรกนั่นได้ก็ไม่มีทางที่จะเป็นคนที่อ่อนแอหรอก” เซี่ยเฟยกล่าวตอบ

“ดาวมรดกเป็นพื้นที่ที่ทำให้หลาย ๆ คนเป็นบ้าได้จริง ๆ เพราะเราต้องพยายามต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดตลอดเวลา เอาล่ะพวกเรามาลองพูดจาสั่งเสียกันสักหน่อยดีไหม?”

“ได้”

“ฉันมู่เสียวเต๋าไม่มีอะไรจะต้องกังวล แต่มีดเล่มนี้สำคัญกับฉันมาก ถ้านายชนะฉันก็ขอฝากนายดูแลมีดเล่มนี้ต่อด้วย” มู่เสียวเต๋ากล่าวอย่างจริงจัง

“ถ้านายชนะฉันฝากเอาสร้อยเส้นนี้เดินทางไปพร้อมกับนายด้วย” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับชี้ไปที่สร้อยหินมัวร์ที่แขวนอยู่บนคอ

“ได้ ไม่มีปัญหา”

คำสั่งเสียของเซี่ยเฟยทำให้อันธสะดุ้งขึ้นมาในทันที เพราะท้ายที่สุดเขาก็เป็นเพียงแค่วิญญาณที่ต้องล่องลอยอยู่ใกล้ ๆ สร้อยหินมัวร์ ดังนั้นถ้าหากว่าเซี่ยเฟยเสียชีวิตเขาก็อาจจะต้องติดอยู่ที่ใดที่หนึ่งจนกว่าจักรวาลจะสิ้นสุดลง

แต่ถ้าหากมู่เสียวเต๋าได้นำสร้อยหินมัวร์ติดตัวไปด้วย อย่างน้อยเขาก็ไม่จำเป็นจะต้องอยู่ที่เดิมตลอดเวลาและถึงแม้ว่ามันจะไม่มีใครให้เขาได้พูดคุยด้วย แต่มันก็ยังดีกว่าการอยู่เป็นเจ้าที่เฝ้าสร้อยอยู่เพียงที่เดียว

ดวงตาของอันธเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำพร้อมกับหยดน้ำตาจาง ๆ ที่เริ่มปรากฏขึ้นในเบ้าตา

“ถึงแม้ว่าฉันจะตาย ฉันก็จะต้องช่วยนายออกไปจากมิตินี้ให้ได้!” อันธอุทานออกมาอย่างหนักแน่น

“นี่เป็นเรื่องของฉัน นายไม่จำเป็นต้องเข้ามายุ่ง” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

อันธกระทืบเท้าอย่างกระวนกระวายและเขาก็รู้ดีว่าเซี่ยเฟยเป็นคนที่ดื้อรั้นแค่ไหน ซึ่งถ้าหากว่าชายหนุ่มคนนี้ได้ตัดสินใจแล้วมันก็ไม่มีใครสามารถที่จะไปเปลี่ยนแปลงความคิดของเขาได้

พริบตาต่อมาทั้งสองก็พยักหน้าให้กัน ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มเคลื่อนไหวพร้อมกันด้วยความรวดเร็ว

เซี่ยเฟยก้าวเท้าไปข้างหน้าพร้อมกับปล่อยใบมีดของเซเลสเชียลมูนออกมาเพื่อจู่โจมมู่เสียวเต๋าจากทุกทิศทาง!

วืด!

มู่เสียวเต๋าเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนที่ร่างของเขาจะกลายเป็นฝุ่นในอากาศปล่อยให้ใบมีดทั้ง 18 เล่มผ่านร่างของเขาไปอย่างไร้ผล!

เซี่ยเฟยขมวดคิ้วพร้อมกับบังคับให้ใบมีดกลับมาอยู่ที่เดิม จากนั้นเขาก็มองไปยังพื้นที่โดยรอบอย่างระมัดระวัง

“มันคือพลังพิเศษอะไรกันแน่?” เซี่ยเฟยอุทานอย่างจริงจัง

“เป็นพลังเกี่ยวกับการล่องหนหรือเปล่า?” อันธพยายามคาดเดา

“ไม่น่าใช่ เมื่อกี้นี้ฉันได้ใช้เซเลสเชียลมูนปิดกั้นเส้นทางหลบหนีทั้งหมดของเขาเอาไว้แล้ว ดังนั้นถึงแม้ว่าเขาจะล่องหนแต่เขาก็ไม่มีทางหลบหนีจากการโจมตีของฉันได้ ฉันคิดว่าพลังของเขาน่าจะเกี่ยวกับการหายตัวไปเลยมากกว่า” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“หรือว่ามันจะเป็นพลังเทเลพอร์ต?” อันธกล่าว

“พลังเทเลพอร์ตก็ไม่น่าใช่เหมือนกัน เพราะปกติการเทเลพอร์ตจะต้องทิ้งภาพติดตาเอาไว้เสมอ และในฐานะที่สายตาของฉันดีกว่าคนทั่วไปฉันก็น่าจะจับทิศทางในระหว่างที่เขาทำการเทเลพอร์ตได้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัวอีกครั้ง จากนั้นเขาก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังว่า

“ฉันต้องยอมรับเลยว่าคู่ต่อสู้ในคราวนี้เป็นคู่ต่อสู้ที่อันตรายมากจริง ๆ”

ก่อนที่คำพูดของชายหนุ่มจะจบลงคมมีดผีเสื้อก็ปรากฏขึ้นบริเวณเหนือศีรษะของเซี่ยเฟย ซึ่งภาพที่ปรากฏขึ้นมาคล้ายกับภาพที่ปรากฏในฉากสยองขวัญ เพราะมันมีเพียงแค่แขนที่ถือด้ามมีดปรากฏขึ้นมาจากอากาศโดยไม่มีอวัยวะส่วนอื่นปรากฏขึ้นมันเลย

ขวับ!

มีดผีเสื้อเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า พร้อมกับจู่โจมไปยังจุดตายของเซี่ยเฟยด้วยความเร็วสูงสุด

“ตอนนี้ล่ะ!” เซี่ยเฟยส่งเสียงตะโกนพร้อมกับงอขาเอนกายหลบและใช้เดือยกระดูกเพื่อพยายามตัดแขนของศัตรู

เมื่อได้เห็นว่าใบมีดของเซี่ยเฟยกำลังจะสัมผัสกับแขนของตัวเอง จู่ ๆ แขนทั้งสองข้างและมีดผีเสื้อของมู่เสียวเต๋าก็ได้หายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง

เมื่อเซี่ยเฟยจู่โจมผิดพลาดเขาก็รีบพลิกตัวเพื่อตั้งหลักอีกครั้ง

จากการเคลื่อนไหวทั้งสองครั้งเซี่ยเฟยก็ได้ข้อสรุปมาแล้วว่ามู่เสียวเต๋ามีพลังที่สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างไร้ร่องรอย และพลังพิเศษของเขาก็เป็นสิ่งที่เซี่ยเฟยไม่เคยเห็นมาก่อน จนทำให้เขาคาดเดาการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายไม่ได้เลย

ศัตรูที่สามารถลบตัวตนออกไปจากประสาทสัมผัสถือได้ว่าเป็นศัตรูที่น่ากลัวที่สุด เพราะมู่เสียวเต๋าสามารถที่จะปรากฏกายขึ้นมาตรงไหนก็ได้ และการจู่โจมของเขาก็ไม่มีวี่แววหรือสัญญาณเตือนเลยด้วยซ้ำ

“อยากจะเล่นซ่อนแอบมากนักใช่ไหม? พวกเรามาลองดูกันสักตั้ง” เซี่ยเฟยส่งเสียงร้องคำรามพร้อมกับปลดปล่อยใบมีดทั้ง 18 เล่มให้ล่องลอยออกไป

พริบตาต่อมาใบมีดเซเลสเชียลมูนทั้ง 18 เล่มก็เริ่มจู่โจมพื้นที่บริเวณโดยรอบอย่างบ้าคลั่ง ราวกับว่ามันพยายามจะตามหาศัตรูที่หลบซ่อนอยู่ในบริเวณนี้

ทันใดนั้นเซี่ยเฟยก็ได้หยิบอาวุธชิ้นที่ 3 ขึ้นมาจากแหวนมิติ ซึ่งอาวุธชนิดนี้ก็ไม่ใช่อาวุธชิ้นใดเลยนอกเสียจากดาบอีวีสเซอเรท

ดาบอีวีสเซอเรทเป็นดาบยาวที่มีรูปลักษณ์ค่อนข้างดุดัน และเมื่อมันได้รวมกับเดือยกระดูกซึ่งเป็นมีดสั้นบนมือซ้ายของเซี่ยเฟย มันจึงดูเป็นเหมือนการจับคู่อาวุธที่แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นอกจากนี้ใบมีดทั้ง 18 เล่มยังคงจู่โจมพื้นที่ทั่วทั้งบริเวณอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งไม่ว่าจะมองยังไงอาวุธทั้งสามชิ้นนี้ก็ไม่ควรที่จะถูกนำมาใช้พร้อม ๆ กันเลย

“เขาต้องการจะทำอะไรกันแน่? ถึงได้หยิบอาวุธออกมาเยอะแยะขนาดนั้น” มู่เสียวเต๋าที่กำลังอยู่ในรูปแบบของฝุ่นพึมพำกับตัวเอง

ด้วยสภาวะการจู่โจมอย่างบ้าคลั่งของเซี่ยเฟยในตอนนี้ มันจึงทำให้มู่เสียวเต๋าไม่สามารถที่จะปรากฏตัวขึ้นมาได้ เพราะทันทีที่เขาปรากฏตัวขึ้นมาเขาก็จะต้องได้รับบาดเจ็บจากการจู่โจมของศัตรูอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามหากเขายังคงอยู่ในสถานะของฝุ่น เซี่ยเฟยก็ไม่สามารถที่จะทำร้ายร่างกายของเขาได้เช่นกัน ซึ่งในความเป็นจริงอีกฝ่ายไม่สามารถตรวจจับตัวตนของเขาได้ด้วยซ้ำ

“เขาต้องการจะถ่วงเวลางั้นเหรอ? มันไม่สมเหตุสมผลเลย เพราะยิ่งเขาลากการต่อสู้ไปนานเท่าไหร่เขาก็จะยิ่งรู้สึกเหนื่อยล้ามากขึ้นเท่านั้น” มู่เสียวเต๋ายังคงพึมพำกับตัวเองต่อไป

พริบตาต่อมามู่เสียวเต๋าก็ได้พบว่าเซี่ยเฟยยกดาบขนาดใหญ่ภายในมือชูขึ้นไปบนฟ้าและตำแหน่งการจู่โจมในครั้งนี้ยังเป็นตำแหน่งของแก่นมิติ!

การสร้างมิติจินตภาพเป็นการสร้างมิติที่ตัดขาดออกจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์ และจุดที่ใช้สำหรับการเชื่อมต่อมิติภายในกับโลกภายนอกนั่นก็คือสิ่งที่เรียกว่าแก่นมิติ

โดยปกติยิ่งระดับของผู้สร้างมิติจินตภาพมีระดับสูงเท่าไหร่ ขนาดของแก่นมิติก็จะยิ่งมีขนาดเล็กตามไปเท่านั้น ซึ่งขนาดของแก่นมิติที่มู่เสียวเต๋าได้สร้างขึ้นมามีขนาดเล็กไม่ต่างไปจากฝุ่นผงในอากาศ แล้วมันก็เป็นเรื่องยากที่คนธรรมดาจะสามารถหาแก่นมิติให้พบเจอได้

อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็ได้ค้นพบแก่นมิติแล้วจริง ๆ และตราบใดก็ตามที่เขาจู่โจมลงไป มิติจินตภาพแห่งนี้ก็จะถูกทำลายลงไปอย่างสมบูรณ์

“แหลกไปซะ!”

ตูม!

ใบดาบของดาบอีวีสเซอเรทฟันเข้าใส่อากาศที่ว่างเปล่า แต่การจู่โจมในครั้งนี้กลับทำให้พื้นที่ทั่วทั้งมิติสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

วิวทิวทัศน์โดยรอบเริ่มบิดเบี้ยวในทันที แม้แต่ถนนที่เคยตรงยาวก็เริ่มคดเคี้ยวเหมือนงูที่กำลังเลื้อย

เซี่ยเฟยเผยรอยยิ้มออกมาอย่างพอใจ และตราบใดก็ตามที่เขาเริ่มทำการจู่โจมอีกครั้งเขาก็คงจะสามารถทำลายมิติจินตภาพนี้ลงไปได้

ขณะเดียวกันมู่เสียวเต๋าก็กำลังตกอยู่ในอาการตื่นตระหนก เพราะชีวิตของผู้สร้างมิติจินตภาพจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกับมิติจินตภาพไปด้วย ดังนั้นถ้าหากว่าเซี่ยเฟยทำลายมิติจินตภาพนี้ลงไป มันก็ไม่ต่างไปจากการสังหารเขาลงไปเพราะมิติเช่นเดียวกัน

เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่วิกฤตมู่เสียวเต๋าก็ปรากฏตัวห่างจากเซี่ยเฟยไปประมาณ 20 เมตร จากนั้นเขาก็ใช้มือแตะแขนของเขาเบา ๆ และดึงงูจักรกลสีดำตัวเล็กออกมา

“ไม่นะ! นั่นมันอสรพิษพันธนาการ มันเป็นอาวุธอิมมอทอลลิตี้ที่สร้างขึ้นมาจากอารยธรรมโบราณ!!” อันธตะโกนขึ้นมาอย่างร้อนรนเมื่อได้เห็นงูโลหะสีดำ

เซี่ยเฟยไม่รู้ว่าอสรพิษพันธนาการคืออะไร แต่เขารู้จักอาวุธอิมมอทอลลิตี้ของอารยธรรมโบราณเป็นอย่างดี ดังนั้นถึงแม้ว่าเขาจะไม่ต้องเอ่ยปากถาม แต่เขาก็พอจะคาดเดาได้ว่าเจ้างูตัวนี้คงจะเป็นจักรกลที่มีพลังต่อสู้อย่างไม่อาจที่จะประมาทได้

มู่เสียวเต๋าใช้นิ้วแตะที่งูจักรกลเบา ๆ ก่อนที่มันจะพุ่งตัวเข้าใส่เซี่ยเฟยด้วยความรวดเร็วราวกับแสงเลเซอร์

“หายไปซะ!” เซี่ยเฟยส่งเสียงร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่ง โดยเขาไม่ได้คิดที่จะหลบการจู่โจมด้วยงูจักรกลเลยแม้แต่น้อย เพราะเขายังคงเลือกที่จะจู่โจมเข้าใส่แก่นมิติต่อไป

เมื่อได้เห็นอสรพิษพันธนาการใกล้เข้ามา เซี่ยเฟยก็เหวี่ยงแขนทั้งสองข้างเพื่อขว้างดาบอีวีสเซอเรทและเดือยกระดูกไปยังแก่นมิติ

การเคลื่อนไหวของชายหนุ่มได้ทำให้อาวุธทั้งสามชนิดจู่โจมไปยังเป้าหมายเดียวกัน และแน่นอนว่าภารกิจเดียวของมันนั้นก็คือการทำลายมิติจินตภาพแห่งนี้

ด้วยการที่เซี่ยเฟยเลือกจู่โจมมันจึงทำให้เขาสูญเสียโอกาสที่จะหลบหนีไป อสรพิษพันธนาการจึงเคลื่อนไหวพันรอบกายของเซี่ยเฟยอย่างคล่องแคล่วและมัดร่างของเขาเอาไว้อย่างแน่นหนา

ตูม!

ดาบอีวีสเซอเรทกระทบเข้ากับแก่นมิติและทำให้พื้นที่มิติบริเวณรอบเริ่มสั่นอย่างรุนแรงอีกครั้ง

กร๊อบ!

อสรพิษพันธนาการเริ่มหดตัวจนทำให้กระดูกของเซี่ยเฟยเริ่มส่งเสียงลั่นขึ้นมา

“ตายไปซะ!” มู่เสียวเต๋าส่งเสียงตะโกนพร้อมกับจู่โจมด้วยมีดผีเสื้อ โดยมีเป้าหมายคือการแทงลำคอของเซี่ยเฟย

อสรพิษพันธนาการยังคงมัดร่างของเซี่ยเฟยเอาไว้ และด้วยความเร็วในการจู่โจมของมู่เสียวเต๋ามันก็ไม่ควรจะมีใครสามารถหลบการโจมตีในครั้งนี้ของเขาได้เลย

แต่สิ่งที่มู่เสียวเต๋าไม่รู้นั่นก็คือเซี่ยเฟยคือผู้ที่ฝึกฝนเทคนิคเล่ห์กายา!

เซี่ยเฟยขยับเท้าเบา ๆ ทำให้ร่างกายของเขาเอนตัวลงไป ขณะเดียวกันมีดผีเสื้อก็พุ่งผ่านเส้นผมของเขาไปเพียงแค่ไม่กี่เซนติเมตรทำให้เขารอดพ้นจากการจู่โจมในครั้งนี้ไปได้

มู่เสียวเต๋าไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะมีใครสามารถหลบการจู่โจมของเขาได้ในระหว่างที่กำลังถูกอสรพิษพันธนาการกำลังรัดร่างกายอยู่จริง ๆ และการหลบหลีกของเซี่ยเฟยในครั้งนี้มันก็ทำให้เขาสามารถซื้อเวลาได้ประมาณ 0.5 วินาที

แม้ว่าเวลา 0.5 วินาทีจะดูเล็กน้อย แต่สำหรับนักสู้ผู้เชี่ยวชาญแล้วเวลา 0.5 วินาทีก็มากพอที่จะพลิกกระแสการต่อสู้!

ตูม! ตูม! ตูม!

เสียงตกกระทบอย่างรุนแรงเริ่มดังขึ้นราวกับเสียงปืนกล ขณะที่แก่นมิติเริ่มที่จะพังทลาย

ระหว่างที่ร่างของเซี่ยเฟยกำลังล้มลงไปกองกับพื้น แก่นมิติของมู่เสียวเต๋าก็ถูกทำลายจนหายไปเช่นเดียวกัน

การที่มิติจินตภาพถูกทำลายในสภาวะแบบนี้ มันจึงทำให้มู่เสียวเต๋ารู้สึกแน่นหน้าอกก่อนที่เขาจะล้มลงไปกองกับพื้น โดยในตอนนี้ใบหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นซีดเซียว ขณะที่ลมหายใจของเขาก็ค่อย ๆ อ่อนแอลงไปเรื่อย ๆ

ขณะเดียวกันเซี่ยเฟยก็พยายามที่จะดิ้นให้หลุดจากอสรพิษพันธนาการ แต่โชคไม่ดีที่ไม่ว่าเขาจะพยายามแค่ไหนแต่เขาก็ไม่สามารถที่จะรอดพ้นไปจากงูโลหะตัวนี้ได้เลย

“นายไม่ต้องพยายามดิ้นรนหรอก นี่คืออาวุธระดับอิมมอทอลลิตี้จากอารยธรรมโบราณที่แม้แต่นักสู้ระดับอิมมอทอลลิตี้ก็ไม่สามารถที่จะหลุดพ้นพันธาการของมันไปได้” อันธกล่าว

แต่ก่อนที่อันธจะทันได้พูดจบขนอุยก็ค่อย ๆ คลานออกมาจากพันธนาการด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจราวกับว่ามันกำลังรู้สึกหงุดหงิดที่ถูกรบกวนเวลานอน มันจึงหันหน้าไปทางอาวุธระดับอิมมอทอลลิตี้พร้อมกับอ้าปากของมันออกอย่างดุร้าย

***************

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด