ตอนที่แล้วตอนที่ 327 ถึงภูมิภาคดาวมฤตยู
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 329 มู่เสียวเต๋า vs เซี่ยเฟย

ตอนที่ 328 ใช้ประโยชน์จากสงคราม


ตอนที่ 328 ใช้ประโยชน์จากสงคราม

ในตอนเช้าเซี่ยเฟยก็ได้เดินตามย่าเหวยไปที่ห้องสื่อสารลับ เพื่อทำการประชุมกับหัวหน้าแกนนำของภูมิภาคดาวมฤตยูในการพูดคุยเรื่องการเซ็นสัญญา

เซี่ยเฟยล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าพร้อมกับคาบบุหรี่เอาไว้ในปาก ซึ่งท่าทางของเขาในตอนนี้ไม่ได้รู้สึกประหม่าเลยแม้แต่น้อย เพราะอย่าลืมว่าเขาได้กลายเป็นซัพพลายเออร์ระดับ A ของกรมทหารแล้ว มันจึงทำให้เขาสามารถขายอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จทั้ง 10,000 ชุดนี้ให้กับกองทัพได้ทุกเมื่อ

ด้วยเหตุนี้มันจึงทำให้เขากลายเป็นผู้มีอำนาจในการประชุมไปโดยปริยาย และมันก็อาจจะทำให้เขาสามารถตั้งเงื่อนไขใด ๆ ก็ได้ตามที่เขาต้องการ

สถานการณ์ในปัจจุบันภูมิภาคดาวมฤตยูใกล้ที่จะพ่ายแพ้เต็มทน ซึ่งสำหรับพวกเขาแล้วอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จที่เซี่ยเฟยได้นำมานี้ก็ไม่ต่างไปจากอุปกรณ์ที่ช่วยยื้อชีวิตของพวกเขา

สิ่งที่เซี่ยเฟยกำลังทำอยู่ไม่ต่างไปจากการพยายามโยนห่วงยางให้กับคนที่กำลังจมน้ำ ซึ่งไม่ว่าคนที่กำลังถือห่วงยางจะพูดอะไรคนที่กำลังจมน้ำก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธด้วยซ้ำ และถึงแม้ว่าสิ่งที่เขาจะต้องเสียไปในตอนนี้เปรียบเสมือนกับก้อนถ่าน แต่สิ่งที่เขาจะได้รับกลับมามันก็คงจะมีค่าดั่งทองคำ

ชายหนุ่มเดินหักเลี้ยวตามหัวมุมเพื่อเดินเข้าไปในอาคารที่ดูคล้ายกับหอสังเกตการณ์ที่มีเสาอากาศขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านบน ซึ่งมันดูเหมือนกับหอคอยสื่อสารในสมัยโบราณ

สำหรับภูมิภาคดาวมฤตยูที่ห่างไกลจากพันธมิตร เครื่องสื่อสารชนิดนี้ก็มีประโยชน์มากกว่าการสื่อสารด้วยระบบสตาร์เน็ตเวิร์ก เพราะท้ายที่สุดระบบสตาร์ทเน็ตเวิร์กก็มีโอกาสล่มได้ตลอดเวลา ขณะที่ระบบสื่อสารแบบเก่าแทบที่จะไม่มีปัญหาแบบนั้นเลย

ทหารส่วนใหญ่ในกองทัพได้เคลื่อนที่ไปอยู่แนวหน้าหมดแล้ว เซี่ยเฟยจึงได้พบกับทหารที่ประจำการอยู่ไม่มากนัก และทันทีที่เซี่ยเฟยได้หักเลี้ยวผ่านมุมหนึ่งไปชายผู้ไว้หนวดในชุดคลุมสีดำก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน

“ยังไม่ลงมืออีกเหรอ?” จินปู่ฮวนกล่าวถาม

“ไม่ต้องห่วง อีกไม่นานพวกมันจะกลับมาใช้ทางเดิม และในตอนนั้นจะเป็นเวลาที่ฉันจะจัดการกับมันเอง” มู่เสียวเต๋าตอบกลับด้วยเสียงอันแผ่วเบาจากพื้นที่ว่างที่มีเพียงแค่เศษฝุ่น

จินปู่ฮวนพยักหน้ารับก่อนที่ร่างของเขาจะหายไปในพริบตา ขณะที่มู่เสียวเต๋าก็กลายเป็นฝุ่นที่พัดไปตามสายลมเพื่อเตรียมลงมือตามที่เขาได้วางแผนเอาไว้

แม้ว่าเครื่องสื่อสารแบบเก่าจะสามารถใช้งานได้โดยไม่มีปัญหา แต่เครื่องสื่อสารแบบเก่านี้ก็มีความยุ่งยากในการใช้งานอยู่ไม่น้อย เซี่ยเฟยจึงเดินไปมองวิวนอกหน้าต่างระหว่างรอให้เครื่องสื่อสารเชื่อมต่อกับคนอื่น

ภาพด้านนอกเป็นถนนที่เต็มไปด้วยใบไม้ที่ร่วงหล่นทั้ง ๆ ที่ครั้งที่แล้วที่เขาได้เดินมามันได้มีทหารคอยทำความสะอาดค่ายแห่งนี้อยู่ตลอดเวลา

ชายหนุ่มจุดบุหรี่ขึ้นมาอีกครั้งหลังใช้ความคิด ซึ่งเซี่ยเฟยมักที่จะหยิบบุหรี่ขึ้นมาระหว่างใช้ความคิดจนเป็นนิสัยประจำตัวไปแล้ว และถึงแม้ว่าบุหรี่จะมีอันตรายต่อร่างกายแต่ชายหนุ่มก็ยังคงคิดว่าเขาสามารถใช้สุขภาพแลกกับความสุขของตัวเองได้

ขณะเดียวกันมู่เสียวเต๋าซึ่งนั่งอยู่กลางต้นไม้ก็กำลังเงยหน้าขึ้นไปมองเซี่ยเฟยที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่างด้วยท่าทางสบาย ๆ และเนื่องมาจากว่าในปัจจุบันร่างกายของเขาเป็นเพียงแค่ผงธุลี มันจึงไม่มีใครสามารถมองเห็นหรือสัมผัสถึงตัวตนของเขาได้เลย

แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยมาจนถึงตอนนี้ แต่เซี่ยเฟยก็ยังไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังตกเป็นเป้าหมายของการลอบสังหาร

ทั่วทั้งจักรวาลมีคนรู้ถึงความสามารถของมู่เสียวเต๋าอยู่เพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะประมาทเซี่ยเฟยเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะสำหรับชายหนุ่มที่ผ่านดาวเคราะห์มรดกมาเหมือนกับตัวเขาเองย่อมไม่ใช่เหยื่อที่เขาจะสามารถเข้าขย้ำได้อย่างง่ายดายแน่นอน

นี่คือการต่อสู้ของนักรบที่เคยผ่านนรกในดาวมรดกมาก่อน และมันก็เป็นการแข่งขันว่าระหว่างเขากับเซี่ยเฟยใครจะเป็นคนที่อยู่รอดต่อไป

“เชื่อมต่อได้แล้วครับ” พลทหารสื่อสารกล่าวรายงาน

ย่าเหวยพยักหน้าและเรียกเซี่ยเฟยให้หันกลับมาเข้าร่วมการประชุม โดยภาพตรงหน้ามีหน้าจอแสงทั้งหมด 4 บานและเมื่อรวมกับย่าเหวยที่อยู่ข้าง ๆ เซี่ยเฟยก็กำลังพูดคุยกับผู้มีอำนาจทั้งห้าของภูมิภาคดาวมฤตยูแล้ว

ถึงแม้ว่าทั้งห้าคนจะมีรูปร่างหน้าตาผิวพรรณที่แตกต่างกัน แต่แววตาของพวกเขากลับเต็มไปด้วยความสิ้นหวังไม่แตกต่างกันเลย

เอ็มวิลล่าคือผู้มีอำนาจที่ทรงพลังที่สุดในบรรดาทั้งห้าคนนี้ เพราะเขาได้ครอบครองกองกำลังถึง 60% ของกองกำลังประจำภูมิภาค ซึ่งถ้าหากว่าเซี่ยเฟยสามารถโน้มน้าวจิตใจผู้มีอำนาจคนนี้ได้ ผู้มีอำนาจในส่วนที่เหลืออีกสี่คนย่อมไม่มีปัญหากับเงื่อนไขของเขาแน่นอน

ย่าเหวยแนะนำตัวให้ทุกคนได้รู้จักกันสั้น ๆ ซึ่งทุกคนก็รู้ถึงจุดประสงค์ของเซี่ยเฟยกันอยู่แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงพูดเข้าประเด็นในทันที เพราะทุกวินาทีในสถานการณ์เช่นนี้อาจจะนำมาซึ่งวิกฤตอันร้ายแรง

“คุณแน่ใจนะว่าอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพในการสู้รบของพวกเราได้?” ชายชราอ้วนวัยประมาณ 70 ปีกล่าวถามเป็นคนแรก

แน่นอนว่าชายชราคนนี้คือเอ็มวิลล่าผู้ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่มากที่สุดในภูมิภาคดาวมฤตยู ดังนั้นความเห็นของเขาจึงถือว่ามีความสำคัญมากที่สุดในบรรดาผู้นำทุกคน

“ตอนนี้ทางกรมทหารตกลงใช้อุปกรณ์เสริมพลังชาร์จของผมแล้ว และอีกไม่นานยานทุกลำของกองทัพก็จะทำการติดตั้งอุปกรณ์ชนิดนี้ พวกคุณคงไม่สงสัยในประสิทธิภาพของอุปกรณ์ที่ทางกรมทหารได้เลือกใช้ใช่ไหมครับ?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย

ทุกคนเงียบเสียงลงไปชั่วขณะ เพราะพวกเขาได้รู้มาสักพักแล้วว่าบริษัทควอนตัมได้กลายเป็นซัพพลายเออร์ระดับ A ของกรมทหารที่มีขนาดบริษัทเล็กที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งมันก็อาจจะกล่าวได้ว่าหลังจากนี้อีกไม่นานบริษัทควอนตัมก็คงจะเป็นที่รู้จักไปทั่วทั้งพันธมิตร

“บริษัทควอนตัมของผมมีขนาดเล็กมาก แล้วพวกคุณรู้ไหมว่าทำไมทางกรมทหารถึงยอมให้บริษัทควอนตัมได้กลายเป็นซัพพลายเออร์ระดับ A” เซี่ยเฟยกล่าวหลังจากหยุดพูดไปชั่วคราว

“ฉันก็กำลังสงสัยเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ปกติทางกองทัพจะทำการคัดเลือกซัพพลายเออร์อย่างเข้มงวดอยู่เสมอ และไม่ว่าฉันจะมองยังไงบริษัทควอนตัมก็ยังไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นซัพพลายเออร์ระดับ A เลยด้วยซ้ำ แต่ที่ฉันพูดแบบนี้มันก็ไม่ได้หมายความว่าฉันกำลังดูถูกบริษัทของคุณนะ” เอ็มวิลล่ากล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“คุณพูดถูกแล้วว่าบริษัทของเรายังไม่น่าจะผ่านข้อกำหนดในการเป็นซัพพลายเออร์ระดับ A ได้ แต่เนื่องจากอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จสามารถผ่านการทดสอบในสภาวะตึงเครียดระดับ 5 ได้สำเร็จ มันจึงทำให้เรากลายเป็นซัพพลายเออร์ระดับ A ของกองทัพ” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างจริงจัง

“อะไรนะ! ผ่านการทดสอบสภาวะตึงเครียดระดับ 5!”

“อุปกรณ์เสริมพลังชาร์จสามารถผ่านการทดสอบสภาวะตึงเครียดระดับ 5 ได้เลยงั้นเหรอ? นี่มันจะน่าเหลือเชื่อมากเกินไปแล้ว!”

เซี่ยเฟยสังเกตสีหน้าท่าทางของผู้นำแต่ละคนอย่างใจเย็น ซึ่งเห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขาไม่เพียงแต่จะรู้สึกตื่นเต้นแต่พวกเขายังรู้สึกตกใจกับข่าวที่เขาเพิ่งบอกออกไปมาก

ในความเป็นจริงเซี่ยเฟยก็พูดโม้เกินไปสักหน่อย เพราะท้ายที่สุดอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จเพียงตัวเดียวก็ไม่สามารถที่จะผ่านการทดสอบในสภาวะตึงเครียดระดับ 5 ไปได้เลย แต่สิ่งที่สามารถผ่านสภาวะตึงเครียดระดับ 5 ไปได้คืออุปกรณ์เสริมพลังชาร์จที่ต่ออนุกรมเข้าด้วยกัน 4 เครื่องต่างหาก

ถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะไม่ใช่ทายาทจากตระกูลนักธุรกิจ แต่เขาก็พอจะรู้วิธีการพูดคุยทางธุรกิจอยู่บ้าง ซึ่งการโฆษณาเกินจริงเล็กน้อยถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่ใช้โดยทั่วไป และถึงแม้ว่าคนพวกนี้จะรู้ความจริงแต่พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะตำหนิเซี่ยเฟยได้ เพราะสิ่งที่เขาพูดออกไปก็ไม่ใช่คำพูดโกหกไปซะทีเดียว

“ถ้าอย่างนั้นคุณก็บอกเงื่อนไขที่คุณต้องการมาเถอะ” เอ็มวิลล่ากล่าวถามอย่างตรงไปตรงมา

เซี่ยเฟยพยักหน้าพร้อมกับเปิดแผนที่ดาวขึ้นมาบนหน้าจอ ซึ่งบนแผนที่ดาวนั้นมีวงกลมสีแดงและวงกลมสีเหลืองถูกวงเอาไว้ในแผนที่

“หลังจากที่พวกคุณได้รับอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จ 10,000 เครื่องและได้รับชัยชนะในสงครามครั้งนี้ ผมต้องการพื้นที่ในวงกลมสีแดงแยกออกเป็นอิสระอย่างสมบูรณ์ และขอพื้นที่วงกลมสีเหลืองเป็นเขตชายแดนที่ไม่อนุญาตให้ใครเข้ามาโดยไม่บอกก่อนล่วงหน้า” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปยังวงกลมบนแผนที่

“พื้นที่ในบริเวณนั้นกว้างมากเลยนะ ฉันคิดว่ามันน่าจะมีดาวเคราะห์ในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 100 ดวงเลยนะ” ชายชราผู้มีปากแหลมกล่าวขึ้นมาอย่างไม่ค่อยพอใจ

“ถึงแม้ว่าพื้นที่ที่ผมขอจะใหญ่มากแต่มันก็เป็นเพียงพื้นที่ทุรกันดารที่มีดาวเคราะห์สำหรับการอยู่อาศัยอยู่เพียงแค่หกดวง” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ

ชายชราปากแหลมผงกศีรษะรับขณะที่ใช้มือข้างหนึ่งไล่รายชื่อดวงดาวที่อยู่ในวงกลม

ดาวเคราะห์ที่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยถือว่าเป็นทรัพยากรที่สำคัญสำหรับพวกเขา เพราะอย่างน้อยดาวเคราะห์พวกนั้นก็สามารถผลิตอาหารมาจุนเจือประชากรในพื้นที่ของพวกเขาได้

พื้นที่ที่เซี่ยเฟยได้เลือกไว้ค่อนข้างจะมีขนาดใหญ่กว่าที่พวกเขาคิดอยู่เล็กน้อย แต่พวกเขาก็ต้องถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เมื่อได้รู้ว่าพื้นที่บริเวณนั้นมีดาวเคราะห์สำหรับการอยู่อาศัยอยู่เพียงแค่หกดวง

แม้ว่าดาวเคราะห์สำหรับการอยู่อาศัยจะเป็นทรัพยากรที่มีค่าสำหรับพวกเขามาก แต่ดาวเคราะห์ที่ไม่สามารถอยู่อาศัยได้ก็ถือว่าเป็นทรัพยากรที่ไม่มีค่าสำหรับพวกเขาเลย ดังนั้นถึงแม้ว่าพื้นที่ที่เซี่ยเฟยได้เลือกเอาไว้จะมีดาวเคราะห์อยู่เป็นจำนวนมาก แต่พวกเขาก็รู้สึกสนใจเพียงแค่ดาวเคราะห์ที่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยเพียงแค่หกดวงนี้เท่านั้น

“พูดตามตรงนะว่าพื้นที่ที่คุณเลือกเอาไว้ค่อนข้างที่จะเอาเปรียบพวกเรามากเกินไปสักหน่อย เพราะในพื้นที่นั้นมีดาวเคราะห์สำหรับการอยู่อาศัยระดับ A อยู่ 1 ดวง, ดาวเคราะห์ระดับ B อยู่ 2 ดวงและดาวเคราะห์ระดับ C อยู่ 3 ดวง ที่สำคัญคือดาวเคราะห์ 5 ใน 6 ดวงอยู่ในกาแล็กซีเดียวกัน ซึ่งมันถือว่าเป็นกลุ่มดาวเคราะห์ที่ค่อนข้างหาได้ยากมาก”

“นอกจากนี้บนดาวทุกดวงที่คุณเลือกยังเต็มไปด้วยแร่ธาตุ ซึ่งสามารถขุดออกไปขายได้ในราคาที่สูงมาก ดังนั้นการที่คุณขอแลกดาวเคราะห์พวกนี้กับอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จเพียงแค่ 10,000 ชุด มันจึงเป็นการเอาเปรียบพวกเรามากเกินไป” เอ็มวิลล่ากล่าวขึ้นมาอย่างจริงจัง

พื้นที่บริเวณที่เซี่ยเฟยเลือกตั้งอยู่บริเวณชายแดนของภูมิภาคดาวเหวทมิฬ ดังนั้นผู้มีอำนาจส่วนใหญ่ในภูมิภาคดาวมฤตยูจึงไม่ค่อยรู้จักดวงดาวบริเวณนั้นมากนัก แต่หลังจากที่พวกเขาได้ฟังคำอธิบายจากเอ็มวิลล่าพวกเขาก็รีบทำการตรวจสอบข้อมูลดาวแต่ละดวงด้วยความรวดเร็ว ซึ่งหลังจากที่พวกเขาได้ตรวจสอบข้อมูลดวงดาวเรียบร้อยแล้วสีหน้าของพวกเขาก็เริ่มถูกประดับด้วยความลำบากใจ

ทั่วทั้งทุ่งดาวแห่งความตายอาจจะมีพื้นที่ลักษณะนี้อยู่เพียงแค่พื้นที่เดียว เนื่องมาจากว่ามันมีดาวเคราะห์ที่เหมาะสมสำหรับการใช้ชีวิตถึง 5 ดวงอยู่ในกาแล็กซี ๆ เดียว ซึ่งมันถือได้ว่าเป็นสิ่งที่หาได้ยากแม้จะมองหาไปทั่วทั้งจักรวาลก็ตาม

ยิ่งดาวเคราะห์ที่เหมาะสมสำหรับการใช้ชีวิตอยู่ใกล้กันมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งสามารถพัฒนาการค้าได้มากขึ้นกว่าเดิมเท่านั้น และเมื่อดาวเคราะห์ทุกดวงในกาแล็กซีมีความเจริญรุ่งเรือง มันก็จะยิ่งทวีคูณความเจริญก้าวหน้าให้ดาวทุกดวงสามารถพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว

ยิ่งไปกว่านั้นหนึ่งในดาวเคราะห์ทั้งห้ายังเป็นดาวเคราะห์ระดับ A ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ระดับสูงที่สวยงามและเหมาะสมสำหรับการตั้งถิ่นฐาน และสาเหตุที่พวกเขากำลังตกอยู่ในสงครามก็เพราะว่าพวกเขากำลังแย่งชิงดาวเคราะห์ระดับ A กันอยู่ไม่ใช่เหรอ?

อย่าลืมว่าที่นี่คือทุ่งดาวแห่งความตาย มันจึงทำให้มูลค่าของดาวเคราะห์ระดับ A แต่ละดวงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถประเมินค่าออกมาเป็นเงินได้เลย!

สำหรับดาวเคราะห์ระดับ B ที่เซี่ยเฟยได้ร้องขอก็เป็นดาวเคราะห์ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุราคาสูง ยิ่งไปกว่านั้นมันยังอยู่ตรงบริเวณชายแดนที่ห่างไกลจากความวุ่นวาย มันจึงเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเปิดโรงงานลับเพื่อผลิตอะไรบางอย่าง!!

หลังจากที่ได้อ่านข้อมูลทุกอย่างโดยละเอียดแล้ว พวกเขาก็รู้ว่าเงื่อนไขที่เซี่ยเฟยได้ตั้งขึ้นมาไม่ใช่เงื่อนไขที่ยอมรับได้ยากในระดับธรรมดา แต่มันเป็นเงื่อนไขที่ไม่มีใครในที่นี้ต้องการที่จะยอมรับเลย

ผู้มีอำนาจทั้งห้าเริ่มตกอยู่ในอาการลังเล เพราะเซี่ยเฟยกำลังฉวยโอกาสในสภาวะสงครามเพื่อต้องการแย่งชิงดินแดนที่สำคัญสำหรับพวกเขาไป

“เชิญพวกคุณคุยกันตามสบาย ผมขออนุญาตออกไปเข้าห้องน้ำก่อน” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะปล่อยให้คนทั้งห้าได้พูดคุยกัน

“นี่มันจะโหดร้ายเกินไปแล้ว! ไอ้หนุ่มนั่นไม่ได้คิดจะมาพูดคุยธุรกิจเลยด้วยซ้ำ แต่มันกำลังพยายามฉวยโอกาสจากสงคราม!!!” เอ็มวิลล่ากล่าวขึ้นมาอย่างเดือดดาลหลังจากที่เซี่ยเฟยได้เดินออกจากห้องไป

***************

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด