ตอนที่แล้วตอนที่ 323 ชิพแปลภาษาอันใหม่
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 325 วิชาสร้างร่างมายา

ตอนที่ 324 ธุลี


ตอนที่ 324 ธุลี

เซี่ยเฟยนอนสลบอยู่ในห้องผ่าตัดขณะที่แพทย์ศัลยกรรมประสาทกำลังใช้มีดผ่าตัดเปิดกะโหลกของชายหนุ่มอย่างชำนาญ

ปัจจุบันเครื่องจักรได้เข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ส่วนใหญ่ไปแล้ว แต่งานที่มีความซับซ้อนอย่างการผ่าตัดสมองยังจำเป็นจะต้องใช้มนุษย์เป็นผู้ควบคุมเครื่องจักร เพื่อความสบายใจของมนุษย์ส่วนใหญ่อยู่ดี

แม้ว่าเครื่องจักรในปัจจุบันจะมีศักยภาพมากพอที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทนแพทย์แผนกศัลยกรรมได้อย่างสมบูรณ์ แต่มนุษย์ก็ยังคงมีความกลัวหุ่นยนต์ฝังอยู่ในจิตใจ เครื่องมือแพทย์ส่วนใหญ่จึงจำเป็นต้องใช้ระบบกึ่งอัตโนมัติโดยมีแพทย์คอยเป็นผู้ควบคุมอยู่อีกชั้นหนึ่ง

ว่ากันว่าการผ่าตัดในสมัยโบราณถูกส่งมอบงานให้กับหุ่นยนต์โดยสมบูรณ์ และเมื่อผู้คนเริ่มสนิทกับหุ่นยนต์เหมือนกับเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกเขา ในเวลานั้นหุ่นยนต์ก็เริ่มทรยศมนุษยชาติและทำให้อารยธรรมมนุษย์โบราณที่เคยรุ่งเรืองตกต่ำไปจนถึงขีดสุด

หุ่นยนต์ที่เกิดขึ้นมาจากมนุษย์ไม่ต่างไปจากลูก ๆ ของมนุษย์ที่ทำการสร้างพวกมันขึ้นมา ด้วยเหตุนี้โศกนาฏกรรมในครั้งนั้นจึงไม่ต่างไปจากลูก ๆ ที่เริ่มออกสังหารพ่อแม่ของตัวเอง และบางทีมันก็อาจจะเป็นเพราะครั้งหนึ่งมนุษย์เคยรักหุ่นยนต์มาก มันจึงทำให้เวลาเกลียดมนุษย์เลยรู้สึกเกลียดชังหุ่นยนต์มากขึ้นกว่าเดิม

เซี่ยเฟยจำเป็นจะต้องถูกวางยาสลบในระหว่างกระบวนการผ่าตัด ซึ่งสถานการณ์นี้ถือได้ว่าเป็นสถานการณ์ที่อันตรายมากสำหรับนักสู้ที่มีโอกาสเผชิญกับอันตรายตลอดเวลา เพราะตราบใดก็ตามที่พวกเขาสูญเสียประสาทสัมผัสของตัวเองไป มันก็เหมือนกับการปล่อยให้ชีวิตของพวกเขาไปอยู่ภายในมือของผู้อื่น

ชายหนุ่มทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดีเขาจึงแผ่ด้ายพลังจิตที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าออกไปรอบ ๆ ห้องผ่าตัดอย่างระมัดระวัง ซึ่งถ้าหากว่ามันได้เกิดเหตุวิกฤตขึ้นมาอย่างกะทันหัน ด้ายพลังจิตเหล่านี้ก็จะกระตุ้นให้ชายหนุ่มฟื้นขึ้นมาจากอาการสลบ

สำหรับมนุษย์ปกติการควบคุมพลังจิตอย่างละเอียดอ่อนแบบนี้เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่สำหรับนักสู้ผู้มีพลังพิเศษเป็นพลังจิตแบบเซี่ยเฟยแล้ว การสร้างเส้นด้ายพลังจิตในระหว่างที่เขากำลังหมดสติก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากลำบากมากนัก

นอกจากนี้อันธยังคอยอยู่ตรวจตราบริเวณรอบ ๆ ตัวของเขาตลอดเวลา และถึงแม้ว่าวิญญาณตนนี้จะมีประสาทสัมผัสไม่เฉียบคมเหมือนกับเซี่ยเฟย แต่อย่างน้อยเขาก็สามารถสังเกตถึงความผันผวนของกระแสพลังที่ผิดปกติได้ และเมื่อมันได้รวมเข้ากับด้ายพลังจิตที่เซี่ยเฟยปล่อยออกมา มันก็ถือว่าเป็นการเติมเต็มซึ่งกันและกันได้ดีพอสมควร

แต่น่าเสียดายที่ถึงแม้ว่าในครั้งนี้เซี่ยเฟยจะระแวดระวังตัวมากพอสมควรแล้ว แต่เขาก็ยังประเมินอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาต่ำมากเกินไป เพราะในปัจจุบันกำลังมีใครบางคนคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวของเขาอย่างช้า ๆ และการเคลื่อนไหวนี้ก็ไม่มีรูปร่าง, ไม่มีกลิ่นและไม่มีความผันผวนทางด้านพลังงานเลยแม้แต่น้อย

ด้วยสภาพในปัจจุบันที่ร่างกายถูกครอบงำด้วยยาสลบ มันจึงทำให้เซี่ยเฟยไม่ต่างไปจากทหารที่ไม่มีอาวุธ และถ้าหากว่าเขาถูกจู่โจมในตอนนี้มันก็ไม่จำเป็นจะต้องพูดเลยว่าเขาจะต้องตกอยู่ในอันตรายที่ร้ายแรงมากแค่ไหน

มีดผีเสื้อถูกชักออกมาควงภายในมืออย่างคล่องแคล่ว เผยให้เห็นจิตสังหารอันเยือกเย็นที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ในใบมีด

ทั้งเซี่ยเฟย, อันธและฉินฟางต่างก็ไม่มีใครได้สังเกตเห็นเลยว่ายมทูตกำลังคืบคลานเข้ามา เพราะบุคคลปริศนาแอบลักลอบเข้ามาในรูปแบบที่พวกเขาไม่เคยจินตนาการถึง

ร่างกายของผู้มาใหม่กระจายกันออกเป็นโมเลกุลเล็ก ๆ ในอากาศ ซึ่งแม้แต่มีดผีเสื้อภายในมือของเขาก็แตกแยกออกเป็นโมเลกุลขนาดเล็กที่ไม่มีใครสามารถจับสังเกตการมาถึงของเขาได้

แม้ว่าโมเลกุลเหล่านี้จะดูอ่อนแอคล้ายกับสามารถถูกลมพัดปลิวออกไปได้ตลอดเวลา แต่ในความเป็นจริงโมเลกุลเหล่านี้กลับมีความแข็งแรงไม่ต่างไปจากร่างกายของนักสู้ผู้โชกโชนคนหนึ่ง

นี่คือพลังพิเศษธุลีที่สามารถทำให้ร่างกายของผู้มีพลังกลายเป็นผงธุลีเคลื่อนที่ไปมาในอากาศได้อย่างอิสระ

ครั้งหนึ่งเคยมีบทความบนดาวโลกเขียนเกี่ยวกับการได้พบศพของพระรูปหนึ่งในกำแพงวัดของประเทศทิเบต โดยสิ่งที่แปลกประหลาดคือเซลล์ร่างกายของพระรูปนั้นกระจัดกระจายฝังอยู่ในกำแพง จนทำให้นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถแยกแยะได้เลยว่าอิฐก้อนไหนคืออิฐธรรมดา และอิฐก้อนไหนเคยเป็นร่างของพระรูปนั้นมาก่อน

เหตุการณ์อันแปลกประหลาดนี้ก่อให้เกิดทฤษฎีขึ้นมาอย่างมากมาย ซึ่งมันก็มีนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งตั้งทฤษฎีขึ้นมาว่าพระรูปนี้อาจจะมีวิชาที่ทำให้ร่างกายของเขาสามารถเปลี่ยนกลายเป็นโมเลกุลขนาดเล็กเพื่อเคลื่อนที่ไปมาได้ แต่น่าเสียดายที่มันคงจะมีอะไรบางอย่างผิดพลาดทำให้โมเลกุลทั่วทั้งร่างของเขาต้องถูกฝังอยู่ในกำแพงหิน

ตอนที่มีข่าวนี้ออกมาเซี่ยเฟยยังเด็กมากและเขาก็ไม่เชื่อว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นเรื่องจริง แต่ใครจะไปคิดว่าหลังจากที่เวลาได้ผ่านพ้นมานับ 10 ปี ชายหนุ่มจะได้พบกับนักฆ่าที่มีพลังพิเศษธุลีด้วยตัวของตัวเอง

ยิ่งไปกว่านั้นในตอนนี้เซี่ยเฟยยังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการผ่าตัด ทำให้เขาสูญเสียความสามารถในการต่อต้านโดยสิ้นเชิง!!

มีดผีเสื้อยังคงหมุนควงในมือของนักฆ่าอย่างคล่องแคล่ว และร่างกายของเขาก็กำลังเคลื่อนที่เข้ามาอย่างไร้ร่องรอย

เพียงแค่คิดมีดในมือของนักฆ่าก็สามารถกลับกลายมาเป็นของแข็งและแทงเข้าใส่อวัยวะสำคัญของเซี่ยเฟยได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งกระบวนการนี้ถือได้ว่าเป็นความน่ากลัวของพลังธุลี เพราะผู้ใช้และของที่เขาสวมใส่สามารถแตกแยกออกเป็นโมเลกุลหรือคืนสภาพกลับมาเป็นลักษณะดั้งเดิมได้ตลอดเวลา

แต่ในทันใดนั้นเองนักฆ่าปริศนาก็ได้สังเกตเห็นสิ่งแปลก ๆ ในสมองของเซี่ยเฟย ซึ่งถ้าหากว่าใครใช้แว่นขยายมองพื้นที่สมองส่วนนี้อย่างระมัดระวัง พวกเขาก็จะได้พบกับดวงดาวสีดำที่มีวงแหวนล้อมรอบอยู่ 2 วง

“หือ!?” นักฆ่าร้องอุทานขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจและแน่นอนว่ามันย่อมไม่มีใครได้ยินเสียงของเขา

“ไม่น่าเชื่อเลย ไม่น่าเชื่อเลยจริง ๆ” นักฆ่าพึมพำกับตัวเอง

ทันทีที่เขาพูดจบเขาก็ออกจากห้องผ่าตัดนี้ไปอย่างไร้ร่องรอย โดยไม่มีใครได้ทันสังเกตเห็นการปรากฏตัวของเขาเลยแม้แต่คนเดียว

ในตรอกแคบ ๆ ที่มืดมิดมีแมวจรจัด 2-3 ตัวกำลังพยายามคุ้ยหาอาหารในถังขยะ แต่น่าเสียดายที่ภายในสลัมแห่งนี้แม้แต่มนุษย์ก็ยังไม่สามารถจะทำให้ตัวเองอิ่มท้องได้ มันจึงแทบไม่เหลืออาหารในถังขยะเอาไว้ให้แมวจรจัดพวกนี้เลย

นักฆ่าปริศนากวาดสายตามองไปรอบ ๆ และเมื่อเขาได้พบว่าพื้นที่ในบริเวณนี้ไม่มีใคร เขาก็ได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของตัวเองออกมา

ภาพที่เกิดขึ้นราวกับฉากในภาพยนตร์ที่โมเลกุลฝุ่นขนาดเล็กได้พุ่งเข้ามารวมตัวกันจนกลายเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีอายุประมาณ 20 ปี

ชายหนุ่มผิวปากและควงมีดผีเสื้อภายในมือของเขาเล่นพร้อมกับเดินออกไปในท้องถนนราวกับว่าเขาได้ทำเรื่องแบบนี้อยู่เป็นประจำ เพียงแต่ฝีเท้าของเขาแผ่วเบามากจนแทบที่จะไม่ส่งเสียงในระหว่างการเคลื่อนไหวเลย

หน้าตาของชายหนุ่มคนนี้ถือว่าหล่อเหลามาก แล้วด้วยรูปร่างอันสง่างามและรอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้า มันย่อมสามารถดึงดูดเพศตรงข้ามของชายคนนี้ได้นับหมื่น ๆ คน

อย่างไรก็ตามชุดขนสัตว์ที่เขาสวมใส่ก็ดูที่จะหรูหราเกินไปสำหรับย่านสลัมแห่งนี้เล็กน้อย เพราะถึงแม้ว่าผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่จะทำงานไปตลอดชีวิต แต่พวกเขาก็คงจะไม่สามารถซื้อชุดที่ชายหนุ่มคนนี้กำลังสวมใส่อยู่ได้

อีกด้านหนึ่งมีชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพงกำลังเดินเข้ามา และเมื่อชายทั้งสองได้เดินสวนกันมีดผีเสื้อในมือของชายหนุ่มก็เริ่มขยับ

ฉึก!

ใบมีดพุ่งปาดหน้าชายวัยกลางคนจนจมเข้าไปในกำแพงด้วยความเร็วราวกับสายฟ้า และมันก็แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีดเล่มนี้มีความคมมากแค่ไหน

“แกแอบตามฉันมาเหรอ?” ชายหนุ่มกล่าวด้วยรอยยิ้มขณะดึงมีดออกมาจากกำแพง

“ฉันไม่จำเป็นจะต้องแอบตาม เพราะแมวจรจัดอย่างแกชอบสลัมแบบนี้อยู่แล้ว” ชายวัยกลางคนพูดขึ้นมาอย่างสงบ และถึงแม้ว่าคมมีดจะอยู่ห่างจากใบหน้าของเขาเพียงแค่ไม่กี่มิลลิเมตร แต่เขาก็ไม่ได้มีท่าทางตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย

“ล้มเหลวเหรอ?” ชายวัยกลางคนถาม

“แกรู้ได้ยังไง?” ชายหนุ่มหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ พร้อมกับถามออกไปด้วยความสงสัย

“เพราะว่ามีดของแกไม่มีกลิ่นเลือด”

ชายหนุ่มทำหน้ามุ่ยขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่จะควงเก็บมีดผีเสื้อเข้าไปในชุดอย่างรวดเร็ว ทำให้ตัวมีดหายไปราวกับว่าเขากำลังเล่นกล

จากนั้นชายหนุ่มก็เอามือซุกเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตทั้งสองข้าง พร้อมกับเอนหลังพิงมุมกำแพงขณะที่เงยใบหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อมองดูดวงอาทิตย์ที่กำลังส่องแสงออกมาอย่างแผดเผา

“ฉันไม่เคยฆ่าใครโดยทิ้งรอยเลือดเอาไว้” ชายหนุ่มพูดขึ้นมาเบา ๆ

“ตราบใดก็ตามที่ใบมีดได้เชือดเฉือนใครมาก่อน มันย่อมมีกลิ่นเลือดติดอยู่เล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ดี” ชายวัยกลางคนกล่าวอย่างใจเย็น

“แม้ว่าจะผ่านมานานหลายปี แต่แกก็ยังคงเป็นพวกหัวรั้นอยู่เหมือนเดิมสินะ” ชายหนุ่มกล่าว

“ฉันยังเหมือนเดิม มีแต่แมวจรจัดอย่างแกนั่นแหละที่ได้กลายเป็นมู่เสียวเต๋า” ชายวัยกลางคนกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“มู่เสียวเต๋าก็เป็นชื่อที่ดีนี่ อีกอย่างฉันก็เป็นคนเลือกชื่อนี้ขึ้นมาเอง” ชายหนุ่มกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

“แต่ฉันชอบแมวจรจัดตัวเดิมมากกว่า” ชายวัยกลางคนกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

“มันต่างกันตรงไหน? แมวจรจัดก็ใช้มีดผีเสื้อและมู่เสียวเต๋าก็ใช้มีดผีเสื้อด้วยเหมือนกัน”

“แมวจรจัดใช้ชีวิตเพื่อฆ่าคน แต่มู่เสียวเต๋ายอมเสี่ยงชีวิตเพื่อแลกกับเงิน”

“ฉันเบื่อจะฆ่าคนบนความสนุกแล้วตอนนี้ฉันสนใจเรื่องเงินมากกว่า เอาจริง ๆ ทั้งฉันและแกก็ไม่ต่างกันหรอก เพราะแกก็เลือกเปลี่ยนจากหมาจรจัดไปเป็นหมาเฝ้าบ้าน ส่วนฉันก็แค่เปลี่ยนจากแมวจรจัดไปเป็นแมวกวักที่พยายามหาเงินให้กับตัวเอง” ชายหนุ่มกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ตอนนี้ฉันชื่อ ‘จินปู่ฮวน’ และทำงานในบ้านของตระกูลหลี่ ฉันคิดว่าแกควรจำชื่อพวกนี้เอาไว้ดีกว่า” ชายวัยกลางคนกล่าวอย่างจริงจัง

“ฉันชอบเงินแต่ฉันไม่ชอบตระกูลหลี่ อีกอย่างฉันก็ไม่จำเป็นจะต้องจดจำชื่อพวกนั้น” ชายหนุ่มกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้มที่ไม่เห็นด้วย

“ไม่ว่าแกจะชอบหรือไม่ชอบ แต่ครั้งนี้พวกเขาคือนายจ้างของแก! ดังนั้นถ้าแกรับเงินไปแกก็ต้องทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วง”

“เรื่องนั้นฉันรู้” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับผิวปากอย่างไม่ใส่ใจ

“แกรู้ แต่ก็ยังปล่อยเซี่ยเฟยไปเนี่ยนะ?” ชายวัยกลางคนกล่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ขณะที่มุมปากของเขากระตุกขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดอยู่เล็กน้อย

***************

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด