ตอนที่แล้วตอนที่ 301 คว้าโอกาส
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 303 หาคนคุ้มกัน

ตอนที่ 302 เริ่มแผนคุมดาว


ตอนที่ 302 เริ่มแผนคุมดาว

ในช่วงเวลาเพียงแค่ข้ามคืน จู่ ๆ มันก็ได้มีสัญญาณบ่งชี้ว่ายุคสมัยแห่งความวุ่นวายกำลังใกล้เข้ามาเต็มทีแล้ว

ฉินหมางคุยกับย่าเหวยไปได้อย่างราบรื่น ซึ่งย่าเหวยให้ความสนใจในเครื่องอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จเป็นอย่างมาก และหลังจากที่เขาได้รู้ว่าบนยานรบที่เซี่ยเฟยใช้แข่งขันในรายการโกลเดนฟิงเกอร์รอบล่าสุดก็ได้ติดตั้งอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จด้วยเหมือนกัน มันก็ทำให้ชายหนุ่มคนนี้ไม่สามารถยับยั้งความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นภายในใจของตัวเองได้

ขณะเดียวกันสัญญาณของสตาร์เน็ตเวิร์กในช่วงเวลานี้ก็ราบรื่นอย่างแปลกประหลาด ย่าเหวยจึงติดต่อหาเซี่ยเฟยเป็นการส่วนตัวเพื่อสอบถามเกี่ยวกับรายละเอียดของอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จ

“คุณตาบอกผมมาว่าถึงแม้ว่าคุณจะต้องการปรับปรุงประสิทธิภาพกองกำลังอย่างเร่งด่วน แต่คุณก็มีเงินทุนไม่มากพอจนทำให้ในตอนนี้คุณกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากอยู่ใช่ไหมครับ?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

ย่าเหวยยิ้มออกมาอย่างเขินอายเล็กน้อย เพราะในฐานะของผู้บัญชาการฐานทัพเขากลับมีเงินอยู่ในมือไม่มากนัก สิ่งเดียวที่เขาสามารถทำได้ในเวลานี้คือการพยายามหาซื้ออาวุธอุปกรณ์จากพ่อค้าลักลอบขายของเถื่อน เพราะท้ายที่สุดช่วงเวลานี้ก็คือช่วงเวลาสงคราม และสิ่งแรกที่เขาจำเป็นจะต้องทำคือการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกองกำลังของตัวเอง

อย่างไรก็ตามอาวุธยุทโธปกรณ์ก็เป็นสิ่งของที่เผาผลาญเงินเป็นจำนวนมากมายโดยตลอด ซึ่งการพยายามซื้อกระสุนมาเพื่อเตรียมพร้อมก็ทำให้สถานะทางการเงินในปัจจุบันของเขาตกอยู่ในสภาพที่ตึงมือมากแล้ว

“ถ้านายให้เวลาฉันสัญญาว่าจะหาเงินมาจ่ายนายให้ครบ อาจารย์รู้จักนิสัยฉันเป็นอย่างดีนายสามารถเช็คเครดิตของฉันจากอาจารย์ได้” ย่าเหวยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“พี่ย่าเหวยคุณเป็นลูกศิษย์ของคุณตา ส่วนผมก็เป็นลูกน้องของเขา เราทุกคนถือว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน และแน่นอนว่าผมย่อมเชื่อมั่นในคนของครอบครัวตัวเอง คุณตาน่าจะส่งคลิปวิดีโอให้คุณดูแล้วใช่ไหมครับ? คุณมีความคิดเห็นยังไงเกี่ยวกับอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จบ้างครับ?”

“จากการประเมินโดยเครื่องคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ ยานรบที่ติดตั้งอุปกรณ์ชิ้นนี้จะช่วยเพิ่มพลังป้องกันได้ประมาณ 30% ทำให้มันเป็นอุปกรณ์สงครามที่มีประสิทธิภาพจัดอยู่ในระดับที่สูงมาก” ย่าเหวยกล่าว

“ตัวเลขประมาณการนั่นมันเป็นเพียงแค่ตัวเลขทางทฤษฎีครับ ในความเป็นจริงผลกระทบที่เกิดขึ้นในช่วงสงครามมันดีกว่าตัวเลขที่เกิดขึ้นทางทฤษฎีมาก” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“นายหมายความว่ายังไง?” ย่าเหวยถาม

“ที่คุณบอกว่าประสิทธิภาพในการป้องกันของยานรบจะเพิ่มขึ้นประมาณ 30% นั่นคือผลจากการติดตั้งอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จเพียงแค่ตัวเดียวครับ แล้วคุณลองคิดดูสิว่าถ้าหากเราติดตั้งอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จมากกว่าหนึ่งตัวมันจะเกิดอะไรขึ้น?” เซี่ยเฟยกล่าว

“อุปกรณ์เสริมพลังชาร์จสามารถติดตั้งได้หลายตัวพร้อม ๆ กันงั้นเหรอ?” ย่าเหวยอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง

“ใช่ครับ เราสามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จเพิ่มเข้าไปในยานอวกาศได้ แต่ผลกระทบของอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จเครื่องที่ 2 จะน้อยกว่าอุปกรณ์ตัวแรกประมาณ 50% และอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จเครื่องที่ 3 จะถูกลดทอนประสิทธิภาพลงไปประมาณ 75%”

“ตามทฤษฎีเราสามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จเข้าไปพร้อมกันได้สูงสุดถึง 4 ตัว แล้วคุณลองคำนวนดูสิว่าอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จเหล่านั้นจะสามารถเพิ่มพลังป้องกันให้กับยานรบได้เท่าไหร่?”

คำอธิบายนี้ทำให้ย่าเหวยชะงักค้างไปอย่างแท้จริง เพราะท้ายที่สุดการเพิ่มพลังป้องกันให้กับยานรบได้ถึง 30% ก็เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์มากแล้ว แต่ถ้าหากว่าอุปกรณ์ชนิดนี้สามารถติดตั้งซ้อนทับกันได้ถึง 4 เครื่อง เขาก็คิดว่ามันควรจะได้รับการยกย่องว่าเป็นอุปกรณ์แห่งยุค

“70%!” ย่าเหวยอุทานออกมาด้วยความตกใจหลังจากที่ลองใช้คอมพิวเตอร์ AI ในการคำนวณ

เพียงแค่การติดตั้งอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จเข้าไป 4 เครื่องก็สามารถที่จะเพิ่มพลังป้องกันของยานรบได้ถึง 70% ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านพ้นมามันก็ยังไม่มีใครสามารถคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่ยอดเยี่ยมในระดับนี้ขึ้นมาได้เลยแม้แต่คนเดียว

“ผมรู้ดีว่าปัจจัยสำคัญในการทำสงครามไม่ได้มีเพียงแต่การมียานรบที่ดีเท่านั้น แต่มันยังรวมถึงทหารที่ต้องได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีอีกด้วย แน่นอนว่าทหารที่เชี่ยวชาญการรบก็ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถหาได้ง่าย ๆ ซึ่งถ้าหากว่ายานรบมีพลังป้องกันอันยอดเยี่ยมมันก็จะช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตให้กับทหารที่ต้องเข้าไปสู้รบในสงคราม และความสูญเสียที่พวกเราสามารถหลีกเลี่ยงได้นั้นย่อมไม่สามารถประเมินเป็นตัวเลขได้อย่างแน่นอน”

เซี่ยเฟยคอยย้ำเตือนย่าเหวยอย่างใจเย็นถึงประโยชน์ของอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จ และในฐานะที่ย่าเหวยเป็นถึงผู้บัญชาการฐานทัพเขาย่อมเข้าใจคำพูดของชายหนุ่มเป็นอย่างดี

พูดตามตรงว่าย่าเหวยรู้สึกชอบอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จของเซี่ยเฟยมาก เพียงแต่เขามีเงินในกระเป๋าไม่มากพอและเขาก็ไม่รู้ว่าเขาจะพูดคุยกับชายหนุ่มในเรื่องเงินว่ายังไงดี

ตลอดบทสนทนาเซี่ยเฟยคอยสังเกตสีหน้าของย่าเหวยอย่างระมัดระวัง และเมื่อเขารู้สึกว่ามันถึงเวลาที่เขาจะต้องหย่อนเบ็ดลงไปแล้วเขาก็เปลี่ยนท่าทางกลับไปเจรจาอย่างใจดี

“ถึงแม้ว่าพวกเราจะเป็นสหายกันแต่ผมก็เป็นนักธุรกิจด้วย ดังนั้นผมย่อมไม่ทำในสิ่งที่ทำให้ผมสูญเสียกำไร แต่ถ้าหากว่าผมเดาไม่ผิดคุณก็คงจะได้ติดต่อไปยังคู่ค้าเรื่องอาวุธของกองทัพรายอื่น ๆ มาแล้วใช่ไหมครับ?”

“อือ ฉันได้ติดต่อพวกเขาไปแล้วจริง ๆ แต่เนื่องมาจากทางรัฐบาลยังไม่ได้ตัดสินใจในเรื่องนี้ทำให้ทางฝั่งเรายังขาดแคลนเงินทุนอยู่อีกมาก นอกจากนี้ทุ่งดาวแห่งความตายยังอยู่ห่างจากพันธมิตรมากเกินไป ทำให้มีบริษัทเพียงแค่ไม่กี่รายเท่านั้นที่ยอมจัดหาอาวุธในจำนวนหนึ่งให้กับเราทั้ง ๆ ที่พวกเขาจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงทั้งในด้านการขนส่งและการเงินที่ไม่รู้ว่าเราจะจ่ายคืนให้กับพวกเขาได้เมื่อไหร่” ย่าเหวยกล่าว

“ว่าแต่ตอนนี้มีบริษัทที่สัญญาจะจัดหาอาวุธให้กับพี่กี่รายแล้วครับ?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ โดยพยายามเน้นย้ำคำว่า ‘กี่ราย’ อย่างชัดเจน

“โอเค ฉันยอมรับก็ได้ว่าในตอนนี้นอกเหนือจากพวกพ่อค้าลักลอบขนอาวุธแล้ว มันก็ไม่มีใครเต็มใจขนอาวุธมาขายในทุ่งดาวแห่งความตายในช่วงเวลานี้” ย่าเหวยพูดขึ้นมาเบา ๆ อย่างอับอาย

“อันที่จริงผมสามารถเอาอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จไปส่งให้คุณชุดหนึ่งได้ฟรี ๆ ซึ่งมันก็จะช่วยยกประสิทธิภาพกองกำลังของคุณได้เป็นอย่างมาก แต่เงื่อนไขที่ผมจะร้องขอก็ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะสามารถหาให้ผมได้ง่าย ๆ เหมือนกัน” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“เงื่อนไขอะไรว่ามาเลย! ตราบใดก็ตามที่นายเต็มใจขนสินค้ามาให้พวกเราก่อนฉันก็พร้อมที่จะยอมรับทุกเงื่อนไข” ย่าเหวยกล่าวด้วยดวงตาอันเป็นประกาย

“พี่ย่าเหวยใจเย็น ๆ ทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้มันก็ต้องเริ่มจากการที่ภูมิภาคดาวมฤตยูได้รับชัยชนะในสงครามก่อนใช่ไหมครับ เพราะไม่ว่าคุณจะสัญญาดิบดีแค่ไหนแต่ถ้าหากทางฝ่ายภูมิภาคดาวมฤตยูได้รับความพ่ายแพ้ คุณก็คงจะไม่สามารถทำตามเงื่อนไขของผมได้” เซี่ยเฟยส่ายหัวพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบา ๆ

“ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ทุกคนก็รู้ดีว่าภูมิภาคดาวมฤตยูกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบอย่างชัดเจน และสาเหตุที่คู่ค้ารายอื่น ๆ ยังไม่เต็มใจที่จะส่งมอบอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับคุณก่อน นั่นก็เพราะพวกเขาประเมินว่าทางฝ่ายของคุณมีโอกาสที่จะพ่ายแพ้ในสงครามสูงมาก”

“แน่นอนว่าในช่วงเวลานี้การขายอาวุธให้ฝ่ายตรงข้ามย่อมเป็นประโยชน์สำหรับพ่อค้าแบบเรามากกว่า คุณคิดจริง ๆ เหรอว่าเหตุผลที่ผมยอมช่วยเหลือคุณเพราะผลกำไรไม่ใช่เพราะบุญคุณที่คุณกับคุณตาเคยให้ความช่วยเหลือผมมา”

“ดาวบ้านเกิดของผมมีคำสอนเรื่องความกตัญญูและเพื่อตอบแทนความช่วยเหลือที่คุณกับคุณตาเคยหยิบยื่นมาให้ผมในก่อนหน้านี้ ไม่ว่าผมจะต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงมากแค่ไหนแต่ผมก็ยินดีที่จะแบกรับความเสี่ยงเอาไว้อย่างเต็มใจ และถึงแม้ว่าในอนาคตผมจะต้องสูญเสียกำไรในส่วนนี้ไปจริง ๆ แต่ผมก็จะไม่รู้สึกเสียใจในการตัดสินใจของตัวเองในวันนี้เลย”

คำปราศรัยของเซี่ยเฟยทำให้อันธที่อยู่ข้าง ๆ หัวเราะออกมาจนปวดท้อง เพราะสิ่งที่เซี่ยเฟยพูดไม่ต่างไปจากคำปราศรัยของนักการเมือง

“อย่างไรก็ตามในเมื่อผมกล้าที่จะแบกรับความเสี่ยงพวกนั้นเอาไว้แล้วผมก็ควรที่จะได้รับสิ่งตอบแทนอะไรกลับมาบ้าง และสิ่งตอบแทนที่ผมควรจะได้รับก็ไม่ควรจะด้อยกว่าความเสี่ยงที่ผมกำลังเผชิญ” เซี่ยเฟยกล่าว

แม้ว่าอันธจะหัวเราะกับคำปราศรัยของเซี่ยเฟย แต่ย่าเหวยกลับรู้สึกชื่นชมความใจกว้างของชายหนุ่ม

ปัง!

“น้องเซี่ยเฟยบอกมาเลยว่านายต้องการอะไร? ฉันสัญญาว่าฉันจะพยายามหาของสิ่งนั้นมาให้กับนายให้ได้!” ย่าเหวยตะโกนอย่างฮึกเหิมพร้อมกับตบโต๊ะลงไปอย่างแรง

“ในเมื่อพี่ย่าเหวยพูดมาขนาดนี้ผมก็จะพูดโดยไม่เกรงใจแล้วนะครับ ดาวบ้านเกิดของผมมีประชากรเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในทุก ๆ ปี แต่ดาวโลกก็มีขนาดเล็กมากจนเกินไปจนทำให้ในปัจจุบันประชากรอาศัยอยู่บนดาวโลกอย่างแออัด แต่พี่รู้ไหมว่าการพยายามหาดาวสักดวงในพันธมิตรมันก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากเป็นอย่างมาก” เซี่ยเฟยกล่าว

คำพูดของเซี่ยเฟยในครั้งนี้ทำให้อันธหัวเราะออกมาจนแทบจะขาดใจตาย เพราะก่อนหน้านี้เพียงแค่ไม่นานเซี่ยเฟยก็เพิ่งจะผลักดันให้อู่หลงขึ้นเป็นประธานาธิบดีของสหพันธ์โลก และในตอนนี้ชายหนุ่มก็กำลังกล่าวอ้างว่าเขากำลังหาดาวดวงใหม่ให้ประชากรบนดาวโลกได้อยู่อาศัย ราวกับว่าเขาได้ทำเรื่องทั้งหมดนี้ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้รับผลประโยชน์ใด ๆ เลย

ขณะเดียวกันย่าเหวยก็ไม่เคยรู้จักดาวโลกมาก่อนเลย เขาจึงหลงเชื่อคำพูดของชายหนุ่มคนนี้ไปโดยปริยาย

***************

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด