ตอนที่แล้วตอนที่ 1155 เขา.. ได้ถูก เย่ เทียนอวี่ หลอกให้แล้ว
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 1157 โอ้.. นี่คุณกําลังข่มขู่ผมอยู่?

ตอนที่ 1156 หมายถึงผม? โอ้.. ผมเองเป็นแค่พลเมืองที่กระตือรือร้นคนหนึ่งเท่านั้น


ในตอนเย็นของวันนั้น เย่ เทียนอวี่ ได้หลบหนีออกจากเรือนจําหยุนเฉิง และได้รีบไปที่จุดรับที่ตกลงกันเอาไว้ล่วงหน้ากับ หง จินเม่า

เย่ เทียนอวี่ ไม่ใช่แค่วิ่งไปตามเส้นทางธรรมดาๆ แต่เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คุมไล่ตามเขามาได้ เย่ เทียนอวี่ จึงได้ทําร่องรอยเท็จเอาไว้ เพื่อทำให้คนที่ไล่ตามมาได้เข้าใจผิดไปตลอดเส้นทาง

หลังจากนั้น เขาก็ได้มาถึงแม่น้ำสายหนึ่ง และได้กระโดดลงไปในแม่น้ำ และได้ทิ้งให้ตัวเขาได้ไหลไปตามกระแสน้ำ นี่เป็นอีกหนึ่งเส้นทางหลบหนีที่ยอดเยี่ยม.. เพราะในกระแสน้ำ เขาจะไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ หลงเหลือเอาไว้ได้อีก ..แม้แต่กระทั่งรอยเท้า

ปรากฎว่าก่อนที่จะเข้าคุกมา เย่ เทียนอวี่ ได้มาสัมผัสสภาพแวดล้อมโดยรอบๆ เรือนจําหยุนเฉิงจนคุ้นเคยแล้ว เพื่อเตรียมการไว้สำหรับการหลบหนีในวันนี้ เขาเองได้วางแผนเส้นทางการหลบหนีที่เตรียมเอาไว้ก่อนจะเข้าคุก

หลังจากลอยไปตามแม่น้ำเป็นระยะเวลาหนึ่ง เขาก็ได้ขึ้นฝั่ง ในฐานที่มั่นที่เขาได้เตรียมเอาไว้ก่อนล่วงหน้า เมื่อมาถึงเขาก็ได้ถอดชุดของนักโทษออก และเปลี่ยนไปใส่เป็นชุดธรรมดาแทน หลังจากนั้นก็ได้รีบไปที่จุดนัดพบกับ หง จินเม่า ในทันที

เย่ เทียนอวี่ ได้ภูมิใจในเส้นทางการหลบหนีของเขามาก เขาเชื่อว่าแม้ว่าตํารวจจะส่งสุนัขตํารวจออกมาเพื่อติดตามหาที่อยู่ของเขา แต่มันก็เท่ากับไร้ประโยชน์.. ไม่ต้องพูดถึงว่าเขาได้ทิ้งร่องรอยปลอมๆ ที่จะทําให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่ายไปตามเส้นทาง แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญจะสามารถมองเห็นร่องรอยปลอมๆ ที่เขาทิ้งเอาไว้ได้ แต่ในที่สุดก็จะถูกแม่น้ำสายเล็กๆ นี้ กลบจนหมดหนทาง

แม้ว่าในที่สุดพวกเขาจะพบกับจุดนัดพบ แต่ในเวลานั้น เย่ เทียนอวี่ ก็อาจจะหลุดลอยนวลไปนานแล้ว เย่ เทียนอวี่ ได้มีความมั่นใจนี้ และมันคงเป็นไปไม่ได้ที่ทางตํารวจจะค้นหาเขาเจอ..

เขาไม่เป็นห่วงเรื่องของทางตํารวจแม้แต่น้อย แต่มันกลับเป็นเรื่องอย่างอื่นๆ มากกว่าที่เขา ..เป็นกังวล

อย่างอื่นๆ ที่เขากังวล ก็คือ ..คนอย่าง หลินฟาน เดิมทีเขาคิดว่ามี ชายหนุ่ม คนนั้นแล้ว ความปลอดภัยของเขา ก็คงจะได้รับการคุ้มครองแล้ว แต่การปรากฏตัวของ หลินฟาน กลับทําให้ความคิดเพ้อฝันของเขานั้น มันได้ ..พังทลายลง

เมื่อพบโอกาสที่เหมาะๆ เย่ เทียนอวี่ ก็คิดวิ่งหนีอย่างไม่ลังเล เขาไม่สนใจชะตากรรมของ ชายหนุ่ม คนนั้นด้วยซ้ำ เขาแค่อยากอยู่รอดด้วยตัวเอง

หลังจากที่ได้หลบหนีเข้าไปในป่า เย่ เทียนอวี่ ก็ได้เริ่มใช้กลอุบายเดิมๆ แบบที่เขาถนัด ทิ้งร่องรอยที่ทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดเอาไว้ในป่า เพื่อป้องกันการติดตาม

เขาเองที่ได้ทำไปก็เพื่อป้องกันตัวเองจาก หลินฟาน เพราะจากการตัดสินของเขา หลินฟาน มีแนวโน้มมากที่จะเอาชนะชายหนุ่มคนนั้นได้.. พอเมื่อ หลินฟาน จัดการกับชายหนุ่มคนนั้นได้แล้ว แน่นอนว่าเขาก็จะต้องวิ่งมาตามหาตัวเขา

เขาต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก ทิ้งร่องรอยต่างๆ เอาไว้ เพื่อมุ่งกำจัด หลินฟาน

เพราะท้ายที่สุดแล้ว แม้แต่ชายหนุ่มคนนั้นก็อาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ หลินฟาน ยิ่งตัวเขาเอง ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ สิ่งเดียวที่เขาเก่งก็คือ การหลบหนี

น่าเสียดายที่ เย่ เทียนอวี่ คิดคำนวนผิดไป เขาคงไม่เคยคิดฝันแน่ๆ ว่า หลินฟาน จะมีข้อมูลเชิงลึกระดับบนสุด

ต่อหน้าผู้เล่นที่เปิดใช้สูตรโกง วิธีการลบร่องรอย หรือการทำจุดเบี่ยงเบนให้อีกฝ่ายได้เข้าใจผิด ..มันก็เป็นเพียงการละเล่นของเด็กๆ สำหรับ หลินฟาน

หลังจากที่ หลินฟาน ได้วิ่งไล่ตามเข้ามาในป่า เขาก็ได้เข้าใจวิธีการของ เย่ เทียนอวี่ ได้อย่างรวดเร็ว แต่ หลินฟาน ก็ยังคงชื่นชม เย่ เทียนอวี่ อยู่เล็กน้อย..

ปรากฎว่า เมื่อครั้งที่ หลินฟาน ได้อยู่ในเหมืองหินในตอนช่วงเย็นของวันนั้น เขาเองได้สังเกตเห็นวิธีการต่างๆ ที่ว่านี้ของ เย่ เทียนอวี่ ทั้งหมด และหลังจากที่ หลินฟาน ได้ยินว่ามีแม่น้ำสายเล็กๆ ที่อยู่ห่างออกไปสามลี้ (ประมาณ 1.5 กิโลเมตร) จากเหมืองหิน เขาก็ได้ละทิ้งแผนการที่จะติดตาม เย่ เทียนอวี่ ไปตามถนนโดยตรง.. นั่นก็เพราะมันไม่จำเป็นอีกต่อไป

พอเห็นเช่นนี้ ก็แน่ชัดแล้วว่า เย่ เทียนอวี่ คนนี้ได้มีการเตรียมการมาเป็นอย่างดีสำหรับการหลบหนีในวันนั้น เขาไม่ได้เริ่มต้นคิดมันขึ้นมาสองสามวันแน่ๆ แต่นี่มันเป็นการวางแผน และเตรียมการมาอย่างยาวนาน ซึ่งเรียกได้ว่า มันสมบูรณ์แบบมาก

แม้แต่ หลินฟาน ที่มีข้อมูลเชิงลึกระดับบนสุด แต่พอเมื่อมาเผชิญหน้ากับเส้นทางหลบหนีที่ได้มีการวางแผนเอาไว้อย่างดีนี้แล้ว เขาเองก็ได้แต่ต้องละทิ้งการที่จะติดตามตัวเขาไปในทันที ต่อมา หลินฟาน ก็ได้คิดหาวิธีการอื่นๆ และได้เริ่มต้นจากเพื่อนร่วมห้องขังของ เย่ เทียนอวี่ และจนกระทั่งได้ไปพบกับ หง จินเม่า

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้.. เย่ เทียนอวี่ ได้วิ่งหนีเข้าไปในป่าแล้ว นี่ไม่ใช่เส้นทางที่เขาได้วางแผนเอาไว้ล่วงหน้า ดังนั้นแม้ว่า เย่ เทียนอวี่ จะแสดงจุดแข็ง และได้ปลอมแปลงสร้างร่องรอยต่างๆ เพื่อพยายามทําให้ หลินฟาน สับสนจนเข้าใจผิด แต่ในสายตาของ หลินฟาน ร่องรอยเหล่านี้มันดูหยาบเกินไป และหลินฟาน ก็สามารถมองออกได้อย่าง ..ง่ายดาย

ตรงกันข้าม ..กลับเป็น ชายหนุ่มคนนั้น หรืออาจจะเป็นเพราะเขาได้รีบวิ่งไล่ตามเข้ามา จนไปเผลอเข้าใจผิดจากรอยปลอมๆ ที่ เย่ เทียนอวี่ ได้ทำทิ้งเอาไว้ เขาเองได้วิ่งตามหาอยู่ครึ่งวันก็กลับไม่พบตัว หลินฟาน และเย่ เทียนอวี่

เย่ เทียนอวี่ ในตอนนี้เขาได้รีบวิ่งไปอย่างรีบร้อน เมื่อเขาได้มาถึงถ้ำแห่งหนึ่ง เขาก็ได้กระโจนมุดหัวเข้าไปในถ้ำทันที

เขาได้ก้มต่ำพยายามคลําทางเพื่อเคลื่อนตัวไปข้างหน้า แล้วก็พลางถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เขาคิดว่าเขาควรจะปลอดภัยชั่วคราวได้แล้ว

เขายังคงมั่นใจในความสามารถในการลบร่องรอยการติดตามของเขาเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามนี่เป็นประสบการณ์ที่ได้มาจากการที่เขาตกอยู่ในช่วงสถานการณ์วิกฤต และความเป็นความตายมาหลายครั้ง(1)

“ฮี่ฮี่ สารรูปอย่างแกงั้นเหรอที่อยากจะจับฉัน มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก!” เย่ เทียนอวี่ อดไม่ได้ที่จะยิ้มขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจ

แต่ในเวลานี้ ก็ได้มีเสียงดังมาจากข้างหลังเขาว่า : “คุณวิ่งหนีพอหรือยัง?”

เสียงนี้ดูสงบมาก ทั้งยังไร้อารมณ์ จืดชืด ราวกับไม่แยแสอะไร.. แต่สำหรับเสียงนี้ที่ได้เข้ามาในหูของ เย่ เทียนอวี่ มันก็เหมือนกับเสียงสายฟ้าที่ได้ผ่าลงมากลางวันแสกๆ!

เสียงนี่มัน.. เสียงของ หลินฟาน!

ถ้ำนี้มันก็ไม่ใช่ถ้ำธรรมดา แต่มันกลับเป็นถ้ำที่เชื่อมต่อแหล่งน้ำใต้ดิน ทั้งน้ำด้านล่างนี้ก็ยังไหลเชี่ยวมาก

เย่ เทียนอวี่ ที่ได้ตกใจมาก เท้าของเขาก็ได้ลื่น และกลิ้งตกลงไปในกระแสน้ำด้านล่าง

“อา !”

เสียงกรีดร้องดังสนั่น เย่ เทียนอวี่ ก็ได้ถูกคลื่นกระแสน้ำพัดหายไป ไม่นานก็ไม่ได้ยินเสียงใดๆ อีกแล้ว

เมื่อ เย่ เทียนอวี่ ได้กลับมามีสติอีกครั้ง เขาก็พบว่าตัวเองได้มาอยู่ตรงเนินเขาแห่งหนึ่ง กําลังนอนอยู่บนก้อนหินขนาดใหญ่ ตัวเปียกโชกไปทั้งตัว ทั้งเสื้อผ้าของเขาในตอนนี้ก็ยังไม่แห้ง

เย่ เทียนอวี่ อยากที่จะลุกขึ้น แต่กลับรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งตัว โดยเฉพาะขาทั้งสองข้าง ก่อนหน้านี้ขาของเขาก็ได้รับบาดเจ็บจากเหตุรถชน มาตอนนี้เขาก็ได้รับบาดเจ็บมากขึ้น รู้สึกว่าขาทั้งสองข้างของเขา แทบจะพิการอยู่แล้ว

“คุณตื่นได้แล้วหรือ? นี่ถือว่าคุณโชคดีแล้วนะ ที่เอาชีวิตรอดมาได้” ด้านข้างก็ได้มีเสียงของ หลินฟาน ดังขึ้นมา

หลินฟาน กําลังนั่งอยู่บนก้อนหินขนาดใหญ่อีกก้อนที่อยู่ข้างๆ ในขณะนี้ แสงจันทร์ได้สาดส่องลงมาจากท้องฟ้า อาบใบหน้าที่ยิ้มแย้มของ หลินฟาน เขา ..หล่อมาก ทั้งรอยยิ้มที่ปรากฏนี้ มันก็ดูไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ และสัตว์

แต่มันตรงกันข้ามกับ เย่ เทียนอวี่ ในเวลานี้สีหน้าของเขามันเหมือนราวกับเห็นผี ใบหน้าของเขาได้ซีดขาวไปหมด จบเห่ ..มันจบเห่แล้วจริงๆ เขาในตอนนี้ได้ตกไปอยู่ในมือของ หลินฟาน แล้ว!

“นาย.. นายมันเป็นใครกันแน่?” เย่ เทียนอวี่ อดไม่ได้ที่จะพูดถามคำถามนี้ออกมา เขาตกใจมากจริงๆ ชายหนุ่มคนนี้อายุเพียงยี่สิบปีต้นๆ แต่กลับเก่งเกินมนุษย์!

เขาลองคิดแทบหัวจะแตกก็คิดไม่ออกเลยจริงๆ ทําไม หลินฟาน ถึงได้มองเห็นวิธีการลบร่องรอย และติดตามเขามาได้อย่างง่ายดายขนาดนี้?

แล้วหลังจากที่เขาตกลงไปในกระแสน้ำแล้ว หลินฟาน ได้ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ได้อย่างไร?

หลินฟาน กล่าวว่า : “หมายถึงผม? โอ้.. ผมเองเป็นแค่พลเมืองที่กระตือรือร้นคนหนึ่งเท่านั้น พอได้ยินว่ามีนักโทษหลบหนีออกมาจากเรือนจําหยุนเฉิง จึงได้เข้ามาช่วยหาดูนะ”

เย่ เทียนอวี่ ได้อึ้งไปครู่หนึ่ง : “นายไม่ใช่หนึ่งในคนพวกนั้นใช่ไหม?”

หลินฟาน กลับรู้สึกสงสัยขึ้นมานิดหน่อยแล้ว : “พวกนั้นที่คุณว่า ..หมายถึงใคร?”

เย่ เทียนอวี่ ที่เห็น หลินฟาน มีสีหน้าแบบนี้ ก็ดูไม่เหมือนว่าเขาจะแกล้งทํา เป็นเช่นนี้เขาก็แน่ใจแล้วว่า หลินฟาน ไม่ใช่หนึ่งในคนพวกนั้นจริงๆ

นอกจากนี้ ตามความเข้าใจของเขา ในบรรดาคนพวกนั้น ก็ไม่มีใครเก่งเหมือนกับ หลินฟาน มิฉะนั้นเขาคงไม่สามารถอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้..

“อ่า.. พอเข้าใจแล้ว หลังจากฉันหนีมาได้ ทางตํารวจก็ได้ออกรางวัลนําจับ ส่วนนาย.. นายก็แค่มาหาเงิน!” เย่ เทียนอวี่ ได้กล่าว

บางครั้งสําหรับผู้หลบหนีที่จับตัวได้ยาก ตํารวจจะออกรางวัลนําจับ หากช่วยตํารวจจับผู้หลบหนีได้ จะได้รับรางวัลจํานวนหนึ่ง

เย่ เทียนอวี่ เชื่อว่า หลินฟาน มาที่นี่ก็เพื่อมาหารายได้พิเศษ อย่างไรก็ตามเขาเรียกตัวเองว่าเป็นพลเมืองที่กระตือรือร้น..

หลินฟาน ยิ้ม แล้วพูดว่า : “ถ้าตํารวจจับคุณไม่ได้ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง.. ถึงตอนนั้นอาจจะออกรางวัลนําจับจริงๆ แต่ก็นะ.. ดูเหมือนว่าครั้งนี้ทางตํารวจจะประหยัดเงินไปได้แล้ว”

เย่ เทียนอวี่ ที่ได้ยินเข้าถึงกับตกตะลึง และก็ถึงกับพูดไม่ออก : “นาย.. นี่นายหมายความว่ามาจับฉัน โดยไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรแม้แต่หยวนเดียว แล้วนี่นายมันเข้ายุ่งด้วยทำไม!”

เย่ เทียนอวี่ แทบอยากจะร้องไห้ออกมา หลินฟาน นี่ช่างเป็นคนที่ชอบเข้ามายุ่งเรื่องคนอื่นจริงๆ หากเป็นคนที่ไร้ประโยชน์แล้วชอบเข้ามายุ่งเรื่องของคนอื่นก็ช่างมันไปเถอะ แต่นี่ ..หลินฟาน เก่งมากขนาดนี้ แถมยังชอบวิ่งเข้ามายุ่งเรื่องของคนอื่นอีก จนมันทำ.. มันทําให้เขากลายเป็นแบบนี้ยังไง!

หลินฟาน พูดว่า : “เอาล่ะ ..หยุดพูดเรื่องของผมได้แล้ว ในตอนนี้มันถึงเวลาพูดเรื่องของคุณแล้ว ผมเองก็มีคําถามมากมายที่จะถามคุณ”

(1)[สถานการณ์วิกฤต และความเป็นความตายมาหลายครั้ง (一生九死)] - ในที่นี่ผมใช้เป็นคำขยายนะครับ เดิมๆ คือ ‘ตายเก้าครั้ง รอดหวุดหวิด (一生九死, yī shēng jiǔ sǐ)’ หรือ ‘九死一生, jiǔ sǐ yī shēng’ ความหมายของสำนวนนี้ก็คือ ตกอยู่ในสถานการ์วิกฤต หรือเป็นอันตราย หรือผ่านอันตรายมาหลายครั้ง แต่ก็ยังรอดมาได้ หรืออาจจะหมายถึง มีหนทางรอดอยู่รำไร แม้ว่าจะอยู่ในห้วงเวลาอันวิกฤต

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด