ตอนที่แล้วตอนที่ 61 วันที่ดี
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 63 การอยู่ที่นี่มันเหนื่อยเกินไป

ตอนที่ 62 เปิดร้านเรียกลูกค้า


ตอนที่ 62 เปิดร้านเรียกลูกค้า

เดิมที ชุนหยาต้องการติดประกาศใบปลิวทุกที่ในวันนี้ ดังนั้นเธอจึงขอให้นางจางต้มแป้งกาวหม้อเล็ก ๆ เมื่อเช้านี้ และเพียงแค่ใส่มันลงในตะกร้าใบเล็กที่มีใบปลิวแล้วนำออกมา มีเด็กสองสามคนช่วยกันติดใบปลิวที่ประตูร้าน ชุนหยาขอบคุณเจ้าของร้านอีกครั้ง และเริ่มหาที่ติดเพิ่มต่อไปเพื่อดึงดูดลูกค้า

“ชุนหยารู้ได้ยังไงว่าเจ้าของร้านจะให้เราติดกระดาษนั่นที่ร้านของเขา เจ้าเก่งจริง ๆ” ซือหยิน รู้สึกว่าคนที่เธอชื่นชมมากที่สุดได้เปลี่ยนจากพ่อของเธอเป็น ชุนหยา ญาติผู้น้องของเธอ

“ข้าไม่รู้หรอก ก็แค่ลองขอร้องเขา ถ้าหากเขาไม่ให้เราติดหน้าร้านของเขา เราก็แค่ไปขอร้านอื่นต่อไป” ชุนหยา ตอบด้วยรอยยิ้ม

เซียวซี คิดว่าชุนหยาต้องไม่ได้เพียงแค่มาแบบสุ่ม ๆ เขาจึงพูดว่า: “แต่คงไม่ใช่แค่นั้นหรอก พี่ชุนหยา ไม่โง่นี่”

ชุนหยา หัวเราะเบา ๆ และพูดต่อ : “อิอิ ใช่..ครั้งแรกที่ข้ามาที่นี่เพื่อหาเช่าร้านค้า ข้าบังเอิญเจอคนเฝ้าประตูที่มีช่วงพักกลางวันตอนเที่ยง และร้านค้าที่มีทำเลดีที่สุดจะมีคนงานที่นั่งอยู่บนถนนหน้าร้าน และเจ้าของร้านเหล่านั้นก็จะไล่คนงานที่นั่งบังหน้าร้านออไปให้พ้นหน้าร้านของเขา แต่มีเจ้าของร้านที่ไม่ไล่คนงานเหล่านั้นอยู่ 2 คน คือเจ้าของร้านขายปลา กับเจ้าของร้านขายผ้าที่อยู่ทางโน้น ข้าเลยคิดว่าถ้าคนงานมารวมกันที่ประตู2ร้านที่ว่านี้พวกเขาต้องได้เห็นใบปลิวของร้านเราที่ติดไว้หน้าร้าน และข้าคิดว่าเจ้าของร้านสองคนนี้ค่อนข้างเป็นมิตรและใจดี และความน่าจะเป็นที่พวกเขาเห็นด้วยกับคำขอนั้นค่อนข้างสูง”

แม้ว่าเด็ก ๆ จะไม่เข้าใจความหมายของคำว่าความน่าจะเป็น แต่พวกเขาก็คิดตามสิ่งที่ชุนหยาพูดทั้งหมดได้เป็นอย่างดี

หลังจากนั้น พวกเขาทำตามรูปแบบเดียวกันและไปหาเจ้าของร้านผ้า เพื่ออธิบายความตั้งใจของพวกเขา เจ้าของร้านขายผ้าเป็นผู้หญิงที่ใช้นามสกุลของผู้ชายที่เธอแต่งงานด้วยคือเฉินทุกคนจึงเรียกเธอว่าป้าเฉิน

ป้าเฉินไม่เห็นด้วย ที่ชุนหยาจะขอติดประกาศใบปลิวนี้ที่ร้านของเธอ แต่เมื่อมองไปที่เด็กตัวเล็ก ๆ สี่คนนี้ เธอคิดว่าลูกสองคนของเธอก็ไม่ต่างจากพวกเขามากนัก ความเห็นอกเห็นใจจึงเกิดขึ้น ดังนั้นเธอจึงตกลงที่จะให้ชุนหยาติดใบปลิวในที่สุด   พวกเขาทั้งสี่ต่างพูดขอบคุณอยู่ครู่หนึ่ง และชุนหยายังบอกอีกว่า : “หากพวกท่านต้องการชิมอาหารที่ร้าน พวกเขาก็สามารถจัดส่งมาให้ที่ร้านได้ค่ะ” และเซียวซีก็พยักหน้าเห็นด้วยกับที่ชุนหยาพูด

เมื่อป้าเฉินได้ยิน เธอก็รู้สึกดีเกี่ยวกับเรื่องนี้และมันง่ายหากพวกเขาสามารถส่งอาหารมาที่ประตูบ้านของเธอได้ : “ถ้าอย่างนั้น เอาเนื้อและข้าวมังสวิรัติ 4 ตำลึงมาให้ข้าที่นี่เมื่อถึงเวลาอาหารนะ”

เธอขายของอยู่หน้าร้านทุกวันและต้องยุ่งยากกับการทำอาหารทุกวัน มันจะดีมากถ้าอาหารของพวกเขาอร่อย จะช่วยให้เธอให้ไม่ต้องยุ่งมากเกินไปในทุก ๆ วัน

พวกเขาไม่คาดคิดว่าข้อตกลงทางธุรกิจจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ โดยเฉพาะเซียวซี เขาดีใจและพูดว่า : “ได้เลยครับ ข้าจะมาส่งให้แน่นอน”

หลังออกจากร้านขายผ้า ชุนหยาถามอย่างเป็นกันเอง : “เจ้าทำได้ใช่ไหม?”

เซียวซี ตอบว่า: “ได้สิ มันไม่ยากเกินไป แต่ต้องใส่ใจตอนที่นำมันมาส่ง” ชุนหยาพยักหน้าและมองไปที่เด็ก ๆ แต่ซือหยิน กล่าวว่า: “ข้าคิดว่ามันไม่ง่ายนะ ข้ารู้สึกกลัวเล็กน้อยเมื่อเห็นคนแปลกหน้า”

โดยที่ไม่คาดคิดมาก่อน ซือหยิน ค่อนข้างมีความสามารถในการวิเคราะห์ปัญหาของเธอเอง ชุนหยารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย : “พี่ซือหยิน ข้าคิดว่าเจ้าเก่งมาก และคุณสามารถสรุปปัญหาของเจ้าเองได้ด้วย ซึ่งดีมาก หากเจ้ารู้สึกกลัวเราค่อยแจกใบปลิวในภายหลังอีกก็ได้ เพื่อเป็นการฝึกฝนตัวเองให้มากขึ้นเจ้าจะได้ไม่กลัว”

แม้ว่าซือหยิน จะไม่รู้ว่าเธอสามารถทำได้หรือไม่ แต่เนื่องจากชุนหยา อยู่เคียงข้างเธอ เธอจึงไม่กลัวเกินไปในตอนนี้ ดังนั้นเธอจึงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

ซือมิน ก็มีความคิดบางอย่างเช่นกัน เขายกอุ้งเท้าเล็ก ๆ ของเขาแล้วพูดว่า : “ข้าไม่คิดว่ามันยาก! ข้าอาจมาด้วย”

ทั้งสามคนตกใจกับประโยคกะทันหันของ ซือมิน แล้วก็หัวเราะด้วยกันอีกครั้ง ทั้งสี่คนเดินไปรอบ ๆ ท่าเรือ และรอจนลูกหาบของท่าเรือได้พักผ่อนในที่สุด ชุนหยา จึงพาเซียวซีและคนอื่น ๆ ไปหาพวกเขา นี่เป็นครั้งแรกของ ซือหยิน ที่แจกจ่ายใบปลิว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่จะประหม่าและเขินอายเล็กน้อย ในทางกลับกัน ซือมิน ยังเด็กเขาไม่ขี้อาย แถมยังซื่อตรงและน่ารัก มีคนถามแบบติดตลกว่า : “ร้านนี้มีอาหารอร่อยอะไรไหม?” เขารีบตอบอย่างเคร่งขรึม: “มีหลายอย่างเลย ป้ากับพี่สาวชุนทำอร่อยมาก เช่น หมูตุ๋น ไก่ตุ๋น ไข่ชา อร่อยทุกอย่าง”

“มีอาหารหลายอย่าง ทำไมท่านไม่ไปดูที่ร้านข้าล่ะ” ชุนหยาพูดต่อจากจากซือมิน

เซียวซียังคงสะบัดผ้าขนหนูที่เขาหยิบออกมาเพื่อเช็ดเหงื่อ เขากำลังจริงจังกับการแนะนำร้านอาหารให้ทุกคนรู้จัก

ผู้คนที่ท่าเรือรู้สึกขบขันกับเด็กน้อยเหล่านี้ ดังนั้นพวกเขาจึงเรียกหาเพื่อน ๆ และพวกเขาเบื่อที่จะกินร้านเล็ก ๆ รอบ ๆ ท่าเรือแล้ว ดังนั้นจึงต้องการไปดูร้านที่เด็ก ๆ แนะนำตอนนี้

ชุนหยาและเด็ก ๆ เดินนำคนงานลูกหาบหลายสิบคนไปที่ร้านของพวกเขาพร้อมกับสายตาของพ่อค้าเร่ที่อยู่รอบ ๆ ท่าเทียบเรือ ทันทีที่เดินไปที่ปากซอยทุกคนก็ได้ยินเสียงประทัด และพบว่าหน้าร้านมีป้ายร้านถูกแขวนไว้

“ท่านพ่อ ลูกค้ามาแล้ว” ชุนหยาตะโกน แล้วซือต๋าก็ออกมาต้อนรับทันที และเริ่มแนะนำอาหารของร้านอย่างกระตือรือร้น

ร้านอาหารเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมากและผู้คนที่มาถึงประตูก็รู้สึกว่าร้านนี้แปลกใหม่มากอาหารที่เตรียมไว้ถูกจัดเรียงเป็นแถวและพวกเขาสามารถสั่งอะไรก็ได้ที่พวกเขาต้องการ

ซือต๋า มีความสุขมากในการเปิดร้านในวันนี้และเขาบอกกับลูกค้าว่ามีข้าวและซาลาเปาฟรี ลูกหาบมองมองมาที่ซือต๋า หลังจากทำงานมาอย่างเห็นดเหนื่อยพวพเขามีความอยากอาหารและหิวมากแล้วในตอนนี้

ชุนหยาและเซียวซี เห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติในร้านทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ดังนั้นพวกเขาจึงออกไปเชิญชวนลูกค้ามาเพิ่มอีก

เวลาผ่านไปลูกค้าหลายโต๊ะเริ่มชำระเงินและมีลูค้ากลุ่มใหม่เข้ามา ซือต๋าโกนให้คนในครอบครัวเก็บกวาดโต๊ะ  เมื่อเห็นว่าภายในร้านยุ่งมาก นางโจวและนางหลี่ไมาสามารถนั่งเฉยได้อีกต่อไป พวกเธอติดตามนางจางไปทำความสะอาดเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและวางตะเกียบ

“พี่สาวข้าจะสั่งอาหารที่นี่ได้ยังไง ท่านช่วยแนะนำข้าหน่อยได้ไหม” เมื่อนางลี่เดินผ่านประตูและถูกหยุดโดยลูกค้าที่เพิ่งเข้าประตูมา

พนักงานยกกระเป๋าสวมชุดเอ็นสีดำแวววาวยิ้มให้นางหลี่ แต่นางหลี่ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรในเวลานี้ เธออยากช่วยแต่เธอไม่รู้ว่าจะแนะนำอะไรให้กับลูกค้า

แม้ว่านางหลี่ จะไปตลาดเพื่อขายไก่ทอดกับชุนหยาและนางจางบ่อย ๆ แต่การทักทายลูกค้าที่แผงขายของนั้นเป็นหน้าที่ของชุนหยา เธอแค่คลุกไก่และโยนไก่ลงในหม้อเท่านั้น เธอไม่เคยทักทายลูกค้าเลย

ลูกค้าผู้ชายคนนี้ยังรอฟังนางหลี่พูด เมื่อนางหลี่ลังเลอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ประโยคหนึ่งมาจากด้านข้าง : “นายท่านกรุณาเข้ามาข้างในก่อน เราจะแนะนำและจัดอาหารให้ท่าน เชิญหาที่นั่งก่อน”

“โอ้ ยังไม่ต้องจ่ายเงินก่อนหรือ แค่หาที่นั่งว่าง ๆ แล้วสั่งอาหารงั้นเรา เข้าไปกันเถอะ”ลูกค้ากล่าวและเดินไปหาที่ว่าง

นางหลี่หันไปมอง และมันคือนางโจว ที่พูดกับลูกค้า แม้ว่าเธอจะตะกุกตะกักไปบ้าง แต่สุดท้ายเธอก็พูดออกมา ลูกค้าหลายคนเข้าไปและรอสั่งอาหาร

เมื่อเห็นเหงื่อบนหน้าผากของนางโจว นางจางและนางโจวยิ้มให้กันในระยะไกลซึ่งกำลังทำความสะอาดโต๊ะ นางหลี่ก็ยังคงตื่นเต้นอยู่ครู่หนึ่ง เธอเห็นว่านางโจวคนนี้มักจะดูซื่อสัตย์และพูดน้อยมาก โดยไม่คาดคิดพี่สะใภ้คนนี้ของเธอก็เก่งเหมือนกัน

นางโจวคอยต้อนรับและจัดที่นั่งให้กับลูกค้า ส่วนนางหลี่ก็เช็ดโต๊ะ และเมื่อเห็นใครบางคนเดินเข้ามาที่ประตูร้าน เธอจึงตะโกนว่า: “ยินดีต้อนรับในการเปิดร้าน~~~เชิญข้างในเลยเจ้าค่ะ..” เธอไม่รู้จะพูดยังไงดี ยังไงซะเธอก็ต้องช่วยครอบครัว คนทุกคนที่บ้านเก่าไม่มีใครคาดคิดว่าครอบครัวของพวกเขาจะกลายมาเป็นคนค้าขายและได้ผลที่ดีมากเช่นนี้ หลายคนเชื่อว่าเทพเจ้าในบ่อน้ำที่ซือต๋าตกลงไปเมื่อครั้งนั้น ทำให้เขาฟื้นขึ้นมาเป็นคนใหม่ในทุกวันนี้

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด