ตอนที่แล้วบทที่ 1005 (126) - 1006 (127) 1 แถม 1
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 1008 (129) ภารกิจกู้ภัย

บทที่ 1007 (128) เซียงหยงซานกำลังตกอยู่ในอันตราย (ตอนฟรี)


บทที่ 1007 (128) เซียงหยงซานกำลังตกอยู่ในอันตราย

“คุณชายจี้ ฉันขอแนะนำ นี่คือคุณหวาง... คุณหวางคะ นี่เพื่อนของฉัน จี้ช่าวเหลย...”

การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนหรงซือไม่ได้สร้างความฮือฮามากนักในเจียงโจว แต่ก็เรียกได้ว่าเป็นสีสันที่ดึงดูดความสนใจได้ในระดับหนึ่ง และหลังจากที่แขกเข้าร่วมงานเลี้ยงพวกเขาก็แยกย้ายกันกลับไป

ส่วนแขกเหล่านั้นที่มาร่วมงานจะพูดอะไรกับหรงซูเยี่ยนบ้าง ไม่ใช่เรื่องที่คนนอกจะรู้ได้

จี้เฟิงไม่ได้เข้าร่วมงานเลี้ยง แต่เขาได้ขอให้จี้ช่าวเหลยอยู่ต่อและพูดคุยกับหรงซูเยี่ยนอย่างเป็นกันเองในงานเลี้ยง บางครั้งหรงซูเยี่ยนก็แนะนำเพื่อนหรือคนที่เคยร่วมงานกับเธอให้จี้ช่าวเหลยรู้จัก

อันที่จริง จี้ช่าวเหลยน่ะหรือต้องการให้หรงซูเยี่ยนแนะนำคนอื่นให้เขา?

ถ้าคนเหล่านั้นที่หรงซูเยี่ยนแนะนำมาจากหนานเยว่แล้วไม่รู้จักตัวตนของจี้ช่าวเหลยก็พอจะเข้าใจได้ แต่ในเจียงโจว ขอแค่เป็นคนที่พอจะมีหน้ามีตาในสังคม จะมีสักกี่คนที่ไม่รู้จักจี้ช่าวเหลย? ประธานใหญ่แห่งเจียนอันกรุ๊ป ลูกชายของจี้เจิ้นกั๋ว เลขาธิการคณะกรรมการพรรคเทศบาล!

ในความเป็นจริง จี้ช่าวเหลยคือเป้าหมายของใครหลายๆคนที่ต้องการจะเข้าหา!

ดังนั้นเมื่อผู้ที่รู้จักเห็นจี้ช่าวเหลยและหรงซูเยี่ยนอยู่ด้วยกันอีกทั้งยังพูดคุยกันด้วยท่าทีสนิทสนม พวกเขาก็รู้สึกเกรงขามอยู่ในใจ บอสคนใหม่ของบริษัทร่วมทุนหรงซือคนนี้เป็นเพื่อนของจี้ช่าวเหลย... นี่เป็นข่าวที่สำคัญมาก!

เพราะนี่แสดงให้เห็นว่าสาวงามคนนี้ไม่ง่ายนักที่ใครจะรังแกเธอ เพราะเธอมีจี้ช่าวเหลยเป็นผู้สนับสนุน!

ฉากของจี้ช่าวเหลยที่พูดคุยและหัวเราะกับหรงซูเยี่ยนตกอยู่ในสายตาของใครหลายๆคน และมันทำให้พวกเขาตระหนักได้ว่าผู้หญิงหน้าตาสวยคนนี้มีความสำคัญ และถ้าพวกเขาทำให้จี้ช่าวเหลยขุ่นเคืองเพราะเหตุนี้ มันคงไม่ใช่เรื่องที่สนุกนัก

และนี่คือสิ่งที่จี้เฟิงและจี้ช่าวเหลยตั้งใจที่จะให้เป็นเช่นนั้น

ตอนนี้หรงซูเยี่ยนได้แตกหักกับตระกูลอู๋และแสวงหาที่หลบภัยจากจี้เฟิงแล้ว จี้เฟิงจึงต้องแสดงออกบางอย่างให้หรงซูเยี่ยนเห็น ไม่เช่นนั้นหรงซูเยี่ยนอาจจะมีทัศนคติต่อจี้เฟิงในแง่ลบได้

อย่างไรก็ตาม จี้เฟิงนั้นยังไม่เป็นที่รู้จักเพียงพอ นักธุรกิจในเจียงโจวที่รู้จักเขาสามารถนับได้ด้วยมือเดียว ดังนั้นจี้เฟิงจึงทำได้เพียงผลักจี้ช่าวเหลยให้เป็นคนออกหน้าในงานเลี้ยงประเภทนี้ ซึ่งเป็นงานเอาสังคมโดยเฉพาะ

ตัวตนของจี้ช่าวเหลยไม่ใช่สิ่งที่ใครอยากจะหาเรื่องก็ทำได้ง่ายๆ ผู้บริหารหลายคนกระตือรือร้นที่จะทำความรู้จักกับหรงซูเยี่ยนมากขึ้น และเมื่อพวกเขาพูด ท่าทางของพวกเขาก็ดูนอบน้อมมาก อย่างน้อยนับจากนี้ หรงซูเยี่ยนก็เริ่มตั้งหลักในเจียงโจวได้ ส่วนจะพัฒนาไปในทิศทางไหนและจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถและโอกาสในอนาคต

...............

ชีวิตของจี้เฟิงกลับมาสงบสุขอีกครั้ง ตอนนี้หรงซูเยี่ยนได้ตั้งตัวแล้ว หมายความว่าเธอจะไม่สามารถทำประโยชน์ให้กับเขาในทางธุรกิจได้ในเร็วๆนี้ แต่จี้เฟิงไม่รีบร้อน อย่างน้อยเธอก็ออกจากตระกูลอู๋มาแล้ว แม้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นและชัยชนะเล็กๆ แต่ก็ถือว่าการเริ่มต้นดีจะช่วยให้มีชัยไปกว่าครึ่ง!

ฮั่นจงกำลังจัดการเรื่องต่างๆอย่างเช่นการซื้อกิจการโรงงานเด็กซ์ซิงอิเล็กทรอนิกส์ในฮั่วเหอรวมถึงเรื่องการจัดทำธุรกิจร่วมกันกับหลี่ซินแห่งหมิงกวงอิเล็กทริก ดังนั้นจี้เฟิงจึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปอีกพักใหญ่

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า ฮั่นจงและหลี่ซินที่เพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่ถึงเดือน พวกเขาได้กลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอย่างรวดเร็ว

เพราะเมื่อพิจารณาจากน้ำเสียงในคำพูดของฮั่นจง ดูเหมือนว่าทั้งสองจะชื่นชมแนวคิดและความเฉียบแหลมทางธุรกิจของกันและกันเป็นอย่างมาก และกลายเป็นว่าพวกเขาทั้งสองคนมักจะพูดคุยเกี่ยวกับการค้าและแนวทางการทำธุรกิจในอนาคตกันอย่างออกรสออกชาติ พวกเขาสองคนมีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็ได้ประโยชน์มากมายจากการสนทนาที่ค่อนข้างถูกคอ

ในมุมมองของจี้เฟิง สิ่งนี้ถือได้ว่าเป็นการเปิดใจและแลกเปลี่ยนกันอย่างกล้าหาญ เพราะนักธุรกิจน้อยคนนักที่จะกล้าเผยความคิดของตัวเองและพูดถึงแนวทางในอนาคตหากยังไม่รู้จักกันดีพอ!

แม้รูปลักษณ์ภายนอกของฮั่นจงจะค่อนข้างอ้วนท้วน หุ่นของเขาแทบจะเป็นทรงกระบอกทั้งตัว แต่ความสามารถของเขานั้นไร้ข้อกังขา!

ฮั่นจงได้เข้าควบคุมโรงงานผลิตยาเถิงเฟยโดยเริ่มต้นจากศูนย์ จากนั้นก็เข้าไปควบคุมดูแลเถิงเฟยกรุ๊ป จากความรู้ทั่วไปบวกกับวิสัยทัศน์ของนักธุรกิจทำให้เขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริง! เขาทำให้เถิงเฟยกรุ๊ปได้เข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้องอย่างรวดเร็วอีกทั้งยังกำหนดแผนการพัฒนาและโครงร่างไว้อีกด้วย นี่เป็นการแสดงความสามารถอันยอดเยี่ยมในฐานะผู้บริหารของฮั่นจงอย่างไม่ต้องสงสัย

ส่วนหลี่ซินก็เป็นบุคคลที่เก่งกาจทางด้านการทำธุรกิจด้วยเช่นกัน

ความนิยมของหมิงกวงอิเล็กทริกและความรู้ความเข้าใจของหลี่ซินเกี่ยวกับตลาดระดับไฮเอนด์และระดับล่างแสดงให้เห็นถึงความสามารถของเขา

และในตอนนี้ ทั้งสองคนได้มาเจอกัน การแลกเปลี่ยนที่เหมือนการเดินกระดานหมากรุกของคนเก่งทั้งสองจะยิ่งทำให้พวกเขาเปิดโลกทัศน์ได้กว้างมากขึ้น ความรู้และการวางแผนการพัฒนาในการทำธุรกิจก็กว้างมากขึ้นด้วยเช่นกัน!

ทั้งฮั่นจงและหลี่ซินต่างก็เป็นบุคคลที่มีวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ และเมื่อพวกเขาอยู่ด้วยกันมันย่อมเป็นการต่อสู้กันทางภูมิปัญญาที่จะส่งผลดีเป็นทวีคูณอย่างไม่ต้องสงสัยเลย!

เมื่อรู้แบบนี้จี้เฟิงก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าอย่างลับๆ หลี่ซินเป็นบุคคลที่มีพรสวรรค์ที่หาได้ยาก แม้แต่ฮั่นจงเองก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมเขาอย่างออกหน้าออกตา ดังนั้นจึงไม่มีอะไรต้องพูดให้มากกับความสามารถของหลี่ซิน ดังนั้นหากสามารถช่วงชิงตัวเขาให้มาร่วมมือได้ อย่างน้อยเถิงเฟยกรุ๊ปจะได้ตัวผู้มากความสามารถที่หาตัวได้ยากเพิ่มมาอีกหนึ่งคน!

แต่นี่ไม่ใช่งานง่าย เราได้เห็นแล้วว่าก่อนหน้านี้มีกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่มากมายต้องการร่วมมือกับหลี่ซิน แต่พวกเขาเหล่านั้นถูกหลี่ซินปฏิเสธทั้งหมด จากสิ่งนี้จะเห็นได้ว่าหลี่ซินเป็นบุคคลที่มีจิตใจแน่วแน่เด็ดเดี่ยวมากเพียงใด

ดังนั้นจี้เฟิงจึงได้แต่หวังว่าฮั่นจงจะสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับหลี่ซินเพื่อเอาชนะใจหลี่ซินได้

แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้สำเร็จได้ในระยะเวลาอันสั้น มันเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยเวลาและค่อยๆเป็นค่อยๆไป

ในช่วงนี้ จี้เฟิงไปมหาวิทยาลัยเป็นครั้งคราวเพื่อนแอบดูเสี่ยวหยู เด็กคนนี้น่ารักน่าเอ็นดูมาก และเธอก็โตเป็นสาวเต็มตัวแล้ว ว่ากันว่ามีชายหนุ่มหลายคนในมหาวิทยาลัยไล่ตามจีบเธอ แต่จนถึงตอนนี้จี้เฟิงยังไม่เคยได้ยินว่าเสี่ยวหยูคบหาใครเป็นแฟนเลย

อาจเป็นเพราะว่าจี้เสี่ยวหยูเป็นน้องสาวของจี้เฟิง จึงไม่มีใครคิดที่จะจีบเธอเล่นๆ และไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ทำเช่นนั้น อันที่จริงต้องบอกว่าพวกเขาตั้งใจที่จะจีบเสี่ยวหยูเพื่อจะได้แต่งงานและเข้าสู่ตระกูลจี้!

ชีวิตที่สงบสุขเช่นนี้ผ่านไปเร็วมาก เพียงพริบตาก็ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ และพรุ่งนี้ก็เป็นวันเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ แต่จี้เฟิงในตอนนี้ก็ได้รับสายที่ไม่คาดคิด

“Rrrrr…”

เสียงโทรศัพท์มือถือของจี้เฟิงดังขึ้นขณะที่เขากำลังดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่นกับถงเล่ยและเซียวหยูซวน

เซียวหยูซวนที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจากโต๊ะกาแฟชำเลืองมองหน้าจอเล็กน้อยแล้วส่งให้จี้เฟิง “จากเซียงหยงซาน!”

จี้เฟิงตกใจเล็กน้อย

เซียงหยงซานกลับมาแล้วเหรอ?

จี้เฟิงกดรับสายโดยไม่ต้องคิดมากและพูดด้วยรอยยิ้ม “ว่าไงเหล่าเซียง คราวนี้ไปซะนานเลย คงไม่ได้ไปถึงดาวอังคารหรอกใช่ไหม?”

ระหว่างเขากับเซียงหยงซานคุ้นเคยกับวิธีการพูดแบบนี้ และจี้เฟิงก็คิดว่าคงไม่ได้มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ระเบิดชีวภาพในร่างกายของแมงมุมขาวได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ไม่น่าจะมีอะไรอย่างอื่นอีก ดังนั้นความเป็นไปได้ที่จี้เฟิงคิดขึ้นมาอย่างแรกคือเซียงหยงซานกลับมาแล้วและโทรมาเพื่อประกาศข่าวดีกับเขา

เนื่องจากจี้เฟิงรู้ดีว่าการเดินทางของเซียงหยงซานในครั้งนี้เป็นการดำเนินการต่อต้านองค์กรหวางฉาว

ด้วยข้อมูลและคำแนะนำจากแมงมุมขาว บวกกับพลังการต่อสู้ของกองพลพิเศษที่นำโดยเซียงหยงซาน การโค่นล้มกิ่งก้านของหวางฉาวหนึ่งหรือสองกิ่งไม่น่ามีปัญหา

ใครจะรู้ ในโทรศัพท์กลับเป็นเสียงที่เกินความคาดหมายของจี้เฟิง “คุณชายจี้ ฉันคือแมงมุมขาว...”

จี้เฟิงชะงักไปชั่วขณะ จากนั้นก็ยิ้มและพูดว่า “อ่า ครับ! คุณนั่นเอง! ว่าแต่ทำไมคุณถึงโทรหาฉันด้วยมือถือของเหล่าเซียงล่ะ? ผู้ชายคนนั้นไปไหน ทำไมเขาไม่มาพูดสาย...”

พูดตามหลัก จี้เฟิงและมุมขาวไม่ได้เป็นเพื่อนกัน ตรงกันข้ามพวกเขาเคยเป็นศัตรูกันมาก่อน อย่างไรก็ตาม จี้เฟิงได้ช่วยเหลือเธอไว้ แต่แมงมุมขาวจะถือเรื่องนี้เป็นบุญคุณหรือไม่ ก็ยากที่จะพูด

ดังนั้นจี้เฟิงจึงไม่เคยคิดเลยว่าจะเป็นแมงมุมขาวที่โทรมาหาเขา

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะพูดจบ เขาก็ถูกขัดจังหวะโดยแมงมุมขาว ซึ่งน้ำเสียงของเธอค่อนข้างรีบร้อน “คุณชายจี้ ตอนนี้เราถูกล้อม กัปตันเซียงได้รับบาดเจ็บ...”

“ว่าไงนะ?!” จี้เฟิงตกตะลึง “คุณพูดอะไร ใครล้อมพวกคุณ?”

จี้เฟิงสับสนและตกใจเล็กน้อย คำพูดของแมงมุมขาวกะทันหันเกินไป จู่ๆมาบอกว่าพวกเธอกำลังถูกล้อมโดยศัตรู และเซียงหยงซานก็ได้รับบาดเจ็บ?

“จี้เฟิง...”

เสียงของเซียงหยงซานดังขึ้นในโทรศัพท์ แต่เสียงของเขาฟังดูอ่อนแรงมาก “จี้เฟิง ฉันถูกวางยาพิษ ไม่ใช่แค่ฉัน... นอกจากแมงมุมขาว ทุกคนทุกวางยาพิษ ขอพูดสั้นๆเลยแล้วกัน ตอนนี้เรากำลังหลบซ่อนตัวอยู่ แต่รอบข้างเต็มไปด้วยศัตรู และเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหลบหนีออกไป เราต้องการความช่วยเหลือ....”

จี้เฟิงขมวดคิ้วและถามทันที “จะให้ฉันช่วยยังไง?”

“ติดต่ออาของคุณ...” เสียงของเซียงหยงซานแผ่วเบาลงเรื่อยๆ ราวกับว่าเขาพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดเพื่อที่จะพูดประโยคเหล่านี้กับจี้เฟิง

“ได้ๆ! อดทนไว้ก่อนนะ ฉันจะหาทางไปช่วยคุณให้เร็วที่สุด!” จี้เฟิงพูดทันที

เพื่อป้องกันการค้นหาตำแหน่งจากฝ่ายตรงข้าม หลังจากกล่าวสั้นๆกับจี้เฟิงจบเซียงหยงซานก็วางสายทันที

จี้เฟิงขมวดคิ้วแน่น เรื่องที่เขาได้ยินมันค่อนข้างกะทันหัน เซียงหยงซานออกไปปฏิบัติภารกิจแต่ล้มเหลว และตอนนี้พวกเขาทั้งหมดถูกขังอยู่ในวงล้อมของศัตรู เรื่องนี้มันน่าเหลือเชื่อเกินไป มันทำให้จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งตกใจ การฝึกฝนมานานทำให้เขาสงบจิตใจได้อย่างรวดเร็ว หลังจากพิจารณาอย่างรอบคอบ เขาก็โทรหาอาของเขาทันที

“อาสาม..” ทันทีที่อีกฝ่ายรับสาย จี้เฟิงก็พูดทันที “ผมเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากเซียงหยงซาน...”

“อย่าพูดเรื่องนี้ทางโทรศัพท์ รีบหาตั๋วบินมาที่หยานจิงให้เร็วที่สุด! เราจะพูดคุยรายละเอียดหลังจากที่เจอกัน!” จี้เจิ้นผิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม

จากนั้นจี้เฟิงก็เข้าใจว่าอาของเขารู้เรื่องนี้แล้วและกำลังเตรียมการบางอย่างอยู่

ประกอบกับสิ่งที่เซียงหยงซานบอกให้เขาติดต่อกับอาสาม จี้เฟิงจึงพอสรุปได้ว่าเบื้องบนรู้เรื่องนี้แล้ว และเป็นไปได้สูงที่อาสามจะส่งคนไปช่วยเซียงหยงซาน

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งคิดเพ้อเจ้อ เขาจะต้องรีบไปที่นั่นก่อนถึงจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ มัวคาดเดาตอนนี้ไปก็เสียเวลาเปล่า และมีแนวโน้มว่าจะทำให้การช่วยเหลือล่าช้า จากสิ่งที่ได้ยิน เซียงหยงซานและคนอื่นๆถูกวางยา ซ้ำรอบข้างยังรายล้อมไปด้วยศัตรู มันหมายความว่าพวกเขาอาจตายได้ทุกเมื่อ ดังนั้นตอนนี้หากการช่วยเหลือเร็วขึ้นแม้เพียงวินาทีมันอาจช่วยชีวิตพวกเขาได้

ดังนั้นจี้เฟิงจะไม่สอบถามอะไรให้เสียเวลา เขาจึงพูดทันที “เดี๋ยวผมไปซื้อตั๋วเครื่องบินตอนนี้เลย แต่วันนี้อาจไม่มีเที่ยวบินไปหยานจิงแล้ว ดังนั้นอย่างช้าสุดผมจะบินไปหยานจิงพรุ่งนี้เช้า...”

....จบบทที่ 1007 ~

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด