ตอนที่แล้วบทที่ 220: ครอบครัวทำเกี๊ยวด้วยกัน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 222: แม่กวางเสียสติ

บทที่ 221: ภูตหมาป่ากำลังมา


“โอ้โห! ท่านพ่อสุดยอดมาก!” หลงเหยาอ้าปากกว้างด้วยความอิจฉาพร้อมกับอุทานเสียงดัง

เมื่อหลงโม่ได้ยินเสียงเอ่ยชมของลูกชายคนเล็ก เขาก็เชิดคางขึ้นพลางทำหน้าภาคภูมิใจ

แล้วนัยน์ตาสีทองก็เลื่อนไปหาหูเจียวเจียวที่นั่งอยู่ด้านข้างเงียบ ๆ

“หลงโม่ เจ้าทำเกี๊ยวออกมาสวยมาก ฝีมือของเจ้าเกือบจะไล่ทันข้าแล้ว”

จิ้งจอกสาวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เธอคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเรียนรู้ได้เร็วขนาดนี้

ด้วยทักษะการทำอาหารของมังกรหนุ่ม เธอเดาว่าการทำเกี๊ยวของเขาคงจะยุ่งเหยิงกว่านี้

อีกทั้งหญิงสาวไม่คิดว่าเกี๊ยวที่ชายหนุ่มปั้นจะกินได้ด้วยซ้ำ เธอเลยขอให้เขาสับเนื้อให้ก่อนเป็นอย่างแรก

ทันทีที่หลงโม่ได้ยินคำพูดของหูเจียวเจียว เขาก็กระแอมเบา ๆ และแสร้งทำเป็นนิ่งเฉยพลางขยับมือเอาเกี๊ยวไปวางไว้ข้าง ๆ เกี๊ยวของภรรยาสาว

“อะแฮ่ม...มันก็แค่การห่ออาหารธรรมดา ๆ มันไม่ได้ยากขนาดนั้น”

ในความเป็นจริงผลงานทั้งหมดผ่านการฝึกฝนระหว่างที่เขาแกะสลักปิ่นหยกให้จิ้งจอกสาว

ที่ผ่านมามือหยาบกร้านของมังกรหนุ่มไม่เคยทำงานละเอียดอ่อนมาก่อน เขาต้องควบคุมพละกำลังในตอนที่แกะสลักปิ่นปักผม จนตอนนี้เขามีความชำนาญในการควบคุมแรงของตัวเองแล้ว มันจึงส่งผลให้เขามีความสามารถในการเรียนรู้ที่สูงขึ้นและยังมีประโยชน์ในการทำเกี๊ยวอีกด้วย

“ท่านพ่อ” หลงจงถามขึ้นมาอย่างหนักแน่นว่า “ท่านรู้วิธีการทำเกี๊ยวได้ดีขนาดนี้ แต่ทำไมท่านถึงทำอาหารไม่อร่อยล่ะ?”

“...”

ทันใดนั้นพ่อมังกรก็รู้สึกว่าครอบครัวของตนมีลูกมากเกินไป และคงจะดีถ้ามีเด็กน้อยลงกว่านี้สัก 2 คน

มันจะสายเกินไปหรือเปล่าหากเขาจะโยนเจ้าเด็ก 2 คนนี้ทิ้งในป่า?

“ฮ่า ๆๆๆ!” หูเจียวเจียวกลั้นหัวเราะไม่ไหวจึงเปล่งเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น

เมื่อเธอเห็นว่าใบหน้าของหลงโม่หม่นหมองลงอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ชัด เธอก็หยุดหัวเราะแล้วพูดปลอบเขา

“หลงโม่ เจ้าอย่าคิดมากเลยนะ เจ้าแค่ทำอาหารไม่เก่ง แต่อย่างอื่นเจ้าทำได้ดีมาก ภูตทุกคนมีทั้งข้อดีและข้อเสียของตัวเองอยู่แล้ว”

พอชายหนุ่มได้ยินคำพูดของคนรักก็มีสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อย

จากนั้นเขาหันหน้าไปมองภรรยาสาวและถามอย่างไม่แน่ใจ “จริงหรือ?”

“จริง ๆ!” หูเจียวเจียวพยายามกลั้นหัวเราะเต็มที่พลางพยักหน้าแบบจริงจัง

หลงโม่หรี่ตาลงแล้วยังคงถามต่อไปด้วยเสียงทุ้มต่ำ

“แล้วเจ้าบอกข้าได้ไหมว่าข้าทำอะไรได้ดีบ้าง?”

“ก็... ทำเกี๊ยวกับล่าสัตว์ ทั้ง 2 อย่างนี้เจ้าเก่งมาก…”

จิ้งจอกสาวนับนิ้วอย่างตั้งใจเพื่อแสดงว่าตนไม่ได้โกหก

มังกรหนุ่มที่ได้ยินเช่นนั้นเลิกคิ้วขึ้น ดวงตาสีทองฉายแววแปลก ๆ ราวกับว่าเขาไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการ แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ

แล้วในช่วงเวลาที่เหลือ ทุกคนก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียนรู้วิธีการทำเกี๊ยว

หยินชางเป็นเด็กที่โตที่สุดในบ้าน เขาทำเกี๊ยวอยู่เงียบ ๆ โดยไม่ส่งเสียงอะไร แม้ว่ามันจะออกมาไม่สวยนัก แต่ก็เห็นได้ว่าเขาพยายามทำมากแค่ไหน

ในยามที่เด็กหนุ่มวางเกี๊ยวลงบนจาน เขาก็รู้สึกอับอายขึ้นมา

ตอนนี้มีจานวางอยู่ข้างหน้าเด็ก ๆ แต่ละคนซึ่งเอาไว้ให้พวกเขาใส่เกี๊ยวของตัวเอง

หลงอวี้เป็นคนที่ 2 ที่ทำเกี๊ยวสำเร็จ เกี๊ยวของเขาคล้ายกับของหยินชาง อาจจะเป็นเพราะมันมีไส้มากเกินไปจึงทำให้เกี๊ยวดูอ้วนเหมือนพุงของหลงเหยา

ปัจจุบันสายตาของหลงเซียวยังมองได้ไม่ชัดเจนนัก เขาเลยเคลื่อนไหวช้าและระมัดระวังมากกว่าคนอื่น และเขาใส่เนื้อสัตว์น้อย ดังนั้นเกี๊ยวของเขาจึงออกมาสวยงาม

“พี่รอง เกี๊ยวที่ท่านทำดูดีมากเลย” ระหว่างที่หลงหลิงเอ๋อทำเกี๊ยว นางก็คอยมองไปรอบโต๊ะก่อนจะเห็นเกี๊ยวของพี่ชายคนรองที่สวยกว่าใคร ๆ นางเลยเอ่ยปากชม

จากนั้นสาวน้อยก็ถือเกี๊ยวด้วยมือทั้ง 2 ข้างพลางยื่นให้แม่จิ้งจอกดูเกี๊ยวที่ตนทำ

“ท่านแม่ ข้าก็ห่อเกี๊ยวได้แล้วเหมือนกัน!”

หูเจียวเจียวหันไปมองทางต้นเสียงแล้วจ้องมองเกี๊ยวในมือของหลงหลิงเอ๋อ

เธอเห็นว่าฝีมือการห่อเกี๊ยวของลูกสาวราวกับว่ามันถูกแกะสลักด้วยมีดที่ไร้ตำหนิใด ๆ แม้แต่แป้งก็ยังถูกบีบเป็นชั้น ๆ อย่างประณีต รูปร่างหน้าตาของมันไม่ต่างจากดอกไม้สีขาวเลย

เกี๊ยวชิ้นนี้ทั้งดูเรียบร้อยและสะอาดตา

หากใครไม่รู้ก็คงนึกว่านี่เป็นงานศิลปะที่อยู่ในตู้โชว์

“หลิงเอ๋อ เกี๊ยวของเจ้า… สวยมาก” มุมปากของผู้เป็นแม่กระตุก ก่อนที่เธอจะเอ่ยปากชมเด็กสาว

ในตอนนั้นเองที่เธอเพิ่งรู้ว่าหลงหลิงเอ๋อเป็นคนที่รักความสมบูรณ์แบบ

“ฮี่ ๆๆ” สาวน้อยยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนจะยื่นเกี๊ยวไปให้หยินชางดูบ้างในขณะที่นางยิ้มจนตาแทบจะปิด

เด็กหนุ่มที่ได้เห็นเกี๊ยวในมืออีกฝ่ายรู้สึกละอายใจ และเขาก็มุ่งมั่นตั้งใจกับการทำเกี๊ยวมากขึ้น

ในทางกลับกัน ทางด้านหลงจง

มือของเขาดูเหมือนจะไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าตัว อีกทั้งแผ่นเกี๊ยวในมือเขาก็ไม่ยอมเชื่อฟังแต่โดยดี หลังจากใช้ความพยายาม 2-3 ครั้ง หน้าตาพวกมันก็ออกมาทั้งน่าเกลียดหรือไม่ก็บีบแป้งเข้าหากันไม่สำเร็จ

บัดนี้เด็กหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อย ๆ และในที่สุดเขาก็ใส่เนื้อยัดลงในแผ่นเกี๊ยวแบบฉุนเฉียว แล้ววางมันไว้ในฝ่ามือของเขาก่อนจะบีบมืออย่างแรง

แผละ!

เกี๊ยวบ้า ๆ บอ ๆ  1 ชิ้นเสร็จแล้ว!

เขาวางเกี๊ยวลงบนจานแบบคนที่พร้อมจะคลั่งได้ทุกเมื่อ

แถมบนใบหน้าของหลงจงเหมือนกับมีประโยคที่เขียนไว้ตัวใหญ่ ๆ ว่า ‘ยุ่งยากน่ารำคาญชะมัด!’

“เจ้าต้องกินเกี๊ยวที่เจ้าทำเองนะ” หลงโม่ชำเลืองมองลูกคนที่ 3 และเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นชา

หูเจียวเจียวแอบสะกิดเอวของสามีด้วยข้อศอก และพูดปลอบลูกชายเบา ๆ ว่า “จงเอ๋อ ไม่ต้องกังวล เจ้าค่อย ๆ ทำสิ ไม่ต้องรีบ”

ในเวลาเดียวกัน พอหลงเหยาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ได้ยินคำพูดของพ่อมังกร ใบหน้าอวบอ้วนของเขาก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที

เนื่องจากมือของเขาเล็กเกินไป เขาได้แต่วางแผ่นเกี๊ยวลงบนจานโดยตรงพลางบีบแผ่นเกี๊ยวไว้ครู่หนึ่งและเกาหน้าตัวเองอย่างคิดไม่ตกสักพัก

เด็กน้อยไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำว่าใบหน้าของตนถูกแต่งแต้มไปด้วยหนวดแมวสีขาวแล้ว

หลังจากหลงเหยาพยายามทำมันแบบ ‘จริงจัง’ ในที่สุดเขาก็ถือ ‘เกี๊ยว’ ฝีมือตัวเองอย่างตื่นเต้น ก่อนจะยืนขึ้นพร้อมกับพูดเสียงดังว่า

“ท่านแม่! เสี่ยวเหยาก็ทำเกี๊ยวได้แล้วเช่นกัน!”

หูเจียวเจียวและคนอื่น ๆ จึงหันไปมองตามเสียง

พวกเธอเห็นว่าเจ้าตัวแสบกำลังถือสิ่งที่มีรูปร่างคล้ายกับอุจจาระ หากมันไม่ใช่สีขาว ทุกคนคงคิดว่ามันถูกเจ้าตัวเบ่งออกมาแน่นอน

เมื่อหลงจงเห็นเกี๊ยวของน้องชาย อารมณ์ที่หดหู่ของเขาก็หายเป็นปลิดทิ้งทันที ก่อนที่เขาจะอ้าปากหัวเราะ “ฮ่า ๆๆๆ! เสี่ยวเหยา เจ้าเก็บอะไรมาน่ะ ขี้งั้นรึ?”

“...” หลงเหยาที่ถูกพี่ชายล้อเลียนถึงกับคิ้วกระตุก

ทว่าหลงจงไม่สนใจใบหน้าโกรธเคืองของเจ้าตัวเล็กเลย และยังคงเติมเชื้อไฟต่อไป “ท่านพ่อบอกว่า เจ้าจะต้องกินเกี๊ยวที่ตัวเองทำ ฉะนั้นเจ้าอย่ามาแย่งของเรานะ แล้วเราก็จะไม่แย่งเจ้าแน่นอน”

เมื่อเด็กหนุ่มมองไปที่เกี๊ยวหน้าตาเหมือนก้อนอึซึ่งมันน่าเกลียดจนเขากินไม่ลง เขาก็รู้สึกมั่นใจในฝีมือตัวเองขึ้นมาในทันใด

“พี่สามแย่ที่สุด!” หลงเหยากัดฟันด้วยความโกรธ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเล็กแล้วโต้กลับว่า “เกี๊ยวที่พี่สามทำก็น่าเกลียด! ข้าไม่อยากกินของท่านหรอก!”

ตามธรรมเนียมแล้วการที่ครอบครัวทำเกี๊ยวด้วยกันก็เพื่อเสริมสร้าง ‘ความสามัคคีและความกลมเกลียว’

แม้ว่าภูตคนอื่น ๆ ในเผ่าจะไม่มีชีวิตชีวาเท่าครอบครัวนี้ แต่พวกเขาก็ซุกตัวนอนในเตียงคั่งและเพลิดเพลินกับความอบอุ่นในฤดูหนาวแรกของปี

...

ขณะเดียวกัน

ภูตหมาป่ากลุ่มหนึ่งในป่ากำลังวิ่งอย่างเต็มกำลังท่ามกลางลมหนาวและหิมะตกหนัก

ไม่นานพวกเขาก็พบถ้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งข้างในนี้มีฝูงภูตหลายร้อยคนรวมตัวกันอยู่ในถ้ำขนาดเล็กจนแทบไม่มีที่ว่างให้มดผ่านเข้าไปได้

เวลาต่อมา ภูตหมาป่าคนหนึ่งเดินเข้าไปในถ้ำที่อยู่ภายใต้พายุหิมะ เขาเดินไปสุดทางจนถึงส่วนด้านในสุดของถ้ำ จากนั้นเขาหมอบตัวลงกับพื้น และพูดกับภูตเกียจคร้านที่นั่งอยู่บนหินข้างหน้าด้วยความเคารพ

“หัวหน้า เผ่านั้นอยู่ข้างหน้าเราแล้ว”

ในตอนที่ภูตเหล่านี้ได้รับข่าวครั้งก่อน พวกเขาก็รู้ตำแหน่งโดยประมาณของเผ่าที่เป็นเป้าหมายเรียบร้อย

เพียงแต่ว่าสิ่งแปลกประหลาดที่ภูตมังกรใช้โจมตีในครั้งนั้นทรงพลังมากจนทุกคนต้องเลื่อนแผนการบุกออกไปจนกว่าจะถึงฤดูหนาวเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง

“หืม? พวกมันส่งภูตมาลาดตระเวนกี่คน? แล้วมีภูตคอยปกป้องเผ่าอยู่กี่คน?”

หลางซัวเหล่ตาเรียวยาวไปมองคนพูดและถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

คนเป็นลูกน้องกลืนน้ำลายก่อนจะตอบอย่างลังเล

“หัวหน้า ไม่มีเลยสักคน…”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด