ตอนที่แล้วบทที่ 203: หาวิธีรับมือ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 205: หวงเยว่อับจนหนทาง

บทที่ 204: ดูแลคู่ของเจ้าให้ดี


เป้าเฟิงที่ได้รับคำสั่งเดินตามหัวหน้าเผ่าไปติด ๆ

พอชายหนุ่มเห็นว่าผู้นำสูงสุดของเผ่าพาตนเข้าไปในบ้านไม้ เขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา

ตามปกติภูตชายไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในบ้านของคนอื่น โดยทั่วไปแล้วพวกเขาสามารถเข้าไปได้เฉพาะเวลามีเรื่องสำคัญและเร่งด่วน หรือได้รับความเห็นชอบจากอีกฝ่ายหนึ่งเท่านั้น มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นการบุกรุกอาณาเขตของอีกฝ่าย

หลังจากเป้าเฟิงเข้ามาในบ้านไม้ของหัวหน้าเผ่า เขาได้แต่มองตรงไปที่ด้านหลังของชายผู้มีอำนาจสูงสุด โดยไม่กล้ากวาดตามองไปรอบ ๆ พร้อมกับยืดหลังตรงด้วยความสุขใจ

ท่านผู้เฒ่าจะต้องรับรู้ถึงความแข็งแกร่งของข้าแน่ ๆ เขาก็เลยยอมให้ข้าเข้ามาในบ้าน!

 

ชายหนุ่มคิดว่าตัวเองโชคดีมาก ไม่เพียงแค่เขาได้คู่ครองอันแสนงดงามเท่านั้น แต่เขายังได้รับการยอมรับจากผู้อาวุโสของเผ่าอีกด้วย

เป้าเฟิงรู้สึกปลาบปลื้มใจเหลือเกิน

“ท่านผู้เฒ่าเรียกข้าเข้ามาในบ้านแบบนี้ ท่านอยากจะพูดอะไรหรือ…” เสือดาวหนุ่มเอ่ยถามออกมาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมพูดอะไรสักที

ป้าบ!

หัวหน้าเผ่าหันกลับมาตบหน้าผากเขาอย่างจัง!

ไม่นานรอยฝ่ามือสีแดงก็ปรากฏบนหน้าผากเนียนทันที

ฝ่ายที่ถูกตบยกมือกุมหน้าผากตัวเองด้วยเจ็บปวด พร้อมกับมองคนที่ทำร้ายเขาอย่างสับสน “ท่านผู้เฒ่า ท่านตีข้าทำไม...”

ถึงแม้ว่าชายสูงวัยจะรู้สึกขุ่นเคืองคนตรงหน้ามาก แต่เขาก็แสร้งทำเป็นปัดมือพลางฝืนยิ้มอ่อนโยนออกมา “มีแมลงเกาะอยู่บนหัวของเจ้า ข้าเลยช่วยเจ้ากำจัดมันให้น่ะ”

เจ้าเสือดาวโง่ตัวนี้! ข้าอยากจะแงะหัวเจ้าออกมาดูเหลือเกินว่าในหัวเจ้ามีแต่ขี้เลื่อยอยู่หรือไง!

“เป็นอย่างนี้นี่เอง...” เป้าเฟิงพึมพำ แต่ทำไมเขากลับรู้สึกว่าแรงตบเมื่อกี้นี้มันถึงหนักผิดสังเกต

ขณะที่ชายหนุ่มคิดถึงเรื่องข้างต้น เขาก็ส่ายหัวจนผมเผ้าสะบัดไปตามแรง

เป็นไปไม่ได้!

หัวหน้าเผ่าเป็นคนใจดีมาก เขาจะทำเรื่องไม่ดีกับตนได้อย่างไร การกระทำของเขาจะต้องมีเหตุผลอยู่แล้ว!

“อืม อาจเป็นเพราะช่วงนี้เจ้าไม่ค่อยมีเวลาว่างดูแลตัวเอง แมลงเลยเข้ามารบกวนเจ้า” ชายสูงวัยยกมือขึ้นแล้วจงใจออกแรงตบไหล่ของอีกฝ่ายเต็มที่

จู่ ๆ เป้าเฟิงก็เหมือนได้ยินเสียงกระดูกทั่วร่างกายของเขาลั่น

จากนั้นเขาก็รีบพูดขอโทษอย่างจริงใจ “ข้าขอโทษ ท่านผู้เฒ่า! ข้าจะไม่ขี้เกียจอีก ต่อจากนี้ไปข้าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือเผ่าให้มากขึ้น!”

คนเป็นหัวหน้าเผ่ายกมือนวดหว่างคิ้วตนเอง เด็กโง่คนนี้ดูเหมือนจะมีหัวเอาไว้คั่นหูเท่านั้น

ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว…

“เป้าเฟิง ตอนนี้เจ้าเป็นภูตที่มีคู่แล้ว เจ้าต้องดูแลหวงเยว่ให้ดี ฤดูหนาวใกล้เข้ามาทุกที ในฐานะที่เจ้าเป็นคู่คนแรกของนาง เจ้าจะต้องดูแลนางทุกย่างก้าว ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นเจ้ารีบมาบอกข้าเลยนะ”

คำพูดของชายแก่ทำให้เสือดาวหนุ่มร่าเริงขึ้นทันทีและตอบเสียงดังว่า "ท่านผู้เฒ่า ข้าจะดูแลนางเป็นอย่างดีแน่นอน!"

โอ้โห! ท่านผู้เฒ่าใจดีมากที่เรียกข้ามากำชับเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้โดยเฉพาะ!

“อืม ดีมาก” หัวหน้าเผ่าตบไหล่ชายหนุ่มอีกครั้ง

“ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ผู้หญิงเป็นโรคได้ง่ายขึ้น หวงเยว่เพิ่งเข้ามาอยู่ในเผ่าได้ไม่นาน หากนางมีอาการผิดปกติหรือแปลกประหลาด เจ้าต้องแจ้งให้ข้าทราบโดยเร็วที่สุด”

ชายชรากำมือแน่นก่อนจะยกขึ้นปิดปากแล้วกระแอม 2 ครั้งพลางกล่าวเสริมว่า

“อะแฮ่ม… ข้าจะหาหมอมารักษานางให้”

เป้าเฟิงพยักหน้ารับอย่างจริงจัง พร้อมกับเหยียดตัวตรงเหมือนท่อนซุง “ท่านผู้เฒ่าไม่ต้องกังวล ข้าสัญญาว่าจะทำหน้าที่นี้ให้ดี!”

เมื่อผู้นำสูงสุดของเผ่าเห็นการแสดงออกของชายตรงหน้า เขาก็พูดไม่ออกอยู่พักหนึ่ง

เจ้าเด็กนี่คงเป็นคนโง่ที่กู่ไม่กลับจริง ๆ…

“ช่วงนี้ข้าจะยังไม่ให้เจ้ามาทำงานของเผ่า เจ้ากลับไปดูแลหวงเยว่เถอะ”

“เอาล่ะ เจ้ากลับไปได้แล้ว” ผู้เป็นหัวหน้าเผ่าพูดจบแล้วก็โบกมือด้วยใบหน้าที่เหนื่อยล้า

ส่วนเป้าเฟิงกดมือลงบนรอยตบบนหน้าผากของตัวเองก่อนจะรีบวิ่งกลับบ้านไปอย่างกระตือรือร้น

ณ ริมแม่น้ำ

หูเจียวเจียวบอกให้ภูตชาย 2 คนเข้าไปในป่าเพื่อตัดท่อนไม้หนา ๆ ที่มีความยาวมากกว่าความกว้างของแม่น้ำ

ท่อนซุงแต่ละท่อนต้องใช้คนถึง 2 คนแบกกลับมา โดยที่พวกเขาต้องตัดมันมาทั้งหมด 4 ท่อน

จากนั้นจิ้งจอกสาวก็ผูกปลายทั้ง 2 ข้างของท่อนซุง 4 ท่อนเข้าด้วยกันจนแน่นหนา เสร็จแล้วเธอก็บอกให้ภูตนกช่วยยกปลายด้านหนึ่งของท่อนซุงไปที่ฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำและทำหลักไม้ 4 อันเพื่อยึดท่อนซุงบนพื้นเอาไว้ เพียงเท่านี้สะพานก็พร้อมใช้งานแล้ว

แม้ว่าสะพานไม้จะดูเรียบง่าย แต่มันก็แข็งแรงมาก ต่อให้ภูตในร่างสัตว์จะเดินบนสะพานพร้อมกัน มันก็สามารถรับน้ำหนักภูตได้ 4-5 คนเลยทีเดียว

เมื่อมีสะพานไม้ คนทำงานส่วนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องข้ามแม่น้ำโดยการไปขอความช่วยเหลือจากภูตนกอีกต่อไป

หลังจากที่ทุกคนช่วยกันสร้างสะพานจนเสร็จ หูเจียวเจียวก็เรียกชายอีกคนให้มาหาตน

“เจ้าเคยเห็นพืชที่มีหนามขึ้นบนลำต้นหรือไม่?”

ระหว่างที่หญิงสาวอธิบาย เธอก็ทำมือวาดรูปร่างของพืชที่ตนเคยอ่านเจอในหนังสือ

ชายคนนั้นเกาหัวพลางตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “ข้าเคยเห็น เมื่อก่อนมีมากมายใกล้จุดเก็บผลไม้ แต่พืชพวกนี้กินไม่ได้”

เขาคิดว่าหูเจียวเจียวอยากจะกินพืชชนิดนี้

“ข้ารู้ว่ามันกินไม่ได้” เมื่อจิ้งจอกสาวได้ยินคำตอบของอีกฝ่ายก็ยิ่งแน่ใจว่าหนังสือในมิตินั้นบันทึกทุกสิ่งที่มีอยู่ในโลกภูต

“เจ้าช่วยข้าเอาพืชมีหนามกลับมาได้ไหม? ถ้าจะให้ดี เจ้าขุดมันออกมาทั้งรากเลยนะ มันจะมีประโยชน์มาก”

หูเจียวเจียวไหว้วานภูตชายด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

ทันใดนั้นใบหน้าของชายหนุ่มก็เปลี่ยนสี ก่อนที่เขาจะตอบอย่างลังเล “เอารากด้วยหรือ เจ้าจะปลูกพืชชนิดนี้หรือไง? แม้ว่ามันจะไม่มีราก มันก็สามารถแพร่พันธุ์ได้ไม่ว่าเจ้าจะเอาไปปักไว้ที่ไหนก็ตาม และมันก็เติบโตเร็วมาก ข้าว่ามันน่ากลัวมากกว่า”

ในสายตาของภูต พืชที่กินไม่ได้และโตเร็วนั้นเป็นอันตราย

เพราะพืชชนิดนี้จะแย่งอาณาเขตของต้นผลไม้ชนิดอื่นอย่างรวดเร็ว ทำให้พวกเขาเก็บผลไม้ได้น้อยลง

“ข้ารู้” หูเจียวเจียวพยักหน้าตอบยิ้ม ๆ “ข้าแค่อยากให้มันแพร่พันธุ์เร็วขึ้น”

ส่วนนี้มีบันทึกไว้ในหนังสือว่าพืชที่เธอตามหาอยู่เรียกว่า ‘ต้นหนามแดง’ มันเป็นไม้เลื้อย ถ้าไม่มีต้นไม้สูงอยู่ใกล้ ๆ มันจะปลูกได้ยาก ตามธรรมชาติมันจึงมักจะเติบโตขึ้นโดยอาศัยต้นไม้ยักษ์เป็นหลักยึด

ใบของต้นหนามแดงมีสีเขียว และมีหนามสีแดงเป็นชั้น ๆ อยู่รอบใบ ซึ่งพอโดนตำเข้าไปจะทำให้รู้สึกชาตรงบริเวณนั้น

อีกทั้งต้นหนามแดงเป็นอันตรายมากหากปลูกไว้กับไม้ผล

แต่ถ้าปลูกไว้นอกรั้วมันก็จะช่วยป้องกันสัตว์ป่าได้ไม่ใช่หรือ?

ยิ่งไปกว่านั้น พิษของต้นหนามแดงเป็นพิษที่ออกฤทธิ์แค่ชั่วคราว ซึ่งพิษนี้ไม่รุนแรงถึงขั้นตาย ขอแค่เผ่าส่งคนไปลาดตระเวนนอกรั้วทุกวัน ถ้าพวกเขาโชคดีก็อาจได้รับเหยื่อที่ส่งตัวเองมาถึงหน้าประตูบ้านด้วยซ้ำ

ถึงแม้ว่าในป่าจะมีพืชมีพิษอยู่มากมาย แต่ถ้าพิษคร่าชีวิตเหยื่อไปแล้ว เหยื่อตัวนั้นก็จะกินไม่ได้เพราะเลือดของพวกมันเต็มไปด้วยพิษ

ครั้งแรกที่หูเจียวเจียวเห็นต้นหนามแดง เธอก็คิดว่าตนจะต้องใช้มันให้เป็นประโยชน์

ต่อมาหญิงสาวบอกชายคนนั้นถึงสิ่งที่ตัวเองคิด ไม่นานอีกฝ่ายก็เข้าใจได้ในทันที เขาจึงเกาหัวด้วยความอับอายพลางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกชื่นชมเธอ

ใครจะไปคิดว่าหูเจียวเจียว ผู้หญิงที่มักจะเอาแต่ใจและไร้เหตุผลจะคิดได้รอบคอบขนาดนี้

“ไม่มีปัญหา ข้าจะไปเก็บมันมาให้เจ้าเดี๋ยวนี้”

ภูตหนุ่มพูดจบแล้วก็รีบพุ่งเข้าไปในป่าเพื่อเก็บต้นหนามแดงมาให้อีกคนทันที

อีกด้านหนึ่ง

“เป้าเฟิง ทำไมเจ้ากลับมาเร็วขนาดนี้? เจ้าไม่ได้ไปช่วยเผ่าทำงานหรอกหรือ?”

ขณะนี้หวงเยว่กำลังจะออกไปข้างนอกเพื่อส่งข่าวเรื่องของหยินชางที่เป็นปลาเล็ดลอดจากตาข่ายไปยังเผ่าหมาป่า

แต่นางไม่คาดคิดว่าเสือดาวหนุ่มที่ถูกนางไล่ออกไปทำงานจะกลับมาอย่างกะทันหัน

ใบหน้าของเป้าเฟิงเปลี่ยนเป็นสีแดงและตอบอย่างมีความสุข “ท่านผู้เฒ่าบอกว่าข้าเพิ่งมีคู่ครอง เขาจึงให้ข้ากลับมาดูแลเจ้าให้ดี และบอกว่าช่วงนี้ข้ายังไม่จำเป็นต้องไปช่วยงานในเผ่า”

“นี่ หวงเยว่ เจ้ากำลังจะออกไปไหนหรือเปล่า?”

หลังจากที่ชายหนุ่มพูดจบ เขาก็เห็นหงส์สาวเตรียมตัวเหมือนจะเดินทางไปที่ไหนสักแห่ง เขาจึงนึกถึงสิ่งที่หัวหน้าเผ่าพูด

“ช่วงนี้ข้าเบื่อไม่อยากอยู่ในเผ่า ข้าอยากออกไปสูดอากาศสักหน่อย” หวงเยว่ตอบด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

ด้วยรูปร่างหน้าตาที่น่าทะนุถนอมเช่นนี้ ไม่มีผู้ชายคนไหนปฏิเสธคำพูดของนางได้แน่นอน

พอเป้าเฟิงได้ยินอย่างนั้นก็ถลกแขนเสื้อขึ้นและก้าวไปข้างหน้า

“งั้นให้ข้าไปด้วยสิ! เจ้าอยากไปไหน ข้าจะพาเจ้าไปที่นั่นเอง!”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: เอ็นดูในความใสซื่อของเป้าเฟิง ท่านผู้เฒ่าอย่าปล่อยให้เจ้าหนุ่มน้อยคนนี้ซี้แหงแก๋นะ

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด