ตอนที่แล้วตอนที่ 1089 ไอ้หมอนี่ มันเป็นใครกันแน่วะ!
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 1091 ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อสัมภาษณ์ แต่ฉันมาที่นี่ก็เพื่อสัมภาษณ์ กลุ่ม หยงจิ่ว ของพวกคุณ!

ตอนที่ 1090 บางครั้งโลกนี้.. มันก็ช่างแคบจริงๆ


หลินฟาน และเว่ย เยว่เอ๋อร์ ได้นั่งกินอาหารเช้ากันที่ร้านข้าวต้ม ในเวลานี้ไม่มีใครกล้ามีอารมณ์ที่ไม่ดีต่อพวกเขาอีกต่อไปแล้ว.. ความอิจฉาหรืออะไรพวกนั้น ก็ได้จางหายไป

พวกผู้ชายที่ขี้อิจฉาเหล่านั้น ตอนนี้พวกเขาได้เชื่อมั่นแล้วว่า หลินฟาน ทรงพลังมาก.. แล้วการที่เขาได้มีแฟนสาวแสนสวยขนาดนี้ มันก็คงเป็นเรื่องธรรมดา.. ส่วนสาวๆ ที่ขี้อิจฉา ก็พากันคิดไปว่า คนอื่นสามารถหาแฟนเก่งขนาดนี้ได้.. ก็คงจะเป็นความสามารถอย่างหนึ่งของเธอ ..สินะ

หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสองก็ได้กินอาหารเช้าเสร็จ แล้วได้วางแผนที่จะจากไป และพอได้มาถึงที่หน้าประตู เพื่อชําระเงิน

“เถ้าแก่เนี้ย ทั้งหมดเท่าไหร่ครับ?” หลินฟาน ได้ถาม

เถ้าแก่เนี้ย เองก็ได้ยิ้ม แล้วพูดว่า : “ขอบคุณมาก.. ทั้งหมด 25 หยวน”

หลินฟาน จึงได้เอาโทรศัพท์ขึ้นมาสแกน QR เพื่อจ่ายเงิน

เถ้าแก่เนี้ย ได้มองไปที่ เว่ย เยว่เอ๋อร์ จากนั้นเธอก็ได้ยิ้ม แล้วพูดว่า : “สาวน้อย คุณคงมีความสุขมาก ที่ได้เจอแฟนที่ดีขนาดนี้ได้..”

เว่ย เยว่เอ๋อร์ ก็ได้หน้าแดงไปหมด ..นี่เป็นความเข้าใจผิดนะ แม้ว่ามันจะบอกว่าเป็นการเข้าใจผิดแบบหวานชื่นก็ตาม แต่เมื่อมาอยู่ต่อหน้า หลินฟาน.. แบบนี้แล้ว เธอก็รู้สึกอายเกินกว่าที่จะยอมรับ

“คือเขา... เขาไม่ใช่แฟนของฉัน” เว่ย เยว่เอ๋อร์ ได้ชี้แจงออกไปด้วยเสียงเบาๆ แถมเรียกได้ว่ากระซิบ ..ก็ยังได้ เธอเองอยากเป็นแฟนของ หลินฟาน แต่ถึงตอนนี้.. เธอก็ยัง ไม่ใช่

แม้ว่า เว่ย เยว่เอ๋อร์ จะพูดออกไปด้วยเสียงราวกับกระซิบ แต่ผู้คนโดยรอบข้างต่างก็ได้ยิน และนั่นก็ยิ่งทำให้ทุกคน ..ตกตะลึง

อะไรนะ กลายเป็นว่าพวกเขาไม่ใช่คู่รักกันเหรอ?

หลายคนก็ได้รู้สึกโล่งใจในทันที เพราะหากว่าพวกเขาเป็นคู่รักกัน นี่มันคงกลายเป็นคู่ที่สมบูรณ์แบบเอามากๆ จริงๆ ซึ่งมันก็ยิ่งทําให้ผู้คนอิจฉา และพากันเกลียดชังเลยก็ว่าได้ แต่ตอนนี้.. พอรู้แล้วว่า พวกเขา ..ไม่ใช่คู่รักกัน ในใจของแต่ละคนก็ได้รู้สึกถึงความสมดุลขึ้นมาในใจอย่างมาก ..ในทันที

พอหลังจาก หลินฟาน จ่ายเงินเสร็จ เขาก็ได้ยิ้ม แล้วพูดว่า : “เราเป็นเพื่อนร่วมงานกันนะครับ”

หลังพูดจบ เขาก็ได้ออกจากร้านข้าวต้มไปพร้อมกับ เว่ย เยว่เอ๋อร์

เว่ย เยว่เอ๋อร์ ได้เดินตาม หลินฟาน อยู่ข้างๆ ใบหน้าของเธอก็ยังคงแดงก่ำอยู่เล็กน้อย เมื่อเธอได้มองไปที่แผ่นหลังของ หลินฟาน แล้ว ทันใดนั้น.. เธอก็ได้รู้สึกเหมือนมีแรงกระตุ้นในใจขึ้นมา ..และมันก็ยิ่งทำให้เธอเหมือนอยากที่จะพูดคุยกับ หลินฟาน เกี่ยวกับความรู้สึก และยิ่งเรื่องเมื่อกี้ หลินฟาน เองก็ได้กล้าหาญเข้ามาช่วยชีวิตเธอไว้ บวกกับความมีน้ำใจต่างๆ ในเวลาอยู่ด้วยกันตามปกติ มันก็ยิ่งทําให้เธอรู้สึกว่า ..หลินฟาน ก็อาจจะชอบเธออยู่เหมือนกันก็ได้

บางที.. นี่อาจเป็นเวลาที่ดี เวลาที่ดี.. ที่จะได้สารภาพออกไป

เว่ย เยว่เอ๋อร์ ได้พยายามรวบรวมความกล้าหาญ และกําลังจะพูดออกไป

กริ๊งๆ กริ้ง กริ๊งๆ…

ในเวลานี้ โทรศัพท์มือถือของ หลินฟาน ก็ได้ดังขึ้น

ผู้ที่โทรเข้ามาคือเลขาฯ ของเขา จ้าว เจียอี้ และหลินฟาน ก็ได้กดรับสายในทันที

“ท่านประธานคะ เช้านี้ มีการสัมภาษณ์สถาปนิกคนหนึ่ง, คุณเฉิน เองก็เพิ่งจะได้โทรเข้ามาเมื่อครู่ และเขาได้บอกว่ากำลังเดินทางใกล้จะถึงที่บริษัทแล้วค่ะ” จ้าว เจียอี้ ได้กล่าว

หลินฟาน พูดว่า : “อืมม.. รู้แล้ว ตอนนี้ผมจะรีบไป”

หลังจากวางสายไป หลินฟาน ก็ได้หันหน้ามาพูดกับ เว่ย เยว่เอ๋อร์ ว่า : “เช้านี้ ผมเองมีสัมภาษณ์สถาปนิกคนหนึ่ง พวกเราต้องรีบกลับไป เอ๊ะ.. เดี๋ยวนะ เกิดอะไรขึ้นกับหน้าของคุณ ทําไมหน้าคุณถึงได้แดงขนาดนี้”

หลินฟาน เพิ่งได้สังเกตเห็นว่า ใบหน้าของ เว่ย เยว่เอ๋อร์ เต็มไปด้วยสีแดงเข้ม และเขาก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ เขาจึงได้เอื้อมมือออกไปลูบใบหน้าของเธอเบาๆ เพื่อตรวจสอบ แต่.. ก็กลับไม่พบสิ่งปกติใดๆ ในตัวเธอ

“คือ.. ไม่ ไม่มีอะไร ฉันไม่เป็นไร” เว่ย เยว่เอ๋อร์ ได้พูดอย่างเขินอายเอามากๆ : “คือ.. พวกเรา รีบไปกันเถอะ”

หลินฟาน เองก็ได้ชะโงกหน้าไปมา มองดูเธออีกครั้ง แต่ก็ไม่เห็นว่ามีอะไรผิดปกติ จากนั้นเขาจึงไม่คิดใส่ใจอะไรอีก จึงได้เดินขึ้นรถทันที

เว่ย เยว่เอ๋อร์ ก็ได้กัดริมฝีปาก และอดถอนหายใจออกมาไม่ได้ เดิมทีเธอกำลังรวบรวมความกล้าอยู่ แต่ผลก็คือ... วันนี้ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่เวลาที่ดี ใช่ไหมนะ..

เธอได้แต่เดินตาม หลินฟาน ขึ้นรถ พยายามเปลี่ยนเรื่อง โดยเลือกที่จะพูดถึงการสัมภาษณ์สถาปนิก : “เช้านี้.. สถาปนิกที่จะมาสัมภาษณ์ เป็นผู้หญิงแซ่อู๋ ที่ เลาซ่ง ได้แนะนํามาเมื่อคืนหรือเปล่า?”

หลินฟาน กล่าวว่า : “ไม่ใช่ แต่เป็น คุณเฉิน คุณเฉิน คนนี้ ได้รับการแนะนําจาก เจียง จงเฉิน เขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นเก่าของ เจียง จงเฉิน และเป็นสถาปนิกที่มีชื่อเสียงมากๆ คนหนึ่ง เมื่อวานเราเองได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์ และผมก็ได้นัดเขาให้เข้ามาสัมภาษณ์เช้านี้”

เว่ย เยว่เอ๋อร์ กล่าวว่า : “ส่วน คุณอู๋..”

หลินฟาน กล่าวว่า : “เมื่อสัมภาษณ์ คุณเฉิน เสร็จแล้ว ผมจะไปสัมภาษณ์ คุณอู๋ ต่อ แต่แล้วก็ต้องดูสถานการณ์ในเวลานั้นก่อน”

เว่ย เยว่เอ๋อร์ ก็ได้ฮัมเพลงอย่างสบายใจ ใช่.. เธอรู้สึกสบายใจกับวิธีการทำงานของ หลินฟาน ส่วนการเลือกสถาปนิกจากทั้งสองคนนี้ เขาจะเลือกใคร อย่างไรนั้น ทั้งหมดมันก็ขึ้นอยู่กับที่ หลินฟาน ตัดสินใจ

ดังนั้น หลินฟาน จึงได้ขับรถ และพวกเขาทั้งสองจึงได้รีบเดินทางกลับไปที่บริษัท

เมื่อมาถึงลานจอดรถของบริษัท หลินฟาน ที่ได้เพิ่งจอดรถเสร็จนั้น เขาก็ได้เห็น เจียง จงเฉิน กําลังเดินเข้ามาที่บริษัท พร้อมกับชายวัยกลางคนคนหนึ่ง ทั้งสองได้พูดคุย และหัวเราะไปด้วยกัน ทั้งยังไม่ได้สังเกตเห็นรถของ หลินฟาน ที่เพิ่งขับเข้ามา

ดูเหมือนว่า ชายวัยกลางคนคนนี้ คาดว่าน่าจะเป็นเพื่อนร่วมชั้นเก่าของ เจียง จงเฉิน ซึ่งเป็นสถาปนิกคนที่ หลินฟาน จะต้องเข้าสัมภาษณ์เขาในไม่ช้านี้ และตามที่ เจียง จงเฉิน บอกเขา คนๆ นี้คงจะชื่อ เฉิน ซื่อหง

ในเมื่อบังเอิญเจอกันแบบนี้แล้ว หลินฟาน ก็คิดจะเข้าไปทักทาย ยังไงสักพักก็ต้องเจอกัน..

แต่ในขณะนั้น ก็ได้เห็นชายสองคนแบกกล่องหนักๆ เดินออกจากจุดที่ เจียง จงเฉิน และเฉิน ซื่อหง ออกมา และดูเหมือนพยายามจะเดินไล่ตามพวกเขาทั้งสองคนให้ทัน

“พวกนายเองรีบตามมาให้ทัน เราช้าแล้ว!” เฉิน ซื่อหง ได้หันหน้ากลับไป และกล่าวตะโกนใส่ทั้งสองคนด้วยน้ำเสียงที่ดูเข้มงวดอย่างมาก

“ครับบอส!” สองคนนั้นได้รีบตอบตกลง และรีบเร่งฝีเท้าตามไป

เมื่อเห็นชายสองคนนี้ หลินฟาน และเว่ย เยว่เอ๋อร์ ก็ได้มองหน้ากันโดยไม่ได้ตั้งใจ พวกเขาต่างก็แสดงสีหน้า.. ร้องไห้ไม่ออก หัวเราะไม่ได้ออกมา พวกเขาเองได้ตกตะลึงไปแล้วจริงๆ

บางครั้งโลกนี้.. มันก็ช่างแคบจริงๆ ผู้ชายสองคนนี้ ก็คือผู้ชายสองคนที่ถูก หลินฟาน จัดการภายในร้านข้าวต้ม ในตอนเช้าหรือเรียกได้ว่าเมื่อครู่นี้ยังได้ แต่ก็ไม่คิดเลยว่าจะได้มาพบกันอีกครั้ง ..อย่างรวดเร็วขนาดนี้ได้จริงๆ

และก็ดูเหมือนว่าพวกเขาเป็นลูกน้องของ เฉิน ซื่อหง?

“นี่มันก็ค่อนข้างน่าอายนิดหน่อย..” เว่ย เยว่เอ๋อร์ ได้พูดออกไป

หลินฟาน ยิ้มเล็กน้อย แล้วพูดว่า : “ไม่เป็นไร.. ผมเองกลับคิดว่านี่อาจเป็นโอกาสที่ดี ที่เราจะได้ทดสอบสถาปนิกคนนี้ ..พอดี”

เว่ย เยว่เอ๋อร์ ได้เกิดสงสัย เลยถามไปว่า “คุณกำลังหมายความว่าอะไร?”

หลินฟาน กล่าวว่า : “เดี๋ยวคุณก็รู้แล้ว”

เมื่อ เจียง จงเฉิน และคนอื่นๆ ได้เข้าไปในอาคารของบริษัท หลินฟาน ก็ได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา และโทรออกไปหา เจียง จงเฉิน

“เลาเจียง คุณอยู่ที่ไหนตอนนี้?” หลินฟาน ได้ถามทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้ว

เจียง จงเฉิน ได้กล่าวว่า : “ผมเพิ่งมารับเพื่อนร่วมชั้นเก่าของผมมาที่บริษัท คุณหลิน ไม่ทราบว่าคุณมาถึงบริษัทหรือยังครับ?”

หลินฟาน กล่าวว่า : “ยังไม่ถึงเลย รถติดมาก คุณพา คุณเฉิน ไปรอผมที่ห้องประชุมก่อน บอกเขาว่าต้อง ขอโทษด้วย อาจจะต้องรออีกสักครึ่งชั่วโมงได้มั้งครับ แล้วก็คุณไม่ต้องรออยู่ที่นั่นแล้ว กลับไปที่แผนกเถอะ.. ผมเองรู้ว่ามีคนๆ หนึ่งรอคุณอยู่ที่นั้น”

หลินฟาน เป็นเจ้านายของเขา เขาพูดอะไรก็ต้องเป็นไปอย่างนั้น เจียง จงเฉิน ก็ได้กล่าวว่า : “โอเค.. ได้ครับ ผมจะไปพูดกับ เลาเฉิน”

ในเวลานี้ เจียง จงเฉิน ได้พา เฉิน ซื่อหง กับลูกน้องของเขา ทั้งสามคน เข้ามาในบริษัทแล้ว

“เลาเฉิน คุณหลิน เพิ่งโทรหาฉัน เขาเองได้รถติด และอาจต้องใช้เวลาครึ่งชั่วโมงถึงจะมาถึงได้ ในตอนนี้ฉันจะพาพวกคุณไปที่ห้องประชุมก่อน” เจียง จงเฉิน ได้กล่าว

เฉิน ซื่อหง ขมวดคิ้ว และพูดอย่างไม่เต็มใจเล็กน้อยไปว่า : “โอเคได้! ..ฉันจะเห็นแก่หน้าเพื่อนร่วมชั้นเก่าฉัน คุณก็รู้ว่าฉันไม่เคยรอใคร!”

เจียง จงเฉิน ยิ้มหัวเราะ แล้วพูดว่า : “ฉันรู้ และฉันก็ต้องขอโทษที คุณหลิน เกิดรถติดเสียได้ และช่วยนี้มันก็เป็นช่วงชั่วโมงเร่งด่วนด้วย มันก็ช่วยไม่ได้จริงๆ เลาเฉิน คุณรออีกหน่อยเถอะ”

จากนั้น เจียง จงเฉิน ก็ได้พาทั้งสามคน เข้าไปในห้องประชุม

“เดี๋ยวฉันจะไปบอกให้เลขาฯ ออกมาต้อนรับพวกคุณ ฉันเองยังมีงานที่ต้องไปประชุม ต้องรีบกลับไปที่แผนกก่อนแล้ว เรื่องนี้น่าอายจริงๆ.. ฉันคงต้องขอโทษเพื่อนร่วมชั้นเก่าแล้ว” เจียง จงเฉิน ได้กล่าวขอโทษออกไป

เฉิน ซื่อหง ก็ดูไม่พอใจเล็กน้อย แต่ก็ยังโบกมือ : “รู้ว่าคุณยุ่งมาก ไปเถอะ”

เจียง จงเฉิน ก็ได้ออกจากห้องประชุม และวางแผนที่จะกลับไปที่แผนก

แต่เขาที่เพิ่งออกจากห้องประชุมมา ก็ได้เห็น หลินฟาน พา เว่ย เยว่เอ๋อร์.. เดินเข้ามาที่แผนกต้อนรับ

เจียง จงเฉิน ก็ได้ดูมีความสุขมาก และเขาก็ไม่คิดว่า คุณหลิน จะกลับมาได้เร็วขนาดนี้ : “คุณหลิน…”

หลินฟาน กลับทําท่าส่งสัญญาณให้ เจียง จงเฉิน เงียบเสียงลง แล้วก็ได้กวักมือเรียกให้ เจียง จงเฉิน เดินเข้ามา

“คุณเฉิน อยู่ข้างในแล้ว?” หลินฟาน ได้พูดถามออกไปอย่างสบายๆ

เจียง จงเฉิน เมื่อเห็นเช่นนี้ เขาก็ได้พูดเบาๆ ไปว่า : “อืม.. ครับ คุณหลิน คือคุณ…”

หลินฟาน กล่าวว่า : “ผมจะเข้าไปตอนนี้ แล้วก็พวกคุณอย่าเข้าไปก่อน รอดูละครจากข้างนอกก็พอ..”

จ้าว เจียอี้ เพิ่งได้นำชามาเสิร์ฟ และกำลังจะเข้าไปต้อนรับ เฉิน ซื่อหง.. แต่ หลินฟาน ก็ได้กวักมือเรียก จ้าว เจียอี้ ให้เข้ามา และเขาก็ได้รับชุดน้ำชาจากในมือของเธอ

เจียง จงเฉิน ไม่รู้ว่า หลินฟาน กำลังมีแผนการอะไร แต่ตอนนี้ก็ดูเหมือนว่า หลินฟาน วางแผนที่จะปลอมตัวเป็นเลขาฯ เพื่อเข้าไปเสิร์ฟ แล้วรินน้ำชาให้กับพวกเขา..

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด