ตอนที่แล้วบทที่ 977 (98) มโนธรรม
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 979 (100) อยากเจออยู่พอดี!

บทที่ 978 (99) มันยังไม่จบ(ตอนฟรี)


บทที่ 978 (99) มันยังไม่จบ

จางเล่ยอุ้มทารกน้อยไว้ในอ้อมแขน แต่เท้าของเขาเคลื่อนไหวไม่หยุด เขาเตะคนเหล่านั้นรวมถึงชายร่างกำยำที่มาสมทบในตอนหลังจนพวกเขาล้มลงระเนระนาดและกรีดร้องกันไม่หยุด ไม่มีใครอยู่ในสภาพปกติ บางคนแขนหัก บางคนขาหัก

โดยเฉพาะหญิงวัยกลางคนและหญิงสาวในชุดคลุมสีแดง แม้ว่าจางเล่ยจะไม่ได้ทุบตีพวกเธอจนถึงตาย แต่นี่คือความแตกต่างทางด้านสมรรถภาพทางร่างกายของหญิงและชาย นอกจากนั้นจางเล่ยก็ไม่ได้ตบพวกเธอแค่ครั้งเดียว แต่ตบไปหลายครั้งติดต่อกัน!

เป็นฉากที่ชวนให้รู้สึกสะเทือนใจจริงๆ

บรรดาผู้ชมพากันถอยหลังไปสองสามก้าวด้วยความตกใจเพราะกลัวว่าจางเล่ยจะอาละวาดแล้วเลยเถิดมาทุบตีพวกเขาไปด้วย ตอนนี้ไม่มีใครชะล่าใจคิดว่าจางเล่ยจะไม่กล้าทำอะไรเพียงแค่เพราะมีคนมุงดูอยู่เยอะ เพราะเท่าที่เห็นในตอนนี้ คนที่โดนตบและเตะจนร่วงลงไปนอนกับพื้นก็มากกว่าเจ็ดถึงแปดคนแล้ว และยังไม่มีใครสามารถลุกขึ้นมาได้เลย!

เมื่อดูสีหน้าและการกระทำที่ดุร้ายของจางเล่ยในเวลานี้ สายตาที่เหมือนกับดาบอันคมกริบกวาดมองไปยังคนเหล่านั้นที่นอนกรีดร้องอยู่บนพื้น ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมา แม้แต่คนโดยรอบก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามปราม ไม่กล้าแม้แต่จะซุบซิบถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้

ไม่เพียงแต่ผู้ชมเท่านั้น แม้แต่หญิงสาว แม่ตัวจริงของทารกน้อยก็ตกตะลึงในความดุร้ายของจางเล่ย

แต่ในไม่ช้า เธอก็ลุกขึ้นจากพื้นอย่างสิ้นหวัง เธอรีบวิ่งไปทางจางเล่ยและตะโกน “คืนลูกชายมาให้ฉัน คืนเขามา!”

จางเล่ยส่งทารกน้อยให้หญิงสาวอย่างระมัดระวัง เธอรับลูกของเธอมาด้วยมือที่สั่นเทา เธอกอดลูกของเธอและร้องไห้โฮเสียงดัง

อีกเพียงนิดเดียว ลูกของเธอกำลังจะถูกแย่งไปจากอ้อมอกของเธอ การที่เธอเกือบจะสูญเสียลูกไปในวันนี้มันทำให้หญิงสาวตกอยู่ในความหวาดกลัวและตื่นตระหนกอย่างสุดขีด เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นใครและมันเกิดอะไรขึ้น เธอไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร เธอรู้เพียงอย่างเดียวคือการอุ้มลูกเอาไว้ในอ้อมกอดให้แน่นและร้องไห้อย่างขมขื่น!

สิ่งที่เจ็บปวดในชีวิตของคนเป็นแม่คือการที่ต้องสูญเสียลูกไป!

วันนี้หญิงสาวคนนี้เกือบจะถูกพรากลูกออกจากอก แล้วผู้หญิงเพียงคนเดียวจะทนต่อความกลัวความตื่นตระหนกแบบนั้นได้อย่างไร?!

จนกระทั่งจางเล่ยหันหลังและจางไป หญิงสาวก็ไม่มีสติแม้แต่จะคิดว่าต้องขอบคุณเขา

ใบหน้าของจางเล่ยมืดมน แต่ไม่ได้เป็นเพราะหญิงสาวไม่ได้พูดขอบคุณเขา แต่เป็นเพราะความเกลียดชังที่มีต่อแก๊งสัตว์นรกที่คิดจะมาขโมยลูกของคนอื่นไป การถูกปล้นลูกจากอ้อมอกเป็นสิ่งที่โหดร้ายเกินไป!

“จางเล่ย นายดูเท่มากเลยตอนนี้!” ฮั่นจงหัวเราะ “ท่าตบและพลังการเตะที่รุนแรงทำให้ไอ้พวกนั้นล้มกลิ้งไม่เป็นท่า สะใจมาก!”

“เฮอะ—!”

จางเล่ยอดไม่ได้ที่จะแค่นเสียงอย่างเย็นชา ใบหน้าของเขามืดมนดูน่ากลัวมาก “ไอ้สารเลวพวกนั้นไม่มีมนุษยธรรมเลยแม้แต่นิดเดียว ถ้าไม่ติดว่าที่นี่เป็นที่สาธารณะ ฉันจะบดขยี้พวกมันเรียงตัว ใครที่มันทำตัวไม่ควรค่าแก่การเป็นมนุษย์ก็ไม่ควรที่จะมีชีวิตอยู่อย่างมนุษย์! ไม่อย่างนั้นจะต้องมีคนต้องโชคร้ายเพราะสัตว์นรกพวกนี้อีกมาก!”

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและกล่าวว่า “ที่คนพวกนี้มันอุกอาจกล้าทำขนาดนี้ ฉันว่ามันจะต้องมีใครบางคนหรืออาจเป็นองค์กรที่มีอิทธิพลมากคอยหนุนหลังอยู่ ดูจากความเป็นมืออาชีพของคนพวกนั้น คงไม่ได้เพิ่งทำกันแค่ครั้งสองครั้งแน่!”

“จริง!” ฮั่นจงพยักหน้า “ดูผู้หญิงในชุดสีแดงคนนั้นสิ แสดงบทแม่ได้สมจริงมาก ร้องไห้โศกเศร้าแทบขาดใจทั้งๆที่ตัวเองเป็นคนขโมยลูกคนอื่นมา ก่ออาชญากรรมไปแสดงละครไป ทำให้คนอื่นเชื่อสนิทใจเลยว่าเธอคือแม่แท้ๆผู้ให้กำเนิดทารกน้อยคนนั้น ถ้าไปเป็นนักแสดงคงได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง! อย่างไรก็ตาม การจะทำแบบนี้ได้จะต้องฝึกฝนมาเป็นร้อยเป็นพันครั้ง ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถมาถึงระดับนี้ได้อย่างแน่นอน!”

“อืม ยังไงก็ตาม เราต้องเอาสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้มาจำไว้เป็นบทเรียน คราวหน้าต้องระมัดระวังตัวให้ดี ไม่ใช่ใครที่ไหนไม่รู้มายิ้มให้แล้วจะมองเขาเป็นคนดีไปเสียหมด!” จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะส่ายหัว “เหมือนกับเหตุการณ์ในวันนี้ ถ้ามีใครอยากจะใส่ร้ายเรา ทุกสิ่งทุกอย่างอีกฝ่ายเตรียมการไว้หมดแล้ว เราอาจจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเข้าจริงๆ!”

“ฉันจะจำไว้ให้แม่นเลย!” จางเล่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย “ว่าแต่นี่มันก็นานมากแล้วนะ ทำไมตำรวจยังไม่มาอีก.. เจ้าบ้า นายยังไม่ได้โทรแจ้งตำรวจอีกเหรอ?”

“ฉันโทรแจ้งไปตั้งนานแล้ว แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา!”

จี้เฟิงส่ายหัวและพูดว่า “ตั้งแต่ต้นจนจบฉันเห็นแค่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนเดียวที่อยู่ตรงทางออก แถมยังถูกจีนมุงยืนบังจนไม่สามารถเบียดแทรกเข้ามาได้ เผลอๆเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง ถึงแม้ว่าเขาจะต้องการรู้ก็ตาม”

“ให้ตายเถอะ กฎหมายบ้านเมืองมีไว้ทำไมกัน!” ฮั่นจงอดไม่ได้ที่จะตวาด “ถ้าเป็นที่เจียงโจว อย่างน้อยๆจะต้องมีตำรวจคอยตรวจตราอยู่ตามสถานีรถไฟเป็นประจำ แต่ที่นี่กลับมีแค่รปภ.คนเดียว!”

“วี๊~หว่อ ... วี๊~หว่อ ...”

ทันใดนั้น เสียงไซเรนก็ดังขึ้นมาแต่ไกล และเพียงไม่นาน เสียงนั้นก็เข้าใกล้มากขึ้นเรื่อยๆอย่างรวดเร็ว

“มากันแล้ว!” จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเล็กๆ “ก็เหมือนอย่างในหนัง ตำรวจมักจะมาตอนทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วเสมอ สงสัยหน้าที่หลักจริงๆคงเป็นทำความสะอาดเคลียร์พื้นที่แล้วก็จับกุมคนร้ายหลังจากที่มีคนจัดการไว้ให้แล้ว...”

ในขณะนี้ ในทิศทางที่เสียงของไซเรนดังอยู่ ก็มีเสียงคนตะโกนดังขึ้นเหมือนคนต่อสู้กัน และคนเหล่านั้นที่ถูกจางเล่ยจัดการจนนอนกรีดร้องอยู่บนพื้นก็หน้าซีดเผือดด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงไซเรน พวกเขาไม่สนใจบาดแผลทั่วร่างกายที่เกิดจากฝีมือของจางเล่ยและรีบกัดฟันลุกขึ้นเพื่อที่จะวิ่งหนี

แต่ผู้คนโดยรอบจะปล่อยพวกเขาไปง่ายๆได้อย่างไร ต้องบอกว่ายิ่งเป็นเมืองที่เล็กมากเท่าไหร่ผู้คนก็ยิ่งกล้าหาญมากขึ้นเท่านั้น ต่างจากผู้คนในเมืองใหญ่ที่มีเรื่องให้ต้องกังวลต่างๆนานา และที่ฮั่วเหอนี้ก็เป็นอีกเมืองหนึ่งที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก ผู้คนที่เห็นสถานการณ์หลายคนยังไม่แน่ใจว่าฝ่ายไหนถูกฝ่ายไหนผิด ดังนั้นจะไม่มีใครหนีรอดออกไปได้ จะต้องอยู่เฉยๆรอตำรวจมาจัดการ!

ผู้ชมจำนวนมากหยุดพวกเขาทันที

“แม่งเอ๊ย ถอยไปดิวะ! หลบไปไอ้พวกบ้า!” ชายคนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มขโมยเด็กหยิบมีดสั้นออกมาจากกระเป๋าและกำลังจะไล่แทงฝูงชนที่ขวางทางเขาอยู่ให้เปิดทาง

“ไอ้สารเลวนั่นกำลังจะหนีไป!” จางเล่ยตะโกนและกำลังจะไล่ตามเขา

“เอาขวดน้ำมาให้ฉัน!” จี้เฟิงพูดอย่างรวดเร็ว

ฮั่นจงรีบส่งขวดน้ำแร่ในมือของเขาให้จี้เฟิงทันที จี้เฟิงรับขวดน้ำมาและชั่งน้ำหนักขวดน้ำในมือสองสามครั้งและเขวี้ยงอย่างแรงใส่ผู้ชายที่กำลังจะหลบหนี

“ตู้ม—!”

ขวดน้ำแร่โดนหัวของผู้ชายคนนั้นเข้าเต็มเปาและทำให้เขาสลบไปทันที

จี้เฟิงยักไหล่ “หนีไม่ได้แล้ว!”

“สุดยอด!” จางเล่ยหัวเราะและยกนิ้วให้จี้เฟิง ผู้ชายที่ต้องการจะหนีอยู่ห่างออกไปมากกว่า 10 เมตร แต่จี้เฟิงทำให้เขาหมดสติได้ จางเล่ยลองนึกว่าถ้าเป็นตัวเขาเองคงไม่สามารถทำได้อย่างแม่นยำแบบนี้แน่นอน

หลังจากที่ชายคนนั้นถูกขวดน้ำกระแทกจนสลบไป ก็ไม่มีใครกล้าวิ่งหนีอีก พวกเขาได้แต่ยืนอึ้งด้วยความงุนงง ส่วนบางคนได้รับบาดเจ็บหนักจนทำได้แค่เพียงนอนอยู่กับพื้นและร้องครางด้วยเสียงต่ำ

จี้เฟิงหันหน้าไปอีกฝั่งและขมวดคิ้ว “ทำไมตำรวจยังไม่มาอีก? ระยะทางหลายสิบเมตรนี่คงเต็มไปด้วยอุปสรรคนานาชนิด มีภูเขาและแม่น้ำขวางกั้นสินะถึงได้มาช้าขนาดนี้!”

“ดูเหมือนว่าตำรวจจะถูกกลุ่มอันธพาลขัดขวางเอาไว้อยู่!” เซียวหยูซวนขมวดคิ้ว “ทำไมมันถึงได้บังเอิญจัง? ไม่ใช่ว่าพวกเขาเป็นแก๊งเดียวกันหรอกนะ?!”

“ถึงเวลาที่จะตำรวจจะต้องสืบสวนเรื่องนี้อย่างจริงจังแล้ว!” จี้เฟิงกล่าว “ดูสถานการณ์ทางนี้ก่อน อย่าปล่อยให้ใครหนีไปได้ ฉันขอไปโทรศัพท์แปบหนึ่ง...”

“ไม่ต้องห่วง ใครก็ตามที่คิดจะหนี ฉันจะหักขามันทั้งเป็น!” จางเล่ยพูดอย่างชั่วร้าย เขาเกลียดคนเลวเหล่านี้มาก

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่จี้เฟิงหยิบโทรศัพท์ออกมา ถงเล่ยก็พูดขึ้นทันที “จี้เฟิงคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นใช่คนที่มารอรับเราหรือเปล่า?”

จี้เฟิงตกใจและหันไปมองตามสายตาของถงเล่ย และพบว่าที่ด้านหลังของฝูงชน มีป้ายหนึ่งถูกยกสูงขึ้น ป้ายนั้นถูกเขียนไว้ว่า ‘จี้เฟิง เจียงโจว’

“ใช่แล้วล่ะ น่าจะเป็นคนที่จี้เส้าฮงส่งมารับเราที่นี่” จี้เฟิงพยักหน้าเล็กน้อย

ในตอนนี้ในที่สุด คนที่ถือป้ายก็เดินฝ่าฝูงชนเข้ามา เขาเป็นชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบปี ผมบางจนเกือบล้าน ในเวลานี้เขาเต็มไปด้วยเหงื่อจากความวิตกกังวล เขายังคงชูป้ายขึ้นสูงและมองไปรอบๆ

“ทางนี้ครับทางนี้!” ฮั่นจงกวักมือเรียก “คนที่คุณกำลังมองหาอยู่ตรงนี้ครับ!”

ชายวัยกลางคนตกใจแล้วรีบเดินมาหาพวกเขาทันที “ขอโทษที พวกคุณมาจากเจียงโจวใช่ไหม? แล้วคนไหนคือจี้เฟิง?”

“ฉันเอง!” จี้เฟิงยกมือขึ้นเล็กน้อย

ดวงตาของชายวัยกลางคนเป็นประกายทันที และรอยยิ้มสดใสก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา “สวัสดีครับ ฉันคือฟาง ต๋าหมิน ผู้อำนวยการสำนักงานเทศมณฑล หัวหน้าฝ่ายบริหารจี้ส่งฉันมา”

ชายวัยกลางคนที่ชื่อฟางต๋าหมินยื่นมือออกมาขณะพูด

จี้เฟิงยิ้มและจับมือกับเขา “สวัสดีครับผู้อำนวยการฟาง ต้องขอโทษด้วยจริงๆที่ทำให้คุณต้องลำบากในการเดินทาง...”

“ไม่เลยครับไม่เลย! ... คุณจี้และคนอื่นๆ โปรดตามฉันมา รถของเราจอดรอพวกคุณอยู่ข้างหน้านี้เอง” ฟาง ต๋าหมินกล่าวด้วยรอยยิ้ม “หัวหน้าจี้ได้จัดเตรียมที่พักสำหรับพวกคุณทุกคนไว้เรียบร้อยแล้ว”

“ผู้อำนวยการฟาง รอเดี๋ยวหนึ่งครับ พอดีมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นที่นี่...” จี้เฟิงชี้ไปที่หญิงสาวที่นั่งอยู่บนพื้นโดยอุ้มเด็กทารกไว้และพูดขึ้นว่า “มีกลุ่มคนสารเลวกลุ่มหนึ่งต้องการจะขโมยลูกของเธอ แต่ดูเหมือนตำรวจจะถูกขัดขวางไว้ด้วยคนบางกลุ่ม ก็เลยยังไม่ได้มาจัดการเรื่อง.. ฉันสงสัยว่าผู้อำนวยการพอจะจัดการเรื่องนี้ได้หรือเปล่าครับ?”

“อ่า...” ผู้อำนวยการฟางตกตะลึง “มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นด้วยหรือ? ... เอาล่ะๆ พวกคุณไม่ต้องกังวล ฉันจะจัดการทันที! ตอนนี้พวกคุณออกเดินทางก่อนเถอะ หัวหน้าจี้กำลังรอพวกคุณอยู่”

“ต้องลำบากผู้อำนวยการแล้ว!” จี้เฟิงพยักหน้าและยิ้ม

“โปรดตามฉันมา!” ผู้อำนวยการฟางนำจี้เฟิงและคนอื่นๆไปที่ถนนข้างหน้าจัตุรัสทันที ซึ่งมีรถสามคันจอดรอจี้เฟิงและคนอื่นๆอยู่

หลังจากจัดแจงให้จี้เฟิงและคนอื่นๆขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว ผู้อำนวยการฟางก็ไม่ได้ตามกลับไปด้วย แต่ไปจัดการเรื่องเด็กที่เกือบจะถูกขโมยตัวไป

“เจ้าบ้า นายจะรีบไปทำไม ฉันยังไม่ได้เห็นเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับไอ้สัตว์นรกพวกนั้นบ้าง!” จางเล่ยหงุดหงิดและไม่เข้าใจ “อย่างน้อยฉันก็ต้องได้เห็นพวกมันถูกจับไปขังคุกกับตา ฉันถึงจะสบายใจ!”

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะและพูดว่า “เล่ยซือ ทำไมนายจะต้องเห็นมันด้วยตาของตัวเองขนาดนั้นด้วย เราอยู่ต่อก็ไม่มีประโยชน์อะไร แต่ถ้าพวกเขาอยากให้เราไปให้การเป็นพยาน เมื่อถึงตอนนั้นเราค่อยไปก็ยังไม่สาย ยิ่งกว่านั้น เรื่องนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับจี้เส้าฮง การที่เราปล่อยให้เขาจัดการมันจะไม่เกิดประโยชน์กว่าหรือ?”

“นั่นก็จริง!” จางเล่ยพยักหน้า จากนั้นก็พูดอย่างโกรธเคือง “ให้ตายเถอะ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในจัตุรัสของสถานีรถไฟ ผู้คนพลุกพล่านมากมายขนาดนี้มันยังกล้าลงมือ แต่ถ้าฉันได้เจอเหตุการณ์แบบนี้ในที่เปลี่ยวกว่านี้ซักหน่อยละก็ เรื่องจะไม่มีวันจบจนกว่าพวกมันจะตายคาตีนฉัน!”

“ฉันเกรงว่า...เรื่องนี้มันยังไม่จบ” จี้เฟิงกล่าว

“นายหมายความว่าไง?” จางเล่ยอดไม่ได้ที่จะตกใจ

จี้เฟิงแค่นเสียง “เราอาจจะตกเป็นเป้าหมายของใครบางคนแล้วล่ะตอนนี้ ถ้าให้เดา ฉันคิดว่าน่าจะเป็นพวกเดียวกับพวกที่ขโมยเด็กเมื่อกี้นี้... มองไปด้านหลังสิ!”

....จบบทที่ 978 ~

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด