ตอนที่แล้วบทที่ 45 – ความผูกพันฉันท์พี่น้อง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 47 - ห่างไกลจากบ้าน

บทที่ 46 – ออกจากโรงเรียน


ผมจะต้องไปจากโรงเรียนที่ผมเรียน และใช้ชีวิตอยู่จนเหมือนบ้านหลังที่ 2 ของผมแล้ว ผมเกลียดความรู้สึกที่จะต้องออกจากที่แห่งนี้ไป ผมมองกลับไปที่อาคารต่าง ๆ สวน และต้นไม้ที่อยู่ในโรงเรียนด้วยความอาลัยอาวรณ์ ทำไมเวลาถึงได้ผ่านไปรวดเร็วนัก ผมเดินกลับไปกลับมาด้วยความวุ่นวายใจ

ข้าง ๆ ตัวผม อาจารย์ตี้มองดูผมที่ทำตัวเหมือนไม่อยากจะจากไป ถอนหายใจเบา ๆ แล้วพูดว่า “ถ้าเธอต้องไป อย่างไรเธอก็ต้องจากไป แต่เธอก็สามารถกลับมาเยี่ยมที่นี่ได้เสมอ แล้วตอนที่เธอกลับมา อาจารย์แน่ใจว่าเธอจะต้องนำชื่อเสียงกลับมาให้โรงเรียน รวมถึงอาจารย์ได้อย่างแน่นอน แล้วนี่เธอก็โตแล้ว เธอไม่ใช่เด็กเล็ก ๆ  อย่าทำตัวเหมือนยังเป็นเด็กอยู่ รีบไปกันได้แล้ว”

พวกเราเดินออกไปที่ประตูของโรงเรียนอย่างช้า ๆ ผมยังคงหันมองไปรอบ ๆ เห็นตัวอักษรตัวใหญ่ที่จารึกอยู่บนแท่นหินแกรนิต ‘โรงเรียนมัธยมเวทย์มนต์หลวง’ ดวงตาของผมเริ่มชื้นอีกครั้งหนึ่ง

“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่! รอเดี๋ยว! ผมมาส่งพี่” เห็นหม่าเคอรีบวิ่งเข้ามา หายใจหอบ ผมไม่ได้บอกเขาล่วงหน้า ว่าผมจะออกไปวันนี้ ผมแค่ไม่อยากเจอกับบรรยากาศของการแยกจากที่น่าหดหู่

“ทำไมพี่ไม่บอกผมว่าพี่กำลังจะไป? ผมเป็นน้องพี่นะ!” สีหน้าของหม่าเคอ เดาไม่ออกเลยว่าจะหัวเราะ หรืออยากร้องไห้ “นี่ผมให้พี่ แล้วพี่ต้องรีบกลับมาล่ะ ผมจะรอพี่อยู่ที่สถาบันเวทย์มนต์ระดับสูง เรายังต้องเรียนด้วยกันอีก” หม่าเคอหยิบมีดสั้นออกมาจากบริเวณอกเสื้อของเขา มันถูกตกแต่งไว้อย่างงดงาม บนฝักของมีดสั้นถูกฝังไว้ด้วยอัญมณีหลายชนิด ผมรับมันไว้ แต่ไม่ได้สังเกตดูมันอย่างละเอียดนัก ตอนนี้ผมใจของผมเต็มไปด้วยความรู้สึกของหดหู่ของการจากลา ทำให้ผมไม่ได้สนใจอะไรอย่างอื่นอีก แต่สายตาของอาจารย์ตี้ที่ยืนอยู่ด้านข้างของผมมีประกายแปลกใจแวบขึ้นมา

ผมหยุดตอนนี้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นมันจะจากไปได้ยากขึ้นอีก ผมกัดฟันหันหลังกลับ และก้าวออกไปพร้อมกับอาจารย์ตี้ ผมห้ามตัวเองไม่ให้หันหลังกลับได้อย่างยากลำบาก แต่ผมกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ น้ำตาของผมมันไหลออกมาเป็นสาย

“เธอไม่ต้องคิดถึงหม่าเคอให้มากนักหรอก ไม่นานก็ได้กลับมาเจอกันแล้ว ตอนนี้ เธออยากขึ้นไปดูทิวทัศน์บนท้องฟ้ามั้ย?”

คำพูดของอาจารย์ตี้ดึงความสนใจของผม “ท้องฟ้า? ผมจะขึ้นไปบนท้องฟ้าได้ยังไง?”

“อะไรนะ! อย่าบอกอาจารย์นะว่าเธอลืม? จำไม่ได้หรือว่า ธาตุรองของอาจารย์คือธาตุลม นักเวทย์ธาตุลมบินได้” อาจารย์ตี้ร่ายเวทย์ลมเหินใส่ตัวเอง แล้วลอยขึ้นจากพื้นช้า ๆ

“นี่เป็นครั้งแรกเลยครับ ที่ผมเห็นอาจารย์บิน แล้วผมจะบินไปด้วยได้ยังไงครับ?” ผมยังไม่สามารถใช้เวทย์ลมได้

“อาจารย์พาเธอไปเอง จับอาจารย์ให้แน่น ๆ” เขายื่นมือมาให้ผมจับ

ง่าย ๆ อย่างนั้นแหละ อาจารย์ตี้กับผม พุ่งไปบนท้องฟ้า ผมรู้สึกว่าการบินได้มันก็ไม่เลวเลย ผืนป่าทอดตัวอยู่ด้านล่าง หมู่บ้านมองดูจากข้างบนแล้วเห็นคนที่เดินอยู่ตัวเล็กเหมือนมด มีสายลมพัดเบา ๆ เข้ามาปะทะกับใบหน้าของผม มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเป็นผู้มีชีวิตอมตะ ผมเอ่ยปากถามอาจารย์ตี้ด้วยความอิจฉา “เมื่อไรผมจะบินได้บ้างครับ?”

“มันไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ต่อให้เธอไม่สามารถใช้เวทย์ธาตุลมได้ เธอก็น่าจะมีโอกาสเรียนรู้การใช้จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ระดับสูงที่ให้ผลเหมือนกันในภายหลัง แล้วเธอก็จะสามารถบินได้”

“เราสามารถใช้จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ในการบินได้ด้วยเหรอครับ?” ผมถามด้วยความสงสัย

“ใช่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น การบินด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ยังมีความเร็วมากกว่าการใช้เวทย์มนต์ แต่มันไม่สามารถใช้ได้นานนัก”

คำพูดของอาจารย์ตี้กระตุ้นความอยากเรียนรู้จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของผมขึ้นมา การบินได้เป็นเรื่องดีจริง ๆ ในอนาคต ถ้ามีโอกาส ผมต้องตั้งใจทุ่มเทฝึกฝนจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ อย่างน้อยให้ผมบินได้ก็พอแล้ว

หลังจากลอยอยู่บนท้องฟ้าประมาณ 1 ชั่วโมง ผมเห็นสีหน้าของอาจารย์ตี้เริ่มซีดลง เพราะอย่างไรก็ตาม การบินเป็นเวลานานย่อมใช้พลังเวทย์ปริมาณมหาศาล แล้วเขายังต้องพาคนมาด้วยอีก ถึงแม้ว่าอาจารย์ตี้จะเป็นเมธีเวทย์ มันก็ยังเป็นภาระที่หนักหนามาก

“อาจารย์ครับ ลงไปพักกันข้างล่างก่อนเถอะครับ” ผมพูดด้วยความเป็นห่วง

“ได้เลย อา!...อาจารย์แก่แล้วจริง ๆ ร่างกายมันเหมือนว่ากำลังจะตาย ดูเหมือนว่ามันจะทนรับภาระการใช้เวทย์มนต์เป็นเวลานานไม่ได้แล้ว”

เราร่อนลงมาพักอยู่ข้างเนินเขาเล็ก ๆ อยู่สักพักหนึ่ง แล้วจากนั้นพวกเราก็เริ่มออกเดินทางกันต่อ

ด้วยการบินไปเกือบตลอดทาง พวกเรากลับมาถึงบ้านเกิดของผมในที่สุด ผมในตอนนี้เป็นความภาคภูมิใจของหมู่บ้าน ตอนที่ทุกคนรู้ว่าผมมีศักยภาพพอที่จะกลายเป็นมหาเมธีเวทย์ได้ คำสรรเสริญเยินยอก็หลั่งไหลเข้ามาจนทำให้ผมเกือบลอยได้ เมื่อพ่อกับแม่เห็นผมกลับมา พวกเขาดีใจจนแทบจะพูดอะไรไม่ออก ตอนนี้ผมไม่กล้าบอกใครว่า ผมกลับบ้านมาพร้อมกับเมธีเวทย์ 1 ใน 10 คนของทวีป ไม่อย่างนั้นบ้านผมแตกด้วยจำนวนคนที่จะมาหาแน่นอน

หลังจากที่ได้พักผ่อนกันมาทั้งวัน อาจารย์ตี้คุยกับพ่อแม่ของผม ถึงเรื่องที่จะให้ผมออกเดินทางเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ พวกเขาได้ฟังแล้วก็เงียบกันไปทั้งคู่ ในใจของพวกเขา สถาบันเวทย์มนต์หลวงเป็นทางเลือกที่ดี เป็นเส้นทางที่มีคนปูทางไว้ให้แล้ว รวมทั้งยังกังวลถึงความปลอดภัยของผม แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขาให้ความเคารพอาจารย์ตี้มาก พวกเขาไม่ได้พูดอะไร

ถึงตอนค่ำ อาจารย์ตี้และผมเดินออกมานอกหมู่บ้าน ผมกำลังเพลินอยู่กับทิวทัศน์อันงดงามในยามค่ำคืน อาจารย์ตี้หยุดเดินอย่างกะทันหัน แล้วหันมาบอกผมด้วยสีหน้าอันเคร่งขรึม “จางกง ภารกิจที่อาจารย์มอบหมายให้เธอ ถือว่าเป็นงานที่ยากมาก ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของเธอ อาจารย์จะให้ของติดตัวเธอไว้  2 อย่าง” เขาหยิบม้วนเวทย์มนต์ออกมาจากอกเสื้อของเขา 3 ม้วน

“ความสามารถของม้วนเวทย์ทั้ง 3 ม้วนนี้เหมือนกัน กล่าวสั้น ๆ มันคือม้วนเวทย์หลบหนี มันสามารถย้ายเธอออกไปได้ทันที  50 กิโลเมตรจากที่ ๆ ที่เธออยู่ เก็บรักษามันไว้ให้ดี มันจะช่วยชีวิตเธอได้”

ผมรับม้วนเวทย์มนต์มาแล้วตอบรับ “ขอบคุณครับ อาจารย์”

“ส่วนอันนี้ อาจารย์เคยขอให้เมธีเวทย์อันดับ 1 ของทวีป จัดตั้งผังเวทย์มนต์ไว้ที่โรงเรียน ตอนที่เธอพบเจอกับปัญหาที่แก้ไม่ได้ระหว่างที่ทำภารกิจ เธอสามารถใช้ผังเวทย์มนต์นี้เพื่อเคลื่อนย้ายกลับไปที่โรงเรียนได้ วิธีการวาดผังเวทย์ และวิธีการกระตุ้นเวทย์มนต์ถูกเขียนอยู่ในสมุดเล่มเล็กนี้ แต่เธอควรจะจำมันให้ขึ้นใจเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ มันสามารถช่วยเคลื่อนย้ายได้แม่นยำมากกว่า 9 ส่วน” พูดจบ อาจารย์ตี้ส่งหนังสือเล่มเล็กที่ดูบอบบางให้ผม

หลังจากผมรับหนังสือเล่มนั้นมา อาจารย์ตี้พูดต่อไปว่า “ตั้งใจฟังให้ดี ตอนที่เธอใช้ผังเวทย์มนต์นี้ พลังเวทย์ของเธอควรจะอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด ไม่อย่างนั้นมันจะเกิดความคลาดเคลื่อนขึ้น”

“ผมเข้าใจครับ ผมจะตั้งใจฝึกมันให้เชี่ยวชาญ”

“แล้วก็อีกอย่าง อาจารย์ฝากเงินเข้าบัตรม่วงของเธอไว้แล้ว 1,000 เหรียญเพชร มันน่าจะเพียงพอให้เธอใช้จ่ายได้อย่างไม่ต้องตระหนี่เกินไปนัก สำหรับภารกิจของเธอ ตำแหน่งคร่าว ๆ ของสิ่งประดิษฐ์ศักดิ์สิทธิ์ น่าจะอยู่ในหุบเขาสักแห่ง ภายในอาณาจักรต้าลู่ เธอจะต้องไปที่นั่นเพื่อมองหามัน แค่นี้แหละ! ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่อาจารย์อยากบอกเธอ”

ผมจดจำสิ่งที่อาจารย์ตี้บอกอย่างตั้งใจ แต่เหมือนว่าเขาจะนึกอะไรออกขึ้นมาได้อีก “อ้อใช่แล้ว! ก่อนที่เราจะออกมาจากโรงเรียน หม่าเคอให้มีดสั้นกับเธอมา นั่นมันไม่ใช่มีดสั้นธรรมดา ถึงมันจะไม่ได้เป็นสิ่งประดิษฐ์ศักดิ์สิทธิ์ แต่มันก็มีพลังบางอย่างอยู่ มันสามารถแทงทะลุการป้องกันเวทย์ และจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ได้ ใช้มันอย่างระมัดระวัง!”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด