ตอนที่แล้วบทที่ 155: ครอบครัวของเรามีหมอผี
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 157: ทายาให้แก่ลูก ๆ

บทที่ 156: แค่เนื้อถุงเดียวก็พอ


“พี่จะทำอย่างนั้นได้ยังไง น้องเล็ก เจ้าเป็นผู้หญิง พี่ปล่อยให้เจ้าดูแลท่านแม่คนเดียวไม่ได้หรอก!” หูชิงเกาผู้เป็นพี่รองปฏิเสธทันที

“ถูกต้อง เราจะปล่อยให้เจ้าดูแลท่านแม่คนเดียวได้ยังไง เรา 3 คนดูไร้ประโยชน์ขนาดนั้นเลยหรือ?” หูชิงหยวน พี่ชายคนที่ 4 ขมวดคิ้วพลางโต้ตอบน้องสาวอย่างไม่เห็นด้วย

“น้องเล็ก ไม่ต้องกังวลหรอก เจ้ากลับไปเถอะ พวกพี่จะเตรียมอาหารให้ท่านแม่เอง” หูชิงหลู่ พี่ชายคนที่ 3 ให้คำมั่นแก่น้องคนสุดท้อง

ขณะนี้พี่ชายทั้ง 3 คะยั้นคะยอผลักหูเจียวเจียวให้เดินออกจากบ้านไป

จิ้งจอกสาวจึงหันหน้ากลับไปมองพวกเขาด้วยความสงสัย

“พวกท่านจะทำอาหารให้ท่านแม่เองหรือ?”

เธอจำได้ว่านอกเหนือจากฝีมือการทำเนื้อย่างของหูเฉียงผู้เป็นพ่อแล้ว ฝีมือการทำอาหารของ 4 พี่น้องตระกูลหูอยู่ในระดับเดียวกับหลงโม่

3 พี่น้องจิ้งจอกพยักหน้าพร้อมเพรียงกัน

“ใช่ พวกเรา—”

“แบบนั้นอาการของท่านแม่แย่ลงกว่าเดิมแน่ วันนี้ข้าจะดูแลนางเอง พวกท่านกลับไปพักผ่อนเถอะ”

ก่อนที่พวกพี่ชายจะพูดจบ หูเจียวเจียวก็ปฏิเสธพวกเขาอย่างไม่ไยดี

“แต่—”

“ท่านแม่จะต้องหายป่วยในเร็ว ๆ นี้แน่นอน พวกท่านไม่ต้องห่วง”

“...” คำพูดของคนเป็นน้องสาวทำให้ชายหนุ่มทั้ง 3 ไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้อีก

เวลาต่อมา ในที่สุดทั้ง 4 คนก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน

เมื่อจิ้งจอกสาวเดินกลับบ้านไปแล้ว 3 พี่น้องตระกูลหูที่คิดว่าน้องสาวเป็นหมอผีก็ตื่นเต้นจนไม่สนใจที่จะกลับไปพักผ่อนกันเลยสักคน ดังนั้นพวกเขาจึงออกไปอวดให้ชาวบ้านรับรู้ว่าน้องเล็กของตัวเองเป็นหมอผี

จนกระทั่งเกือบจะได้เวลาอาหารเย็นแล้ว เหล่าภูตชายในเผ่าก็เริ่มจุดไฟและย่างเนื้อให้คู่ของตน ในขณะที่ผู้หญิงกลุ่มหนึ่งกำลังจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างฉุนเฉียวอยู่นอกลานบ้าน

“จริงหรือที่เทพอสูรมอบนิมิตบางอย่างให้นางทำถ่าน แล้วนางก็แทบรอไม่ไหวที่จะอวดอ้างนำมาเป็นความดีความชอบของตัวเอง”

“นางมันก็แค่คนที่ชอบโอ้อวด แล้วอีกอย่าง วันนี้ข้าได้ยินมาว่าหูหมินป่วย ถ้าหูเจียวเจียวมีความสามารถมากขนาดนั้น ทำไมนางไม่รักษาอาการป่วยของแม่ตัวเองด้วยล่ะ?”

ยามนี้ผู้หญิง 2 คนที่กำลังนินทาคนอื่นกันอย่างออกรสมีอายุประมาณ 30 ปี พวกนางเคยหัวเราะเยาะหูหมินที่ปฏิบัติต่อหูเจียวเจียวผู้เป็นลูกสาวที่เอาแต่ใจและไร้เหตุผลเหมือนกับสมบัติล้ำค่า แต่ตอนนี้จิ้งจอกสาวกลับกลายเป็นคนสำคัญในเผ่า ทั้งคู่จึงเริ่มรู้สึกอิจฉาริษยาอีกฝ่าย

แถมลูกชาย 4 คนของหูหมินยังกตัญญูมาก เพราะพวกเขามักจะเอาอาหารรวมถึงหนังสัตว์กลับไปส่งให้แม่ของตนที่บ้านตลอด

ไหนจะเรื่องที่ลูกชายคนโตของตระกูลหูแข็งแกร่งรองจากอิงหยวน ส่วนลูกชายคนที่ 3 ถูกคัดเลือกให้ไปแลกเปลี่ยนเกลือกับอิงหยวน และลูกชายคนรองยังได้รับความไว้วางใจให้เรียนรู้วิธีทำถ่าน ในขณะที่ลูกชายคนที่ 4 แม้ว่าจะไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่เขาก็มีความสามารถเช่นเดียวกับลูกคนอื่นในครอบครัวของตนที่ทำมาหากินเองได้

ทันทีที่หญิงวัยกลางคนทั้ง 2 พูดจบ ผู้หญิงรูปร่างท้วมคนหนึ่งก็ยืนขึ้นชี้หน้าของพวกนางแล้วตะโกนว่า

“พวกเจ้ามันปากไม่มีหูรูด ทำเป็นแค่ดูถูกคนอื่น ถ้าแน่จริง ในยามที่ฤดูหนาวมาเยือน พวกเจ้าก็อย่าใช้ถ่านที่เจียวเจียวทำสิ แล้วมาดูกันว่าเจ้า 2 คนจะแข็งตายหรือไม่!”

“เจียวเจียวสามารถให้เทพอสูรมาฝากนิมิตได้ เพราะเทพอสูรเห็นคุณค่าในตัวนาง นั่นก็บ่งบอกชัดเจนแล้วว่านางมีความสามารถ ไม่งั้นทำไมไม่เห็นเทพอสูรมาให้นิมิตกับพวกเจ้าล่ะ?”

“นอกจากมานั่งนินทาลับหลังคนอื่นทุกวัน หรือผลาญเสบียงในเผ่าแล้ว ข้าไม่เห็นพวกเจ้าทำประโยชน์อะไรให้เผ่าเลย สมควรแล้วที่ยังมีสภาพแบบนี้!”

คนที่พูดประโยคข้างต้นทั้งหมดก็คือโหวเซียงนั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีลูกลิงตัวเล็กขนปุย 2 ตัวนอนอยู่บนไหล่ของนาง โดยที่พวกเขาตบมือพลางแลบลิ้นปลิ้นตาใส่คนขี้อิจฉา

เมื่อภูตหญิงวัยกลางคนทั้ง 2 ได้ยินคำพูดของโหวเซียง ใบหน้าของพวกนางก็น่าเกลียดขึ้นทันที

“การที่เจียวเจียวส่งของให้แม่มันผิดอะไร? ในใจพวกเจ้าก็คงไม่อยากให้ลูก ๆ ทิ้งขวางแล้วปล่อยให้ดูแลตัวเองหรอกใช่ไหม? ถ้าพวกเจ้ามีเวลาว่างมากนัก ทำไมพวกเจ้าไม่กลับไปบอกให้ผู้ชายในบ้านตัวเองทำงานให้หนักขึ้นล่ะ?”

ภูตลิงสาวไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้โต้กลับเลย มิหนำซ้ำ คำพูดทุกคำของนางมันตรงมากจนคนพวกนั้นเถียงไม่ได้สักคำและได้แต่ยืนหน้าแดงด้วยความอับอาย

“ใช่ ข้าไม่ได้บอกสักหน่อยว่านั่นเป็นสิ่งที่ผิด...”

“ใครมีลูกแล้วไม่อยากให้ลูกตัญญูบ้าง เจ้ากำลังกล่าวหาข้าอยู่นะ!”

ผู้หญิง 2 คนพูดพร้อมกับจ้องมองโหวเซียงด้วยความโกรธ

อีกฝ่ายมองว่าพวกนางต่อต้านหูเจียวเจียวอย่างนั้นหรือ? ทั้งคู่ก็แค่อิจฉาหูหมินที่มีลูกเอาการเอางานเท่านั้น

หลังจากที่ภูตหญิงเหล่านี้พูดจบ พี่น้อง 3 คนของตระกูลหูที่เพิ่งบอกลาหูเจียวเจียวก็วิ่งไปทั่วเผ่าเพื่ออวดทุกคนที่พวกตนพบเจอไม่หยุด

“น้องสาวของข้าเป็นหมอผี!”

“น้องสาวคนเล็กของข้าเพิ่งรักษาอาการป่วยของท่านแม่!”

“หมอผีที่หายากกว่าหมอ พวกเจ้าเคยเจอไหม? น้องสาวของข้าคือหมอผี!”

เรื่องราวนี้ถูกเล่าซ้ำเป็นร้อย ๆ ครั้งจากปากผู้เป็นพี่ชายอย่างไม่รู้จักเบื่อ ชายหนุ่มทั้ง 3 วิ่งไปทั่วเผ่าแล้วตะโกนป่าวประกาศให้ภูตทุกคนรู้

ในเวลาเดียวกัน สีหน้าของหญิงวัยกลางคนทั้ง 2 ที่กำลังพูดอย่างฉุนเฉียวก็ยืนตัวแข็งทื่อทันที

หมอผี!?

สถานะของหมอผีในเผ่านั้นสำคัญพอ ๆ กับสถานะของหัวหน้าเผ่า! หูหมินในชาติก่อนคงทำบุญทำทานเอาไว้มากถึงมีเรื่องดี ๆ แบบนี้เกิดขึ้น

นางคลอดลูกสาวผู้โชคดีออกมา!

ครู่ต่อมา อารมณ์ของภูตหญิง 2 คนก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่ามันเป็นความอิจฉาหรืออะไร

“หมอผี?” ทางด้านโหวเซียงเมื่อได้ยินเช่นนี้ก็ผงะไปชั่วขณะ จากนั้นนางก็หัวเราะออกมาเสียงดัง “พวกเจ้าได้ยินไหม เจียวเจียวรักษาอาการป่วยของแม่ตัวเองแล้ว!”

“เจียวเจียวมีความสามารถจริง ๆ ตอนนี้พวกเจ้ายังอยากพูดอะไรอีกไหม?”

บัดนี้ภูตหญิงขี้อิจฉา 2 คนได้แต่รู้สึกละอายใจ

พอทั้งคู่คิดถึงลูกในครอบครัวของตัวเองที่ทำเป็นแค่กิน เล่น นอนแล้วก็ขี้ พวกนางก็รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที

อิจฉางั้นรึ?

ไร้สาระ!

ถ้าข้ากลับไปถึงบ้านเมื่อไหร่ ข้าจะจับลูกมาขัดเกลานิสัยใหม่ ให้พวกมันทำงานหนักเพื่อข้า! ไอ้พวกลูกไม่ได้ความ แม้แต่กับผู้หญิงก็ยังเทียบไม่ได้!

ในขณะเดียวกัน ลูก ๆ ของพวกนางที่กำลังนอนอยู่ที่บ้านรู้สึกเย็นวาบไปทั่วหลัง...

อีกด้านหนึ่ง

ยามที่หูเจียวเจียวกลับถึงบ้าน พระอาทิตย์ก็ลาลับขอบฟ้าจนท้องฟ้าครึ่งหนึ่งทอแสงสีแดง

ขณะนี้พวกโหวเสี่ยวเตียวเพิ่งทำงานเสร็จ หญิงสาวจึงเข้าไปตรวจสอบความคืบหน้าของบ้านหิน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วพวกเขาก็พากันแยกย้ายกลับไป

วันนี้ลูกของหูเจียวเจียวอยู่ที่บ้านอย่างเชื่อฟัง ทันทีที่พวกเขาเห็นผู้เป็นแม่กลับมาที่บ้าน หลงหลิงเอ๋อกับหลงเหยาก็เดินตามหลังเธอต้อย ๆ ส่วนพวกหลงอวี้ก็ออกไปดูแม่จิ้งจอกเช่นกัน พอเห็นว่าเธอสบายดี พวกเขาจึงถอยกลับไปเงียบ ๆ โดยที่ไม่ได้เข้าไปใกล้อีกฝ่าย

หลังจากที่หญิงสาวยืนส่งเหล่าภูตคนงานกลับบ้านแล้ว ลูกชายคนสุดท้องก็กางแขนป้อมสั้นออกพลางพูดด้วยน้ำเสียงเด็กน้อย

“ท่านแม่ กอด~”

ในขณะที่เขากำลังเฝ้ารออ้อมกอดแสนอบอุ่นจากแม่ หางรูปสามเหลี่ยมเล็ก ๆ ก็สะบัดไปด้านหลังบั้นท้ายอย่างคาดหวัง

เมื่อหูเจียวเจียวเห็นหลงเหยาตัวน้อย ดวงตาของเธอก็ฉายแววอ่อนโยนทันที และความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันก็หายไปจนสิ้น ก่อนที่เธอจะเอื้อมมือไปโอบกอดเขา

“เหยาเอ๋อ วันนี้อยู่บ้านเป็นเด็กดีไหม?”

เห็นได้ชัดว่าลูกตระกูลหลง 5 คนนี้เกิดพร้อมกัน แต่หลงเหยาโตช้าเนื่องจากขาดสารอาหารและดูมีอายุน้อยกว่าลูกอีก 4 คนมาก ทำให้คนนอกที่ไม่รู้คงคิดว่าเธอมีลูกกับชายอื่น

เนื่องจากพัฒนาการที่เชื่องช้า จิตใจของลูกชายคนเล็กจึงยังไม่โตเต็มที่เหมือนกับพี่น้องคนอื่น ๆ

หูเจียวเจียวเลยปฏิบัติต่อหลงเหยาเหมือนเขาเป็นเด็กอายุ 3 ขวบ

อืม... ในขณะที่ลูกชายคนโตที่อายุมากกว่าดูเหมือนจะอายุแค่ 5 ขวบเท่านั้น

ทว่าทำไมความคิดและการกระทำของทั้งคู่ถึงแตกต่างกันมากขนาดนี้?

“เสี่ยวเหยาเชื่อฟังและช่วยท่านแม่ดูแลพี่ชายกับพี่สาวไม่ให้วิ่งเพ่นพ่านไปมา เสี่ยวเหยาก็ทำงานเหมือนกัน”

หลงเหยาพยักหน้าระรัว

เหตุใดเจ้าตัวเล็กคนนี้ถึงว่านอนสอนง่ายขึ้นมา?

ไม่นานหูเจียวเจียวก็รู้สึกโล่งใจ ทว่าจนกระทั่งเธอได้เห็นเด็กชายตัวน้อยในอ้อมแขนยื่นอุ้งมืออ้วน ๆ ออกมา “ท่านแม่ ท่านมีค่าจ้างสำหรับการทำงานหนักของเสี่ยวเหยาไหม?”

ปากสีชมพูของหลงเหยายิ้มกว้างเผยให้เห็นฟัน 2 ซี่ และเขาก็ต่อรองเสียงอ่อย

“เสี่ยวเหยากินไม่เยอะหรอก แค่เนื้อถุงเดียวก็พอ!”

“...” คนเป็นแม่ถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว

ฉันไม่ควรคาดหวังสูงกับเจ้าเด็กจอมตะกละคนนี้!

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด