ตอนที่แล้วตอนที่ 1284 ใครเดินหมากของข้า?
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 1286 ดาวยังคงทอแสง

ตอนที่ 1285 แสงดาวสว่างไสว


“บึ้ม!”

กลุ่มแสงดาวในท้องฟ้ายิงด้วยพลังเทพเป็นครั้งร้อยลงที่พื้นโลกอย่างรุนแรง

ประกายแสงดาวนับไม่ถ้วนสาดแสงไปทั่วทั้งฟ้าและดินและกวาดไปทั่วที่ผู้ชมดูเหตุการณ์ แตกต่างจาก 99 ครั้งก่อนนั้นเล็กน้อยประกายแสงดาวไม่ได้แทงทะลุลงไปในพื้น ไม่ได้พุ่งบินเหมือนอย่างที่เคยเป็น  รอบๆกายเปล่งรัศมีเป็นวงราวกับโล่ทองคำขยายตัวอย่างต่อเนื่อง  ร่างของบุรุษผู้มั่นคงดุจภูเขาแต่ตัวเบาดุจขนนกกำลังลอยตัวลงมาจ้าวภูผามีร่างทองขนาดยี่สิบเมตรความสูงของยักษ์ทองนี้ทำให้ร่างทองของถูว่านกลายเป็นเหมือนมดไปในทันที

ผลกระทบและแรงกดดันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมองร่างของเขาเหตุผลก็คือร่างที่น่ากลัวของเขาสูงเพียงยี่สิบเมตร

เขาไม่ใช่ยักษ์ปีศาจ มังกรฟ้าหรือไตตัน ทั้งไม่ได้มีสายเลือดเกี่ยวกับยักษ์หรือพวกนี้

ความจริงเขาเป็นมนุษย์ของแดนสวรรค์

ถึงอย่างนั้นมีสายเลือดโนม(เผ่าคนแคระ)หนึ่งในสี่

ตามข่าวลับในแดนสวรรค์ยายของจ้าวภูผาเป็นโนมทาสชั้นต่ำเพราะเหตุนั้นมารดาของจ้าวภูผาจึงตัวเตี้ยกว่ามนุษย์ธรรมดาและบุตรของนางสิบคนยกเว้นจ้าวภูผา ไม่มีใครสูงเกินสองเมตร

เหตุผลที่ทำให้จ้าวภูผาสูงถึงยี่สิบเมตรเป็นเพราะทักษะแฝงเร้นของเขา

ทักษะแฝงเร้นเด็ดเดี่ยวนักรบที่มีทักษะแฝงเร้นเด็ดเดี่ยวเป็นนักสู้ที่มีความอึดอดทนไม่เคยล้มในสนามรบ ทักษะแฝงเร้นนี้ทำให้เจ้าของทักษะมีร่างที่น่าภาคภูมิใจที่สุดในโลกต่อให้ได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก แต่เขาจะไม่อ่อนแออ่อนแรง  ทุกครั้งที่เขาฟื้นจากสภาพอาการต่อสู้อาบเลือดร่างของเขาจะแข็งแรงเพิ่มเป็นสองเท่าด้วยทักษะแฝงเร้นเด็ดเดี่ยวนี้

นี่คือทักษะแฝงเร้นมั่นคงเด็ดเดี่ยว

ควบคู่กับการพากเพียรอย่างหนักหมื่นปีในที่สุดจึงมีความสำเร็จเป็นจ้าวภูผาในทุกวันนี้

“......”ถูกดูดเข้าไปในหลุมแรงดึงดูดดวงดาวที่แทบจะเลือนรางและกระพริบหายไปนั่นเป็นการลงมือครั้งที่ร้อยของจักรพรรดินีราตรี

จักรพรรดินีราตรีมีทักษะความสามารถที่โดดเด่นแต่น่าเสียดายที่นางเพิ่งเป็นนักสู้ระดับเทพได้เพียงสองเดือนก็ต้องมาพบเจอกับศัตรูที่แข็งแกร่งทรงพลังอย่างจ้าวภูผา

ไม่ว่าจะเป็นความสามารถด้านใดๆก็ตามจ้าวภูผาไม่ด้อยกว่านาง

มีเพียงสิ่งเดียวที่ยังห่างชั้นกันอยู่

จ้าวภูผามีประสบการณ์หมื่นปีและมีประสบการณ์ต่อสู้กับเทพอื่นมาหลายพันปี

เขาใช้เวลาหนึ่งพันปีทำความคุ้นเคยกับพลังเทพและใช้เวลาอีกหลายพันปีในการฝึกฝนทักษะการต่อสู้ของเขาพลังเทพและการต่อสู้โดยใช้อสูรเสริมพลังโดยไม่คำนึงถึงพลังโจมตีหรือพลังป้องกัน เขามาถึงจุดสูงสุดที่คนจะเข้าถึงได้ คนอย่างจ้าวภูผาไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่จักรพรรดินีราตรีนักสู้ระดับเทพน้องใหม่จะเอาชนะผ่านไปได้ง่ายๆเลย

“เป็นไปไม่ได้เมื่อเทียบกับองค์หญิงประกายดาวบรรพบุรุษของเจ้า พลังของเจ้ายังห่างไกลยิ่งนัก!”  จ้าวภูผามองดูหลุมลึกยักษ์ร้อยเมตรด้วยความรู้สึกเย็นชา

แม้ว่าเขาเอาชนะจักรพรรดินีราตรีได้

แต่ไม่มีความเย่อหยิ่งจองหอง

สีหน้าของเขาเป็นไปตามธรรมชาติมากกว่า

ไม่ว่าจะเป็นจ้าวภูผาหรือราชันย์ไร้พ่ายและราชันย์ไร้ใจล้วนตามสังเกตอย่างสงบในระยะไกลทั้งสองไม่คิดว่าจักรพรรดินีราตรีจะเอาชนะหรือตีโต้ได้  เทพใหม่ก็เหมือนกับคนธรรมดาทั่วไปจะท้าทายจ้าวภูผาผู้ไม่เคยล้มเหลวยอมแพ้หรือ? ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขารู้ว่าสิงโตต่อให้สู้กับกระต่ายมันจะทุ่มเทพลังเต็มที่

“สิบสองนักษัตร...”  ที่หลุมลึกมีคลื่นเสียงที่น่ากลัว ดินทรายแยกตามด้วยมีดวงดาวผุดขึ้นทีละดวง จากช้าไปหาเร็ว ตอนแรกมีเล็กน้อย... แต่ค่อยๆเพิ่มขึ้นราวกับฝนดาวตกพุ่งขึ้นไปรวมตัวกันหนาแน่นในท้องฟ้า

ดวงดาวเหล่านี้ไม่เป็นระเบียบ

ภายใต้การนำของพลังเทพเริ่มมีการจัดหมู่โดยอัตโนมัติ

จากนั้นค่อยชะลอความเร็วลงก่อตัวเป็นรูปวิหารสิบสองนักษัตรในท้องฟ้ากลุ่มดาวแกะ ดาวกระทิง ดาวคนคู่ ดาวปูยักษ์ ดาวราชสีห์ ดาวเทพสตรี ฯลฯควบรวมกันทีละกลุ่มดาว ทุกครั้งที่เกิดขึ้นจะมีกลุ่มดาวที่แสงจางลงจนถึงจุดหนึ่ง จักรพรรดินีราตรีที่เดิมถูกยิงกระแทกอย่างแรงบาดเจ็บจนเกือบจะเห็นร่างที่งดงามของนางตอนนี้ซ่อนอยู่ในทางช้างเผือกภายใต้กลุ่มดาวสิบสองนักษัตรที่ช่วยเสริมพลัง นางเลื่อนระดับพลังเทพอีกครั้งและเตรียมท้าทายจ้าวภูผานักสู้ระดับเทพผู้มีทักษะแฝงเร้นเด็ดเดี่ยว

“เผ่าราตรียะเยือกแห่งบันไดสวรรค์ของเจ้าใช้พลังดวงดาวได้ดีสำหรับเผ่าพันธุ์ที่ใช้พลังดวงดาวได้บางเผ่าพันธุ์ย่อมสร้างความปวดหัวได้เสมอ อย่างไรก็ตามพลังดวงดาวนั้นใช้ไม่ได้ผลเต็มที่กับข้า ข้าไม่ใช่นักสู้ที่เดินอยู่ภายใต้ดวงอาทิตย์แผดเผา  ข้าเกิดมาเป็นดาวข่มของนักสู้ชาวบันไดสวรรค์โดยเฉพาะ!  ไม่ว่าจะเป็นเผ่าราตรียะเยือก,เผ่าประกายจันทรา, เผ่าร้อยบุปผาหรือเผ่าภมรอื่นๆเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของข้า โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเป็นเทพใหม่อย่างเจ้าเจ้ายังไม่มีพลังดวงดาวมากพอ เจ้ายังไม่คู่ควรเป็นคู่ต่อสู้ข้า!” จ้าวภูผาพูดขณะยกแขนขวาข้างหนึ่งทำหน้าที่รักษาสภาวะกลางวันไว้

ภายในฝ่ามือของเขา

มีพลังเทพผุดออกมาอย่างรวดเร็ว

พลังเทพรวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆและในที่สุดกลายเป็นดวงอาทิตย์ทองมีเส้นผ่าศูนย์กลางร้อยเมตร

ภายใต้รัศมีของดวงอาทิตย์ทองนี้ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางร้อยเมตรสัญญาณจักรราศีของกลุ่มดวงดาวที่ควบแน่นตอนนี้อ่อนกำลังลงอย่างมาก แม้แต่ทางช้างเผือกที่รายล้อมรอบร่างของจักรพรรดินีราตรีก็จางหายไปมากเงาร่างที่งดงามของนางปรากฏ

“ข้าคงไม่ปฏิเสธหรอกว่าถ้าเจ้ามีเวลาสักพันปีหรือหลายร้อยปีเจ้าอาจก้าวหน้าไปสู่ระดับที่ยากรับมือได้ทักษะแฝงเร้นของเผ่าพันธุ์บันไดสวรรค์ของเจ้า ศักยภาพในการรับมือคนอื่นนั่นเป็นข้อได้เปรียบที่ไม่เหมือนใคร เผ่าพันธุ์อื่นไม่สามารถทำได้โชคไม่ดีที่ไม่มีใครให้โอกาสเจ้าได้เติบโต ต่อให้ข้าไม่ทำก็จะมีคนอื่นมาฆ่าเจ้าไม่ว่าเจ้าจะเก่งแค่ไหนก็ตาม แต่เจ้าถูกลิขิตแล้วว่าเจ้าจะไม่มีทางเติบโตก้าวหน้ามากไปกว่านี้  แน่นอนว่าองค์หญิงประกายดาวก็เป็นเช่นนี้และเจ้าก็เป็นเช่นนี้ ในวันนี้เป็นวันแห่งชะตากรรมของเจ้า เจ้าจะไม่มีทางหลบหนีไปได้ เจ้าไม่อาจโทษข้าหรือคนอื่นๆ ได้ ถ้าเจ้าต้องการจะตำหนิก็ต้องตำหนิที่เจ้ามีศักยภาพแต่ไม่ซ่อนตัวให้นาน หากเจ้าเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาสามัญที่ไม่ต่างจากมด เราคงไม่ชายตามองเจ้า  แต่เจ้าไม่ใช่   เจ้าเป็นผู้ที่เทพก็ยังอิจฉาไม่ว่าจะเป็นแดนสวรรค์ หรือแดนสวรรค์บน ไม่อนุญาตให้มีเทพใดๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรารุ่งเรืองขึ้นมาในอดีตของหอทงเทียนรบกวนใจพวกเรามากการตกต่ำพินาศของหอทงเทียนเป็นผลที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  ความหวังทั้งมวลของบันไดสวรรค์ต้องสูญสิ้นแน่นอนว่านี่เป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้!” จ้าวภูผาชูบอลพลังงานแสงอาทิตย์สีทองเหนือหัวมองลงมาที่จักรพรรดินีราตรีในหลุมลึก

“ตระกูลในบันไดสวรรค์ไม่เคยสูญสิ้น  เราเผ่าราตรียะเยือก, เผ่าประกายจันทราเผ่าร้อยบุปผาและเผ่าภมรจะไม่มีทางสูญสิ้นแน่นอน” เสียงไพเราะของจักรพรรดินีราตรีดังชัดแจน

“เจ้าต้องการพูดถึงเย่ว์ไตตันใช่ไหม? เจ้าผูกชะตากรรมของทุกคนในเผ่าพันธุ์ไว้กับเขาทำให้เขาเป็นเด็กน่าทึ่งสามารถต่อต้านเจตนารมณ์สวรรค์ได้  นี่นับเป็นวิธีที่ฉลาดจริงๆแต่มีสิ่งหนึ่งที่เจ้าอาจไม่เคยคิดถึงเย่ว์ไตตันแบกชะตากรรมของเผ่าพันธุ์พวกเจ้าทั้งหมดและชะตากรรมของหอทงเทียนทั้งหมดเด็กหนุ่มคนนี้สามารถรับภาระได้หรือไม่? เขายังเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งไม่ใช่นักสู้ชั้นเทพแต่ถูกบีบให้แบกภาระที่หนักหน่วงราวกับขุนเขาไว้บนบ่า เขาสามารถรับภาระได้จริงๆหรือ? จักรพรรดิอวี้ในอดีตยังไม่ลำบากเท่าเขาเลย จักรพรรดิอวี้ผู้แบกหอทงเทียนไว้บนบ่ายังประสบชะตากรรมพังทลายนางพญาผู้พิชิตพยายามอย่างหนักในการกวาดล้างแดนสวรรค์ก็ยังล้มเหลวพ่ายแพ้เช่นกันเจ้าเพิกเฉยต่อเรื่องเหล่านี้และยังกดดันสร้างภาระให้เขาต้องแบกบันไดสวรรค์ไว้บนหลังของเย่ว์ไตตัน  การควบคุมทวีปมังกรทะยาน ฟื้นฟูหอทงเทียนและต่อสู้กับตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์และอื่นๆเป็นงานที่ตึงเครียดลำบากมากเพียงไหนภาระเหล่านี้กดดันให้ผู้คนพังทลายได้และเย่ว์ไตตันต้องเข้ารับหน้าที่นี้เจ้าคิดว่าเขาจะสามารถทำได้สำเร็จหรือ?”ใบหน้าที่ดุดันของจ้าวภูผาไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกกดดันหรือขัดขวางต่อการเติบโตของเย่ว์หยาง ในขณะนี้เขายอมรับว่าเขาไม่ได้มองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับผลการต่อสู้ครั้งนี้

“เขาจะทำได้สำเร็จ  เขาคือความหวังของเรา!”  จักรพรรดินีราตรีไม่เข้าใจ  แต่นอกจากยอมรับเย่ว์หยางแล้วนางไม่มีทางเลือกที่สอง

นอกจากนี้ลึกๆแล้ว นางมั่นใจว่าเย่ว์หยางจะทำได้สำเร็จ

มิฉะนั้นนางคงไม่ต่อสู้เสียสละชีวิตตนเองถ่วงเวลาเพื่อให้เย่ว์หยางได้รู้แจ้งและก้าวหน้าก่อนออกศึก

จ้าวภูผาไม่ถกเถียงมากนักเขาเพียงแต่กดบอลพลังงานแสงอาทิตย์สีทองที่ถืออยู่เหนือหัวช้าๆและเตรียมใช้ไม้ตายนี้เพื่อทำลายเข่นฆ่าเย่อวี่นักสู้ระดับเทพคนใหม่แห่งบันไดสวรรค์ที่อยู่ข้างหน้า

นี่เหมือนกับเขาในปีนั้น

ใช้กลยุทธ์ต่อสู้แบบเดียวกันนี้ด้วยบอลแสงเดียวกันนี้เพื่อทำลายองค์หญิงประกายดาวผู้งดงามแม้แต่การเข่นฆ่าครั้งนั้นเขาไม่เคยลืมความทุกข์ทรมานที่องค์หญิงประกายดาวได้รับในช่วงหลายพันปีที่ผ่านมานั้น ถึงแม้ว่าการฆ่าองค์หญิงประกายดาวเป็นการลงมือที่น่าเศร้า แต่จ้าวภูผาต้องการกดขี่ไม่ให้หอทงเทียนฟื้นฟูต่อต้านนักสู้แดนสวรรค์บนได้อีกครั้ง เขาคงต้องทำใจเสียใจกับการลงมือในครั้งนี้อีกครั้งหนึ่ง

ตั้งแต่ฆ่าองค์หญิงประกายดาวไปแล้วทำไมเขาต้องมาเข่นฆ่าผู้เยาว์รุ่นหลังของนางอีก?

สำหรับตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์ไม่มีใครที่ไม่ถูกฆ่าในโลกนี้

มีความหวังอย่างนั้นหรือ?

บางครั้งความหวังก็ไม่มีอะไรเป็นแค่ภาพลวงตาที่อ่อนแอสิ้นหวัง!

“ลาก่อน, ด้วยคุณสมบัติของเจ้าอาจใช้เวลาสักสองถึงสามร้อยปีในการเติบโตเต็มที่แต่น่าเสียดายที่เจ้าไม่มีโอกาสนั้น ถ้าชาติหน้ามีเจ้าอย่ากลับมาเกิดในบันไดสวรรค์อีกเลยอย่ากลับมาเกิดในหอทงเทียนที่ถูกลิขิตว่าต้องพังทลายจงมาเกิดที่ตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์ที่ซึ่งเราถูกลิขิตไว้ นั่นคือสวรรค์ที่แท้จริง!” จ้าวภูผาพูดจบภายใต้มือทั้งสองนั้นเขาบีบอัดดวงอาทิตย์สีทองที่กลายเป็นพลังแห่งเทพไม่มีที่สิ้นสุดและกระแทกใส่ศีรษะของจักรพรรดินีราตรีที่ยืนยันสู้จนถึงที่สุดและไม่ยอมแพ้

กลุ่มดาวสิบสองนักษัตรถูกพลังเทพแสงอาทิตย์บดบังแตกกระจัดกระจายหายไป

ทางช้างเผือกพอสูญเสียพลังดวงดาวสนับสนุนทำให้แสงหายไปทันที

ดารารายหายไป

ท้องฟ้าแจ่มใส่เผยให้เห็นร่างที่โดดเดี่ยวและทำอะไรไม่ถูกในท่ามกลางแรงกดดันของดวงอาทิตย์สีทอง.. ภายใต้ท้องฟ้าที่แจ่มใสของพลังเทพเช่นนี้ร่างจักรพรรดินีราตรีที่ไม่เคยปรากฏตัวมาก่อนได้รับผลกระทบอย่างมากร่างที่งดงามแทบจะพ้นจากแสงดาวปรากฏตัวให้เห็น!!!

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด