ตอนที่แล้วChapter 66 rune/symbol writing the 1st law
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปChapter 68 Grand preceptor level

Chapter 67 Plate


阵盘

หนึ่งปีผ่านมา,ซูเห่ามีอายุ 12 ปีแล้ว.

ผ่านเข้าไปในพื้นที่รกร้าง,จากการสังหารผ่าจัดเก็บไม่หยุด,ทำให้เขาได้รับรูปแบบสัตว์ร้ายมากมาย.

ด้วยการถอดรหัสโครงสร้างอักขระรูน,จากหลักการพื้นฐานพลังงานข้อหนึ่งและหลักการพื้นฐานพลังงานที่สอง,ซูเห่าเริ่มเข้าใจทิศทางของการศึกษารูนอักขระแล้ว,ด้วยหลักการดังกล่าว,ทำให้เขาได้สร้างรูนอักขระโครงสร้างพื้นฐานขึ้นมาหลายตัว.

ในบรรดาโครงสร้างพื้นฐานรูนอักขระที่ได้รับมา,ผิดถูกไม่สำคัญ,หลังจากนี้ค่อยปรับปรุงในทีหลังได้.

รูนอักขระที่เขาได้รับมาประกอบด้วย ชีวภาพ(พลังงานพื้นฐานข้อหนึ่ง),สนามพลังงานโก่งตัว(พลังงานพื้นฐานข้อสอง),ต้นกำเนิดคลื่นชีวภาพ(การส่งผ่านคลื่น),ตัวรับคลื่นชีวภาพ(คลื่นรังสีจากตัวรับ),คลื่นยกระดับพลัง(ตัวเร่งปฏิกิริยา),ตัวควบคุมทิศทาง(สนามพลังสกัด),การควบคุมคลื่น(สวิตซ์สนามพลัง),การควบคุมปริมาณ(ตัวเลขฐานพลัง),การซ้อนทับของคลื่น(สำเนา),พลังงานการสั่น(จุดเชื่อมตำแหน่ง),การรวมอนุภาค(ความเข้มข้นของพลังงาน),ล๊อควัตถุดิบ(การจับคู่,สัญญาณพิเศษ),การเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบพิเศษ(การแปลงพลังมวลพิเศษ)......

มากมายนับไม่ถ้วน,ที่ได้จากการวิเคราะห์และแจกแจงบันทึกเอาไว้.

พื้นฐานรูนเหล่านี้ให้ประสิทธิผลที่แตกต่างกันไป.

รูนอักขระ“ม่านพลัง” นี่คือรูนอักขระที่ซูเห่าที่เชี่ยวชาญขึ้นเรื่อย ๆ ,ยิ่งเข้าใจหลักการ,ก็ยิ่งเข้าใจรูนดังกล่าวมากขึ้น.

หลักการของรูนม่านพลังนั้น,ไม่ใช่การสร้างพลังงานขึ้นมาปกคลุมร่างกาย,ทว่าเป็นการสร้างสนามพลังงานชนิดหนึ่งขึ้น,ซึ่งสนามพลังงานดังกล่าวมีความสามารถโก่งตัวและยับยั้ง,ได้เปลี่ยนพลังงานให้กลายเป็นสสารที่ปกคลุมไปทั่วพื้นที่รอบ ๆ ร่างกาย.

สสารดังกล่าวส่องแสงสีแดง,หากมองดี ๆ,จะพบว่านั่นไม่ใช่พลังงานแสง,แต่เป็นสสารอย่างหนึ่ง.

สสารสีแดงที่เรียกว่าม่านพลังนั้น,มีความหนาแน่นไม่สูงนัก,แต่มันมีความอ่อนนุ่มยืดหยุ่นมาก.

เมื่อสสารสีแดงที่อ่อนนุ่มถูกกระแทกอย่างรุนแรง,จะเกิดการสั่นพ้องขึ้นมา,จนทำให้เกิดการขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว,และสสารสีแดงที่อ่อนนุ่มจะจับตัวกลายเป็นของแข็งที่แข็งแกร่งทำลายไม่ได้.

การโจมตีไปยังม่านพลังงาน,ยิ่งเกิดการสั่นสะเทือนมากขนาดใหน,ม่านพลังก็จะยิ่งหนาแน่นและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น.

กล่าวได้ว่ายิ่งโจมตีแรงเท่าไหร่,ม่านพลังก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น,ทว่าหากพลังตีเบา ๆ ม่านพลังก็อ่อนแอไปด้วยเช่นกัน.

ย้อนกลับไปก่อนนั้นหากซูเห่าไม่โจมตีจินต้าโม่อย่างรุนแรง,ทว่าค่อย ๆ เคลื่อนไหวช้า ๆ ด้วยคมดาบ,ผลของม่านพลังก็จะไม่สามารถป้องกันคมดาบของเขาได้.

กลไกของม่านพลัง,ค่อนข้างเหมือนหลักการ“ของไหล”ของนิวตัน.

อย่างไรก็ตาม,ต้องการแยกส่วนพื้นฐานอักขระม่านพลัง,อย่างแม่นยำก็เป็นความยากที่เกินจะจินตนาการได้.

การวิวัฒนาการของธรรมชาติ,การก่อตัวของรูนอักขระนั้นเป็นเอกลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบมาก.

เป็นความจริง,ผู้สร้างที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาลก็คือธรรมชาตินั่นเอง,ทุกสรรพสิ่งที่ก่อกำเนิดขึ้นมา นับเป็นปาฏิหาริย์อย่างแท้จริง.

ใช่แล้ว,ในสายตาของซูเห่า,รูนอักขระที่กำเนิดขึ้นนั้น,เป็นผลงานที่น่าอัศจรรย์ของธรรมชาตินั่นเอง.

......

ซูเห่าได้เปลี่ยนฐานที่มั่นหกครั้งแล้ว,วันนี้เขาได้เก็บข้าวของ,วางแผนที่จะกลับเข้าเมืองเพื่อซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่หมดไป.

ในเวลานี้เมืองที่ใกล้ที่สุดของเขาไม่ใช่เมืองหลิงหยุนอีกต่อไป,ทว่าเป็นเมืองเล็กแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่าเมืองกู่หยาง,ซึ่งอยู่ไกลจากเมืองหลิงหยุนมาก,หากเขาต้องการกลับเมืองหลิงหยุนเวลานี้,จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือนครึ่ง.

ตลอดปีที่ผ่านมาเขาได้เดินทางไปหลายแห่ง,มุ่งหน้าสู่พื้นที่มีสัตว์ร้ายมากมาย,ได้พบเข้ากับสัตว์ร้ายระดับจอมยุทธ์และปรมาจารย์นับไม่ถ้วน,ทว่าหากพบกับสัตว์ร้ายที่อาจจะเป็นบรรพจารย์ยุทธ์เขาก็จะหนีอย่างรวดเร็ว.

เขาเต็มไปด้วยความระมัดระวัง.

สัมผัสการรับรู้ของเขา,หากใช้จิงซีสามารถขยายออกไปได้ถึง 2 กิโลเมตร,นอกจากนี้สัมผัสระวังภัยยังมีรัศมีถึง 1300 เมตร,หากมีสัตว์ร้ายที่ทรงพลังเข้ามาใกล้,เขาสามารถตอบสนองวางแผนลงมือหรือถอยหนีได้.

ด้วยเหตุนี้ทำให้เขาสามารถใช้ชีวิตในพื้นที่รกร้างด้วยตัวคนเดียวได้,นอกจากนี้ยังสามารถสังหารสัตว์ร้ายมากมาย,โดยที่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บสักครั้ง.

การวิจัยรูนอักขระตลอดปีที่ผ่านมา,ทำให้ประสิทธิภาพในการต่อสู้ของเขาสูงมากด้วยเช่นกัน.

ในความเข้าใจของเขาเวลานี้,เขาสามารถบอกได้ว่าในขอบเขตปรมาจารย์นั้นเขากลายเป็นตัวตนที่ไร้เทียมทานแล้ว.

ประเมินจากอะไร.

อย่างแรกปริมาณจิงซี,ที่เวลานี้มันเพิ่มขึ้นมากมายหลายเท่า,แม้แต่สัตว์ร้ายปรมาจารย์ระดับสูงยังไม่อาจเทียบเขาได้.

อย่างที่สอง,เขาสามารถใช้รูนอักขระได้หลายอย่าง,ด้วยการช่วยเหลือของเสี่ยวกวง,เขาต้องการวาดสลักรูนตอนใหนก็ได้ตามที่เขาต้องการ,ใช้เวลานานสุดสิบวินาที,ช้าสุดห้าวินาที,ในการต่อสู้ที่รุนแรงนั้น,เขาสามารถสร้างม่านพลังป้องกันตัวเองได้ในทันที,ฝ่ายตรงข้ามจะทำร้ายเขาได้อย่างไร?

ท้ายที่สุด,เขาพบว่าร่างกายของเขาที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ,ยิ่งเติบโตจิงซีเองก็เติบโตขึ้นด้วย,เมื่อเขาเติบโตเต็มที่,จิงซีที่เขามีจะมากมายมหาศาลขนาดใหน,แม้แต่เทียบได้กับขอบเขตบรรพจารย์ยุทธ์เลยหรือไม่?

มีความเป็นไปได้มาก,ทว่าซูเห่านั้นก็ไม่เคยทดลองต่อสู้ข้ามระดับแต่อย่างใด,เพราะการเอาชนะฝ่ายตรงข้ามที่มีระดับเหนือกว่าไม่น่าจะใช่เรื่องง่าย.

เขาไม่ใช่คนประมาทที่จะข้ามขั้นไปต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่มีระดับเหนือกว่า.

ซูเห่าเวลานี้คุ้นเคยกับการใช้ชีวิตคนเดียวมาก,หลังจากเข้าไปในเมือง,เขาก็มุ่งหน้าสู่เป้าหมายของเขาทันที.

ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นโรงแรมที่พักเขาจำเป็นต้องทำความสะอาดตัวเองก่อน,จากนั้นก็ออกไปซื้อสินค้าอุปกรณ์ที่เขาต้องการ,ซ่อมแซมอาวุธของเขา,จากนั้นค่อยออกเดินทางสู่ดินแดนรกร้างอีกครั้ง,ไล่ล่าสังหารบันทึกรูปแบบสัตว์ร้ายดังที่เขาเคยทำต่อ.

การใช้ชีวิตในเมืองเป็นความรู้สึกสะดวกสบายอย่างคาดไม่ถึง,ทว่ามันกับขาดสภาพแวดล้อมที่สงบและไม่มีรูปแบบสัตว์ร้ายมากมายตามที่เขาต้องการ.

นอกจากนี้การอยู่ในเมืองก็ไม่ได้ดีไปซะหมด,มีเหล่าอันธพาลที่เรียกว่า“เจ้าถิ่น”ที่ชอบเข้ามารีดไถคนนอกด้วย.

ด้วยเหตุนี้ซูเห่าได้ส่งพวกเขาไปนอนบนเตียงทันที.

เรื่องนี้ซูเห่าลงมือโดยไม่คิดอะไรและไม่หวาดกลัวถึงผลที่ตามมาด้วย,เขามีเรดาร์ตรวจสอบเหล่าเจ้าถิ่นที่ต้องการกลับมาแก้แค้นได้ตลอด,หากเขาไม่อาจสู้ได้,ก็สามารถหลบเลี่ยงหนีออกไปได้.

ซูเห่าใช้เวลาในพื้นที่รกร้างมาโดยตลอด,ทุกพื้นที่,ที่ซูเห่าไป จะพักอยู่ราว ๆ สามเดือน,เมื่อสัตว์ร้ายเหลือน้อย,ก็เปลี่ยนฐานใหม่,และกลับมาซื้อของในเมืองใกล้เคียง,เป็นเช่นนี้อยู่ตลอด.

ผ่านมาอีกหนึ่งปี,ซูเห่ามีอายุ 13 ปี.

เขาได้รับรูนอักขระพื้นฐานอย่างง่ายจำนวนมาก,นอกจากนี้ยังได้ยังได้วิเคราะห์พื้นฐานความรู้เรื่องรูนแจงออกมา 11 ข้อ,บันทึกแยกแยะรายระเอียด,เปิดเผยความลึกล้ำของรูนอักขระทีละน้อย ๆ.

แทบจะตลอดเวลา,ซูเห่าตะเวนไปทั่วพื้นที่รกร้าง,ค้นหาเหยื่อที่เหมาะสม,เก็บเกี่ยวรูปแบบสัตว์ร้าย,ศึกษาหาความลับของธรรมชาติอย่างไม่เกียจคร้าน.

เวลานี้เขาเริ่มทดสอบผสานรูนอักขระพื้นฐานเข้าด้วยกันแล้ว,โดยเลือกอักขระที่ให้ผลสอดคล้องกัน,ทว่ามันกับยากมากจนงานไม่ก้าวหน้าเลย.

รูปแบบสัตว์ร้ายที่สมบูรณ์แบบนั้นเกิดจากสิ่งมีชีวิตวิวัฒนาการมาเนิ่นนาน,พัฒนาจนสมบูรณ์.

ซูเห่าต้องการสร้างรูปแบบสัตว์ร้ายที่สมบูรณ์จากการแยกส่วนออกมาแล้วผสานกันตามใจด้วยการวาดสลักรูนลงไปนั้น,ความยากจึงมากมายเกินที่จะจินตนาการถึงได้.

การผสมอักขระรูนเข้าด้วยกัน,ไม่อาจทำงานได้,หรือทำงานแต่ก็พังทลายลงแทบจะในทันที.

หลังจากทดสอบล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วน,ซูเห่าก็เริ่มพบเข้ากับปัญหา.

รูปแบบสัตว์ร้ายที่สมบูรณ์นั้น,ไม่ได้มีเพียงแค่อักขระรูนพื้นฐานที่ผสมเข้าด้วยกัน,ทว่าต้องพิจารณาถึงส่วนประกอบทั้งระบบวงจรทั้งหมดด้วย.

กล่าวอีกนัยหนึ่งหลังจากนำอักขระรูนพื้นฐานผสานรวมกันแล้วจะต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าวงจรอื่น ๆ ทั้งหมดนั้นเขากันได้ด้วยหรือไม่?

จากนั้น,ซูเห่าก็ไม่รีบเร่งผสานอักขระรูนพื้นฐานเข้าด้วยกัน.

เขาได้ทำการออกแบบฐานรูนขึ้นมา,ออกแบบลวดลายมาตรฐานที่เรียกว่า“รอยเย็บ” เป็นลวดลายเชื่อมอักขระรูนที่เลียนแบบวงจรไฟฟ้า.

เขาได้ออกแบบเป็นแผ่นจานที่สามารถวาดสลักรูนลงไปและปรับเปลี่ยนได้.

แผ่นจายจะมีลวดลายเป็นวงกลมหลายอันที่แบ่งพื้นที่ต่าง ๆ แยกย่อยออกเป็นส่วน ๆ,มีพื้นที่หลักพื้นที่ย่อย,มีเส้นเชื่อมมาตรฐานที่สามารถเลือกทางเดินการโคจรพลังงานที่เหมาะสมได้.

ซึ่งดูแล้วเหมือนกับบอร์ดออกแบบวงจรไฟฟ้าเป็นอย่างมาก,มีความสามารถในปรับเปลี่ยนเส้นทางการเคลื่อนไหวของกระแสไฟฟ้าได้,ตลอดจนมีตัวต้านทานในจุดต่าง ๆ.ที่

หลังจากทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายครั้ง,ซูเห่าก็พบกับความลับของรูปแบบสัตว์ร้ายเข้า.

การค้นพบครั้งนี้ทำให้เขาตื่นเต้นเป็นอย่างมาก.

แท้จริงแล้วโครงสร้างของรูปแบบสัตว์ร้ายจริง ๆ เขาเข้าใจผิดมาโดยตลอด.

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด