ตอนที่แล้วChapter 164 The unusuality of body, the youth buds
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปChapter 166: Scene 10 points of cruelty

Chapter 165 The gene evolution technology is successful


基因进化技术成功

สี่วันหลังจากนั้น,อาเฉียงที่มาหาซูเห่าในห้องทดลอง,เขาที่ขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยความคุ้นเคย.

เวลานี้เขาที่ไม่มีความกระวนกระวายในสิ่งที่ไม่รู้อีกต่อไป,เวลานี้เปี่ยมล้นด้วยความมั่นใจ,แม้แต่คาดหวังในการวิวัฒนาการของซูเห่า,เพราะเขาต้องการพลัง.

ผ่านความเป็นความตายครั้งก่อนมา,เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภายในใจของเขานั้นได้เริ่มปรารถนาในพลังแล้ว.

อาเฉียงไม่หวังที่จะให้ชะตาชีวิตของเขาต้องขึ้นอยู่กับคนอื่น,ไม่หวังว่าจะมีคนเข้ามาช่วยเขาเสมอ.

เขาต้องการตัดสินใจชะตาชีวิตของเขาด้วยตัวเอง,ต้องการควบคุมมันด้วยตัวเอง.

ซูเห่าไม่พูดพร่ำทำเพลง,หลังจากตรวจสอบว่าไม่พบปัญหาอะไรเขาก็ฉีดของเหลวปรับปรุงยีนเข้าไปในร่างของอาเฉียง,จากนั้นก็รอให้ร่างกายของเขาปรับสภาพ,และพัฒนาเป็นผู้เร็วสูงเทียมคนแรกของโลก.

สามชั่วโมงหลังจากนั้น,อาเฉียงไม่ได้ประหลาดใจใด ๆ ที่ตัวเองเวลานี้ได้กลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ขั้นสอง,ผู้เร็วสูงเรียบร้อยแล้ว.

เขาได้ปลุกความสามารถ“ความเร็วสูง”และ“สายตาไดนามิก” ขึ้นมา.

สองความสามารถนี้,ซูเห่ารู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก,โดยเฉพาะ“สายตาไดนามิก” สิ่งนี้จะเพิ่มความเร็วในการตอบสนองความเร็วสูง,สามารถเคลื่อนไหวตอบสนองที่ไม่ธรรมดามีประโยชน์มากในการต่อสู้.

อย่างไรก็ตามเขายังไม่มีความกล้าที่จะปลูกถ่ายยีนดังกล่าวเข้าไปในร่างตัวเอง,มันยังคงยากสำหรับการเข้าคู่กันของยีนจากสองลำดับที่แตกต่างกัน.

การไล่ล่ากินเนื้อของมนุษย์กลายพันธ์ขั้นเดียวกัน,ของคนละลำดับนั้น,จะเป็นการแย่งชิงพลังงาน,เป็นการสะสมพลังงานจิงซีงเพื่อให้สามารถยกระดับเป็นขั้นต่อไปได้อย่างราบรื่น.

หลังจากบันทึกข้อมูลสำเร็จ,ซูเห่ามอบคู่มือเล่มหนึ่งให้กับอาเฉียง,ให้เขาใช้เวลาหนึ่งเดือนในการยกระดับความสามารถใหม่.

จากนั้นซูเห่าก็กลับห้องทดลองพักผ่อน.

กล่าวตามจริง,การการตั้งสมาธิอย่างต่อเนื่องทำให้เหนื่อยล้ามาก,ทว่าซูเห่าหาได้สนใจนัก,นี่คือหนึ่งในความสุขของเขา.

กล่าวไปก็น่าหัวเราะ,แม้นว่ามันจะเหนื่อยล้า,ทว่าก็ไม่อาจหยุดได้เลย,ราวกับว่าสิ่งที่น่าสนใจนี้ เขาพร้อมจะทุ่มทุกอย่าง กระทำต่อไปจนหมดเรี่ยวแรงไปเลย.

ไม่นานจากนั้น,นาฉี,ก็วิวัฒนาการเป็นผู้ลำพัง ขั้นสองของลำดับมนุษย์พิษ.

เหตุผลที่เขาถูกเรียกว่า ผู้ลำพัง,นาฉีเริ่มเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง,หลังจากเขาวิวัฒนาการสำเร็จ,ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขาเลย,ทุกวันเขาต้องอยู่ในห้องเพียงลำพัง,ต้องการหาคนอื่นพูดคุยด้วย,ต้องการแบ่งปันความสุขของการวิวัฒนาการ ทว่ากับไม่มีใครคุยกับเขาเลย.

หนึ่งเดือนหลังจากนั้น,มนุษย์กลายพันธ์ขั้นหนึ่งทุกคนก็วิวัฒนาการเป็นขั้นสองสำเร็จกันทุกคน,ไม่มีใครล้มเหลว,เป็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก.

ด้วยเหตุนี้ซูเห่าจึงเชื่อมั่นเป็นอย่างมาก,การทดลองยีนของเขานั้นประสบความสำเร็จได้เดินทางมาถูกทางแล้ว.

เขามีความมั่นใจเกี่ยวกับการสลักเปลี่ยนแปลงรูปแบบยีนมาก.

วันเวลาการทดลองของซูเห่าที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว.

เพียงไม่นานการเดินทางมายังเมืองฉีหยาง,ก็ครบหนึ่งปีแล้ว.

ในปีนี้,ซูเห่ามีอายุ 17 ปี,เขาอยู่ในโลกใบนี้ 14 ปีแล้ว.

จวบจนถึงตอนนี้,นับตั้งแต่เขาได้รับพื้นที่พินบอล,นี่คือโลกที่เขามีชีวิตนานที่สุด.

สำหรับซูเห่า,นี่คือความก้าวหน้าครั้งใหม่,ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี.

ซูเห่าที่เรียกร่างทดลองทั้งแปด,พร้อมกับให้พวกเขาท่องจรรยาบรรณมนุษย์กลายพันธ์อีกครั้ง

สิ้นเสียงของซูเห่า,คนทั้งแปดก็เริ่มท่องจรรยาบรรณมนุษย์กลายพันธ์เสียงดัง.

ซูเห่าพยักหน้ารับ“ใช้ได้!”

หนึ่งปีครบแล้ว,ร่างทดลองที่เป็นเพียงคนธรรมดา,ผ่านมาหนึ่งปีจวบจนถึงวันนี้,พวกเขาได้กลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ขั้นสี่ที่ทรงพลัง,ในเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้,นี่คือคนที่มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก.

ร่างทดลองทั้งแปดไม่มีใครไม่เคารพพี่ใหญ่เหว่ย,เพราะยิ่งพวกเขามีพลังมากเท่าไหร่,พวกเขาก็ยิ่งกลัวพี่ใหญ่เหว่ยมากขึ้นเท่านั้น.

บางทีในตอนแรกเพราะความแตกต่างกันมากเกินไปพวกเขาจึงไม่มีใครรับรู้ความน่ากลัวของพี่ใหญ่เหว่ย,เวลานี้พวกเขารู้สึกอย่างชัดแจ้ง,ว่าพวกเขาช่างน้อยนิดเมื่อยืนอยู่ต่อหน้าพี่ใหญ่เหว่ย.

พี่ใหญ่เหว่ยต่อหน้าพวกเขาทรงพลังมาก,กล่าวได้ว่านี่อาจจะเป็นตัวตนในตำนานที่เรียกว่าพระเจ้า หรือไม่?

ซูเห่าที่กวาดตามองทุกคนแล้วเอ่ยออกมาช้า ๆ“หนึ่งปีที่ข้าสัญญาครบแล้ว,ข้าทดลองสำเร็จแล้วเช่นกัน,พวกเจ้าสามารถกลับเมืองฉีหยางได้นับตั้งแต่พรุ่งนี้.”

ได้ยินคำพูดดังกล่าว,ใบหน้าของทั้งแปดเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ,แต่ละคนที่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยเสียงเบากับสหายร่วมชะตากรรม.

หลังจากนั้น,ซูเห่าเอ่ยเพิ่ม“ทว่า,ตอนนี้พวกเจ้าแตกต่างจากปีที่แล้วไปแล้ว,ไม่ใช่คนธรรมดาอีกต่อไป,หลังจากกลับเมืองฉีหยาง,ไม่อนุญาตให้ใช้พลังความแข็งแกร่งเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง,ข้าได้ให้พวกเจ้าได้ท่องจรรยาบรรณมนุษย์กลายพันธ์,จงปฏิบัติตามนั้นอย่างเคร่งครัด.”

คนทั้งแปดที่เอ่ยรับ“รับทราบ,พี่ใหญ่เหว่ย!”

ซูเห่าที่เอ่ยเพิ่ม“แน่นอน,หากว่าใครกล้าขัดขืน,ไม่ปฏิบัติตามก็ไม่เป็นไร,เมื่อข้ามอบพลังให้กับพวกเจ้าได้,ข้าก็สามารถเอาคืนได้เช่นกัน.”

จากนั้นซูเห่าเผยยิ้ม“การนำกลับคืนก็เป็นการทดลองอย่างหนึ่งเช่นกัน,ข้าอยากจะทดลองเหมือนกัน.”

ภายในใจของทุกคนที่รู้สึกเย็นยะเยือบ,ไม่กล้ามีคำถามกับพี่ใหญ่เหว่ยอีก.

ซูเห่าที่คิดอยู่ชั่วครู่ก่อนเอ่ยออกมาว่า“เร็ว ๆ นี้ ข้าจะออกจากที่นี่,หาสถานที่ใหม่ทดลอง,พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องมาหาข้าที่นี่อีก,เอาล่ะ,แยกย้าย! อาเฉียง,เจ้ามากับข้า.”

คนอื่น ๆ ที่จ้องมองอาเฉียงที่ถูกเรียกเข้าไปในห้องทดลองกับพี่ใหญ่เหว่ย,ทว่าก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไร,นอกจากนี้พวกเขายังเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่จะได้ออกจากที่นี่ในวันพรุ่งนี้.

หนึ่งปี,พวกเขาที่คิดถึงชีวิตในเมืองฉีหยางเป็นอย่างมาก.

ไม่รู้ว่าครอบครัวญาติพี่น้องของพวกเขาในเมืองฉีหยางเป็นอย่างไรบ้าง.

หลังจากอาเฉียงเข้ามาในห้องทดลอง,ซูเห่าก็มอบการ์ดโลหะสองอันให้กับอาเฉียง“นี่คือรูนอักขระ”สายฟ้าขั้นสอง“ขอเพียงเจ้าถ่ายจิงซีเข้าไป,ก็จะปล่อยพลังไฟฟ้าออกมาได้,จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่อาจขยับได้ระยะเวลาหนึ่ง,ส่วนอีกอันคืออักขระ”ม่านพลังขั้นสอง” สามารถใช้ปกป้องชีวิตได้.

หลังจากนี้เจ้าค่อยหาสถานที่ทดสอบมัน,ข้ามอบอักขระทั้งสองให้กับเจ้า,หวังว่าเจ้าจะคอยดูแลคนอื่น ๆ ไม่ให้พวกเขากระทำการไร้เหตุผล,กล่าวอีกอย่างหนึ่ง,หากใครละเมิดกฎ,ไล่ล่าสังหารคนทั่วไป,เจ้าจงช่วยข้าจัดการพวกเขาซะ!”

อาเฉียงที่รับอักขระมา,พร้อมกับเอ่ยออกมาอย่างจริงจัง“รับทราบพี่ใหญ่เหว่ย,ใครละเมิดกฏ,ข้าจะสังหารมัน!”

ซูเห่าพยักหน้ารับ“เอาล่ะ,เจ้าไปเตรียมตัวได้แล้ว,พรุ่งนี้ก็กลับไปพร้อมกับพวกเขา!”

อาเฉียงรับคำ,จากนั้นก็คุกเข่าลง“พี่ใหญ่เหว่ย,ข้าไม่รู้ว่าจะขอบคุณอย่างไร...”

ซูเห่าเอ่ย“เจ้าเพียงแค่ทำตามหลักการมนุษย์กลายพันธ์,ช่วยข้าจัดการคนที่ละเมิดกฎ,ก็พอแล้ว.”

อาเฉียงที่ลุกขึ้น,พยักหน้ารับ,และออกไป.

ซูเห่าได้สร้างกลุ่มมนุษย์กลายพันธ์ขั้นที่สี่ขึ้นมา,ทว่าไม่คิดจะทำลายพวกเขา,เพราะว่ามันไม่มีความจำเป็น,มนุษย์กลายพันธ์ในโลกนี้มีอยู่มากมาย,หรือกล่าวได้ว่ามีวัตถุดิบมากมายนับไม่ถ้วนนั่นเอง.

ส่วนการให้พวกเขาปฏิบัติตาม,“จรรยาบรรณมนุษย์กลายพันธ์”นั้น,บางทีอาจเป็นความพึงพอใจอย่างหนึ่งของเขาเท่านั้น,ซึ่งเขาคาดหวังว่าในวันข้างหน้าพวกเขาอาจจะสร้างความประหลาดใจบางอย่างให้กับเขาได้.

“สำหรับเทคโนโลยีปรับปรุงยีน,การวิวัฒนาการจากขั้นหนึ่งถึงสี่ถือว่าสมบูรณ์,อย่างไรก็ตามการวิวัฒนาการจากขั้นห้าไปขั้นหกและขั้นเจ็ด,ยังมีแค่สมมติฐานเท่านั้น.”

“ปัญหาในเวลานี้,ยังขาดชิ้นส่วนยีนขั้นห้าจำนวนมาก,ทำให้ไม่อาจสร้างชิ้นส่วนยีนที่เชื่อถือได้.”

ซูเห่าครุ่นคิด,จากนั้นก็เข้าไปในพื้นที่พินบอล.

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา,เขาได้ศึกษาทดสอบสมมติฐานมาโดยตลอด.

หนึ่งปีหลังจากนี้,ถึงเวลาเก็บชิ้นส่วนยีนลำดับห้าอย่างเต็มกำลังแล้ว.

ยิ่งปล่อยเวลาให้ล่วงเลยมากเท่าไหร่,ความไม่แน่นอนที่จะแข็งแกร่งยิ่งมีมากขึ้น.

สำหรับซูเห่า,การแสดงออกของยีนเพื่อสร้างรูนอักขระ,การปรับแต่งยีนเพื่อสร้างรูนธรรมชาตินั่นคือสิ่งที่เขาคาดหวังอย่างหนึ่งเช่นกัน.

คิดได้ดังนี้,ซูเห่าก็เข้าไปในพื้นที่พินบอล,จากนั้นก็เริ่มออกแบบศึกษา,สร้างสมมติฐานความเป็นไปได้ขึ้นมา.

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด