ตอนที่แล้วตอนที่ 1144 รับใช้ผู้มีอำนาจ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 1146 โลหะลับเทพทำลายล้าง

ตอนที่ 1145 อาจติดเชื้อโง่ได้...


ทันใดนั้นมีเสียงดังออกมาจากข้างนอกทางเดินเสียงเย็นชาดังก้อง  “พูดไปก็เปล่าประโยชน์หนวกหู ใครจะทำได้”

มีอีกเสียงหนึ่งตอบโต้ทันที  “ไม่, ข้าคิดว่ามันยอดเยี่ยมข้าไม่เคยได้ยินคำพูดที่เข้มแข็งอย่างนี้มานานแล้ว  ยิ่งกว่านั้นนี่ยังเป็นเด็กใหม่! ในบางจุดการแสดงออกของมือใหม่ก็พอยกโทษให้ได้ตราบเท่าที่เขาไม่กลัวจนฉี่ราดกางเกง สำหรับมือใหม่แล้ว ถือว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่!”

บุรุษที่พูดก่อนนั้นแค่นเสียงเย็นชา  “งั้นมาดูกันว่าเขาจะกลัวจนฉี่ราดหรือไม่!”

คำพูดของเขายังไม่จบ

เขาใช้มือข้างหนึ่งยกวัตถุสองชิ้นบินเข้าไปในห้องโดยสาร

ตุ้บ!  วัตถุสองชิ้นมีขนาดแตกต่างกันกระแทกลงข้างหน้าเย่ว์หยาง

โจรดวงดาวที่อยู่ใกล้เย่ว์หยางมองดูอย่างใกล้ชิดพวกเขาพบในทันทีว่าเป็นสองคนที่ตัวแห้งเหมือนปลาเค็มตากแห้ง  สิ่งที่ทำให้พวกเขาตกใจมากยิ่งขึ้นก็คือหนึ่งในสองคนนั้นคือกาดำที่พวกเขารอคอยอยู่นาน ตอนนี้กาดำบาดเจ็บสาหัสเจียนตายชุดคลุมดำของเขาขาดรุ่งริ่งเหมือนกลีบดอกไม้ ปกติกาดำเมื่ออยู่ต่อหน้าคนของเขามักจะทำท่าทางเท่ดูมีสง่าราศีแต่ตอนนี้เขาถูกโยนลงกับพื้น ไม่สามารถดิ้นรนได้แม้แต่กระดิกนิ้วก็ยากจะทำได้สำเร็จ... ว่ากันตามตรงแล้วกาดำไม่เคยลำบากขนาดนั้นมาก่อนในชีวิต!

เขาไม่ได้หมดสติ เพียงแต่สติปัญญามึนซึม

แต่อยู่ต่อหน้าคนของเขาเขากลายเป็นปลาที่ไม่สามารถต่อสู้ดิ้นรน เขาแทบรอไม่ได้อยากตายทันทีเพื่อหนีความอับอายต่อหน้าทุกคน

ที่อยู่ข้างกาดำเป็นบุรุษร่างยักษ์เลือดอาบทั่วตัวเขาคือเจ้านกกระทุง ที่ทั้งตัวเต็มไปด้วยบาดแผล ตลอดทั้งร่างราวกับตกถังย้อมสีแดง เขาตะลึงเป่าปากหอบเสียงแหลมไม่ต้องดูก็รู้ว่าเจ้าผู้นี้ไม่รู้ว่าเขาจะตายอย่างไร

โจรดวงดาวรีบวิ่งเข้าไปหาและร้องลั่น  “ท่านกาดำ เกิดอะไรขึ้น  เกิดอะไรขึ้น?”

พวกเขาไม่ต้องการเข้าใจและไม่ต้องการเชื่อนี่คือผู้นำที่ไร้เทียมทานในหัวใจของพวกเขา

เขาพ่ายแพ้โดยไม่คาดหมาย!

นี่ นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขายอมรับได้!

“....”กาดำขยับปากเหมือนต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ในที่สุดเขาไม่สามารถพูดอะไรได้ หัวใจของเขาสิ้นหวัง เนื่องจากเขาพ่ายแพ้ศัตรูอย่างง่ายดาย

“ร้องไห้ทำไม? ไม่เห็นจะน่าอายเลย พวกเขายังไม่ตาย!”  เย่ว์หยางโวยวายสั่งโจรดวงดาวให้ลากสองคนไปอยู่ข้างหลังเขา

“ไม่มีการฉี่ราดรดกางเกงแต่ยังออกคำสั่งได้  ข้าชนะ”  คนข้างนอกทางเดินปรบมือดีใจ

“ใช่เหรอ? เจ้าแน่ใจจริงๆ นะว่าเจ้าชนะ? ไม่เป็นไร เดี๋ยวมันก็ฉี่ราดกางเกงเอง ข้ารับรองได้ว่าในเวลาไม่ถึงนาทีเจ้าจะเห็นอีกฝ่ายหนึ่งแสดงความขี้ขลาดออกมาทั้งยังต้องคุกเข่าร้องขอชีวิต...”  เสียงเย็นชาสะท้อนผ่านประตูและเจ้าของเสียงเป็นบุรุษวัยกลางคนรูปงามร่างสูงใหญ่คนผู้นี้เต็มไปด้วยความจริงจังเหมือนผู้นำที่จริงจังกับงานซึ่งปรากฏตัวทั่วทุกหนแห่งทำให้ทุกสถานที่เหมือนกับเป็นห้องประชุมไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์หรือทัศนคติก็มองเห็นได้ นี่คือคนที่มีอำนาจเหนือกว่าและไม่หวั่นไหวได้ง่ายนัก

“หลายอย่างที่นี่เป็นของเราสองคน  พวกเจ้าอย่าเข้ามายุ่งจะดีกว่า”  สตรีไฟนรกมีสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อยนางเตือนคนอย่างเฉยเมย

“ถ้าข้าจะจัดการเองเล่า?” บุรุษร่างใหญ่เกินคนธรรมดาย้อนถาม

“งั้นปล่อยให้เจ้าก็ได้!” สตรีไฟนรกและคนร่างใหญ่จ้องหน้ากันครู่หนึ่งจู่ๆก็หัวเราะผายมือและยักไหล่ “ใครให้ข้ากับน้องภูตพรายเป็นสตรีเล่า!  บางครั้งสตรีก็ดื้อรั้นเกินไป ดังนั้นหลายอย่างที่นี่ยังเหลือให้พวกเจ้าเหล่าบุรุษจัดการ!  น้องภูตพราย!  วางเจ้าผู้นั้นลง  เราจะหลีกทางและดูผีตะกละและศพบินเจ้าเราจะศึกษาเรียนรู้หาประสบการณ์”

“....”  ภูตพรายร่างโปร่งแสงดูเหมือนจะลังเล แต่สตรีไฟนรกขอร้องครั้งแล้วครั้งเล่านางโยนฮัวยาออกไปอย่างไม่พอใจ

“แค่ก แค่ก แค่ก!”  ฮัวยาเกือบตาย เขาไอทันทีที่เป็นอิสระ และแทบจะไอเอาปอดออกมา

โจรดวงดาวหลายคนรีบเข้ามาดึงตัวเขากลับเข้าไป

ดึงกลับไปอยู่หลังเย่ว์หยาง

ตอนนี้มีแต่ซ่อนตัวอยู่หลังเย่ว์หยางจึงรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาบ้าง

แม้ว่าพวกเขาจะไม่ค่อยมั่นใจเย่ว์หยางแต่เนื่องจากสถานการณ์บังคับ พวกโจรดวงดาวเหล่านั้นใกล้ชิดกับเย่ว์หยางผู้มีความแข็งแกร่งที่พวกเขาไม่รู้ แต่อย่างน้อยในแง่ของการแสดงออกและการพูดเด็กหนุ่มผู้มาใหม่นี้ไม่ต่างจากคนอื่น ดังนั้นตอนนี้พวกเขาพยายามเชื่อใจกันและกัน

เย่ว์หยางกวาดตามองดูผีตะกละร่างสูงใหญ่มองดูไม่เหมือนกับคนชั่วร้ายจากนั้นมองไปที่ประตูทางเดินมาห้องโดยสารและเดินเข้าไปใกล้ทางด้านข้างช้าๆ แต่เขาระมัดระวังตัวมากไม่ต้องการเข้าห้องโดยสารของศพบิน  ศพบินสวมชุดยาวสีขาว ผมเขามีสีแดงอมม่วงอ่อนปราศจากการหวีตกแต่ง ผมข้างหน้ายาวปรกหน้าผากที่กว้างบ่งบอกถึงความเป็นคนมีภูมิปัญญาเขาดูสง่างาม และสง่างามกว่าคนทั่วไป ถ้าไม่ใช่ชื่อของสตรีไฟนรกเป็นไปไม่ได้ที่คนผู้มีมาดคุณชายจะใช้ที่ทำให้คนรู้สึกพูดไม่ออกและขวัญผวา  ศพบิน

ศพบินผู้นี้เป็นคนร่างใหญ่

ดวงตาของเขาเขียว มีเสน่ห์แบบมนุษย์

เขาพบว่าเย่ว์หยางมองสำรวจจึงปรบมือหัวเราะและพยักหน้า  “ข้าเริ่มงุนงงเล็กน้อยเป็นที่รู้กันดีว่าคนฉลาดและเห็นแก่ตัวอย่างกาดำมีความริษยารุนแรงกว่าใครเขายอมสละตัวเองช่วยเหลือคนนอกได้อย่างไร? ตอนนี้ข้าเชื่อแล้ว เจ้าคู่ควรแก่การเสียสละของเขาจริงๆ  เด็กหนุ่มอย่างเจ้าเมื่อเติบโตขึ้นศักยภาพจะมีอย่างไม่จำกัด ดังนั้นไม่ว่าต้องทุ่มเทเสียสละเพียงไหนก็คุ้มค่า!”

ผีตะกละมีสีหน้าที่ดูเคร่งเครียดจริงจังการฆ่าของเขาคนอื่นไม่อาจคาดเดาได้อาจทำลายสิ่งดีๆ ในโลกที่สวยงาม

การทำลายเด็กใหม่ผู้มีศักยภาพเติบโตไม่มีขีดจำกัดคือความปรารถนาตามธรรมชาติของเขา

ขณะที่ศพบินยกย่องสรรเสริญเย่ว์หยางรังสีฆ่าฟันในดวงตาของผีตะกละยิ่งเพิ่มหนักขึ้น ในที่สุดดวงตาของเขาเยือกเย็นรังสีฆ่าฟันพวยพุ่ง

“ในเมื่อเป็นแบบนี้” ขณะนั้นผีตะกละขัดขวางศพบิน เขาชี้หน้าของเย่ว์หยาง  “ข้าจองหน้าเจ้า!  ข้าหวังว่าเจ้าจะดิ้นรนต่อสู้อย่างสุดกำลังเพื่อให้ข้ารู้สึกเคี้ยวกินได้มันยิ่งขึ้น เวลาข้ากินคนและหัวของเจ้าแก้มเจ้าจะต้องเหนียวหนึบมาก  ดังนั้นอย่าทำให้ข้าผิดหวัง”

“เขาเขาชอบกินคน...” กัวกัวซ่อนอยู่ข้างหลังเย่ว์หยางและตัวสั่นเตือนเย่ว์หยาง  “โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขาชอบกินหน้าคน..แหวะ”

“แหวะเหรอ?” ฮัวยามองดูกัวกัวอ้วก เขาอดตัวสั่นไม่ได้

“มันเป็นรสชาติที่ดีจริงๆ”  แม้แต่สตรีไฟนรกก็อดทำท่าแหวะไม่ได้

“สำหรับคนแบบนี้ดูเหมือนว่าข้าไม่สามารถใช้การโน้มน้าวใจอย่างรวดเร็วได้  มันสิ้นเปลืองเวลาทุกคนเร็วเกินไป  แต่ข้าจะใช้วิธีโน้มน้าวด้วยคุณธรรมใครก็ตามที่ทำให้ข้าใช้วิธีโน้มน้าวแบบนี้ต้องมีความอดทนและจริงใจมากพอ!”  เย่ว์หยางกล่าวว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเจรจาต่อรองที่ยอดเยี่ยมและเขามีความรักลึกซึ้งต่อการเจรจาเพื่อสันติภาพโลกเพื่อช่วยมนุษยชาติ

ผีตะกละได้ฟังคำพูดของเย่ว์หยางสีหน้าของเขาเต็มไปด้วยการเย้ยหยัน

เขาไม่ตอบ

เป็นเพราะเขารู้สึกดูถูกเหยียดหยามพลังของเย่ว์หยาง!

เขาไม่กลัวเล่ห์ลิ้นของเย่ว์หยาง?  เด็กใหม่ที่ไร้พลังจะทำอะไรได้?

ในใจของผีตะกละรู้สึกว่าแทบรอไม่ไหวแม้แต่วินาทีเดียวเขาตัดสินใจไม่พูดกับเย่ว์หยางเจ้าเด็กใหม่ เขาบิดหักนิ้วดูถูกเย่ว์หยางเตรียมพร้อมพุ่งเข้าใจและต่อยฆ่าเจ้าเด็กนี่ในหมัดเดียว

เย่ว์หยางยิ้ม

รอยยิ้มสดใสเหมือนดวงอาทิตย์เต็มไปด้วยความมั่นใจ.. เมื่อเห็นรอยยิ้มเย่ว์หยางศพบินระแวงถอยกรูดทันทีเขาเตือนผีตะกละสหายของเขา“ระวัง แปลกมาก”

คำพูดของเขายังไม่ถึงหูผีตะกละเย่ว์หยางก็เคลื่อนไหวทันที ความเร็วของเขาดูเหมือนจะไม่เร็ว ค่อยๆ ยื่นมือออกไปกดที่หน้าของผีตะกละจากนั้นสตรีไฟนรกและภูตพรายที่ยืนอยู่ไม่ห่างกระโดดหลบซ้ายขวาทันทีการโจมตีที่แปลกประหลาดน่าอึดอัดนี้พวกนางไม่ยอมให้เข้ามาใกล้ รีบหลบหลีกทันที

หน้าของผีตะกละปรากฏแววเยาะเย้ย

เขายื่นมือคว้ามือของเย่ว์หยางเตรียมบิดแขนในพริบตาจากนั้นทุ่มเจ้าเด็กใหม่ลงพื้นแล้วใช้เท้าย่ำศีรษะให้แหลก

ช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งในหมื่นวินาที

ท่าทีเยาะเย้ยและดูถูกของผีตะกละค้างมือของเย่ว์หยางเหลือแต่เงาตามหลังเลือนรางเคลื่อนช้าๆ ในอากาศแต่มือที่แท้จริงกดอยู่ที่หน้าของผีตะกละ ขณะที่ผีตะกละโจมตีใส่ความว่างเปล่าศีรษะของผีตะกละกระแทกกับพื้น พวกเขาไม่เห็นการเคลื่อนไหว แม้แต่กาดำ สตรีไฟนรกภูตพรายและศพบินไม่เข้าใจความเคลื่อนไหวของเขาแม้แต่น้อย ทั้งที่มองเห็นอยู่

ปัง!

ทั่วทั้งห้องโดยสารสั่นสะเทือน

เสียงดังสนั่นรุนแรงยิ่งกว่าฟ้าผ่าร้อยเท่าทุกอย่างในห้องโดยสารกระดอนขึ้นไปในอากาศ ฮัวยา กาดำโจรดวงดาวคนอื่นถูกแรงระเบิดกวาดใส่ลอยขึ้นในกลางอากาศปรับตัวและลงสู่พื้นได้ปลอดภัยแต่เจ้ายักษ์นกกระทุงที่นอนสลบเหมือนหมูตายลอยขึ้นไปเหมือนกองเนื้อกระแทกเข้ากับหลังคาห้องโดยสารและร่วงลงมากระแทกพื้นอย่างแรงและกองรวมกับสิ่งของประดับเรือโผล่ให้เห็นแต่ขา  ส่วนสตรีไฟนรกและภูตพรายกระโดดลอยตัวเบาๆในกลางอากาศหลบพ้นแรงระเบิดในครั้งนี้ได้

ศพบินที่อยู่นอกประตูถอยออกไปห่างสีหน้าของเขาเคร่งขรึม

เขารู้สึกถึงภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่

แม้ปัจจุบันนี้เย่ว์หยางจะเป็นมือใหม่ที่อ่อนแอและยิ้มอย่างเป็นมิตรดูไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์โลก

โน้มน้าวโดยใช้คุณธรรมนำหน้า!

ฮัวยาและกัวกัวรู้ซึ้งถึงวิธีการเจรจาต่อรองของเย่ว์หยางแล้ว

ตอนนี้พวกเขาเห็นผลที่เกิดขึ้นจริง...เมื่อการเจรจาต่อรองด้วยคุณธรรมเอาชนะได้ศีรษะของผีตะกละถูกระเบิดกระจายไปกองกับขยะไม่มีใครบอกได้

ใบหน้าที่หล่อเหลาไม่มีอีกต่อไปมันสมองกระจาย เศษกะโหลกและเลือดกระจายอยู่ทั่วพื้น

ไม่รู้ว่าชิ้นส่วนคางหรืออะไรบางอย่างตกลงบนไหล่ของกัวกัว

สีแดงมีกลิ่นคาวเลือด

กัวกัวเหมือนถูกผีกัดเขารู้สึกไม่สบายจนอยากอาเจียนออกมา

“วิธีโน้มน้าวคนด้วยคุณธรรมแบบนี้ไม่เลวจริงๆ  ข้าชอบมาก แต่น่าเสียดายใช้ผิดเป้าหมาย”  สตรีไฟนรกพูดพลางหัวเราะ  “ในโลกนี้ใช่ว่าทุกคนจะสามารถโน้มน้าวด้วยคุณธรรมได้ผีตะกละที่อยู่ข้างหน้าเจ้าก็เป็นคนเช่นนั้น!” นางพูดไม่ทันขาดคำ ศพของผีตะกละก็ลุกขึ้นนั่งทันที

มันใช้มือตัดชิ้นส่วนเสียบนคอเหลือเส้นเลือดบนคอเพียงไม่กี่เส้น

ศพไร้หัวมีเสียงแปลกๆดังออกมาจากท้อง เสียงนั้นเหมือนกับผีตะกละนั่นเอง เสียงของมันดังเหมือนเสียงผายลม“ปวดหัวมากนัก ไม่มีใครทำให้ข้าอับอายมานานมากแล้ว!  บัดซบ”

ฮัวยาและกัวกัวปากอ้าตาค้าง

แย่แล้ว

ไม่มีศีรษะแต่เจ้าผู้นี้ยังมีชีวิตได้หรือ? เขาเป็นคนหรือเปล่า?

ผีตะกละที่ไม่มีหัวแต่ยังมีชีวิตลุกขึ้นยืนตรงและชี้มาที่เย่ว์หยางด้วยความโกรธ  “อย่าคิดว่าทำร้ายข้าได้แล้วเจ้ายังทำอวดดีกับข้าได้นะ ข้ามีร่างอมตะ ไม่มีวันตาย!  ไม่ว่าเจ้าเป็นเด็กน่าตายมาจากไหน เมื่อบังอาจทุบศีรษะข้า  อย่างนั้นข้าจะสั่งสอนให้เจ้ารู้ว่าขุนเขาเหนือขุนเขาคือโลกของเราผู้ใหญ่  แต่ใช่ที่ให้เด็กน่าตายอย่างเจ้ามาวิ่งเล่น!”

“โอ๊ว บิดากลัวแทบตาย!” เย่ว์หยางเอามือทาบอกตกใจทำเป็นกลัวและอดยักไหล่ถอนหายใจไม่ได้  “ไม่มีหัวยังมีชีวิตได้อีกหรือ?   จริงๆ ด้วย แต่หัวนี่เป็นแค่ของตกแต่ง  ฟังดูเหมือนงี่เง่าแต่ข้าเพิ่งเห็นครั้งแรกจริงๆ โลกเรากว้างใหญ่ไพศาลนัก คนก็มีทุกประเภทคนงี่เง่าไร้สมองยังมีชีวิตอยู่ได้ ข้าจะพูดอะไรได้?  ไม่,ข้าต้องยืนให้ห่างกว่านี้ มิฉะนั้นอาจติดเชื้อโง่ได้..”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด