ตอนที่แล้วตอนที่ 1143 มีใครอยู่บ้างไหม?
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 1145 อาจติดเชื้อโง่ได้...

ตอนที่ 1144 รับใช้ผู้มีอำนาจ


ฮัวยาและโจรดวงดาวอื่นได้ยินเสียงแล้ว หน้าพวกเขาเปลี่ยนสี

นี่ไม่ใช่กาดำ!

อย่าว่าแต่กาดำเลยไม่มีโจรดวงดาวคนไหนพูดเล่นลิ้นในเวลาอย่างนี้ได้ เนื่องจากไม่ใช่คนของโจรดวงดาว อย่างนั้นคนเคาะประตูก็มีความเป็นไปได้สถานเดียวนั่นคือศัตรู!

พบเจอศัตรูจะให้ทำอย่างไร จะฆ่าหรือป้องกันห้องโดยสาร?

ทั้งสองเงื่อนไขยากมาก

พวกเขากลัวว่าจะไม่สามารถฆ่าอีกฝ่ายได้และเห็นได้ชัดว่าห้องโดยสารเป็นทางตัน แล้วจะเลือกอย่างไร?

ในขณะที่ฮัวยาลังเลด้วยความปวดหัวผู้เคาะประตูข้างนอกได้แก้ปัญหาที่ยากลำบากนี้แล้ว   เนื่องจากเลือดที่บางมากสามารถแทรกเข้าไปในรอยต่อที่ประตูอย่างช้าๆ กลายเป็นแขนใสยือหยุ่นพอจะกดปุ่มเปิดประตูออกได้อย่างง่ายดาย

มือใสคว้าลูกบิดค้างไว้

และหมุนอย่างแรง

แกร๊ก!

ประตูถูกเปิดออกอย่างรวดเร็วทันที

คลื่นโลหิตพุ่งเข้ามาตามทางเดินด้านนอก น้ำท่วมเข้ามาในห้องถึงข้อเท้าพวกเขาและฮัวยายังคงยืนงงไม่รู้จะทำอย่างไรดี

คนที่ยืนอยู่หน้าประตูไม่ใช่มีคนเดียว แต่มีสามคน

บุรุษวัยกลางคนหน้าซีดตัวอ้วนหน้ามีแววเมตตามองเข้ามาในห้องโดยสารและยิ้มเล็กน้อย  “พยัคฆ์บิน อินทรีป่าฟลามิงโกพวกเขาไม่มีใครอยู่  กัปตันกริฟฟินแม่ทัพอินทรีทอง และเหมาพั่วตี้กับคนอื่นยังมีธุระยุ่ง ยกเว้นเด็กๆดูเหมือนจะไม่มีใครอยู่บ้าน เพราะอย่างนั้นข้าจะไปจัดการเรื่องอื่นก่อน มีแค่ไฟนรกกับภูตพรายก็พอแล้ว  พวกเจ้าอยู่จัดการที่นี่”

ที่สำคัญบุรุษวัยกลางคนมองดูคนในบ้านอย่างสุภาพ

จากนั้นลอยหายไป

ถ้าไม่ใช่สตรีประหลาดที่ทั้งร่างมีไฟเลือนรางลุกโชนทั้งตัวฮัวยาคงดูแคลนเหยียดหยาม พวกฮัวยาอาจคิดผิดพลาดว่าบุรุษวัยกลางคนผู้สุภาพใจดีนั้น เป็นคนดี  ทันทีที่สตรีผู้นั้นเปล่งประกายแวววาวฮัวยาตัวสั่นด้วยความตกใจ เขาพยายามกัดฟันอย่างยากลำบากเพราะสตรีที่ร่างติดไฟตะโกนขึ้น  “หนอนพิษเจ้าคนที่น่ารังเกียจนี่ชอบแกล้งทำตัวเป็นพี่ใหญ่ในหมู่ห้าจอมโฉดอย่างเราแม้ว่าวิธีการฆ่าและความอำมหิตก็ด้อยกว่าอีกสามคนเล็กน้อย แต่ในแง่ของความแข็งแกร่งข้ากับพี่ภูตพรายดีกว่าเล็กน้อย  พวกเขาแค่แก่กว่าเราเพียงเล็กน้อย  พอเขาต้องการสั่งเราข้าไม่รู้จะทำอย่างไรดีจริงๆ!”

ห้าจอมโฉด? หนอนพิษ?

ไฟนรก?

และสตรีแปลกๆที่กระพริบร่างได้เหมือนไฟก็คือภูตพราย!

ฮัวยาต่อให้ตาบอดบ้าใบ้ตอนนี้พวกเขาสามารถเดาได้แล้วว่าศัตรูของเขาคือใคร

ถ้าสตรีร่างประหลาดที่ร่างกายมีแสดงเหมือนไฟปีศาจเลือนรางยากอธิบาย  อย่างนั้นสตรีอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆร่างโปร่งแสง เป็นสตรีขายาวร่างผอมมากสวมชุดคลุมยาวคลุมไปทั้งร่างและชุดใหญ่นั้นก็โปร่งแสง  ถ้านางยืนอยู่เฉยด้วยสายตาคนธรรมดาคงยากจะค้นหาความคงอยู่ของนาง

เมื่อเคลื่อนไหวเท่านั้นจะจับความแตกต่างระหว่างอากาศกับร่างกายของนางไม่ได้เลย

สตรีล่องหนนี้มีผมยาว

ปรกไปทั้งหน้า

ไม่จำเป็นต้องบอกนางคือ ‘ภูตพราย’ ในห้าจอมโฉด

สตรีประหลาดผู้มีร่างสว่างไปด้วยไฟปีศาจก็คือ‘ไฟนรก’ ผู้มีชื่อเสียงในห้าจอมโฉด

ภูตพรายและไฟนรกสตรีทั้งสองคนนี้เป็นนักฆ่าที่มีความพิเศษ เมื่อนานมาแล้วฮัวยาได้ยินข่าวลือลับๆว่าสตรีทั้งสองคนนี้ไม่มีวันฆ่าให้ตาย เว้นแต่เทพแล้วจะไม่มีใครในโลกที่สามารถฆ่าพวกนางหรือแม้แต่ทำร้ายพวกนางได้ นั่นเป็นเรื่องที่ยากมาก!  ความแข็งแกร่งด้อยกว่าศัตรูไม่มีทางฆ่าศัตรูแบบนี้ได้

ฮัวยารู้สึกสิ้นหวัง

“จะเชิญให้เราเข้าไปข้างในหรือพวกเจ้าจะออกมาเองโดยอัตโนมัติ?”  ไฟนรกสนใจมองไปที่เย่ว์หยางที่นอนไขว่ห้างงีบพักโดยไม่ได้เคลื่อนไหวเสียงของนางหวานปานน้ำผึ้งหยด  “อาคันตุกะยืนรออยู่หน้าประตูนานแล้วเจ้าบ้านจะไม่เรียกดื่มน้ำชาสักถ้วยหรือ?”

“ถอยไป!” ฮัวยากัดฟันเค้นคำพูดออกจากปาก

โจรดวงดาวหลายคนเข้าใจหน้าที่หลักรีบวิ่งไปหาเย่ว์หยางเตรียมพาเขาหนีไปตามเส้นทางฉุกเฉินของห้องโดยสาร ทันทีที่เปิดประตูฉุกเฉินดาดฟ้าจะเปิดและมียานชูชีพรออยู่

แน่นอนว่าการลงมือนั้นรวดเร็วใช้เวลาเพียงเล็กน้อยก็เปิดเครื่องจักรกลและนั่งบนยานชูชีพ

ไฟนรกและภูตพรายจะมองดูอยู่เฉยๆ หรือ?

ฮัวยาไม่มัวพิรี้พิไร

แน่นอนว่าเมื่อเขากัดฟันแน่นเขาคำรามลั่นและเหมือนเสือรี่เข้าหาศัตรู  เขากล้าพูดว่าเขาไม่เคยกล้ามากขนาดนี้มาก่อนในชีวิตแต่ฝ่ายไฟนรกและภูตพรายคือคนในห้าจอมโฉดแค่คนเดียวก็สามารถฆ่าคนได้ด้วยเพียงนิ้วเดียวและตอนนี้พวกนางลงมือกันสองคนเขายอมต่อสู้อย่างนี้ไม่สามารถใช้แค่คำว่าความกล้าได้เท่านั้น

ยังคงมีความรับผิดชอบ!

ความรับผิดชอบที่หัวหน้าพยัคฆ์บินและกาดำมอบหมายให้

แม้รู้ว่าเขาไม่มีพลังอำนาจแต่เพื่อรับผิดชอบต่อภาระที่แบกรับไว้ ฮัวยาตัดสินใจทุ่มเสี่ยงทุกอย่างเพื่อให้งานสำเร็จ

ตราบเท่าที่มีเวลาหนึ่งวินาที  ตราบใดในเวลาหนึ่งวินาทีพี่น้องหลายคนของเขาสามารถเปิดเครื่องกลยานชูชีพได้และหลบหนีไปได้.. ความคิดที่สมบูรณ์แบบในใจของฮัวยายังไม่ทันสมบูรณ์ เขารู้สึกแน่นคอและถูกมือข้างหนึ่งจับไว้

เป็นภูตพรายใช้แขนที่ยาวเป็นพิเศษของนางยกร่างฮัวยาขึ้น

เมื่ออยู่ต่อหน้านาง

ฮัวยาที่ร่างหนาเหมือนโคถึกไม่ต่างอะไรกับแมลงตัวน้อย

อย่าว่าแต่ต่อต้านเลยแม้แค่ดิ้นรนก็ยังทำไม่ได้... ขณะเดียวกันเมื่อฮัวยาเตรียมสั่งการเครื่องกลย้ายร่างเย่ว์หยางพวกเขาพบว่าสตรีอัคคีนรกมายืนอยู่บนช่องทางหนีภัยฉุกเฉินไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใดใบหน้าของนางยิ้มมองดูโจรดวงดาวที่วิ่งไปที่เครื่องกล  พวกเขาหวาดกลัวจนล้มลงกับพื้น

“คนที่ซ่อนตัวอยู่ที่ทางเดินในเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว ก็เข้ามาและนั่งลงได้!” เย่ว์หยางลุกขึ้นนั่งและรินน้ำใส่แก้วด้วยตนเอง

“ตอนนี้เจ้ายังสนใจคนอื่นด้วยหรือ?”  ไฟนรกประหลาดใจเล็กน้อย

“ข้าไม่ต้องการให้ความสนใจกับเรื่องนี้  แต่เสียงฟันเจ้านั่นกระทบกันดังจนข้าหลับไม่ลง!”  คำพูดเย่ว์หยางไม่ทันจบ ข้างนอกยานชูชีพมีหน้าคนผู้หนึ่งโผล่ออกมาทันที  ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความขมขื่นหวาดกลัวเขาคือหนึ่งในไม่กี่คนที่เย่ว์หยางรู้จัก กัวกัว

“ข้า,ข้าไม่ได้ต้องการทรยศเจ้า  แต่หนอนพิษใส่ตัวหนอนยักษ์เข้าไปในปากของข้าและบอกว่าถ้าข้าไม่ซื่อสัตย์จะปล่อยให้หนอนยักษ์กินอวัยวะภายในของข้าและจะให้มันชอนไชท้องข้าเป็นรูโบ๋ออกมาข้าไม่อาจทนกับสิ่งที่น่าขยะแขยงนั้นได้ เจ้าไม่รู้หรอกว่าปากของหนอนนั้นเต็มไปด้วยฟัน อย่างน้อยก็มีเป็นพันซี่และทุกตัวเหมือนฟันปลาฉลามข้าไม่อยากให้มันเจาะคอข้าเข้าไปเลย!” กัวกัวร้องไห้สะอึกสะอื้นอธิบายให้เย่ว์หยางฟังอย่างเจ็บปวดใจ

“ไม่เป็นไร,เจ้าไม่ได้หักหลังข้าครั้งแรก ข้าชินแล้ว!” เย่ว์หยางกลับปลอบกัวกัว

แน่นอนถ้าโดนใส่หนอนยักษ์ที่ชอบกินอวัยวะภายในเข้าไปในปากคงไม่มีใครทนรับการทรมานแบบนี้ได้

จะมีอะไรน่ากลัวไปกว่ามองเห็นท้องตนเองมีรูขนาดใหญ่?

อย่าว่าแต่กัวกัวเป็นคนขี้ขลาดตาขาวอยู่แล้ว

เป็นคนที่กระทบของแข็งและช่วยตนเองไม่ได้

และรู้สึกจนใจ

ดังนั้นเย่ว์หยางเข้าใจกัวกัวดีนอกจากนี้ ต่อให้กัวกัวไม่พูด แมลงพิษไฟนรกและภูตพรายก็สามารถหาความจริงพบได้อย่างง่ายดาย การค้นหาสหายทรยศเป็นแค่การโจมตีทำลายกำลังใจกัน!

“ถ้ายังมีโอกาสอื่นข้าจะไม่ขายเจ้า ข้าสัญญาว่าจะต้องกล้าหาญให้ได้” กัวกัวรู้สึกละอายใจ

“ขอบใจ,เจ้ามีความตั้งใจดีเช่นนี้ข้าก็พอใจมากแล้ว ความจริงเจ้าควรรักษาชีวิตให้รอดไว้ก่อน ที่สำคัญไม่มีอะไรสำคัญมากไปกว่าชีวิต” เย่ว์หยางเหมือนปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ ในที่สุดแม้แทบจะขยับทำอะไรไม่ได้ เขากลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?  น่าเสียดายที่ไม่มีเทปบันทึกมิฉะนั้นเขาคงเอาไปคุยโม้โอ้อวดได้อีกนาน

“ฮะฮะเป็นเด็กที่มีอารมณ์ขันจริงๆ ข้าชักชอบเจ้ามากขึ้นทุกทีเสียแล้ว” หน้าของสตรีไฟนรกยิ้มเลือนราง นางถามต่อ “ตอนนี้สหายอีกคนยังอยู่ในเงื้อมมือของน้องภูตพรายของข้า  นางมีความอดทนต่ำ หากเจ้าไม่ช่วยชีวิตเขานางจะขยี้คอเขา หรืออาจจะใช้มือฉีกอกควักหัวใจและปอดของเขาออกมาหรืออาจจะดึงกระดูกสันหลังของเขาออกมาทำสร้อยคอกระดูกมนุษย์ก็ได้..เจ้ามีวิธีใดที่ใช้การการโน้มน้าวสาวภูตผีนี้หรือไม่?  นางมีชื่อเสียงในด้านพรางตัวและซ่อนเร้น  ยากจะโน้มน้าวใจนางเสียด้วย!”

“ข้ามีสองวิธีในการโน้มน้าวใจผู้คน”  เย่ว์หยางยิ้มและชูสองนิ้ว“หนึ่งคือโน้มน้าวใจอย่างรวดเร็วเด็ดขาด อีกวิธีหนึ่งโน้มน้าวด้วยจิตเมตตา”

“ขอฟังโน้มน้าวใจอย่างรวดเร็วเด็ดขาดก่อน”  สตรีไฟนรกให้ความสนใจมาก

“การโน้มน้าวใจอย่างรวดเร็วก็คือข้าตัดแขนหรือขาออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อนางเข้าใจว่าข้าเป็นคนที่น่าเชื่อถือมาก!” คำอธิบายของเย่ว์หยางทำให้โจรดวงดาวหลายคนตะลึงงัน พูดตามตรงบางคนเชื่อเย่ว์หยาง พวกเขาไม่เคยเห็นวิธีโน้มน้าวใจที่รวดเร็วเช่นนี้

“เป็นวิธีการโน้มน้าวใจที่ดีมาก  ข้าชอบ” สตรีไฟนรกปรบมือนางและยกย่อง จากนั้นถามต่อ “แล้วเจ้ารู้เรื่องอะไรในเรื่องคุณธรรมหรือเมตตาธรรม?”

“ข้าโน้มน้าวด้วยคุณธรรมและเมตตาธรรมโดยข้าจะทุบด้วยหมัดและโน้มน้าวพวกเขาว่าข้ามีความอดทนและความจริงใจในการบริการผู้คนด้วยน้ำใจที่ยิ่งใหญ่  กล่าวโดยทั่วไปแล้วเนื่องจากการโน้มน้าวคนอื่นในลักษณะนี้ มักจะได้รับคำตอบรับที่ดีเป็นส่วนใหญ่ จึงไม่ค่อยมีใครคัดค้าน” เย่ว์หยางกล่าวว่าเขามักชักชวนคนอื่นด้วยวิถีเมตตาธรรม

“เยี่ยมมม”  โจรดวงดาวหลายคนอดกลืนน้ำลายไม่ได้ในเวลาเดียวกันพวกเขาพบว่าในตอนนี้ชอบวิธีโน้มน้าวใจอย่างมีเมตตาของเย่ว์หยาง  รับใช้ด้วยคุณธรรม

“สองวิธีนี้มีอะไรแตกต่างกัน?”  สตรีไฟนรกขมวดคิ้วถาม

“ความจริงความแตกต่างค่อนข้างมากความแตกต่างนั้นก็คือเวลา” เย่ว์หยางอธิบายอย่างมีความสุข  “การโน้มน้าวอย่างรวดเร็วค่อนข้างเรียบร้อยและไม่สิ้นเปลืองเวลาของทุกคน  คนอื่นก็จะเข้าใจได้ตรงมากขึ้นไม่จำเป็นต้องใช้เวลา! ตอนนี้พวกเจ้าต้องการให้ข้าโน้มน้าวด้วยวิธีไหน จะโน้มน้าวแบบรวดเร็วหรือโน้มน้าวด้วยคุณธรรมดี?”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด