ตอนที่แล้วบทที่ 19 ถูกเยาะเย้ยในวันรุ่งขึ้น !
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 21 ความสัมพันธ์ที่แตกหัก!

บทที่ 20 โกรธฟู่หยุนเฟย!


บทที่ 20 โกรธฟู่หยุนเฟย!

หลังจากเดาสาเหตุได้ เฉินเหวินก็รู้สึกพูดไม่ออก จุกอยู่ภายในใจ.... 

เขาระมัดระวัง และทิ้งระยะห่างกับหลี่ซิ่วหยู ดังนั้นดูเหมือนว่าฟู่หยุนเฟยคิดไม่ผิดที่พุ่งเป้าไปที่เขา...

แต่ใครจะไม่ชอบเพื่อนร่วมชั้นที่สวยงามในชั้นเรียนเดียวกันใช่หรือไม่?

   แม้ฟู่หยุนเฟยจะคอยขัดขวางคนอื่นไม่ให้เข้ามาใกล้ชิดหลี่ซิ่วหยู แต่ทว่า..หากเธอไม่เล่นด้วยก็ค่อยว่ากัน

และจะเป็นการดีหรือไม่ ที่ในฐานะเพื่อนร่วมชั้น ฟู่หยุนเฟยเปิดเผยข้อมูลที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อนเช่นนี้?

   แต่เมื่อนึกถึงพฤติกรรมของฟู่หยุนเฟยในโรงเพาะพันธ์ก่อนหน้านี้ เฉินเหวินก็รู้สึกโล่งใจ

   มันทำให้เฉินเหวินรู้สึกได้ว่าคน ๆนี้จะต้องเป็นศัตรูกับเขาในอนาคตเป็นแน่!

  เฉินเหวินกำลังคิดเกี่ยวกับเหตุและผล ขณะที่เหอเซิ่งได้ยินฮู่กวานเย้ยหยันเฉินเหวิน และอดไม่ได้ที่จะสบถทันที:

"พวกแกมันพวกขยะ!"

   “แกเรียกใครว่าขยะ!”

   “ก็แกนั่นไงขยะ!”

   "..."

  ทันใดนั้น ในขณะที่เหอเซิ่งกำลังต่อว่าฟู่หยุนเฟยและฮู่กวานอยู่นั้น เขาก็พับแขนเสื้อขึ้นพร้อมที่จะต่อสู้

  ความสูงของเหอเซิ่งอยู่ที่ 1.83 เมตรในตอนนั้นแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะสูงขึ้นอีกด้วย และจากกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ เขาจึงดูแข็งแรงมากกว่าคนอื่น

  จากรูปร่างที่สูงใหญ่ที่สุดในห้องก็ว่าได้ จึงทำให้ไม่มีใครกล้าที่อยากจะยุ่งกับเขา

  ทันทีที่เขาเข้าใกล้ ฟู่หยุนเฟย และ ฮู่กวาน พวกเขารู้สึกเหมือนถูกหมีตัวใหญ่โอบล้อม

  ฮู่กวานพูดอย่างเคร่งขรึม: "นายกำลังทำจะอะไรนี่มันห้องเรียนนะ!"

  ฟู่หยุนเฟยพูดอย่างกระวนกระวาย: "นี่นายยังอยากจะเป็น บีสมาสเตอร์ อยู่หรือเปล่า? หรือหากนายจะเอาก็มา....ไปเจอกันที่สนามมาเด่ะ!"

  เหอเซิ่งรู้สึกโกรธมากที่ถูกดูหมิ่น จึงกำหมัดแน่นพร้อมจะเข้าจู่โจม!

   เฉินเหวินจับแขนเหอเซิ่ง ส่ายหัวแล้วพูดว่า "ใจเย็น ๆเพื่อน!"

  ตอนนี้เป็นเพียงวันที่สองของการไปโรงเรียน เขาไม่ต้องการให้ตัวเองและเหอเซิ่งถูกครูขึ้นบัญชีดำ

  เหอเซิ่งผงะเมื่อเขาได้ยินคำพูดนั้น และปล่อยกำปั้นของเขา แต่ยังคงพูดอย่างรุนแรงกับพวกเขาสองคน:

"ถ้าไม่ใช่เพราะเฉินเหวิน ฉันคงตบสั่งสอนไอ้ไก่อ่อนสองตัวนี้ไปแล้ว!"

   "ถ่อยมาก!"

   "แน่จริงก็มาเด่ะ...นึกว่าฉันกลัวแกเหรอไงฟะ!"

  ฟู่หยุนเฟย และ ฮู่กวาน กล่าวด้วยความโกรธ....

   เฉินเหวินสั่นศีรษะมองไปที่ฟู่หยุนเฟยและพูดว่า "นี่ฟู่หยุนเฟย ฉันขอถามนายอีกครั้งว่าฉันหลอกลวงตรงไหน?"

  ฟู่หยุนเฟย กล่าวว่า: "ก็นายหลอกลวงทุกคนว่าเจ้าหมีกินเหล็กเป็นสัตว์อสูรที่มีศักยภาพโดดเด่นยังไงล่ะ"

"อา-"

  เฉินเหวินเย้ยหยัน จากนั้นถามเพื่อน ๆที่อยู่รอบตัวเขา: "ฉันบอกตอนไหนว่าเจ้าหมีของฉันเป็นสัตว์อสูรที่มีศักยภาพโดดเด่น"

  ทุกคนส่ายหัวเมื่อได้ยินคำนั้น.....

  ฮู่กวานขัดจังหวะ: "ใช่...นายไม่ได้พูด แต่นายทำให้ทุกคนเข้าใจผิด! สัตว์อสูรกินเหล็กเห็นได้ชัดว่าเป็นสัตว์อสูรขยะที่วิวัฒนาการมาจากสัตว์อสูรพื้นเมือง และนายก็ไม่ได้บอกทุกคน!"

   เฉินเหวินกลอกตาล้อเลียน: "ถ้าอย่างนั้น นายก็ควรบอกทุกคนว่านายเป็นสุนัขรับใช้ของฟู่หยุนเฟยนะ!"

  เหอเซิ่งหัวเราะเสียงดังเมื่อได้ยินคำพูดนั้น และกล่าวว่า: "ฮ่า ฮ่า ฮ่า นายพูดโดนใจฉันมากเลยเพื่อน ใช่นายควรบอกทุกคนว่านายคือสุนัขรับใช้ของฟู่หยุนเฟย!"

  จากนั้นสายตาทุกคูู่ของนักเรียนรอบ ๆ กระซิบและมองไปที่ฮู่กวาน....

  ฮู่กวานโกรธมากจนกัดกรามกร๊อด ๆ และจากนั้นใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดง

  เมื่อมองผ่านเขาไป เฉินเหวินมองไปที่ฟู่หยุนเฟย และยิ้มเบา ๆ แล้วพูดว่า "หึ! แล้วทำไมนายถึงไม่พูดถึงความล้มเหลวของตัวเองที่ทำพันธสัญญาทั้งสามครั้งไม่สำเร็จกับทุกคนบ้างล่ะ!"

"แก-!!"

  ฟู่หยุนเฟยหน้าแดง ชี้ไปที่ เฉินเหวิน ในจณะที่เขาจุกจนพูดไม่ออก

   นั่นเป็นสิ่งที่น่าอายที่สุดเกี่ยวกับตัวเขา และเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาอยากให้คนอื่นรู้

  ในขณะนี้ หลี่ซิ่วหยูส่ายหัวและพูดว่า "ก็จริงนะถ้านายไม่พูดถึงประวัติอันดำมืดของตัวเอง ก็แสดงว่านายกำลังหลอกลวงใช่ไหม ซึ่งมันก็ผิด!"

  ฟู่หยุนเฟยได้ยินสิ่งนี้และมองไปที่ หลี่ซิ่วหยู ด้วยความไม่น่าเชื่อ

"ธะ..เธอ-!!"

  คำพูดมากมายติดอยู่ในลำคอของเขาเป็นเวลานาน และในที่สุดเขาก็พูดอะไรไม่ออก

  ฟู่หยุนเฟยจ้องไปที่เฉินเหวินอย่างโกรธเกรี้ยว กระทืบเท้าแล้วหันหลังเดินจากไป

  ฮู่กวาน ตะคอกใส่ เฉินเหวินและจากไปพร้อมกับ ฟู่หยุนเฟย "ฝากไว้ก่อนเถอะ.. แก!!"

   เฉินเหวินส่ายหัวแล้วชี้ไปที่นาฬิกาบนกระดานดำแล้วพูดว่า: "เอาล่ะๆ ใกล้จะถึงเวลาเรียนแล้ว หากใครต้องการให้อาหารอาโปก็สามารถมาลงทะเบียนกับฉันได้ เข้าแถวเร็ว ๆ!"

  "นี่ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเธอเป็นเพื่อนร่วมชั้น ฉันจะไม่อนุญาตให้ใครแตะต้องมันเลย "

  หลังจากพูดจบ เฉินเหวินก็นั่งลงอีกครั้ง

  เมื่อเห็นฟูหยุนเฟย และ ฮู่กวานเดินหนีไปด้วยความอับอายเพราะเฉินเหวิน ดูเหมือนกับว่าเหอเซิ่งจะแสดงชัยชนะด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาทันที

  เขาหัวเราะเสียงดัง: "ฮ่า ฮ่า ฮ่่า! ถ้าอย่างนั้นฉันจะนับเซิ่งเอ๋อเป็นน้องชายของฉันตั้งแต่บัดนี้เลย และฉันก็จะซื้ออาหารให้อาโปเป็นคนแรกเลย!"

  หลี่ซิ่วหยูพูดอย่างรวดเร็ว: "ได้ยังไงล่ะ! คนแรกจะต้องเป็นฉันซิ!"

  นักเรียนหลายคนที่ได้ยินคำพูดนั้นต่างก็บอกว่าพวกเขาต้องการลงทะเบียนด้วย......

   แน่นอนว่าหละงจากฟู่หยุนเฟยและฮู่กวางเดินออกไปนั้นทำให้บรรยากาศของการลงทะเบียนดีขึ้นมาก....

..

   ในขณะที่อาโปนอนหลับสนิทตลอดเวลาและไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีคนเกือบทะเลาะกันเพราะมัน!

   ในไม่ช้า เสียงระฆังก็ดังขึ้น และนักเรียนในชั้นก็เริ่มทำสมาธิ...

   ตารางเรียนของบีสมาสเตอร์นั้นแตกต่างจากห้องเรียนทั่วไปอย่างมาก

  หลักสูตรส่วนใหญ่ประกอบด้วยวิชาพื้นฐาน การควบคุมสัตว์อสูร และหลักสูตรการฝึกฝน

   ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าวิชาพื้นฐานคือภาษาจีน คณิตศาสตร์ และการคิด ส่วนใหญ่เพื่อปลูกฝังการแสดงออกทางภาษา

ตรรกะการคิด และศีลธรรมของการเป็นบีสมาสเตอร์นั่นเอง ซึ่งก็ไม่แตกต่างจากนักเรียนทั่วไปมากนัก

   การควบคุมสัตว์อสูร เป็นวิชาในร่ม และเนื้อหาที่สอนเป็นความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการควบคุมสัตว์อสูร เช่น วิธีฝึกสัตว์อสูร

การควบคุมศักยภาพ การสร้างทีมสัตว์อสูร เป็นต้น

  ชั้นเรียนฝึกอบรมเป็นชั้นเรียนที่สอนโดยครูคนสวยซูซิน และยังเป็นวิชาโปรดของนักเรียนในชั้นอีกด้วย

  สำหรับการเรียนนั้นไม่เพียงแต่จะฝึกฝนนักเรียนให้เป็นบีสมาสเตอร์ที่มีคุณภาพเท่านั้น แต่ยังฝึกฝนสัตว์อสูรอีกด้วย

  ในตอนแรก ครูซูซินแค่ขอให้เฉินเหวินและคนอื่นๆ เล่นเกมกับสัตว์อสูรของพวกเขา เช่นเล่นฟุตบอล ขว้างจาน ผลักห่วง

และเดินบนไม้ค้ำถ่อ...

  หลังจากจบเกมแล้วก็สามารถช่วยให้นักเรียนบีสมาสเตอร์และสัตว์อสูรของตัวเองมีความสัมพันธ์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทีเดียว.....

  ความไว้วางใจของอาโป ที่มีต่อเฉินเหวินก็ทะลุ 80 คะแนน และเขาก็มาถึงขั้นตอนที่สองของ "ความผูกพันธ์"

แต่ทว่า......น่าเสียดายที่อาโปไม่รู้ทักษะใด ๆ ทั้งสิ้น ดังนั้น เฉินเหวินจึง ทำได้เพียงแค่ฝึกฝนทักษะจากการเล่นเกมเท่านั้น

  หลังจากนั้น ครูซูซินเริ่มเพิ่มความเร็วอย่างช้าๆ ระยะของการฝึกวอร์มอัพก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้น รายการฝึกมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ความเข้มข้นและความยากยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น!

  ภายใต้การฝึกของเธอ สมรรถภาพทางกายของเฉินเหวินและนักเรียนคนอื่นๆ ก็ค่อยๆ ดีขึ้น และความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรก็เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน

  เฉินเหวินไม่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์อสูรตัวอื่นๆ แต่ภายในหนึ่งเดือน อาโปก็ก้าวเข้าสู่ขั้นที่ห้าของร่างมนุษย์ ซึ่งไม่สามารถอธิบายได้ว่าจะมาจากอาหารที่ทุกคนนำมาให้อาโปหรือไม่?!

  และจากนั้นการเติบโตของอาโปก็ เริ่มลดลง!

  ระดับมนุษย์ เป็นระดับสำหรับของสัตว์อสูรเพื่อดูดซับพลังวิญญาณเพียงเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่นเท่านั้น

   กล่าวโดยสรุปคือระดับพื้นฐานนั่นเอง.....

  สัตว์อสูรเกิดมาพร้อมกับสัญชาตญาณในการใช้พลังจิตวิญญาณ และจะค่อย ๆ ปลุกทักษะทางเผ่าพันธุ์ของพวกมันเอง และการฝึกฝนทักษะของเผ่าพันธุ์ของพวกมันมักจะสามารถปรับแต่งอวัยวะต่าง ๆที่สำคัญของพวกมันได้ดีขึ้นอีกด้วย....

   อาจกล่าวได้ว่าทักษะของเผ่าพันธุ์ของสัตว์อสูรไม่ได้เป็นเพียงวิธีการโจมตีและป้องกันเท่านั้น แต่ยังเป็นวิธีการและทางลัดสำหรับพวกมันในการพัฒนาความแข็งแกร่งอีกด้วย....

  เมื่อเห็นว่าสัตว์อสูรจำนวนมากในชั้นเรียนเริ่มที่จะปลุกทักษะของเผ่าพันธุ์ของพวกมัน เฉินเหวินรู้ว่าถึงเวลาแล้วที่จะเปิดใช้งานนิ้วทองคำสำหรับอาโปนั่นเอง.....

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด