ตอนที่แล้วตอนที่ 1002 คนตายเท่านั้นที่รู้ความลับ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 1004 มีแต่คนหล่อทั้งนั้น

ตอนที่ 1003 คืนสู่เหย้า!


มนุษย์เงือกแมงกะพรุนต้องการฆ่าตัวตาย แต่ตอนนี้ความตายนับว่าเป็นสิ่งที่เลิศหรูสำหรับเขา

แต่เขาไม่มีทางทำได้สำเร็จ

เขาไม่รู้ว่าเขาตกอยู่ในเงื้อมมือใคร  แต่เขารู้ว่าเขาตกอยู่ในเงื้อมมือบุรุษหน้ากากเงินและต้องพบจุดจบอย่างแน่นอน  สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือพวกเขาอาจถูกยึดครองสิ่งที่พวกเขาได้พยายามทำมาโดยตลอดในเมืองไป๋เหอมาเป็นเวลาหลายพันปี  ทั้งหมดนั้นอาจจะสูญเปล่าได้

“ก็อย่างที่เจ้าบอกเขาเมื่อครู่นี้  เจ้าไม่มีทางเลือกที่สอง  ความจริงแล้วข้าไม่ต้องการให้เจ้าพูดอะไรเพราะผู้น้อยอย่างเจ้าถูกกำหนดไม่ให้รู้ความลับมากมายอยู่แล้ว” บุรุษหน้ากากเงินผู้ติดตามซือจิ่วสืบหาความลับทั้งวันก็คือเย่ว์หยางนั่นเองเขาจับมนุษย์เงือกแมงกะพรุนที่ตัวสั่นโยนเข้าไปในเจดีย์ปราบปีศาจ  รอจนถึงเวลาอันควรจึงค่อยปล่อยออกออกมาศึกษาดูว่ายังจะใช้ประโยชน์ได้หรือไม่

“ท่าน..ท่าน...” เรื่องที่เย่ว์หยางอ้างตัวว่าเป็นจักรพรรดิอวี้รุ่นใหม่ทำให้ซือจิ่วตกใจและสงสัย

“ข้าไม่อยากจะสนใจเจ้าปล่อยให้เจ้าได้อยู่คนเดียวเสียบ้าง เพราะสีหน้าของเจ้า วิธีพูดของเจ้า พ่อของเจ้าไม่หักขาเจ้าก็ดีแค่ไหนแล้ว  แน่นอนว่าเจ้ายังอายุเยาว์  คนหนุ่มมักใจร้อนแต่มองที่ความมีคุณธรรมของเจ้าบ้าง ข้าให้อภัยในความประมาทของเจ้า  และจงทราบเอาไว้ข้าไม่ค่อยอภัยคนที่ทำความผิดซ้ำสอง” ทันทีที่เย่ว์หยางยื่นมือออกมา เขาเป็นเหมือนลูกไก่ในกำมือซือจิ่วตกอยู่เงื้อมมือเขาและถูกพาตัวไปยังบันไดสวรรค์ชั้นห้า

พอกลับมาได้เขาพูดทักทายเย่คงและเจ้าอ้วนไห่กับคนอื่นๆ

เขาปล่อยซือจิ่วซึ่งตัวเต็มไปด้วยเศษดินหินและโยนลงกับพื้นราวกับโยนกระสอบทราย

เขาไม่สนใจการตอบสนองของซือจิ่วและหายตัวไป ภารกิจเทเลพอร์ตขนส่งวันละสามรอบทำให้เขาเป็นเหมือนนักธุรกิจเกมออนไลน์ไม่สามารถจะบ่นให้ใครฟังได้

เย่ว์หยางถูกบังคับให้ต้องวิ่งรอกธุรกิจจากไปแล้ว เจ้าอ้วนไห่และคนอื่นแสยะยิ้มรุมล้อมให้ความสนใจซือจิ่ว

ซือจิ่วกลัวแทบตายแต่เขาไม่สามารถหยุดได้!

“พวกเจ้าจะทำอะไร?  ที่นี่คือที่ไหน?” ซือจิ่วพบว่าที่นี่เป็นสถานที่แปลกที่เขาไม่เคยเยือนมาก่อนในการเป็นผู้สะกดรอย ต้องมีความรู้สึกถึงทิศทางและความเข้าใจภูมิภาคนั้นๆ ให้ดีนั่นเป็นเรื่องสำคัญอย่างมิต้องสงสัย ซือจิ่วกล้าพูดว่าไม่มีที่ใดในภูมิภาคสวนสวรรค์ที่เขาไม่รู้จัก  ยกเว้นหมอกซ่อน คลื่นควันและซากเมืองโบราณใต้น้ำ  แต่ที่นี่อยู่ที่ไหนกัน?  สถานที่ผีสางนี้ไม่มีน้ำสักหยดมันอยู่ที่ไหนในภูมิภาคสวนสวรรค์ ถ้าไม่ได้อยู่ในภูมิภาคสวนสวรรค์ นักสู้แข็งแกร่งที่อ้างว่าเป็นจักรพรรดิอวี้รุ่นใหม่สามารถพาเขาออกจากภูมิภาคสวนสวรรค์ได้ในทันที พลังที่น่ากลัวขนาดนี้ หรือว่าเขาคือเทพเจ้าในตำนาน?

“ที่นี่คือบันไดสวรรค์ ใช่แล้วก็อยู่ในหอทงเทียน ซึ่งเป็นที่เจ้าชาวแดนสวรรค์เคยอยู่มาก่อน   ในเมื่อเป็นหอทงเทียนอย่างนั้นเราก็เป็นชาวพื้นเมืองของหอทงเทียน เป็นยังไงบ้างคนพื้นเมืองรูปหล่ออย่างข้าเจ้าเคยเห็นมาบ้างหรือเปล่า?” เจ้าอ้วนไห่ยิ้ม ซือจิ่วหลั่งเหงื่อเยียบเย็น เขาเหมือนสินค้าที่กำลังถูกตรวจสอบ

“หอทงเทียน?” ซือจิ่วทำอะไรไม่ถูก เขาไม่เคยคิดว่าเพียงชั่วขณะ เขาจะถูกคนพามาหอทงเทียนที่เผ่าพันธุ์วงศ์ตระกูลของเขาไม่สามารถกลับมาได้หลายพันปีแล้ว

“เจ้ามีอะไรจะพูดอีกไหม?”  เจ้าอ้วนไห่ใช้มือหนาใหญ่กดไหล่ของซือจิ่วไว้

“ข้า ข้า.. ตอนนี้ข้า.. ไม่  ข้าเป็นข้ารับใช้จักรพรรดิ  เขาเพิ่งจะรับข้า ตัวข้าเองข้าเป็นชาวหอทงเทียน เป็นกลุ่มคนที่ถูกทอดทิ้งตกค้างอยู่ในแดนสวรรค์ข้าทำหน้าที่เป็นมือปราบคอยติดตามไล่ล่าคนทรยศข้ารับการช่วยเหลือจากจักรพรรดิอวี้ขณะที่เขาไล่ตามคนทรยศ”  ซือจิ่วพูดอย่างรวดเร็วสุดชีวิตบอกเล่าเรื่องราวหลายอย่างของเขา  เขารู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่ฆ่าเขาแน่  แต่ถ้าเขาไม่ทำให้ชัดเจน หากถูกเจ้าอ้วนโจมตีเขาจะตะโกนบอกได้อย่างไร? เพื่อปกป้องความบริสุทธิ์ของตนเอง ซือจิ่วตัดสินใจแกล้งทำเป็นร่วมด้วย

“เจ้าเป็นบริวารของคุณชายไตตันหรือ?” เขาเห็นคนสองสามคนในกลุ่มแทรกตัวออกมาและจับมือซือจิ่วอย่างเป็นกันเอง

“เป็นเรื่องจริงหรือนี่?”

“ยินดีต้อนรับน้องใหม่ในที่สุดก็ถึงวันที่ข้าหวังไว้เสียที”

ซือจิ่วเกือบประทับใจกับความกระตือรือร้นของคนเหล่านี้เขาแนะนำตัวเองว่าชื่อจินหวินและกำลังตื่นเต้นดีใจจนน้ำตาไหลพรากเขาเข้ามาจับมือโอบกอดต้อนรับอย่างอบอุ่น

พระเจ้า ชาวหอทงเทียนให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเองอย่างคาดไม่ถึง!

ด้วยความตื่นเต้นกระตือรือร้นต้อนรับอย่างอบอุ่นและการแนะนำตนเองของคนเหล่านี้ในที่สุดซือจิ่วก็เข้าใจคนกลุ่มนี้  เจ้าอ้วนผู้ดูเหมือนปีศาจมีชื่อว่าไห่ต้าฟู่แม้ว่าเขาจะอ้างว่าเป็นพี่ใหญ่ของคนกลุ่มนี้ แต่ซือจิ่วรู้สึกว่าเขาดูไม่เหมือนจะเป็นเช่นนั้น  แต่บุรุษชื่อเสวี่ยทันหลางผู้หล่อเหลาเยือกเย็นยังดูคล้ายยิ่งกว่า นอกจากสองคนนี้แล้วยังมีองค์ชายเทียนหลัวผู้สุภาพอ่อนโยนที่สุดบุรุษผู้ผอมบางแต่สายตามั่นคงดุจขุนเขาชื่อเย่คงน่าจะเป็นผู้ช่วยหรือรองหัวหน้าในกลุ่มคอยรับผิดชอบกลุ่มคนของจักรพรรดิอวี้

สองพี่น้องตระกูลหลี่ หลี่เกอหลี่ชิวไม่จำเป็นต้องมอง ต้องเป็นองครักษ์ผู้ภักดีที่สุดแน่นอน

จินหวินผู้ตื่นเต้นมากจนน้ำตาไหลยืนเช็ดน้ำตาเป็นระยะๆ  และฟงจีแมวขโมยที่เป็นส่วนหนึ่งในกลุ่ม

ขณะที่คนอื่นๆอีกหลายคนบางคนมีพลังต่ำกว่าเล็กน้อย และบางคนก็สูงกว่าเล็กน้อยตัวอย่างเช่นพวกที่บอกชื่อว่าจงกวน เฮยถู ไป๋หม่า ฯลฯ น่าจะเป็นคนในกลุ่มเดียวกันเพราะพลังของพวกเขาดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่าเขามาก... “ขอบคุณข้าไม่รู้เลยว่าพวกท่านจะต้อนรับอบอุ่นถึงเพียงนี้”  ซือจิ่วตื่นเต้นในหัวใจ

เขาคิดว่าคนในแดนมาตุภูมิของเขามีการแสดงออกที่อบอุ่นเป็นกันเอง!

เจ้าอ้วนไห่คว้าไหล่ของเขาและส่ายหน้าหัวเราะ  “ยัง ยังไม่พอ เจ้ายังไม่ได้สัมผัสความกระตือรือร้นของพวกเราเลย!” พูดไม่ทันขาดคำ เย่คงก็ปล่อยหมัดเต็มจมูกซือจิ่ว ซือจิ่วไม่ทันตั้งตัวเลือดกำเดาของไหลทันที  เจ้าอ้วนไห่จับไหล่ของเขาแล้วทุ่มลงกับพื้นหิน

หลังจากพูด ซือจิ่วยังไม่ทันได้ร้องเขาโดนย่ำไป 78 เท้าเห็นจะได้ เขาคร่ำครวญอย่างหนัก ซือจิ่วรู้สึกเหมือนถูกกระทิงขวิดใส่  กระดูกของเขาลั่นไปทั้งตัว

ซือจิ่วพบว่าคนที่ดุร้ายที่สุดในตอนนี้ก็คือจินหวินผู้ตื่นเต้นเช็ดน้ำตาต้อนรับเขา

ฟงจีที่กอดเขาอย่างกระตือรือร้นก็ไม่ด้อยกว่ากัน  ซือจิ่วแน่ใจเต็มร้อยว่า ถ้าเจ้าพวกบ้านี้ตั้งใจทำร้ายผู้ร่วมงาน  แสดงว่าเขาคงเป็นพนักงานดีเด่นที่สุดในโลก

“พวกเจ้า พวกเจ้า อ๊า.. จะทำอะไร?”  ซือจิ่วคิดว่ามีความเข้าใจผิดอะไรบางอย่างหรือไม่?

“นี่คือพิธีต้อนรับแบบพิเศษ!” เจ้าอ้วนไห่ฟาดเขาอย่างแรงและอธิบายด้วยสีหน้าจริงจัง  ราวกับว่าถ้าเขาไม่ตบแรงๆจะถือว่าไม่เป็นการแสดงความรักต่อซือจิ่ว

“เดี๋ยวก่อน”ซือจิ่วไม่คิดว่าทุกคนจะต้อนรับเขาแบบนี้จริงๆ เทียบกับการจับมือและกอดกัน แม้ว่าจะไม่คุ้นเคยอยู่บ้างแต่มันก็ยังดีกว่าไล่ทุบตีกันอย่างนี้

“เราไม่มีอคติต่อเด็กใหม่ทุกคนอยู่แล้ว!  มาเถอะให้เราแสดงความขวนขวายต้อนรับน้องใหม่ เรายังคงประเพณีที่ดีงามอย่างนี้ต่อไป มรดกนี้จะถูกละเลยไม่ได้!  อ้วนไห่!  เจ้าหยุดมือทำไม?”  เย่คงมองดูอ้วนไห่ลอบออกจากวง

“พวกเจ้าเล่นไปก่อน ข้าหิว ข้าจะไปหาอะไรกินเพื่อเพิ่มพลังสักหน่อยจะให้เด็กใหม่ผ่านพิธีรับน้องใหม่ไปโดยไม่ประทับใจได้อย่างไร!”  เจ้าอ้วนไห่พูดจนซือจิ่วอยากจะร้องไห้ดังๆ  ถ้าจะตีก็ตีไปเลยนี่ยังต้องกินเอาแรงแล้วค่อยกลับมาตีใหม่ รังแกกันเกินไปหรือเปล่า?

เขาไม่ได้ร้องไห้ แต่จินหวินร้องไห้

เขาร้องไห้เช็ดน้ำตาพลางทุบตีไปด้วย

เจ้าผู้นั้นอธิบายว่า“ข้าตื่นเต้นมากจริงๆ ข้ารอวันนี้มานานเท่าใดแล้ว.. ทำไมข้าต้องเป็นเด็กใหม่คนล่าสุด?ทำไมคุณชายไตตันไม่รับสมัครคนใหม่? ข้ามักเหมือนอยู่ในอนาคตที่มืดมน คาดไม่ถึงเลยว่าในที่สุดวันนี้ความทุกข์ทรมานของข้าจะจบลง แล้วข้าจะไม่มีความสุขได้ยังไง?”

ตอนนี้ซือจิ่วเข้าใจเรื่องทั้งหมดในที่สุด

กลับกลายเป็นว่าคนใหม่จะถูกคนเก่ารังแก!

ไอ้พิธีรับน้องบ้าบอนี่ ใครคิดขึ้นมาวะนี่เป็นพิธีกรรมอันตรายเกินไปหรือเปล่า?

หลังจากลงมือหนึ่งชั่วโมงทุกคนเหนื่อยเล็กน้อย จึงหยุดพักกินอาหารกินน้ำ มีแต่ฟงจีและจินหวินที่ยังทำพิธีต้อนรับไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

เหมือนกับว่าไม่เคยทุบตีมาก่อนถ้าไม่ตีหนักขึ้นกลัวว่าตนเองจะตายเสียก่อน

“พี่ใหญ่ทั้งสอง หยุดพักก่อนเถอะแล้วค่อยมาต่อใหม่!” ซือจิ่วยอมรับชะตากรรม ยอมรับว่าตนเองเป็นน้องใหม่?  ตอนนี้เขาเห็นฟงจีและจินหวินดูเหนื่อยสายตัวแทบขาดทั้งสองคน  เขาทนดูไม่ไหวเหมือนกับว่าการจะทำงานต้อนรับน้องใหม่ให้ดี ไม่ใช่เรื่องง่ายฟงจีและจินหวินปฏิเสธคำแนะนำของซือจิ่ว  ทั้งที่เหนื่อยก็ต้องทำต่อไป  ในฐานะคนมาก่อนถ้าไม่ทำให้เด็กใหม่ประทับใจอย่างลึกซึ้ง นั่นถือเป็นความล้มเหลวของชีวิต

“เอ่อ..ขอถามได้ไหมเมื่อไหร่จะมีคนใหม่เข้ามาร่วม?” ซือจิ่วถามปัญหาสุดท้ายพอดีเจ้าอ้วนไห่และคนอื่นก็ฟื้นคืนเรี่ยวแรงหลังจากกินเสร็จ

“รอไปก่อน มักจะมีมาเรื่อยๆ  อย่างมากไม่เกินครึ่งปี  อย่างเร็วก็เดือนหรือสองเดือนก็น่าจะมีน้องใหม่เข้ามาร่วม!” เจ้าอ้วนไห่ตอบคำถามให้เป็นอย่างดี

“....”ซือจิ่วได้ยินแล้วพบว่าคงไม่มีหวังแก้แค้นในช่วงเวลาสั้นๆ เขารู้สึกผิดหวัง

“พวกเจ้า พวกเจ้าตบหน้าด้วยหรือ?”  เมื่อซือจิ่วพูดไม่ทันจบเขาพบว่าทุกคนระดมให้คำตอบเขาทันที

โอวแม่เจ้า ปากอีกาแท้ๆ!

ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมงเย่ว์หยางไปจากเมืองอู๋เย่ แดนสวรรค์ใต้ ไปปราสาทตระกูลเย่ว์ หอทงเทียนและไปยังเมืองลู่หลิวแดนสวรรค์ตะวันตกเสร็จธุระแล้วกลับมายังบันไดสวรรค์ชั้นห้า  คราวนี้เขาพาทุกคนไปยังเมืองไป๋เหอ  คนที่เหยาะแหยะอย่างเจ้าอ้วนไห่จะไม่ก้าวหน้าถ้าไม่พาพวกเขาไปฝึกซ้อมหาประสบการณ์

ซือจิ่วกลับมายังโรงเตี๊ยมปลาวาฬหน้าของเขาบวมปูดยิ่งกว่าหัวหมู เถ้าแก่กันฉวนแทบจำลูกชายตนเองไม่ได้

จนกระทั่งเขาเอ่ยปากพูดเถ้าแก่กันฉวนนึกว่าผีหลอก แต่เขาจำได้ทันทีว่าบุรุษหัวหมูนี้ก็คือลูกชายของเขาเอง ทำเอาเขาแทบตกใจตาย

เถ้าแก่กันฉวนคว้าตัวลูกชายพาเข้าห้องลับ  “เกิดอะไรขึ้น? ทำไมเจ้าถึงกลับมา?”  เขาคิดว่าลูกชายของเขาหนีไปแล้วแต่คงถูกตรวจพบและแหวกวงล้อมหนีกลับมาซือจิ่วน้ำตานองหน้าและคุกเข่าต่อหน้าบิดาเขา “ท่านพ่อ! ข้า ข้าผิดไปแล้ว..”

เมื่อได้ยินเช่นนี้เถ้าแก่กันฉวนถลึงตามองดูลูกชายด้วยแววตาอำมหิต “ลูกอกตัญญู, เจ้าทรยศตระกูลหรือ?”

เขาคิดว่าลูกชายของเขาถูกจับไปทรมานบังคับให้ทรยศพวกพ้อง

ซือจิ่วส่ายหน้าน้ำตาไหลพราก “ท่านพ่อไม่ใช่อย่างนั้น แต่เป็นข่าวดี...” เขาพบว่าตนเองถูกมนุษย์เงือกแมงกะพรุนจับได้จากนั้นเย่ว์หยางปรากฏตัวมาช่วยเขาไว้และในที่สุดพาเขาไปที่บันไดสวรรค์ เขาเล่าเรื่องทุกอย่างรวดเดียว  เถ้าแก่กันฉวนไม่เชื่อในตอนแรก  แต่ขณะนั้นเองเย่ว์หยางเจ้าอ้วนไห่และพวกพ้องปรากฏตัวที่โรงเตี๊ยมปลาวาฬ

จนกระทั่งเย่ว์หยางแสดงตราเทพจักรพรรดิอวี้ เถ้าแก่กันฉวนจึงปักใจเชื่อว่าลูกชายของเขาพูดจริง

นี่เหมือนกับความฝันจริงๆ

ตอนนี้หอทงเทียนที่เขาไม่ได้กลับไปเป็นพันๆปีสามารถกลับไปได้  เพราะพอจักรพรรดิอวี้ตายทางผ่านเชื่อมหอทงเทียนและแดนสวรรค์ถูกผนึกนักสู้ชาวหอทงเทียนที่เหลือรอดตกค้างในแดนสวรรค์ทั้งหมดรู้สึกสิ้นหวังช่วยอะไรไม่ได้ ถูกโดดเดี่ยวเดียวดายเป็นพันๆ ปีในที่สุดก็เห็นรุ่งอรุณแห่งความหวัง หอทงเทียนไม่เพียงแต่กลับไปได้เท่านั้นแต่ยังมีจักรพรรดิอวี้รุ่นใหม่รับตกทอดมรดกของบรรพบุรุษ!

เถ้าแก่กันฉวนหลั่งน้ำตา

เขาร้องไห้เหมือนเด็ก

เขาเป็นผู้เหลือรอดชาวหอทงเทียนซึ่งเกิดในแดนสวรรค์  เขาไม่เคยเห็นหอทงเทียน แต่ความคิดคำนึงของคนรุ่นปู่ย่าตายายของเขาส่งผลถึงเขา

ไม่ว่าแดนสวรรค์จะดีเพียงใดแต่นี่ไม่ใช่มาตุภูมิของเขา ไม่ใช่รกรากของเขาเอง... คำพูดเหล่านี้เถ้าแก่กันฉวนไม่มีวันลืม เมื่อทวดของเขาเดินหน้าอย่างไม่ลังเลเพื่อไล่ล่าผู้ทรยศอย่างไม่เหลียวหลังกลับ น่าเสียดายที่อาจเอาร่างของเขากลับไปฝังที่มาตุภูมิได้มิฉะนั้นเขาคงไม่มีอะไรต้องเสียใจ

ตอนนี้จะสามารถกลับแดนมาตุภูมิได้ความปรารถนาสุดท้ายของทวดเขาคงสำเร็จได้

“สมาชิกจากหอทงเทียนทิ้งบุคคลที่รักเข้ามาในแดนสวรรค์แล้วท่านก็ยังไม่ลืมเลือน หอทงเทียนมาตุภูมิของเราก็ไม่ลืมเลือนพวกท่าน” ผู้เฒ่าหนานกงซึ่งติดตามมาด้วยกันจับมือของเถ้าแก่กันฉวนด้วยความปลื้มปิติ“ขอต้อนรับสหายกลับบ้าน!”

“ฮือออ!” เถ้าแก่กันฉวนไม่เคยเสียน้ำตามากขนาดนี้มาก่อนในชีวิต

ขณะนั้นเองเขาเข้าใจได้อย่างสมบูรณ์

ทำไมคนรุ่นพ่อถึงได้รักมาตุภูมิถิ่นเกิดของท่านกลับกลายเป็นว่าเมื่อมีบ้านเกิดก็ต้องมีบ้าน มีความอบอุ่นในหัวใจนั่นคือรกรากแท้จริง!

เย่ว์หยางมอบหมายกระบวนการทั้งหมดนี้ให้ผู้เฒ่าหนานกงในฐานะหัวหน้าองครักษ์จัดการ

เถ้าแก่กันฉวนสนทนาพูดคุยกับผู้เฒ่าหนานกงตลอดทั้งคืนและเดินออกมาข้างนอกอย่างกระฉับกระเฉง ยิ่งไปกว่านั้นเขาเคยรู้สึกว่าแก่ขึ้น แต่ตอนนี้รู้สึกว่ามีพลังไม่สิ้นสุดยังสามารถทำงานได้อีกหลายร้อยปี

“ท่านพ่อ!” ซือจิ่วยืนอยู่หน้าประตูเขาลังเลเล็กน้อยก่อนพูดเบาๆ  “ข้าต้องการแนะนำท่านกับคุณชายไตตัน...”

“เจ้าลูกอกตัญญู!”เถ้าแก่กันฉวนเมื่อได้ยินเช่นนั้นโกรธ ลูกชายโดนทุบตี จะแนะให้พ่อเป็นเด็กใหม่แล้วโดนซ้อมเพื่อความสะใจหรือ? นี่เขายังเป็นลูกอยู่หรือเปล่า?

ทันใดนั้นเขาวิ่งไปที่ครัวและคว้ามีดทันที

ซือจิ่วกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อเผ่นหนีกระเจิง...

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด