ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 2 ประวัติศาสตร์ดาวอังคาร

ตอนที่ 1 เกิดใหม่ที่ดาวอังคาร


ตอนที่ 1 เกิดใหม่ที่ดาวอังคาร

วันนี้ทำให้ลีโอได้รู้ว่าวันหยุดพักผ่อนของเขาไม่ได้ง่ายอย่างที่คาดคิด เพราะเป็นสถานการณ์ที่พาเขาไปสู่การเปลี่ยนแปลงของโชคชะตาอย่างที่ไม่อาจจะคาดเดาได้

ลีโอและเพื่อนที่ทำงานสองคนพากันไปเดินป่าในวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยเลือกเทือกเขาที่อยู่แถวแทบชานเมือง มันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งไม่ค่อยมีใครรู้สึก ทำให้มีนักท่องเที่ยวไม่มากนักและการเดินป่าในวันนั้นพวกเขาก็ค้นพบโบราณสถานเก่าแก่ที่ไม่มีในข้อมูลของเส้นทางเดินป่า

ด้วยความอยากรู้อยากเห็น พวกเขาจึงพากันเดินเข้าไปสำรวจ ก่อนจะพบว่ามันเป็นวิหารเก่าแก่ที่ผุพังตั้งอยู่ด้านใน พวกเขาพบรูปปั้นที่ใบหน้าแตกเสียหาย

ตอนนั้นลีโอก็พบกับใบหน้าครึ่งซีกของรูปปั้นที่ตกอยู่ที่พื้นใกล้ ๆ ฐานของรูปปั้น ดวงตาของรูปปั้นนั้นดึงดูดความสนใจของเขามาก มันคล้ายกับอัญมณีสีฟ้าอ่อน

ลีโอหยิบมันขึ้นมา และพบว่านี่คือดวงตาสีฟ้าอ่อนของรูปปั้น แต่ว่าตอนนั้นเองดวงตาที่ว่าก็ยิงลำแสงจ้าเข้ามาที่ดวงตาของลีโอ ทำให้เขาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและหมดสติไป

ลีโอไม่รู้ว่าเขาหมดสติไปนานแค่ไหน แต่รู้สึกตัวเขาก็มองเห็นแต่ความมืดมิด ราวกับว่าแสงจากดวงตาของรูปปั้นหินก่อนหน้านั้นได้ทำลายดวงตาทั้งสองของเขา

ความรู้สึกหวาดกลัวและสิ้นหวังกัดกินหัวใจอย่างรวดเร็ว เมื่อรู้ว่าสูญเสียดวงตาไป

ชีวิตเขายังหนุ่มยังแน่น การงานกำลังเริ่มเข้าที่ และเขาพึ่งจะได้นัดเดทกับสาวสวยคนหนึ่ง ซึ่งเขาคาดหวังกับความรักครั้งนี้ไว้อย่างมาก แต่ตอนนี้ดวงตากลับมามืดบอดไปเสียแล้ว เขาจะใช้ชีวิตที่เหลืออย่างไร

ลีโอพยายามร้องเรียกเพื่อนร่วมงานที่มาด้วยทั้งสองคน แต่สิ่งที่เขาได้กลับมาเพียงความเงียบงันเท่านั้น ราวกับว่าสองคนนั้นได้หายไปแล้ว

ตอนนั้นเองก็มีจุดแสงเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าท่ามกลางความมืดมิด เขาเริ่มรู้สึกยินดี เพราะบางทีอาการตาบอดของเขาอาจจะเป็นแค่เรื่องชั่วคราวเท่านั้น ปล่อยไว้สักพักการมองเห็นอาจจะกลับมา

หลังจากรออยู่เงียบ ๆ มานานจุดแสงก็ยังคงมีขนาดเท่าเดิม ลีโอรู้แล้วว่ามันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เขาลุกขึ้นยืนและเริ่มเดินไปโดยมีจุดแสงนำทาง

ลีโอไม่รู้ว่าเขาเดินมานานเท่าไหร่ แต่ว่ายิ่งเดิน จุดแสงก็ยิ่งขยับเข้ามาใกล้เขาเรื่อย ๆ นี่ทำให้ลีโอไม่คิดจะยอมแพ้ ตลอดเวลาที่เดินไปหาแสงนั้นเขากลับไม่รู้สึกหิวหรือกระหายน้ำเลย เขาก็ไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น สุดท้ายแล้วจึงเลิกคิดถึงมันและคิดแต่เพียงอย่างเดียวว่าเดินต่อไป

ในที่สุดลีโอก็เดินมาถึงแสงสว่างที่คอยนำทางเขามาตลอด เขายื่นมือไปจะสัมผัสกับแสงสว่าง ตอนนั้นความรู้สึกของการมองเห็นก็กลับมาอีกครั้ง

“มองเห็นแล้ว” ลีโอพูดขึ้นมาด้วยความดีใจ การมองเห็นของเขาชัดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดเขาก็เห็นที่มาของแสงสว่างที่เดินตามมาตลอดมันกลับเป็นเพียงแสงของโคมไฟคริสตัลสุดหรู

‘เกิดอะไรขึ้น’ ลีโองุนงงในทันที เขาพบว่าตัวเองนั้นไม่ได้อยู่ที่โบราณสถานเก่าของเส้นทางเดินป่า

ตอนนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงบางสิ่งตกข้าง ๆ พอหันไปมองก็พบกับหญิงสาวแต่งกายด้วยชุดสาวรับใช้ได้ทำดอกทานตะวันตกลงพื้น เธอมองมาที่เขาด้วยแววตาตื่นตะลึง ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นความยินดี

“นายน้อย ท่านตื่นแล้ว ข้าจะไปรายงานนายท่านเดี๋ยวนี้” หญิงสาวหันตัววิ่งออกไปจากห้องโดยไม่ทันให้เขาได้สอบถามอะไร

“ที่นี่มันคือที่ไหน” ลีโอพูดกับตัวเอง เพราะห้องที่เขาอยู่ตอนนี้มันดูทันสมัยมาก ราวกับว่าอยู่ในโลกอนาคตไม่ผิด แต่แล้วตอนนั้นเองเขาก็หันไปอีกฝั่งของห้องก็เห็นเงาสะท้อนในกระจกและพบว่าที่เตียงมีเด็กหนุ่มนอนอยู่

เด็กหนุ่มคนนั้นมีผมสั้นสีแดงเลือด ผิวขาวแต่ไม่ซีด นัยน์ตาแดงเม็ดพลอยทับทิม รูปร่างหน้าตานั้นดูอ่อนโยนและแฝงความเยือกเย็นไว้ในตัวจนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่หาได้ยาก

หลังจากจดจ้องอยู่นานลีโอก็รู้สึกเย็นยะเยือกไปทั้งตัว เพราะเด็กในกระจกนั้นเป็นเขา

“อ่า!...ปวดหัว” ยังไม่ทันได้คิดศีรษะก็เหมือนโดนยัดบางสิ่งเข้ามา

เขาจับไปที่ศีรษะและกัดฟัน เหงื่อออกทั้งตัวเพราะอาการเจ็บปวด มีความทรงจำนวนมากก็ไหลเข้ามาในความทรงจำของเขาเดิมและกำลังหลอมรวมความทรงจำทั้งสองเข้าด้วยกัน

ความทรงจำเริ่มทำให้เขากระจ่างชัดในคำถามว่า เขานั้นกำลังอยู่ในร่างของเด็กหนุ่มอายุ 14 ปี ที่มีชื่อเดียวกัน ครอบครัวของเด็กหนุ่มเจ้าของร่างเดิมนั้นคือตระกูลเบลซ ตระกูลนี้เป็นเจ้าของที่ดินเกษตรกรรมขนาดใหญ่ ทำให้มีฐานะร่ำรวยในระดับหนึ่ง

แต่ตระกูลก็น่าสงสารเหลือสมาชิกกันอยู่แค่สองคนคือ ชายหนุ่มเจ้าของร่างที่เป็นลูกคนเดียวของหัวหน้าตระกูล อันที่จริงแล้วเคยมีพี่ชาย แต่ว่าก่อนหน้านั้นประมาณ 1 ปีพี่ชายของเขานั้นป่วยตายอย่างปริศนา

บิดาผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าตระกูลเบลซมีนามว่า ริชาร์ท เบลซ เขาเป็นชายร่างท้วมสูง 170 เซนติเมตรวัย 40 ปี ที่คิดว่าการตายของลูกชายคนโตเป็นการลอบกัดของศัตรู เพราะก่อนหน้าที่พี่ชายเด็กหนุ่มจะป่วยตาย ได้มีคนมีอำนาจต้องการซื้อที่ดินของริชาร์ท แต่ริชาร์ทไม่คิดจะขาย ทำให้อีกฝ่ายโกรธมากและทิ้งคำขู่ไว้ว่าจะต้องเสียใจ

และก็เป็นดังที่ลั่นวาจาไว้ไม่มีผิด

ความทรงจำเริ่มพุ่งเข้ามาเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่เป็นความทรงจำที่ฝังอยู่ในใจจะมาก่อน จากนั้นก็ตามมาด้วยความทรงจำที่สำคัญรองลงมา

และความทรงจำต่อมาทำให้ลีโอต้องตกใจ นั่นก็คือเขาอยู่ที่อาณานิคมบนดาวอังคารในอีก 400 ปีต่อมา

“มันบ้าอะไรกัน!” ลีโอตกใจมาก

ตอนนั้นมีเสียงวิ่งเข้ามาที่ห้องนอนที่เขาอยู่ด้วยความร้อนใจ ลีโอจดจำได้จากความทรงจำในทันที คนที่เดินนำมานั้นคือ ริชาร์ท บิดาของเจ้าของร่างนี้ ส่วนอีกคนแต่งกายด้วยชุดขาวและมีสัญลักษณ์ เขาอนุมานจากทรงจำได้ว่านั้นคือหมอ

สุดท้ายคือหญิงสาวรับใช้คนก่อนหน้าที่วิ่งด้วยความตื่นเต้นออกไปก่อนหน้า

“ลีโอ ลูกพ่อ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” ริชาร์ทเข้ามามองดูลีโอด้วยความเป็นห่วง

ลีโอจ้องมองชายตรงหน้าด้วยท่าทีนิ่งเงียบโดยไม่ได้โต้ตอบอะไร ความทรงจำทำให้เขารู้สึกคุ้นเคย แต่ว่าตัวตนของเขามันเหมือนต่อต้านและมองเป็นคนแปลกหน้า ทำให้สีหน้าที่แสดงออกมานั้นกำลังสับสนอยู่ลึก ๆ

“หมอ ลูกชายข้าเป็นอะไร ตอนแรกก็หมดสติและอาจจะไม่ฟื้นขึ้นมา แต่ตอนนี้พอฟื้นขึ้นมาแล้วกลับแสดงท่าทางเหมือนข้าเป็นคนแปลกหน้า” ริชาร์ทสงสัยในท่าทีของลูกชายตัวเอง

“เขาสลบไป 7 วันอาจจะมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ไม่ต้องห่วงเดียวข้าจะตรวจสอบร่างกายเขาอย่างละเอียด” หมอกล่าว ก่อนจะหยิบเอาแท่งโลหะที่ดูล้ำยุคออกมาและดึงมันแยกออกทำให้มีหน้าจอปรากฏขึ้นมาตรงกลาง

จากนั้นก็ใช้อุปกรณ์นี้สแกนร่างกายของลีโอ

“ร่างกายของนายน้อยลีโอปกติดีทุกอย่าง เหมือนกับก่อนหน้านั้นที่สลบไป ข้ายังไม่เข้าใจสาเหตุมากนัก แต่จากที่ตรวจก็ไม่พบความผิดปกติอะไร” หมอตอบตามการวิเคราะห์

ลีโอมองไปที่อุปกรณ์ด้วยความสงสัยใคร่รู้ แม้จะมีความทรงจำ แต่การได้เห็นของจริงนั้นมันต่างออกไปจริง ๆ

“ลีโอเจ้าจำพ่อได้ไหม ลูกเป็นอะไรบอกพ่อมา พ่อจะหาทางรักษาเจ้าให้ได้” ริชาร์ทถามลีโอที่มองดูเครื่องมือของหมออยู่ เขากลัวว่าลูกชายของตัวเองจะสูญเสียความทรงจำหรือมากกว่านั้นคือกลายเป็นปัญญาอ่อนไป

“ข้าจะจำพ่อไม่ได้อย่างไร ข้าไม่เป็นอะไร เพียงแค่รู้สึกหิวและอ่อนแรงเท่านั้น” ลีโอกล่าว เขาต้องรีบแก้สถานการณ์และให้ใครรู้ไม่ได้ว่าตนเองนั้นไม่ใช่เด็กหนุ่มลีโอคนก่อน

“อลิซไปเตรียมอาหารให้นายน้อยของเจ้า เอาเป็นอาหารที่รสอ่อนหน่อยจะได้ทานได้ง่าย” ริชาร์ทหันไปสั่งสาวใช้

“ค่ะนายท่าน” สาวใช้รับคำ ก่อนจะรีบไปจัดแจงตามที่ได้รับคำสั่ง

“ท่านริชาร์ทในเมื่อนายน้อยพึ่งจะฟื้นเราควรจะปล่อยให้นายน้อยได้พักผ่อน และเดี๋ยวข้าจะสั่งยาให้เอามาส่งให้อีกครั้งและถ้าไม่มีอะไรปกติหลังจากนี้ นายน้อยลีโอน่าจะฟื้นตัวหายเป็นปกติในวันสองวันนี้แน่นอน” หมอพูดกับริชาร์ท

“ก็ดี ลีโอเจ้าพักผ่อนไปก่อน แล้วเดียวให้อลิซมาคอยดูแลเจ้า” ริชาร์ทกล่าวกับเขาอย่างอ่อนโยน

ลีโอรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นในน้ำเสียงจากชายคนนี้ เขาพยักหน้าเบา ๆ

ริชาร์ทหันกลับและเดินออกไป ส่วนหมอก็เหลือบมามองลีโอด้วยแววตาสงสัยและเหมือนจะมีบางสิ่งที่ต้องการพูด แต่สุดท้ายก็ไม่กล่าวอะไรและเดินตามริชาร์ทออกไป เพื่อรับค่าตอบแทน

ลีโอนอนอยู่ที่บนเตียง แต่สุดท้ายก็ลุกขึ้นจากเตียงและเดินดู ปรากฏว่าความรู้สึกจากร่างกายนี้มันไม่ได้เหมือนกับว่าเขานั้นป่วยเลยแม้แต่นิดเดียว

สายตาของเขาเหลือบมองไปที่ดอกทานตะวันสีเหลืองที่ตกอยู่บนพื้น เขาเดินไปก้มหยิบมันขึ้นมา แต่ว่าทันทีที่มือสัมผัสกับดอกทานตะวันอยู่ ๆ ความทรงจำที่น่าหวาดกลัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง

ตุบ!

ลีโอถึงกับเขาทรุด ไม่ใช่มาจากตัวเขา แต่มาจากความหวาดกลัวในร่างกาย มือของเขากำดอกทานตะวันแน่น ขณะที่กำลังตกอยู่ในภาพของความทรงจำในวันสุดท้ายที่เจ้าของร่างได้พบเจอ

วันนั้นลีโอเด็กหนุ่มคนนี้ได้ขับรถคู่ใจออกไปยังโรงเรือนที่ปลูกพืชผลของตระกูลเบลซและเขาบังเอิญเจอกับคนงานชายคนหนึ่งที่ชื่อว่า กัส วิ่งมาด้วยสีหน้าตื่นตกใจและบอกว่าเกิดปัญหาขึ้นกับโรงเรือนแห่งหนึ่งอย่างไม่ทราบสาเหตุ

เด็กหนุ่มลีโอที่ถือว่าเป็นนายน้อยของตระกูลเพียงคนเดียว และต้องสืบทอดกิจการของครอบครัว เขาจึงฝึกฝนและเรียนรู้งานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเกษตรมาบ้างในตลอด 1 ปีที่ผ่านมา จึงสั่งให้กัสนำทางไปดูเพื่อประเมินว่ามันเป็นโรคระบาดในพืชผลหรือไม่

แต่พอไปถึงกลับพบว่าพืชเหล่านั้นไม่ได้เป็นอะไร พอหันกลับมาก็พบว่าท่าทางของกัสนั้นเปลี่ยนไป แววตาของกัสนั้นน่าขนลุกมาสำหรับลีโอ แถมเจตนาของกัสนั้นชัดเจน เขาตั้งใจทำร้ายลีโอ

ลีโอที่ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงกับสถานการณ์นี้จะหนีไปที่รถก็ไม่ได้ เพราะกัสขวางทางอยู่ ความกลัวเริ่มกัดกินความกล้าหาญของชายหนุ่ม เขารีบวิ่งหนีออกไปอีกทางของโรงเรือน

กัสไล่ตามลีโอไปอย่างใจเย็น

ลีโอพยายามตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่อยู่ ๆ ก็รู้สึกอ่อนแรง หายใจหอบขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด เขาอาศัยสัญชาตญาณที่อยากจะมีชีวิตรอด สุดท้ายก็พาตัวเองหนีไปที่ทะเลสาบที่มีดอกทานตะวันอยู่มากมายและล้มลงตรงนั้น

ลีโอหอบหายใจอย่างอ่อนล้าและพยายามเค้นคำพูดขอร้องไม่ให้กัสทำอะไรตน

กัสแสยะยิ้มอย่างดูแคลนต่อท่าทีของลีโอราวกับว่าในสายตานั้นลีโอเป็นเพียงหนอนแมลงเท่านั้น “เพราะบิดาของเจ้าดื้อรั้น เจ้าจึงซวย แต่ไม่ต้องห่วงวิญญาณของเจ้าจะเป็นอาหารให้กับผีของข้า”

ตอนแรกเด็กหนุ่มลีโอก็ไม่เข้าใจ แต่แล้วกัสก็หยิบเอากล่องโลหะขึ้นมาและเปิดฝากล่อง ตอนนั้นก็มีเงาดำที่น่าขนลุกพวยพุ่งออกมาเป็นร่างผีตนหนึ่ง มันพุ่งเข้ามาหาลีโอและกินวิญญาณเด็กหนุ่มไปในทันที

“เฮือกกกก!!!” ลีโอสูดหายใจเขาลึกและพยายามตั้งสติ เพราะในความทรงจำนั้นมันทำให้เขารู้สึกถึงการเผชิญหน้ากับผีร้ายนั้นจริง ๆ

“ใน...ในดาวอังคาร...มีผี” ลีโอพูดอย่างตกตระหนกพร้อมกับหอบหายใจ

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด