ตอนที่แล้วตอนที่ 25 - เปิดร้านใหม่
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 27 - สตูดิโอ

ตอน 26 - เปิดร้านใหม่ (2)


3/3

ตอน 26 - เปิดร้านใหม่ (2)

“ไมรู้สิ ... เป็นการตัดสินใจจากทางสำนักงานใหญ่ พวกเขาแต่งตั้งผู้จัดการร้านคนใหม่มาแทนฉัน” เฉินยี่กำตะเกียบแน่นโดยไม่รู้ตัว พยายามข่มความโกรธและความไม่ยินยอมพร้อมใจของเธอ

“หืม ... ที่แท้ก็เป็นแบบนี้” เจียงหลินยิ้มและพูดว่า “ว่าแต่คุณยังอยากเป็นผู้จัดการร้านอยู่ไหม?”

“เอ๋?” เฉินยี่ไม่เข้าใจเจตนาของเจียงหลินว่าทำไมถึงพูดแบบนั้น

“ที่นั่นไม่ต้องการผู้จัดการร้าน แต่ที่นี่ต้องการ!” เจียงหลินกระพริบตา “คุณรู้จักร้านหยกที่อยู่ติดกันใช่ไหม ที่ตั้งและขนาดไม่แย่ไปกว่าร้านทองเลย และมันจะตกแต่งใหม่เสร็จในวันนี้”

เจียงหลินหยิบใบรับรองการตรวจสอบการตกแต่งออกมาจากกระเป๋าของเธอ “นั่นคือทรัพย์สินของฉัน พนักงานร้านพร้อม ผู้ประเมินพร้อม ตอนนี้ยังขาดแค่ผู้จัดการ”

เจียงหลินยังขาดทักษะในการจัดวางสินค้า หากได้รับคนที่มีประสบการณ์และมีความสามารถ ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

แล้วอีกอย่าง ที่ซื้อร้านหยกได้ ตั้งแต่ต้นต้องขอบคุณเฉินยี่ที่แนะนำ

ด้านเฉินยี่ ปกติแล้วเธอมักสงบและเก็บอาการอยู่เสมอ แต่เวลานี้เธออ้าปากกว้าง นึกไม่ถึงว่าร้านหยกที่แนะนำไปในตอนแรก มารู้อีกทีเจียงหลินได้ซื้อมันซะแล้ว

“เรื่องนี้ ... ฉันขอเก็บไปคิดดูก่อนจะได้ไหม?” เฉินยี่ยังคงลังเล

“ได้อยู่แล้ว”เจียงหลินตอบอย่างตรงไปตรงมา

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ทั้งสองแลกเปลี่ยนเบอร์ติดต่อกัน

เจียงหลินไปที่ร้านหยกเพื่อตรวจสอบและเซ็นรับผลการตกแต่ง พวกเขาทำงานช้าแต่ดี เจียงหลินพอใจกับผลการตกแต่งร้านใหม่มาก

การตกแต่งภายในของร้านดูหรูหราและเก๋ไก๋ เนื่องจากเจียงหลินต้องการสร้างร้านขายเครื่องประดับทุกประเภท เลยมีการเปลี่ยนสไตล์แบ่งเป็นโซนต่างๆ

ครึ่งหนึ่งสีขาวสว่างเด่น สไตล์คลาสสิกและละเอียดอ่อน บวกกับหน้าต่างกระจกใส ช่วยให้ดูโปร่งใสช่วยให้โดดเด่นมากขึ้น

ส่วนอีกครึ่งของร้านเป็นโครงสร้างไม้ที่ค่อนข้างเอนเอียงไปทางร้านขายหยกที่พบได้ทั่วไป สามารถนำหินหยกมาวางไว้ในอนาคต นอกจากนี้ยังมีชั้นวางจัดแสดงของโบราณอีกด้วย

ต้องขอชมฝีมือช่างตกแต่งที่สามารถปรับปรุงร้านแบบสองสไตล์ได้อย่างลงตัว

เจียงหลินถอนหายใจ เงินที่จ่ายไปไม่เสียเปล่า จ่ายแพงก็ได้คุณภาพที่ดีตามมา

สไตล์การตกแต่งที่ไม่เหมือนใครนี้ ทั้งหมดสะท้อนถึงฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์และสุนทรียภาพอันยอดเยี่ยมของนักออกแบบ

เจียงหลินจ่ายเงินงวดสุดท้ายให้กับบริษัทตกแต่งด้วยความพึงพอใจ สมแล้วที่เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงที่สุดในบรรดาบริษัทตกแต่งในบริเวณใกล้เคียง

ต่อมา เจียงหลินไม่รีบเร่งที่จะเปิดร้าน เธอตั้งใจระบายกลิ่นสีและเศษฝุ่นที่หลงเหลือจากการตกแต่งซักสองสามวัน และป้อนสินค้าเข้าร้านเสียก่อน

อย่างไรก็ตาม ระหว่างระบายอากาศ เจียงหลินไม่ได้อยู่เฉยเช่นกัน เธอมอบหยกและเครื่องประดับให้หลิวซิงเย่ หลังจากทำความสะอาดและฆ่าเชื้อแล้ว จะได้นำไปศูนย์ประเมินราคาเพื่อตรวจสอบและออกใบรับรอง

ขณะกำลังทำความสะอาดร้าน เจียงหลินเห็นเฉินยี่ยืนอยู่หน้าร้านข้างๆ ดูเหมือนว่าวันนี้เป็นวันที่เธอต้องออกจากงานร้านทอง

เจียงหลินหันไปถามหลิวซิงเย่ “คุณรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้จัดการร้านข้างๆ?”

หลิวซิงเย่กล่าวขณะติดป้ายราคา “ได้ยินมาว่าสำนักงานใหญ่ของร้านค้าทองในปักกิ่งได้ส่งลูกหลานของเขาที่ขับรถปอร์เช่มาประจำการแทน ความจริงพูดจัดการร้านคนเดิมก็ทำงานดีนะ แต่ก็ถูกบีบให้ออกไป”

....

ในคืนเดียวกัน เจียงหลินได้รับโทรศัพท์จากเฉินยี่

เฉินยี่บอกเจียงหลินว่าเธอออกจากงานแล้ว ผู้จัดการร้านคนใหม่ไม่เพียงแย่งตำแหน่งเธอ แต่กระทั่งงานตำแหน่งพนักงานขายก็ไม่ยอมให้เธอทำ

เจียงหลินปลอบโยนเธอสองสามคำ และบอกให้เธอเริ่มมาทำงานที่ร้านหยกในวันพรุ่งนี้

วันถัดมา

เจียงหลินไปที่ร้านในตอนเช้า และพบว่าหลิวซิงเย่มาถึงแล้ว เธอบอกเขาว่าหาผู้จัดการร้านได้แล้วนะ เป็นเฉินยี่จากร้านข้างๆ

ได้ยินแบบนั้น หลิวซิงเย่อดร้องชมไม่ได้ “เฉินยี่! สาวน้อยคนนั้นเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเป็นผู้จัดการร้าน เธอสามารถบริหารจัดการทุกอย่างในร้านได้อย่างเป็นระบบ ฉันไม่ขอโกหก ตอนแรกที่เปิดร้านฉันก็อยากจะจ้างเธอมาเป็นผู้จัดการเหมือนกัน แต่เสียดายที่เงินไม่พอ สุดท้ายโดนบริษัทใหญ่ดึงตัวไป”

“บริษัทใหญ่ก็จริง ...” เจียงหลินพยักหน้า “แต่ดูเหมือนใจของพวกเขาจะไม่ได้ใหญ่ตาม”

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เฉินยี่มาถึงตามเวลานัด เจียงหลินเซ็นสัญญากับเธอ เงินเดือนและสวัสดิการจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากค่าจ้างของร้านทองข้างๆ และไม่ช้า พนักงานของร้านก็ทยอยกันมา

ทั้งหมดยืนเรียงแถวกัน

เจียงหลินมองพนักงานชุดเดิม จู่ๆก็เกิดรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา

เจียงหลินจ่ายเงินเดือนที่ค้างชำระก่อนหน้านี้แก่ทุกคน พวกเขาเหมือนได้รับอั่งเปาก้อนใหญ่ก่อนเริ่มงาน

มะรืนก็จะเป็นวันเปิดร้านแล้ว พิธีเปิดร้านเตรียมพร้อม พรมแดงและกระเช้าดอกไม้ก็ไม่น้อยหน้า นอกจากนี้ยังมีป้ายขนาดใหญ่ที่ถูกยกขึ้นด้วยลูกโป่งอัดอากาศแขวนอยู่บนซุ้มประตู

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเจียงหลินขาดประสบการณ์ในการเปิดร้านค้าขนาดใหญ่จึงลืมวางแผนกิจกรรมเปิดตัว เฉินยี่ได้รับความท้าทายแรก เธอเข้ามาช่วยเริ่มวางเปิดงาน จัดโปรโมชั่น ทำโปสเตอร์ตามธีมภายในร้าน แจกใบปลิวแผ่นพับที่ระบุสถานที่สำหรับการเปิดทำการในวันพรุ่งนี้

ดูจากความเชี่ยวชาญของเฉินยี่ในการติดต่อพิธีกรงาน และกิจกรรมร้องรำทำเพลง ถึงตอนนี้เจียงหลินค่อยเข้าใจว่าหลิวซิงเย่พูดถูก

ไม่ว่าจะเพราะอะไร เจียงหลินได้พบขุมทรัพย์เข้าแล้ว แต่ขณะเดียวกัน ก็ได้แต่ทอดถอนหายใจ ที่ร้านข้างๆทอดทิ้งขุมทรัพย์เช่นนี้ไป

เฉินยี่ทำทุกอย่างอย่างเป็นระเบียบ และไม่มีอะไรผิดพลาด เจียงหลินเลยปล่อยให้เธอจัดการทุกอย่าง

ยังไงซะเฉินยี่ก็มีประสบการณ์มากมายในฐานะผู้จัดการร้านขายเครื่องประดับ สามารถจัดวางสิ่งของเล็กใหญ่อย่างชำนาญ

เจียงหลินมีความสุขที่ได้เป็นเจ้าของร้าน บวกกับได้ผู้จัดการร้านที่มีความสามารถมาช่วยงาน ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลอีก

เจียงหลินเพลิดเพลินไปกับการดื่มชาขณะที่ฟังหลิวซิงเย่อธิบายเกี่ยวกับร้านหยก

....

วันนี้เป็นวันทำงาน ช่วงบ่ายจึงเงียบสงบ ไม่มีลูกค้าในร้าน

เนื่องจากร้านเพิ่งเปิดใหม่ เจียงหลินจึงมาเฝ้าร้านด้วยตัวเอง ตอนนี้เธอกำลังเรียนรู้ศาสตร์หินหยกกับหลิวซิงเย่

แต่ในตอนนั้นเอง ประตูกระจกเปิดออก แขกที่คาดไม่ถึงเดินเข้ามา

ผู้มาเยือนสวมชุดแบรนด์หรูทัง้ตัว หลังจากเข้ามา เขากวาดมองเฉินยี่ด้วยดวงตาแข็งกร้าว เอ่ยถามเสียงดัง “ใครเป็นเจ้าของร้านนี้!”

“ฉันเอง ไม่ทราบว่ามีธุระอะไร?” เจียงหลินที่กำลังงัวเงีย เมื่อได้ยินเสียงก็ตื่นตัวทันที เกือบเผลอเรียกท่อนเหล็กจากพื้นที่มิติออกมา

แต่ก็ฉุกคิดได้ทันว่าตอนนี้เธออยู่ในยุคที่สงบสุข มิใช่วันสิ้นโลก

“ออกไปคุยกันข้างนอกเดี๋ยวนี้!” ชายคนนั้นดูเหมือนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่งการโดยไม่รู้ตัว

“ต้องการอะไรก็พูดมาได้เลยไม่ต้องอาย” เจียงหลินเห็นว่าผู้มาเยือนดูไม่ค่อยดี จึงไม่คิดพูดไร้สาระกับเขา

“คุณเลิกจ้างเธอซะ แล้วฉันจะถือว่าแล้วกันไป” ชายคนนั้นชี้ไปที่เฉินยี่

“อ๋อ ฉันรู้แล้ว นายคงเป็นลูกหลานคนรวยที่ขับปอร์เช่ใช่ไหม?” เจียงหลินยิ้ม แต่คำพูดของเธอมันไม่สุภาพเอาซะเลย “นายเป็นใครมาสั่งให้ฉันเลิกจ้างผู้จัดการร้านตัวเอง?”

เห็นอีกฝ่ายปฏิเสธ ชายคนนั้นโกรธขึ้นมาเล็กน้อย “นี่คุณ ... รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร?”

“ฉันต้องสนด้วยหรอว่านายเป็นใคร?” เจียงหลินยักไหล่

“ได้! ฟังให้ดี! ฉันหลงเฟย! ลูกชายคนเดียวของหลงซินประธานบริษัทหลงจิวเวอรี่! และถ้ายังไม่ทำตามที่พูด ฉันจะแจ้งทางสำนักงานใหญ่ของหลงจิงเวอรี่ ตัดช่องทางจัดหาสินค้าทั้งหมดของคุณ! รอดูได้เลย!”

ทันทีที่คำนี้เปล่งออกมา กระทั่งสีหน้าของหลิวซิงเย่ก็เปลี่ยนไป เขาอยู่ในตลาดเครื่องประดับมาหลายปี ดังนั้นย่อมรู้จักหลงจิวเวอรี่ แค่คิดไม่ถึงว่าผู้จัดการคนใหม่ของร้านทองข้างๆจะเป็นทายาทสายตรงของหลงจิวเวอรี่!

ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงมาแทนเฉินยี่ได้ ที่แท้นี่เป็นความตั้งใจของทางตระกูลให้เขามาสั่งสมประสบการณ์ระดับรากหญ้าสักสองสามปีก่อนเข้าไปรับช่วงต่อธุรกิจ!

เฉินยี่อยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ชะงักไป เธอรู้ว่าผู้จัดการคนใหม่มีภูมิหลังไม่ธรรมดา แต่ไม่นึกว่าจะเป็นถึงลูกชายเจ้าของหลงจิวเวอรี่

ในขณะที่เธอกำลังจะออกปากลาออกด้วยตัวเอง เจียงหลินได้พูดขึ้น

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฉันกลัวตายล่ะ!”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด