ตอนที่แล้วตอนที่ 663 เทพองครักษ์ศึก
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 665 ยาเม็ดพลังยุทธปราณฟ้า

ตอนที่ 664 การสนับสนุนอย่างแข็งขันจากเย่ว์หวี่


การต่อสู้ในโลกวารียังดำเนินต่อไปเย่คงและเจ้าอ้วนไห่โชคดีที่ได้เห็นการสู้รบที่นักรบอื่นไม่สามารถเห็นได้ตลอดทั้งชีวิต

พวกเขาได้รับประโยชน์มากมายเกินกว่าพวกเขาจะเข้าใจตนเอง

อย่าว่าแต่พวกเขาเลยแม้แต่จงกวน ไป๋หม่าและเฮยถูสามคนที่แนะนำอยู่เสมอให้ยอมแพ้ก็ยังประทับใจลึกๆกับนักรบของหอทงเทียนและจำนวนของคัมภีร์อัญเชิญมากมาย  อสูรศักดิ์สิทธิ์  คนพวกนั้นได้แก่จักรใต้พิภพ จักรพรรดิมังกรมารสัมฤทธิ์ฟ้า มารแค้นฟ้า มารฟ้าวิบัติและเป็นเจ้าของอสูรศักดิ์สิทธิ์โดยทั่วไป  บรรดาพวกเขา จักรพรรดิมังกรและมารสัมฤทธิ์ฟ้าไม่เพียงแต่มีอสูรศักดิ์สิทธิ์ส่วนตัวถึงสองตนแต่ยังมีอสูรพิทักษ์ที่แข็งแกร่งที่สุดจนใกล้จะเป็นเทพอสูร

เมื่ออสูรศักดิ์สิทธิ์เข้ามาล้อมหย่งฮุยซึ่งเป็นถึงนักสู้ปราณฟ้าระดับที่สี่ทำให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่ากลัว

ถ้าไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่ามารสัมฤทธิ์ฟ้าและพวกที่เหลือตั้งใจจะมาฝึกและพวกเขาไม่ต้องการฆ่าศัตรูที่ทรงพลังซึ่งหาได้ยากอย่างนั้นหัวหน้าหย่งฮุยผู้สูญเสียภูตแสงไปก็คงตายไปหลายครั้งแล้ว

ในกลุ่มรุ่นผู้เยาว์เสวี่ยทันหลางกับยักษ์พายุน้ำแข็งของเขาเย่คงกับวานรปีศาจชั้นเพชรและเจ้าอ้วนไห่กับนางนวลวายุของเขาไม่สามารถทำอันตรายเขาโดยตรงได้ แต่พวกเขาได้เรียนรู้ทักษะการสั่งการและประสบการณ์ในการรบ  นั่นเหมือนสมบัติที่ไม่มีใครเคยได้มาทั้งชีวิต

จงกวนมีเหตุผลที่จะเชื่อว่าเมื่อพวกเขาเติบโตขึ้นเสวี่ยทันหลางและคนอื่นจะเป็นมารสัมฤทธิ์ฟ้าและจักรพรรดิมังกรคนต่อไป

และเขารู้สึกเสียดายที่สุดก็คือนักรบมนุษย์อย่างพี่น้องตระกูลหลี่ก็ยังมีคัมภีร์อัญเชิญ

นี่เป็นเรื่องเกินไปจริงๆ

ต้องรู้ไว้ก่อนว่าในแดนสวรรค์มีแต่นักรบที่มีคุณสมบัติที่ดีที่สุดจึงจะเป็นเจ้าของคัมภีร์อัญเชิญได้  นอกจากนี้ การยกระดับยังทำได้ยากมากเหมือนอย่างที่สาวน้อยหลิวเย่ฝึกไปชั่วขณะแล้วก็พักชั่วขณะจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะยกระดับ นางฝึกเพื่อเป้าหมายยกระดับคัมภีร์อัญเชิญ และยกระดับให้กวางทะลุมิติของนาง แม้กระทั่งระดับของทักษะแฝงเร้น อย่างไรก็ตามความเร็วในการยกระดับทำให้พวกเขาพูดไม่ออกอยู่ดี

มิน่าเล่ากลุ่มของคุณชายสามตระกูลเย่ว์จึงผิดธรรมดากันทุกคน

ขณะที่พวกเขาไม่พอใจเรื่องนี้  เย่ว์หยางยังคงทดลองอยู่ที่ปราสาทสายรุ้ง

“สาวน้อย,เจ้าคิดว่าเจ้าตัวน้อยนี้คืออะไร?” เย่ว์หยางเรียกสาวกิเลนปิงหยินและถามนางพลางถือตัวประหลาดน้อยที่ฉลาดขณะที่ไม่สนใจท่าทีที่น่าสงสารและบีบน้ำตาของมัน สีหน้าของเขาทำราวกับว่าพร้อมจะย่างมันกินถ้ามันไม่แสดงความเป็นมิตร

“อสูรตาทองขับน้ำ ยังเป็นลูกอสูรอยู่เลย  ดูเหมือนจะเป็นเผ่าปีศาจ”สาวกิเลนอ้าปากหาวและกลับไปนอน

“ปิ้งกินซะดีไหม?” เย่ว์หยางถามอสูรตาทองขับน้ำ

พอได้ยินเช่นนั้น

อสูรตาทองขับน้ำกลิ้งตัวลงบนพื้นทันที

มันพยายามดึงดูดความสนใจต่อหน้าสาวๆด้วยการทำตัวน่าสงสารเต็มที่

ถ้ามีแต่เพียงเย่ว์หยางอยู่ที่นั่นมันคงจะยืนนิ่งหนักแน่นเหมือนสิงโตหิน ไม่ได้รับอนุญาตจากเขามันคงไม่กล้าก้าวขาแม้แต่ก้าวเดียว

เสวี่ยอู๋เสียรู้ว่าเย่ว์หยางแค่ขู่แต่ไม่ได้ตั้งใจจะทำ  อย่างไรก็ตามนางไม่ชอบอสูรปีศาจแบบนี้นางส่ายศีรษะแสดงว่าไม่ต้องการมัน

เจ้าเมืองโล่วฮัวไม่ปฏิเสธก็ไม่ได้เพราะนางได้รับทานตะวันอมฤตอสูรปราณฟ้าระดับห้ามาแล้วซึ่งจะช่วยให้นางเพิ่มพลังขึ้นอย่างมากมาย  ในกรณีนี้การทำสัญญากับอสูรตาทองขับวารีจะช่วยนางได้เล็กน้อย  สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับนางก็คือนางบำรุงเลี้ยงภูตจิ้งจอกสาวซึ่งทำให้นางไม่สามารถเลี้ยงดูอสูรอื่นก่อนภูตจิ้งจอกสาวจะยกระดับขึ้นเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์หรือเป็นอสูรเทพได้เจ้าเมืองโล่วฮัวทำได้แต่เพียงทำสัญญากับเขี้ยวแสงเมื่อเย่ว์หยางหลอมรวมเขี้ยวแสงเข้ากับแสงอุษา นางจะได้รับประโยชน์อย่างมาก ดังนั้นนางไม่ต้องการลูกอสูรตัวนี้ ซึ่งมันก็น่ารักจริงๆ

“พี่สาม,ข้าถนัดแต่เลี้ยงอสูรพฤกษาเท่านั้น” เย่ว์ปิงโบกมือปฏิเสธพี่ชาย นางต้องการเพิ่มพลังให้พญาไม้ไตตันเป็นที่สุด  ถ้ามีตะวันฉายทานตะวันอีกนางอาจจะทำสัญญาในอนาคต แต่ว่าอสูรสัตว์ประหลาดนี้ไม่สามารถช่วยอะไรนางได้นัก

“หมาน้อยน่าเกลียด”  หนูน้อยเย่ว์ซวงหันหน้าและเดินหนี

“ข้าจะไปงีบก่อนนะ..ข้าคงไม่มีการฝึกตอนกลางคืนนะ” นางเซียนหงส์ฟ้าบิดตัวอย่างเกียจคร้าน สิ่งที่นางพูดทำให้อี้หนานหน้าแดง

อี้หนานเข้าใจสิ่งที่นางมารกฎฟ้าพูดถึง เพราะสองสามคืนแรกนางไม่รบกวนการกระซิบรักของพวกเขาเลย แต่หลังจากผ่านไปสองสามคืนนางเข้าร่วมศึกรักโดยตรงสองสามครั้ง  และศึกรักที่ยิ่งใหญ่ดังกล่าวทำให้อี้หนานตระหนักว่านางยังไม่ใช่ภรรยาที่มีคุณสมบัติพอ  อี้หนานตะลึงในคืนแรกเมื่อเห็นศึกโรมรันของนางเซียนหงส์ฟ้านางถึงกับเผ่นไปขอนอนกับเย่ว์ปิงทั้งคืน นางไม่กล้าร่วมศึกรักแบบนั้นเป็นศึกใหญ่ที่ร่างกายนางยังไม่ทนทานได้ถึงขนาดนั้น

อี้หนานค่อยๆพบว่านางมีความพึงพอใจกับศึกรักเพียงสิบนาทีและไม่สามารถฝืนสู้ได้อีกต่อไป  นางอ่อนแอที่สุดในบรรดานวลนางภรรยาทั้งหลาย

เมื่อไห่หลาน(ไห่อิงอู่) ราชินีทะเลเริ่มแสดงฝีมือบ้าง

ช่างยอดเยี่ยมน่าทึ่ง

แน่นอนว่าแม้จะรู้สึกอายอยู่บ้างแต่อี้หนานก็ยังสนับสนุนวิธีที่นางเข้ากันได้กับเย่ว์หยาง  ไม่ใช่กระหน่ำใส่กันเป็นพายุบุแคมแต่นุ่มนวลและเป็นธรรมชาติ นั่นคือสิ่งที่นางต้องการและคาดหวัง

นางชอบความนุ่มนวลของเขา  ความดิบเถื่อนล่ะ?  นั่นยกให้คนอื่นไปเถอะ

อี้หนานและเย่ว์ปิงออกไปแล้ว  แม้ว่าอสูรตาทองขับน้ำจะเป็นอสูรชั้นดี  แต่ก็ยังไม่ใช่สิ่งที่พวกนางต้องการ...ภายในห้อง, เหลืออยู่แต่เพียงเย่ว์หวี่และองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน  เมื่อเห็นน้องชายของนางเย่ว์หวี่โบกมือปฏิเสธและยิ้ม “ข้ามีอสูรคลื่นวายุแล้ว นอกจากนี้เจ้ายังตั้งใจจะหลอมรวมภูตแสงกับดาบนางฟ้าของข้าไม่ใช่หรือ?  ถ้ามันไม่แย่ เจ้าสามารถทำสัญญากับมันก็ได้!”

ไม่ว่าเย่ว์หยางจะเพิ่มพลังรบมากเพียงไหน  เย่ว์หวี่รู้สึกว่าก็ยังไม่พอ นางหวังว่าเขาจะกลายเป็นยอดฝีมือปราณราชันย์ในโลกได้!

จากนั้นนางจะรู้สึกสบายใจ

อสูรตาทองขับวารีแสนรู้  เมื่อได้ยินว่าเย่ว์หยางจะทำสัญญากับมันเองมันรีบส่ายหัว

มันแสดงให้เห็นว่ามันไม่ต้องการทำสัญญากับเย่ว์หยางเพราะไปขู่ขวัญมันก่อน!  มันจึงกลัวมาก

“แม้ว่าข้าไม่ต้องการทำสัญญากับอสูรอื่น  เพราะข้ามีพยัคฆ์ขาวก็เพียงพออยู่แล้ว  แต่เนื่องจากทุกคนไม่ต้องการมันงั้นข้าจะทำสัญญากับมันเอง แต่เอ่อ.. ข้าจะทำกับมันเหมือนว่าเป็นสัตว์เลี้ยงของข้าก็แล้วกัน!”

นางไตร่ตรองถึงกลยุทธต่างๆและดูเหมือนว่าตราบใดที่นางมีพลัง ทุกอย่างก็ไม่เป็นไร

แต่ในโลกวารีนางแทบไม่สามารถทำอะไรมันได้

ในเจดีย์ดำ

เมื่อเห็นอีกามีกลยุทธมากมายและเก็บรวบรวมอสูรรบไว้มากเป็นพิเศษ  นางมองเห็นจุดอ่อนของนางและนางมีความคิดจะเสริมระบบอสูรรบของนาง ถ้ามันเป็นอสูรรบธรรมดา นางคงไม่สามารถเห็นมัน แต่นี่เป็นสาวกิเลนปิงหยินแนะนำว่าเป็นอสูรตาทองขับวารีชั้นดี  อสูรที่มีชื่อในเผ่าภูตบูรพานางตัดสินใจทำสัญญากับมันทันที

นั่นคือการเสริมความแข็งแกร่งให้ตนเอง  อีกอย่างหนึ่งก็คือเสริมสร้างทางยุทธวิธี

ถ้าใครๆมีอสูรตาทองขับวารี  พวกเขาอย่างน้อยจะได้เปรียบในการสู้ทางน้ำ

ในเจดีย์ดำหรือในโลกวารีมีวิทยายุทธหลากหลายรูปแบบ สามารถนำไปใช้ในที่ต้องห้ามการใช้วิทยายุทธ

“ฮูวววว!”  เจ้าอสูรตาทองขับวารีตัวน้อยทำตัวว่าง่ายและวิ่งมาเลียนิ้วขององค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและเคล้าแข้งเคล้าขาทำตัวให้ดูเป็นสัตว์เลี้ยงน่ารัก

“ฮุยไท่หลางออกมา ช่วยข้าฝึกมันหน่อย  ถ้าเจ้าจับมันได้ อนุญาตให้กินมันได้” หลังจากทำสัญญาเรียบร้อยองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนกลายเป็นเลือดเย็นรังสีอำมหิตคละคลุ้งรุนแรงยิ่งกว่าเย่ว์หยางเป็นร้อยเท่า  นางเรียกฮุยไท่หลางมาช่วยฝึกอสูรตาทองขับวารี  แน่นอนฮุยไท่หลางคงยินดีแน่เจ้าตัวเล็กเจ้ากล้าท้าทายกับสุนัขตัวโปรดของเจ้านายเจ้าหรือ  เจ้าไม่กลัวหรือว่าเผ่าภูตบูรพาคืออะไร?

“ฮูววว!”  อสูรตาทองขับวารีพบว่ามันโชคร้าย  เจ้านายที่ทำสัญญาคนใหม่องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนน่ากลัวและโหดร้ายยิ่งกว่าเย่ว์หยางเสียอีก

หลั่งน้ำตาไปก็ไร้ประโยชน์  และมันเผ่นหนีทันที

สิ่งที่น่าตลกก็คือเจ้าหมานั่นเป็นเทพอสูร ดังนั้นจึงไม่มีทางเอาชนะได้

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเห็นอสูรตาทองขับวารีตัวน้อยครางน่าสงสาร  นางยิ้มทำหน้าดุ “เจ้าตัวน้อยนี้ฉลาดมากและรู้จักวิธีซ่อนความแข็งแกร่งของมัน!  ถ้าไม่ใช่เพราะปิงหยินบอก มันคงไม่ได้ทำสัญญากับข้าแน่...ถ้าเจ้าต้องการข่มมัน อย่างน้อยต้องใช้เวลาช่วงหนึ่ง!”

เย่ว์หยางรู้ว่าองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนจะต้องมีหนทางแน่และยิ้ม “ปล่อยมันไว้สักสองสามวันก่อน จากนั้นเมื่อมันเห็นอสูรต่างๆ มากขึ้น มันจะเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ”

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนชนหมัดของเย่ว์หยางก่อนจะเดินออกมา

เย่ว์หวี่ทำเป็นไม่เห็น

อย่างไรก็ตามนางรู้ความหมาย

ถ้านางคิดถึงเย่ว์หยางหรือถ้านางต้องการฝึกปรือหลอมรวมร่างกับเขา  นางจะหยอกล้อเขาเมื่อไม่มีใครอยู่ต่อหน้า

เมื่อเย่ว์หวี่เห็นเช่นนี้สองครั้ง  นางเข้าใจความหมายการชนหมัดครั้งนี้  ในอนาคตนางคงแกล้งเป็นว่านางไม่รู้เพราะกลัวว่าเย่ว์หยางกับองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนจะอึดอัดนอกจากนี้นางยังรู้ว่าน้องชายนางใช้นางเป็นร่างต้นแบบสร้างอิกกะเขาคงสำรวจร่างนางเมื่อตอนฝึกผสานกายแล้ว และตอนนี้เขาสามารถค้นพบแล้ว

นางเป็นคนเดียวที่ช่วยให้เขาฝึกสายหยินธาตุน้ำได้ถ้าเขาสูญเสียตนเอง การฝึกของเขาจะช้า

เย่ว์หวี่ค่อนข้างละอายใจตนเองที่ตัวนางเป็นอุปสรรคต่อการฝึกฝนของเขา

การยกระดับของเขาเป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่าชีวิตของเขา

นอกจากนี้นี่เป็นคำขอร้องของเสวี่ยอู๋เสีย องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและเจ้าเมืองโล่วฮัว พวกนางจะบอกว่าจะร่วมฝึกคู่กับเย่ว์หยางโดยไม่ต้องขอการสนับสนุนของแม่สี่เงียบๆ

จริงหรือที่นางไม่ใช่ธิดาของบิดานาง?  หรือบางทีนางเข้าใจผิดไปในสนามรบ?

บิดาจริงๆของนางตายไปในสนามรบแล้วหรือ?

ทำไมบิดานางกับปู่ห้าจึงขัดแย้งกันมากมายขนาดนั้น?

ถ้านางไม่ใช่...ก็หมายความว่า... ไม่, ข้าเป็นธิดาของท่านพ่อจริงๆ!

เย่ว์หวี่สะบัดศีรษะอย่างแรงราวกับว่านางต้องการจะสลัดไล่ความคิดที่ผุดขึ้นมาในใจนาง  ความคิดนี้ยากจะทนได้  นางรู้สึกว่าไม่ว่ายังไงนางต้องเป็นพี่สาวรองของเขา นางไม่มีอะไรกับเขาแน่นอน นางไม่อาจเป็นคนแปลกหน้าได้ บางทีอาจมีอะไรผิด แต่นางต้องเป็นธิดาของบิดานางแน่!

“เป็นอะไรไป?” เย่ว์หยางถาม เมื่อเห็นเย่ว์หวี่มีท่าทางแปลก

“ไม่, ข้าไม่เป็นไร!”  เย่ว์หวี่ตกใจ นางรีบโบกมือพัลวัลกลัวว่าเย่ว์หยางจะเป็นห่วงกังวล

“ท่านไม่สบายหรือเปล่า?”  เย่ว์หยางแตะหน้าเย่ว์หวี่และใช้มือของเขาแตะเทียบกับหน้าผากเขา และพยักหน้าโล่งใจ  “ไม่มีไข้, ท่านร่างกายอ่อนแอไปหน่อย  อย่าละเลยร่างกายตามปกตินะ  ไม่อย่างนั้นจะป่วยได้”

“ข้าไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น...”เย่ว์หวี่ถลึงตามองเย่ว์หยาง ดูเหมือนว่านางจะไม่เห็นด้วยกับคำพูดของเขา  แต่นางรู้สึกวาบหวามใจ

เขาใส่ใจตนเองมากและเขากังวลมากกว่าที่เขาเป็นอยู่

แม้ว่าภายนอกนางจะปฏิเสธความห่วงใยเขา  แต่นางก็ชอบให้เขาห่วงใยเช่นกัน

รู้สึกดีที่มีน้องที่โง่เขลาอย่างนั้น!

เย่ว์หยางปล่อยภูตแสงออกมา

เขามีความคิดพิเรนพร้อมจะฟื้นฟูสติให้กับภูตแสงและดาบนางฟ้าระดับเงินของเย่ว์หวี่ ทั้งสองจะหลอมรวมเป็นหนึ่งสร้างเป็นอสูรรบที่ไม่เคยมีมาก่อน

ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้เย่ว์หวี่คงปฏิเสธเขา เพราะการหลอมรวมนี้จำเป็นต้องฝึกปรือการผสานกาย  ถ้าทำได้ไม่ดีเสื้อผ้าจะขาดกระจายเป็นผุยผง นางรู้ว่าเรื่องเขาฝึกปรือ เขาสามารถสำรวจร่างของนาง  แต่นางไม่สามารถทนต่อการมองสำรวจร่างนางของเขาแม้ว่าตอนนี้นางจะยอมรับแผนของเขา เพราะนางไม่สามารถทนปฏิเสธความกังวลห่วงใยของเขา

เขาหลอมรวมกับภูตแสงสร้างเป็นอสูรรบชนิดใหม่

นี่คือการดูแลอย่างระมัดระวังของเขา!

เขาให้โอกาสนาง  เพราะอะไร? ก็เพื่อปกป้องนางได้ดียิ่งขึ้น ถ้านางยังจะปฏิเสธเขา เขาจะผิดหวังมากขึ้น

นางไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร

แต่ตอนนี้นางต้องสนับสนุนเขา!

เขาคือน้องชายที่นางภูมิใจมากที่สุด  ตราบใดที่เขาชอบใจ  ก็จะเป็นประโยชน์กับเขา  ชีวิตของนางเองยังเสียสละให้เขาได้!

ไม่ว่าต้องทุ่มเทคุณค่าอะไรไป  นางยินดีจะตายโดยไม่กลัว

ในฐานะพี่สาวนี่คือการสนับสนุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนาง!

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด