ตอนที่แล้วตอนที่ 640 ตะวันฉายทานตะวัน  ภูตแสง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 642 ต้องการคุยเงื่อนไข? ว่ามาเลย!

ตอนที่ 641 ใครช่วยใครกันแน่?


บุรุษหมวกสูงไม่เชื่อแน่นอนว่าเย่ว์หยางจะรู้จักกับหัวหน้าพวกเขาจริงๆ  อย่าว่าแต่คนพวกนี้อยู่ในหอทงเทียนเท่านั้น แต่แม้แต่นักรบในแดนสวรรค์ตะวันตกอาจไม่มีใครรู้จักหัวหน้ากลุ่มโจรตัวตลกก็ได้

เหตุผลที่หัวหน้ากลุ่มโจรตัวตลกเคลื่อนไหวอยู่ในแดนสวรรค์ใต้เพื่อสร้างกลุ่มโจรตัวตลกนั้น  ยังเก็บไว้เป็นความลับที่ยิ่งใหญ่

อย่างไรก็ตามเขายังคงสงสัยว่าอาจมีคนทรยศในกลุ่มพวกเขา แอบปล่อยความลับของพวกเขาก็ได้

บริวารของราชาเฮยอวี้จงเหลยถิงเป็นคนที่พวกเขาสงสัย

คนผู้นี้ทำเป็นแกล้งไล่ล่าออกไปจากที่ต่อสู้อย่างรวดเร็ว

ใครจะรู้กันว่าเขาแอบส่งข้อมูลไปให้ศัตรู?  ราชาเฮยอวี้ตายแล้วจงเหลยถิงยังจะภักดีอยู่ได้ยังไง?

“อย่านึกว่าเจ้าจะทำให้เรากลัวได้เพราะแค่มีคนทรยศในกลุ่มเราให้ข้อมูลลับเจ้า  ข้าเสียใจด้วยเรามาจากกลุ่มโจรตัวตลกไม่กลัวอะไรง่ายๆ” ตอนนี้บุรุษหมวกสูงดูเหมือนจะมองโลกในแง่ดีขึ้นเนื่องจากเขาเห็นว่ามารกฎฟ้าเป็นเพียงคนเดียวที่ถึงระดับปราณฟ้า  ตอนนี้นางใช้พลังกฎฟ้าไปจนหมด  นางแค่พอยืนสู้กับเขาได้  เขามีคู่หูสองคนอยู่ที่นี่คนหนึ่งคือหัวหน้าไป๋หม่าผู้สามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว  อีกคนหนึ่งคือเฮยถูผู้มีความสามารถใช้พลังงานจากโลก พวกเขาสามารถฆ่าทุกคนจากวังมารได้ทันที ถ้าพวกเขาทั้งสามคนรวมพลังกันก็สามารถเอาชนะมารกฎฟ้า  จากนั้นพวกเขาไม่จำเป็นต้องกลับไปยังกลุ่มโจรตัวตลกด้วยความอัปยศ

“ฮ่าฮ่าเจ้าฉลาดจริงๆ ดูเหมือนว่าข้าไม่อาจหลอกคนจากกลุ่มโจรตัวตลกได้” เย่ว์หยางยักไหล่แกล้งทำเป็นล้มเหลวในการหลอกผู้คน

“ออกมาอสูรลมโชย!” บุรุษหมวกสูงแตกต่าง จากนักสู้ปราณฟ้าอีกสองคนที่อายที่จะใช้การจู่โจมสายฟ้าแล่บ เพราะพวกเขาไม่สามารถเปิดเผยสถานะที่แท้จริงได้เพื่อประโยชน์กับภารกิจลับ  ถ้าไม่ใช่เพราะพันธมิตรเรียกเขาออกมา  พวกเขาไม่ต้องการปรากฏตัว ขณะที่คนชุดขาววัยกลางคนเหยียดมือออกเรียกอสูรธาตุลม

อสูรนี้แทบจะโปร่งใสและไร้รูปลักษณ์มันแตกต่างจากอสูรประเภทลมลมธรรมดาอยู่มาก

มันดูคล้ายสนามพลัง  สนามพลังที่อ่อนโยน

ทุกคนที่อยู่รอบๆรวมทั้งเย่ว์หยางถูกหุ้มห่ออยู่ในร่างอสูรประเภทลมนี้  ขณะเดียวกันพวกเขายังได้รับผลต่อการจำกัดความสามารถของพวกเขาด้วย

อสูรประเภทลมนี้เรียกกันว่า‘อสูรลมโชย’ มีพลังจำกัดต่างจากสนามพลัง  ขณะที่ภายในร่างของมันคนผู้หนึ่งยังสามารถบินได้ แต่ความเร็วในการบินของพวกเขาจะได้รับผลอย่างมาก  นอกจากนี้ ยังต้องใช้พลังงานมากมายในการบิน

ตรงกันข้ามบุรุษวัยกลางคนที่สวมชุดขาวจะไม่ได้รับผลในร่างอสูรธาตุลมนี้  และสามารถไปมาได้คล่องแคล่วเหมือนปลาที่อยู่ในน้ำ

นอกจากเขาแล้วบุรุษหมวกสูงและชายชราชุดดำก็มีความเร็วเพิ่มขึ้นอีกมาก

ในทางตรงกันข้ามกลุ่มของเย่ว์หยางดูเหมือนจะได้รับผลอย่างมาก

สถานการณ์ตอนนี้ไม่เป็นผลดีต่อพวกเขาแน่นอน

บุรุษวัยกลางคนชุดขาวไม่เพียงแต่เรียกอสูรลมโชยออกมาเท่านั้น  เขายังคงเรียกม้าเพลิงแดนสวรรค์และอสูรฝันร้ายไฟนรก

แม้ว่าม้าเพลิงแดนสวรรค์และอสูรฝันร้ายไฟนรกทั้งสองจะไม่ใช่อสูรศักดิ์สิทธิ์แต่ระดับของพวกมันก็สูงมาก พลังของพวกมันใกล้เคียงกับนักสู้ปราณฟ้า เกือบจะเท่านักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับสิบในหอทงเทียน  งานหลักของพวกมันไม่ใช่การโจมตี  แต่ป้องกันศัตรูหลบหนีด้วยความเร็วจัดของพวกมัน เมื่อใครบางคนในฝ่ายของเย่ว์หยางชนะการสู้รบพวกเขาจะไม่ได้ออกไปจากพื้นที่อสูรลมโชย ด้วยม้าเพลิงแดนสวรรค์และอสูรฝันร้ายไฟนรกป้องกันพวกเขาไว้  พวกเขาจะตายอย่างมิต้องสงสัย

“หนอนทราย, แมงมุมปีศาจ,  กิ้งก่าเขาศิลา, งูหางกระดิ่งปีศาจ”  บุรุษชุดดำเรียกอสูรออกมาเพิ่ม  พลังของพวกมันเทียบเท่ากับบุรุษวัยกลางคนชุดขาว

แมงมุมปีศาจมีพลังปราณฟ้าระดับหนึ่ง

ร่างใหญ่ของมันยาวมากกว่ายี่สิบเมตร  ถ้ามังกรยักษ์เห็นมันอาจจะกลัวจนต้องหนี

ชายชราชุดดำใช้ขาทั้งสองกระทืบพื้น  พลังของเขาถูกส่งลงไปที่พื้นพลังของพื้นที่ปรักหักพังถูกเขาซึมซาบเข้ามา และเปลี่ยนพื้นรอบๆ ตัวเขาเป็นทราย  หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีมันขยายออกไปสิบเมตรรอบตัวเขา หลังจากนั้นหนึ่งนาทีก็ขยายออกไปร้อยเมตรจนถึงเย่ว์หยางและคนอื่น

อสูรของคนผู้นี้ดูเหมือนจะเก่งกาจในการต่อสู้ในพื้นที่ทราย

ในทางกลับกันม้าเพลิงแดนสวรรค์และอสูรฝันร้ายไฟนรกบินขึ้นอากาศทันทีเหมือนกับว่าพวกมันไม่ต้องการแตะต้องทราย...

“ฆ่า!”  บุรุษหมวกสูงรู้สึกว่าเขาไม่มีอะไรจะพูดกับเย่ว์หยาง  นักสู้ปราณฟ้ากำลังจะสู้กับนักสู้ปราณดิน  นอกจากนี้นักสู้ปราณฟ้ามีอสูรที่แข็งแกร่งขนาดนั้น ยังต้องสงสัยในชัยชนะของพวกเขาอีกหรือ?

“จะให้พวกมันฆ่าน่ะหรือ!” เย่ว์หยางโบกมืออย่างไม่ยี่หระ

“ใครจะยอมให้เจ้าพล่ามจนจบ..”  บุรุษวัยกลางคนชุดขาวไม่รอให้เย่ว์หยางพูดจบ  เนื่องจากเขามาปรากฏตัวด้านหลังเย่ว์หยางเขาปล่อยหมัดอย่างรุนแรงต้องการจะทำลายกระดูกสันหลังของเย่ว์หยางให้แตกเป็นชิ้นๆ  เขามักจะรำคาญคนที่ดีแต่พูดแต่ไม่มีฝีมือสำหรับคนเหล่านี้ เขามีโทษประการเดียวนั่นคือทำลายกระดูกสันหลังในหมัดเดียว  จากนั้นมองดูเขาดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นเหมือนงูกำลังตายอย่างเสียใจ  ขณะเดียวกัน ชราชุดดำก็ว่องไวเช่นกันเข้ามาอยู่ด้านหลังมารแค้นฟ้า เนื่องจากเขาเห็นว่านอกจากมารกฎฟ้า แล้วนี่คือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาคนจากวังมาร

บุรุษหมวกสูงก็เริ่มโจมตี เขาใช้การยักย้ายร่างมาปรากฏที่ด้านหลังมารกฎฟ้า

เขาเพียงแต่ลองหยั่งความลึกของน้ำตามปกติ

นางเซียนหงส์ฟ้าไม่สนใจเขากลับเปลี่ยนให้นางพญาซัคคิวบัสป้องกันนางและใช้หางปีศาจที่แหลมคมเหมือนหอกโจมตีโต้ตอบ

มารแค้นฟ้ามารฟ้าพิบัติ, มารอาญาฟ้า, มารฟ้าพิโรธและคนอื่นๆไม่สนใจรุมล้อมโจมตีชายชราชุดดำ ตรงกันข้าม พวกเขากลับทำเหมือนว่าไม่เห็นเขาและวิ่งตรงไปที่หนอนทรายแมงมุมปีศาจ กิ้งก่าเขาศิลาและงูหางกระดิ่งปีศาจ

อีกด้านหนึ่งเย่ว์ปิงสั่งให้พญาไม้ไตตันโจมตีด้วยเช่นกัน

มังกรทองสามหัวของไห่อิงอู่หลบเลี่ยงศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มพวกนั้นแมงมุมปีศาจและตัดสินใจบินขึ้นไปในอากาศสู้กับอสูรฝันร้ายไฟนรกแทน

แม้ว่าระดับของมันยังสูงไม่พอ  แต่มันเป็นลูกของจ้าวมังกรทองสามหัว  ถ้าไม่สามารถเอาชนะศัตรูได้มันก็ยังสามารถทนได้เป็นเวลานาน

เย่ว์หวี่ไม่ขยับเข้าโจมตี

นางยังใช้บอลวารีรักษาให้แพนด้าน้อยหนิวหนิวที่พักอยู่ในอ้อมแขนเย่ว์หยาง  หลังจากต่อสู้อาบเลือด แพนด้าน้อยหนิวหนิวได้รับบาดเจ็บสาหัสในการต่อสู้ สาวขี้เมามีพลังใจเพิ่มมากขึ้นเมื่อเห็นเย่ว์หยางมาถึงหลังจากนางถูกกิ้งก่าเขาศิลาขวิดจนกระเด็น นางไม่สนใจและดื่มเหล้าดีกรีแรงต่อหน้าเย่ว์หยางใช้เหล้าแรงกระตุ้นพลังมหาศาลที่ซ่อนอยู่ในร่างนางให้ทำงาน ...เมื่อเข้าสู่สภาพเมาและโกรธ พลังต่อสู้ของนางจะเปลี่ยนไป นางยังไม่ได้รับอิทธิพลจากอสูรลมโชยในการต่อสู้

“เฮ้,ไสหัวไป!” สาวขี้เมาจับหางของกิ้งก่าเขาศิลาและหมุนควงร่างใหญ่ของมันไปรอบๆ

ร่างของมันถูกหมุนเหวี่ยงอยู่สองสามรอบและจากนั้นเหวี่ยงออกไปหลายร้อยเมตร

บึ้ม!

กิ้งก่าเขาศิลาถูกฝังลงไปในพื้นครึ่งหนึ่ง  ถ้าไม่ใช่เพราะหนังของมันหนา มันคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บหนักได้  แต่พลังแบบป่าเถื่อนที่สาวขี้เมาแสดงออกมาทำให้หนุ่มๆจากวังมารจ้องมองอย่างตกตะลึงคิดว่าแม้แต่ก่อนที่นางจะเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิด นางก็มีพลังแบบนี้อยู่แล้ว ถ้านางยกระดับเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิด  นางจะแข็งแกร่งมากขึ้นขนาดไหน?

ในสภาพที่นางเมามายสาวขี้เมาสามารถเอาชนะนักสู้ปราณก่อกำเนิดทั่วไปได้ทุกคน...โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากฝึกกับเย่ว์หยางฝีมือต่อสู้ของสาวขี้เมาก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว นางพบว่ายากจะแสดงศักยภาพแบบนี้ได้ เมื่อนางอยู่ในสภาพไม่เมา เมื่อนางเมา นางพบว่านางควบคุมพลังของนางได้ง่าย  นี่คือเหตุผลที่เย่ว์หยางฝึกให้นางเป็นพิเศษ

บุรุษวัยกลางคนชุดขาวโจมตีใส่เย่ว์หยาง  ขณะที่ฝ่ามือของเขาจะสัมผัสที่หลังของเย่ว์หยางมีดที่คมกริบฉีกมิติโจมตีใส่เขา

และคลื่นเสียงหวีดกับความเร็วที่เหนือกว่าเขาที่เป็นที่รู้กันดีว่าไวที่สุดในกลุ่มโจรตัวตลก

เป็นอาหงนางถือดาบจันทร์เสี้ยวอยู่ในมือ

ความได้เปรียบที่แข็งแกร่งที่สุดของนางก็คือความเร็วของนาง

“วีดดดดด..”นางพญากระหายเลือดกรีดเสียงแหลมร้อง เสียงกรีดแหลมของนางทำให้หัวหน้าไป๋หม่ารู้สึกเหมือนกับว่าสมองของเขากำลังถูกผึ้งนับพันตัวต่อยใส่  รอบๆ สั่นสะท้านมันคล้ายกับมีค้อนสิบด้ามหวดใส่ ทำให้เขาสมองว่างเปล่า  เมื่อเขากลับได้ความรู้สึก เขาพบว่าดาบที่คมและเย็นยะเยือกฟันใส่ด้านหน้าเขาเป็นสิบครั้ง

หัวหน้าไป๋หม่าพยายามรับท่าฟันขณะที่หนีออกมาอย่างรวดเร็ว

เขารู้สึกว่าเขาตกเข้าไปในกับดักพวกเขา

คู่ต่อสู้ใจเย็นและมั่นคง  ดังนั้นต้องมีแผนการที่น่ากลัวอยู่เป็นแน่  เขาคิด

ขณะที่ความคิดผุดขึ้นมาร่างของเขาก็ถอยมามากกว่าร้อยเมตรด้วยความเร็วของเขา สิ่งที่ทำให้เขาตกใจก็คือเขาชนเข้ากับอีกคนหนึ่ง เป็นคนที่เขาต้องการฆ่าคนช่างพูดที่ไม่ได้เป็นนักสู้ปราณฟ้าเขามาถึงตรงนี้ได้ยังไง?   เขาเร็วกว่าเขาได้ยังไงในเมื่อเขาพยายามหลบหนีหมัดสังหารได้ตั้งแต่เมื่อไหร่?  ภาพจริงหรือภาพลวงตา?บุรุษวัยกลางคนชุดขาวไม่สามารถคิดได้ตอนนี้ เนื่องจากปีศาจอสรพิษน้อยปรากฏออกมาใช้ดาบน้ำแข็งคู่โจมตีเขา

ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบแช่แข็งของดาบคู่น้ำแข็งหรือพลังพันธนาการ  หัวหน้าไป๋หม่าก็ไม่สามารถตอบสนองได้รวดเร็ว

เขาสังเกตว่าเขาแข็งค้างอยู่กลางอากาศแล้ว...

เจ้าบุรุษช่างพูดยังคงอุ้มเด็กหญิงแพนด้าน้อยโดยไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรต่อเขา  เพียงแต่ยิ้มเยาะเย้ยให้กับเขา

จากท้องฟ้าสายฟ้าฟาดใส่ศีรษะของหัวหน้าไป๋หม่า แม้ว่าพลังยังห่างจากสายฟ้าของมารกฎฟ้า แต่รับพลังสายฟ้าไปแบบนี้ก็คงไม่ใช่เรื่องน่ายินดีนัก  หัวหน้าไป๋หม่ารู้สึกว่าทรงผมที่สง่างามของเขาเปลี่ยนสภาพเป็นรังนก

“ไสหัวไป!” เมื่อหัวหน้าไป๋หม่ารู้สึกตัว เขาพยายามหนีอีกครั้ง

ระหว่างถูกโจมตีขนาบจากเสี่ยวเหวินหลีและอาหง  หัวหน้าไป๋หม่าสามารถหลบหนีจากการโจมตีได้มันลึกลับมากและอันตรายมาก เมื่อเขากระตุ้นพลังพิเศษของเขา เขามั่นใจว่า เขาสามรรถหลบหนีจากนักสู้ปราณฟ้าระดับสามได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บ  วิชาม้าขาวหลีกลี้นี้เป็นวิชาท่าร่างที่เขารู้จัก และยังเป็นความหมายของชื่อเขาด้วย

หลังจากหลบออกมาอย่างน้อยร้อยเมตรและเตรียมปาดเหงื่อ  เขากลับถูกอีกคนล้มเขาได้อย่างคาดไม่ถึง  เป็นเย่ว์หยางอีกครั้งนั่นเอง

หัวหน้าไป๋หม่าในตอนนี้ตกใจกับสถานการณ์อันตรายนี้มาก  เขาสงสัยว่าเย่ว์หยางเป็นใครกันแน่  ไวกว่าเขาได้ยังไงทั้งที่เขาใช้วิชาหลีกลี้?

ไม่มีใครสามารถให้คำตอบเขาได้  เมดูซาตนหนึ่งปรากฏตัวอยู่ด้านข้างเขาและยิงธนูดอกหนึ่งธนูเข้าเป้าที่น่องของเขาก่อนที่เขาจะหลบหนีได้ครั้ง  ขณะที่ความเร็วของเขาตกลงแส้อาญาสายหนึ่งหวดลงที่หลังของหัวหน้าไป๋หม่าอย่างหนัก

นางเงือกวายุและเย่ว์หวี่สร้างมังกรน้ำแทบจะพร้อมกันยิงใส่ร่างของหัวหน้าไป๋หม่า

พลังโจมตีอย่างนี้ไม่มีผลต่อนักสู้ปราณฟ้า

แต่สำหรับปีศาจอสรพิษน้ำแข็งมังกรน้ำทั้งสองคือเครื่องจักรฆ่าอย่างดีของนาง.... นางไวกว่านาคาสายฟ้าและมาได้ไกลกว่านางกระโจนฟันไปที่มังกรน้ำที่กักไป๋หม่าเอาไว้ด้วยร่างน้ำแข็งจากมังกรน้ำ

มีปรากฏการณ์อย่างหนึ่งในท้องฟ้า

มังกรน้ำทั้งสองตัวเปลี่ยนไปน้ำแข็งอย่างรวดเร็วสร้างรูปร่างเหมือนสะพานโค้งอ้าปากงับไป๋หม่ากักเขาไว้ในน้ำแข็ง

ไป๋หม่าไม่อาจทนเจ็บปวดได้อีกต่อไปและกระแทกมังกรที่กลายเป็นน้ำแข็งแตกกระจาย

เขาไม่ต้องการสู้อีกต่อไป  นี่ไม่ใช่การต่อสู้ที่แท้จริง  มันเป็นแค่การทรมาน! เขายังไม่ได้แสดงพลังได้ถึงหนึ่งในสิบของเขาแต่เขาก็โดนเล่นงานสะบักสะบอมและโดยไม่รู้สึกอะไร   การต่อสู้นี้กดดันเกินไป...หัวหน้าไป๋หม่าตัดสินใจเปลี่ยนคู่ต่อสู้ เขาไปไล่ล่าคนจากวังมารแทนและปล่อยให้เฮยถูฆ่าเจ้าเด็กนี่

ขณะเมื่อเขาจะหลบหนี  เขาก็ชนเข้ากับอีกคนหนึ่ง

เป็นเย่ว์หยางอีกแล้ว

หัวไป๋หม่ารู้สึกขมขื่นใจจนต้องปาดน้ำตาทันที  “เจ้าจะปล่อยให้ข้าสู้ดีๆ ไม่ได้หรือไง? ข้าได้รับการสนับสนุนจากอสูรลมโชยและวิชาหลีกลี้ก็แล้ว  ข้ายังไวไม่เท่าเจ้าที่อุ้มเด็กหญิงแพนด้าไว้ด้วยหรือ?  นี่จะบังคับให้ข้าผูกคอตายใช่ไหม?”

“เฮยถูมาเปลี่ยนคู่ต่อสู้กัน” หัวหน้าไป๋หม่าพยายามอย่างหนักที่จะกลั้นน้ำตา  ใช้เสียงแหบแห้งตะโกนเรียกสหาย

“เราผู้เฒ่าอยู่ด้านนี้ยังไม่ว่าง  มานี่ มาช่วยข้าให้พ้นจากความลำบากก่อนเร็ว...”

อีกด้านหนึ่งของสนามรบมีเสียงร้องเจ็บปวดขอความช่วยเหลือ

หัวหน้าไป๋หม่าตะลึง เขาพบว่าคู่หูของเขาเฮยถูที่สามารถดูดซับพลังจากพื้นปฐพีได้โดยตรงในตอนนี้ถูกโซ่ล่ามเทพของโคเงารัดเอาไว้และถูกทุบตีตั้งแต่หัวจนจรดเท้า ไม่สามารถตอบโต้ได้  เขาตกใจกลัว หลังจากนั้นจึงพูด "ความสามารถของเจ้าในการสร้างทรายเล่า  เจ้าไม่สามารถดำดินได้หรือ?”

เฮยถูดูเหมือนจะโกรธหนักยิ่งขึ้น  “หลบบ้าอะไรกัน, นังโคเงานี่มีหัวใจธรณีสารและกักพลังของข้าได้  รีบมาช่วยข้าเร็ว!”

ไป๋หม่ารู้สึกเจ็บปวดใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น เข้าต้องการขอความช่วยเหลือแต่สหายของเขากลับถูกซ้อมถูกทุบตี!

อีกครั้งที่เขาเห็นว่าเย่ว์หยางเย้ยหยันมาที่พวกเขา  จากนั้นเขาตระหนักว่านางพญากระหายเลือดหง  เมดูซ่าศิลา นาคาสายฟ้าและปีศาจอสรพิษน้ำแข็งค่อยๆ ตีวงล้อมเขา  เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบากเม้มริมฝีปาก  จากนั้นหันไปหาเฮยถูกล่าว  “ข้าคิดว่าข้าต้องการเวลาเพิ่มอีกนิดดูเหมือนว่าศัตรูจะไม่ยอมปล่อยข้าไปง่ายๆ....”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด