ตอนที่แล้วตอนที่ 544 สมดุลที่แปลกประหลาด
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 546 ภารกิจการทูตราคาแพง

ตอนที่ 545 ประชุมกันแบ่งปันผลประโยชน์!


หลิงซิ่วหยีตามองดูคนทั้งสอง  “พวกเจ้าต้องการเรียนวิชาหอกจากข้างั้นหรือ?”

อยู่ต่อหน้าของเขาโอวหยางซือและจั่วเยี่ยนยืนตัวตรง

หลิงซิ่วในปัจจุบันไม่ใช่เด็กหนุ่มพเนจรธรรมดาอีกต่อไป  หลังจากสู้รบมาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในเจ็ดดาวเหนือที่ซึ่งให้เขาได้ควงหอกขับขี่อาชาต่อสู้กับเซียนมาเป็นเวลานานมากเขาจึงกลายเป็นผู้แข็งแกร่งอย่างมาก สองคนที่อยู่ต่อหน้าของเขาโอวหยางซือและจั่วเยี่ยนรู้สึกใจเต้นแรงด้วยความกลัว  หลิงซิ่วเหมือนพระยามัจจุราชที่มาจากยมโลกร่างของเขาเต็มไปด้วยปราณฆ่าฟัน

พวกเขามีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความยำเกรง  รังสีฆ่าฟันที่ซึมออกมาจากร่างของหลิงซิ่วหนาแน่นเหมือนกับสุราดีกรีแรง  แต่ไม่มีความกระหายเลือดหรืออำมหิตแม้แต่น้อย

เมื่อหลิงซิ่วมองดูพวกเขา หัวใจของพวกเขาตกวูบทันที  แต่ไม่ทำให้พวกเขาท้อถอย บนเส้นทางแห่งความยากลำบากจะช่วยขัดเกลาความมุ่งมั่นของพวกเขาให้มีจิตใจมั่นคงขึ้น

โอวหยางซือยืดหลังตรงและตะโกนด้วยเสียงอันดัง  “ข้าหวังว่าอาจารย์จะรับสอนพวกเราด้วย”

“ทำไมข้าจะต้องสอนพวกเจ้าทั้งสองคนด้วย?”  หลิงซิ่วพูดเฉื่อยชา

โอวหยางซือมีนิสัยซื่อตรงตะลึงทันที   คำถามที่ทำให้พวกเขาสะดุด  ใช่แล้วทำไมอาจารย์หลิงซิ่วจะต้องสอนให้พวกเขาด้วย? พวกเขาไม่ได้มีสัมพันธ์อะไรกับหลิงซิ่ว และเป็นแม้แต่ศิษย์ของศัตรูของพวกเขาดังนั้นทำไมอาจารย์หลิงซิ่วจะต้องสอนพวกเขา?

จั่วเยี่ยนผู้เงียบอยู่เสมอพูดออกมาทันที  “เพราะกองกำลังแกะน้ำแข็งเงินจะมีเพียงคนเดียวไม่ได้!”

แกะน้ำแข็งเงิน....

หลิงซิ่วหยีตา ประกายตาเจิดจ้ารุนแรงมากขึ้น ทั้งสองคนสำลักตลอดทั้งร่างเริ่มสั่นสะท้าน การเผชิญหน้ากับหลิงซิ่ว พลังของพวกเขาช่างเล็กน้อยเหลือเกิน

แม้ว่าหน้าของจั่วเยี่ยนจะซีดขาว  แต่เขารวบรวมความกล้า  “อาจารย์, กองกำลังแกะน้ำแข็งเงินเท่านั้นถึงฟื้นฟูกลุ่มดาวแกะได้(เมษ)!มีแต่กองกำลังแกะน้ำแข็งเงินเท่านั้นจึงจะทำให้ประชาชนกลุ่มดาวแกะกู้ความรุ่งเรืองที่สูญหายกลับคืนมา!  อาจารย์ถึงเวลาฟื้นฟูกองกำลังแกะน้ำแข็งเงินแล้ว ก็คือที่นี่”

“ฟื้นคืนกองกำลังแกะน้ำแข็งเงิน?” หลิงซิ่วมองดูพวกเขา และหัวเราะเยาะ “แค่เจ้าสองคนน่ะหรือจะฟื้นฟูกองกำลังแกะน้ำแข็งเงิน?”

หน้าของโอวหยางซือและจั่วเยี่ยนกลายเป็นสีแดงทันที

“อาจารย์, โปรดอย่าดูแคลนพวกเราเลย!”

“อาจารย์,  เรื่องการทดสอบ เราพร้อมจะยอมรับ!”

หลิงซิ่วปฏิเสธแสดงความคิดเห็น แต่กล่าวว่า “รอจนกว่าพวกเจ้าผ่านการฝึกฝนเสียก่อนค่อยพูดเรื่องอนาคต  โอว, ข้าเกือบลืมแจ้งพวกเจ้าไปกลุ่มดาวหมีใหญ่รับสมัครเข้าฝึกฝนโหดสุดๆ มีตายกันบ่อยถ้าพวกเจ้ารู้สึกว่ายากจะทนได้ ก็ไม่ต้องฝืน”

เมื่อเห็นสีหน้าที่ตื่นเต้นของพวกเขาหลิงซิ่วไม่ให้โอกาสพวกเขาได้ปฏิเสธและเรียกพวกทหารพาพวกเขาเข้าค่ายฝึกฝนทันที

“พี่หลิง, ท่านอยากฟื้นฟูกองกำลังแกะน้ำแข็งเงินจริงๆหรือ?”  เว่ยเว่ยอันถามด้วยความสงสัย

“จริงๆ แล้วข้ายังไม่รู้” หลิงซิ่วคิดชั่วขณะ จากนั้นพึมพำ “ข้าคิดว่าอาจารย์คงหวังจะให้ข้าทำเช่นนั้น แต่ข้าไม่มีความรู้สึกว่าข้าเป็นคนของกลุ่มดาวแกะการปกป้องกลุ่มดาวแกะนั้นข้าไม่ยินดีทำเลยแม้แต่น้อย  โอว, ข้าจะไปหาถังห้าวเสียหน่อย อาจจะขอให้เขาช่วยโค่นกลุ่มดาวแกะดูก็ได้บางทีอาจใช้วิธียิงกระสุนนัดเดียวฆ่านกได้สองตัวก็ได้”

ขณะนั้นอุปกรณ์สมบัติสื่อสารที่เขามีเริ่มทำงาน

“ถังห้าวกำลังเรียกทุกคนมาประชุม”  หลิงซิ่วคำราม “เขาจะเล่นอะไรอีก? ไปเถอะ ข้าอยากจะซ้อมมือกับเขาสักเล็กน้อย”

ความตั้งใจต่อสู้กับเขาเพิ่มขึ้นมาก

*********************

ในลานบ้านช่วงเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิมาถึงกิ่งก้านดอกไม้สั่นพริ้ว บนโต๊ะไม้ไผ่ที่เย็นยะเยือกมีชุดแก้วชาตั้งไว้  อาเฮ่อนั่งยิ้มเต็มใบหน้า  “เสี่ยวตั่ว เราไม่พบกันเสียนาน เจ้าน่ารักขึ้นทุกวันเลยนะ”

เสี่ยวตั่วอดยิ้มไม่ได้ “ขอบคุณที่ชมเชยเจ้าค่ะ องค์ชาย”

ข้างๆเสี่ยวตั่วนั่งไว้ด้วยสุภาพสตรีรูปงามนั่งเคียงข้างกัน  พวกนางทุกคนมองดูองค์ชายอาเฮ่อที่สุภาพอ่อนโยนต่อหน้าพวกนางและแสดงท่าทีชื่นชม สุภาพสตรีที่สูงอายุคนหนึ่งเอ่ยขึ้น  “ก่อนที่จะมานี้องค์ราชินีสั่งให้ข้าส่งข้อความถึงท่าน ถ้ามีอะไรสร้างความลำบากให้กับองค์ชายกลุ่มดาวคนธนูยินดีให้การสนับสนุนองค์ชายเสมอ”

สุภาพสตรีนี้นามว่าหนีอวี่หงเป็นผู้มีอำนาจคนหนึ่งในกลุ่มดาวคนธนูและเป็นที่เชื่อใจของราชินี

อาเฮ่อคำนับอย่างนอบน้อม “ช่วยข้าขอบคุณท่านป้าด้วย”

อาเฮ่อในปัจจุบันนี้เป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากอ่อนโยนและจิตใจกว้างขวางยิ่งกว่าที่เคยเป็น เมื่อเห็นความตั้งใจดีของท่านป้าของเขา เขาไม่ปฏิเสธด้วยอาการเย็นชากีดกันผู้คนจนห่างไกลเป็นพันไมล์  แต่กลับยิ้มและขอบคุณแทน

ศิษย์สำนักกระเรียนต่างหลั่งไหลเข้ามาในกลุ่มดาวหมีใหญ่กันทุกคน หลังจากพิจารณากันอย่างรอบคอบแล้วเจ้าสำนักใหญ่ตัดสินใจย้ายสำนักกระเรียนเข้าสู่กลุ่มดาวหมีใหญ่ สภาพแวดล้อมของกลุ่มดาวหมีใหญ่แข็งแกร่งมากกว่ากลุ่มดาวกระเรียนมากมายหลายเท่า  ไม่เพียงแต่สำนักกระเรียนเท่านั้น  แม้แต่ตระกูลซ่างกวนจากกลุ่มดาวเพอร์ซูสก็ยังอพยพเข้ามาด้วย

และอาเฮ่อในปัจจุบันนี้เป็นคนที่มีชื่อเสียงของสำนักกระเรียนไปโดยปริยาย  เขาคือเซียนคนที่สองของสำนักตั้งแต่ปรมาจารย์ก่อตั้งสำนักกระเรียนขึ้นมา  นอกจากนี้เขายังอายุน้อยมากทั้งยังเป็นสมาชิกแกนนำของกลุ่มดาวหมีใหญ่ นั่นเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยกล้าคิดมาก่อน

แววชื่นชมปรากฏอยู่ในดวงตาหนีอวี่หง  องค์ชายเอาเฮ่อสง่างามและมีทัศนคติสูงส่งการแสดงออกทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ  หลังจากติดตามราชินีมาเป็นเวลานาน นางรู้ว่าความคิดและการกระทำของราชินีเป็นอย่างไร  ราชินีไม่เคยแต่งงานและไม่มีทายาท  ดังนั้นนางจึงจับตามองหลานชายของนาง ผลงานของอาเฮ่อในช่วงสองปีที่ผ่านมาพิสูจน์ได้แล้วว่าเขามีความสามารถรับสืบทอดกลุ่มดาวคนธนูได้

นางหัวเราะ “องค์ราชินีตรัสบอกว่า องค์ชายคือตัวแทนอนาคตซึ่งก็ทำให้ข้าเคยสงสัย แต่หลังจากเห็นองค์ชายประจักษ์กับตาตนเองในวันนี้ตอนนี้ข้าถึงได้รู้ถึงปัญญาความฉลาดขององค์ราชินี อนาคตของกลุ่มดาวคนธนูที่ฝากไว้ในมือองค์ชายจะต้องรุ่งเรืองอย่างแน่นอน”

ผู้คนรอบๆ นางมีสีหน้าประหลาดใจ แม้ว่าข่าวลือเรื่ององค์ชายอาเฮ่อจะได้ปกครองกลุ่มดาวคนธนูจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เพราะหนีอวี่หงพูด้วยตนเองนั่นก็สื่อความได้ทั้งหมด

“ท่านป้าประเมินผู้หลานสูงเกินไปแล้ว”  ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของอาเฮ่อยังคงเดิม  คำพูดของเขายังซ่อนนัยยะว่า“ท่านป้ายังอายุไม่มาก ยังอยู่ในช่วงสุดยอด เรื่องทั้งหมดนี้ยังเร็วเกินไปและข้ายังรู้สึกสะดวกสบายมีความสุขอยู่ในกลุ่มดาวหมีใหญ่ และไม่ต้องการจะย้ายที่”

หนีอวี่หงมองดูอาเฮ่ออย่างลึกซึ้งและกล่าวอย่างมีความหมาย  “กลุ่มดาวหมีใหญ่ก็นับว่าดี  แต่องค์ชายไม่ใช่เจ้ากลุ่มดาว  และในสามถึงห้าปี  กลุ่มดาวคนธนูก็สามารถส่งมอบให้องค์ชายได้แล้ว”

อาเฮ่อหัวเราะ “ทำไมจะต้องเป็นเจ้ากลุ่มดาวด้วยเล่า? ความหวังทั้งชีวิตของข้าก็คือฟื้นฟูสำนักกระเรียน และหาสถานที่ประจำให้กับสำนักกระเรียนและตอนนี้ข้าก็เติมเต็มความปรารถนานี้แล้ว และยังขยายได้มากกว่าที่ข้าคิด ยังมีอะไรอื่นทำให้ข้าไม่พอใจอีก?”

หนีอวี่หงต้องการพูดต่อ แต่อาเฮ่อโบกมือ “ท่านป้าไม่ต้องแนะนำข้าอีกต่อไปแล้ว อาเฮ่อไม่มีความทะเยอทะยาน และยังเป็นคนที่ราชาที่ไหนๆ ไม่สามารถรั้งให้อยู่ได้ กลุ่มดาวหมีใหญ่กว่าจะมีวันนี้ได้ก็ผ่านความยากลำบากมามากมายและสามารถพูดได้ว่าต้องย่ำผ่านเปือกตมและเลือดเนื้อ ทุกคนต่อสู้เคียงข้างกันและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของปณิธานเป็นเสมือนป้อมปราการที่เข้มแข็งจนถึงทุกวันนี้  ข้าได้ต่อสู้ร่วมกับทุกคนที่นี่และยังได้รับบาดเจ็บอยู่ที่นี่ ยังไม่ต้องการคิดจะจากไป  ไม่ว่าตอนนี้กลุ่มดาวคนธนูจะดีเพียงใดก็ตาม  แต่ยังไม่ใช่สถานที่ที่อาเฮ่อต้องการจะปกป้อง”

สุภาพสตรีทุกคนไม่รู้จะพูดยังไงดี

เครื่องมือสมบัติสื่อสารของอาเฮ่อสั่นเตือน  อาเฮ่อขยับมองด้วยความสนใจจากนั้นเงยหน้าแจ้งสุภาพสตรีข้างหน้า  “ข้าต้องขออภัยดูเหมือนถังห้าวกำลังตามข้าให้ไปร่วมประชุม ข้าจะขอตัวจากไปก่อน”

หนีอวี่หงฝืนหัวเราะ “คงมีเรื่องสำคัญเร่งด่วนมากกว่า”

อาเฮ่อคำนับ จากนั้นเดินออกมา

ภายในห้องประชุม อาเฮ่อ หลิงซิ่ว จิ่งหาว คุณชายขลุ่ยวิเศษติงม่านและหน่วยเซียนที่นางเป็นผู้นำ อาโมรี่ หานปิงหนิงและพวกเดินเรียงแถวเข้ามา  แต่เมื่อทุกคนเข้ามาในห้องประชุม  ตาของทุกคนก็ถูกตรึงไว้ที่กลางห้องทันที  สีหน้าทุกคนตะลึงซึมเซา

ที่กลางห้องประชุมมีกองสมบัติวิญญาณ

ทุกคนมีสีหน้าตะลึง แม้แต่จิ่งหาวผู้ใจเย็นที่สุดดูเหมือนกับจะสูญเสียจิตวิญญาณ    ทันทีที่ก้าวเข้ามาข้างใน  สายตาของเขาไม่อาจละจากกล่องกระบี่ข้างหน้าที่รวมอยู่ในสมบัติวิญญาณได้

“ข้าเรียกทุกคนมาที่นี่เพื่อแบ่งของที่เราปล้นได้เอ๊ย.. ปันผลสินสงคราม!”

เสียงของถังเทียนได้ยินไกลถึงทุกคนเหมือนกับเมฆที่ลอยอยู่ในที่สูงมาก  ทุกคนรู้สึกเหมือนเดินอยู่บนกองนุ่นขาของพวกเขารู้สึกอ่อนแรง

ถังเทียนยืนอยู่ข้างกองสมบัติวิญญาณ  มองดูเหมือนเป็นเจ้าของร้านขายของเลหลังเตรียมปิดกิจการ

“พี่จิ่งหาว นี่คือ”ดื่มเลือดเซียน“ยกให้ท่าน” ถังเทียนโยนกระบี่สีดำให้จิ่งหาวโดยไม่ลังเล ซึ่งเขายอมรับไว้โดยไม่รู้ตัวพอกระบี่เข้ามาอยู่ในมือของเขา ปณิธานของกระบี่ก็แพร่เข้าสู่หัวใจเขา จิ่งหาวสั่นเหมือนกับว่าถูกแช่อยู่ในอ่างน้ำแข็งในฤดูหนาวตัวตนของเขาตื่นขึ้นทันที

ปณิธานกระบี่ที่กล้าแข็งนัก!

ใบหน้าของจิ่งหาวแสดงออกว่ามีความสุขหลงใหลจริงๆ ความรักของมือกระบี่ทุกคนที่มีต่อกระบี่สมบัติล้วนออกมาจากหัวใจ

กระบี่นี้เป็นเพียงกระบี่เล่มเดียวที่ผู้อาวุโสกุ่ยอู๋เก็บไว้!

ตัวกระบี่มีสีดำสนิท เรียบง่ายไม่มีการประดับตกแต่งหนาและไม่มีขอบคม มีแถวคำอยู่สองบรรทัด ‘ดื่มเลือดเซียน  แค่เพียงรับรู้รสชาติ”

จากบันทึกของผู้อาวุโสกุ่ยอู๋ทำให้เขารู้ประวัติของกระบี่ดื่มเลือดเซียนและเริ่มทบทวนคำเหล่านั้นออกมา

“กระบี่ดื่มเลือดเซียนนี้มีประวัติความเป็นมาที่ยิ่งใหญ่  หลายๆ ปีนานมากแล้วมีมือกระบี่ผู้บ้าคลั่งคนหนึ่งมายังโลกนี้และตระเวนท่องเที่ยวไปทั่วสวรรค์วิถีท้าทายเหล่าเซียนไปทุกที่เอาชนะคู่ต่อสู้ภายในสิบกระบวนท่า ทำให้ชื่อของเขาขจรไกลเซียนทุกคนที่พ่ายแพ้เขาจึงลอบรวมหัวกันวางแผนลอบทำร้ายและเล่นงานเขา  แต่ผลก็คือเขาฟันเซียนสามสิบคนได้และจากไปอย่างง่ายดายและไม่มีผู้ใดไล่ล่าตามเขาตั้งแต่นั้นมากระบี่นี้คือกระบี่ที่ดื่มเลือดเซียนมาแล้ว ดังนั้นจึงได้ชื่อว่า ดื่มเลือดเซียนเนื่องจากมันดื่มมาเฉพาะแต่เลือดเซียน”

จิ่งหาวตื่นเต้นมาก เขาลูบคลำตัวกระบี่  ความภูมิใจและมุมมองด้านหลังกระบี่ปรากฏในสายตาของเขา  เขารู้จักกระบี่นี้และผู้อาวุโสไม่เคยทิ้งชื่อของกระบี่ไว้เบื้องหลัง  แต่มันกลายเป็นหัวข้อต้องห้ามที่ไม่เคยหยิบยกพูดถึง  สมาพันธ์ชาวยุทธก็มีส่วนพัวพันด้วย  ด้วยคำพูดที่ปรากฏอยู่บนตัวกระบี่ทำให้เขาตระหนักได้ถึงบุคลิกของมือกระบี่

ถังเทียนอ่านเนื้อหาออกมาในชั่วอึดใจ จากนั้นหยิบแก้วผลึกที่ดูเหมือนปีกคู่หนึ่งและโยนให้อาเฮ่อ

ปีกให้ความรู้สึกเหมือนไม่มีน้ำหนัก  ขนนกทุกเส้นที่อยู่บนปีกเหมือนกับน้ำบริสุทธิ์บนผิวจะมีชั้นรัศมีสายรุ้งบางๆ ปีกจะปลดปล่อยพลังงานผันผวนที่ไม่กล้าแข็งนัก  แต่ด้วยจังหวะที่เฉพาะตัวให้ความรู้สึกจับใจอาเฮ่อ

“ปีกคู่นี้ ข้าคิดว่ามันชื่อว่าปีกมาร  มันคือสมบัติวิญญาณที่มาจากดินแดนตะวันออกไกลและข้าไม่รู้จักเรื่องของมันสำนักกระเรียนของเจ้าตกทอดมาจากต้นกำเนิดทางดินแดนบูรพา  ข้ารู้สึกว่าปีกมารจะเหมาะกับเจ้ามาก  แดนบูรพาก็มีสมบัติวิญญาณกับเขาด้วย  น่าแปลกจริงๆ”

หัวใจของถังเทียนคิดฟุ้งซ่าน โธ่เอ๊ย..เมื่อเสี่ยวเฮ่อติดปีก เขาจะดูหล่อเหลาราวเทพบุตรแม้แต่สาวๆ ก็ยังต้องอิจฉาเขาแน่

ถ้าทำได้ข้าจะเสกให้เสี่ยวเฮ่อกลายเป็นผู้หญิงในอนาคต จากนั้นก็จะไม่มีใครอ่อนโยนเท่ากับหนุ่มชาวฟ้าอีกแล้ว

อาเฮ่อดื่มด่ำกับปีกมารที่มีความสงบสุขและเร้นลับไกลๆ  มันเต็มไปด้วยความรู้สึกและจังหวะที่เร้นลับทำให้ร่างของอาเฮ่อปรับไปตามจังหวะกระแสของมันโดยไม่รู้ตัว

“เสี่ยวซิ่วซิ่ว ผนึกเขาแกะหิมะเงินนี้เป็นของเจ้าเท่านั้นข้าได้ยินมาว่ามีแต่ผู้นำกองกำลังแกะหิมะเงินเท่านั้นจึงจะกวัดแกว่งมันได้ รสนิยมของผู้อาวุโสกุ่ยอู๋ช่างซับซ้อนจริงๆ  ถึงกับเก็บของอย่างนี้เอาไว้กับเค้าด้วย..”

ถังเทียนพึมพำ  ขณะที่เขาโยนผนึกแกะน้ำแข็งเงินให้หลิงซิ่ว

ผนึกเขาแกะน้ำแข็งเงิน...

ความคิดของหลิงซิ่วว่างเปล่าเขารับผนึกเขาแกะน้ำแข็งเงินที่ถังเทียนโยนให้โดยไม่รู้ตัว  ผนึกดูไม่มีอะไรมากเป็นพิเศษ  เขาเเกะที่ตรงเหมือนดาบประทับตราผนึกอยู่ด้านข้าง มีตราประจำตำแหน่งของพาหนะน้ำแข็งเงินสลักเอาไว้ภายใน

หลิงซิ่วรู้ซึ้งถึงความสำคัญของมัน ผนึกเขาแกะน้ำแข็งเงินคือสัญลักษณ์ของกองกำลังแกะน้ำแข็งเงินและเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจมีเพียงผู้นำของกองกำลังแกะน้ำแข็งเงินจึงจะมีคุณสมบัติถือเอาไว้

ผนึกเขาแกะน้ำแข็งเงินสว่างวาบเป็นประกายกระพริบทันทีและเปลี่ยนเป็นแสงเงินเข้าไปในร่างของหลิงซิ่ว

ถังเทียนไม่มีเวลาสนใจเขาและยังคงแบ่งปันสมบัติที่พบต่อไป

ภายในเตาหลอมพลังวิญญาณ เสี่ยวเอ้อกำลังร่ำร้อง หัวใจของเขารู้สึกเหมือนมีดกรีดเฉือนครั้งแล้วครั้งเล่า

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด