ตอนที่แล้วตอนที่ 520 กระบี่ศุภลักษณ์และกระบี่เซียนปราบสมุทร
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 522 ต่างเกื้อกูลกันและกัน

ตอนที่ 521 กุ่ยอู๋


เสี่ยวเอ้อหลับตา และค่อยๆ ออกจากสภาวะที่ยอดเยี่ยม  หัวใจของเขาเปี่ยมไปด้วยความสุข  ใครกันที่สร้างวิชากระบี่ศุภลักษณ์มันทรงพลังมากอย่างแท้จริง! และเขาโชคดีมากที่ผสานกระบี่เซียนปราบสมุทรไว้ภายใน  วิชาจิตวิญญาณนี้จะแข็งแกร่งมากขึ้นอย่างแน่นอน

ค่าพลังวิญญาณ 60 จุด

วิชาจิตวิญญาณที่มีค่าพลังวิญญาณ 60 จุดพลังของมันอาจนับว่าทรงพลังมาก พวกเซียนโดยทั่วไปจำเป็นต้องฝึกสองสามปีจึงจะสามารถเข้าถึงวิชาระดับที่ต้องใช้ค่าวิญญาณ60 จุด

ค่าพลังวิญญาณไม่ได้เอามาใช้เพียงเพื่อวัดกำลังของวิชาจิตวิญญาณเท่านั้น  แต่ยังคงวัดพลังของสมบัติจิตวิญญาณด้วย  สมบัติวิญญาณไม่จำเป็นต้องมีค่าพลังวิญญาณ  แต่มันยังสามารถปล่อยพลังอย่างวิชาจิตวิญญาณได้ทั้งยังแข็งแกร่งมากกว่า

ร่มหยาหยาของเสี่ยวเอ้อยังคงต้องใช้ค่าพลังวิญญาณ60จุดซึ่งเป็นค่าพลังวิญญาณที่สูงที่สุดสำหรับสมบัติวิญญาณชั้นบรอนซ์ระดับต่ำ  ดังนั้นร่มหยาหยาจึงสามารถยกย่องได้ว่าเป็นยอดสมบัติวิญญาณชั้นบรอนซ์ระดับล่างก็ไม่ถือว่าพูดเกินจริง

เสี่ยวเอ้อซึ่งมีร่มหยาหยาสามารถใช้วิชาจิตวิญญาณสองชนิดซึ่งมีค่าพลังวิญญาณ60 จุด ก็นับว่ามีความสามารถในการต่อสู้ซึ่งมีค่าพลังวิญญาณถึง 120 จุด  ความสามารถในการรบขนาดนี้เทียบได้กับมอนตาและเซียนที่เหลือ

นั่นคือเหตุผลหนึ่งว่าทำไมสมบัติวิญญาณจึงมีราคาสูงลิบขนาดนั้นกับทั้งวิชาจิตวิญญาณที่ยากจะฝึกและเรียนรู้ได้ สมบัติวิญญาณสามารถใช้ประโยชน์ได้ทันทีแน่นอนว่าสมบัติจิตวิญญาณยังคงมีขีดจำกัดของมัน แม้ว่าสมบัติเหล่านั้นจะไม่ต้องใช้ค่าพลังวิญญาณก็ตาม แต่สมบัติเหล่านั้นก็ถูกจำกัดด้วยค่าพลังที่สูงสุดของเซียน

เสี่ยวเอ้อพอใจ เมื่อค่าพลังวิญญาณถึง 60ในเวลาฝึก ศักยภาพในอนาคตของเขาก็จะขยายขึ้น ตอนนี้สิ่งที่เขาจำเป็นต้องทำก็คือเพิ่มค่าพลังวิญญาณของสนามพลังวิญญาณของตัวเขาเอง

ทันใดนั้นเขารู้สึกว่าโดนตีที่ด้านหลังศีรษะ พลังแรงจนทำให้เสี่ยวเอ้อที่กำลังลอยอยู่ในกลางอากาศร่วงลงพื้น

“เสี่ยวเอ้อ!  ทำได้ดีมาก!”

ถังเทียนตีเสี่ยวเอ้อที่ด้านหลังศีรษะ  มันดูเหมือน...

เขาใช้พลังมากเกินไป....

ถังเทียนทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและดึงเสี่ยวเอ้อขึ้นมา  เขาตบปัดฝุ่นให้เสี่ยวเอ้อสองครั้งจากนั้นค่อยๆวางเสี่ยวเอ้อกลับไปยังตำแหน่งเดิม

หน้าเสี่ยวเอ้อเขียวคล้ำ

“วิชาจิตวิญญาณนั้นทรงพลังมาก! เสี่ยวเอ้อก็จะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น!  หยาหยา, เจ้าต้องเรียนรู้จากเสี่ยวเอ้อให้ดีนะ!”  ถังเทียนหัวเราะ

หยาหยาโผล่หัวออกมาอย่างมึนงง  ก้นของมันยังมีชิ้นหินฝังอยู่ในนั้น

อดทนเอาไว้!

ต้องแข็งแกร่งขึ้นลับๆ!

ปากของเสี่ยวเอ้อบิดเบี้ยว

“กะโหลกทองและกะโหลกของฝูอิง  ข้าต้องการมัน”  เสียงของเด็กน้อยเต็มไปด้วยภูมิปัญญาและเจนโลก  ทั้งสองอย่างเป็นของดี กะโหลกทองก็คือสมบัติระดับเซียนที่มีชื่อของสมาพันธ์ชาวยุทธ  มงกุฎเกียรติยศนักสู้  กระดูกของฝูอิงก็คือกระดูกเซียน

ของทั้งสองอย่างเป็นของสำหรับเพิ่มค่าพลังวิญญาณให้กับสนามพลังวิญญาณของเซียน  ทั้งสองนี้ไม่เคยมีวางตลาดมาก่อน เซียนโดยทั่วไปจะมีข้อจำกัดมากมายเมื่อดูดซับพลังของสมบัตินั้นและยังจะก้าวหน้าได้ช้าอีกด้วย แต่เสี่ยวเอ้อคือร่างวิญญาณ เขาสามารถดูดซับพลังเหล่านั้นได้โดยไม่ยากลำบากเลย

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าสำหรับเจ้า, สำหรับเจ้า!”  ถังเทียนวางกะโหลกทองและกระดูกของฝูอิงในมือของเสี่ยวเอ้ออย่างใจกว้าง  โอว กู่ฉินเอาไว้ให้คุณชายขลุ่ยวิเศษกู่ฉินใหญ่กว่าขลุ่ยบรอนซ์มากนัก แต่ลูกปัดนี้เล่าเอาไว้ทำอะไร?

เห็นได้ชัดว่าฝูอิงเห็นว่าลูกปัดนี้เป็นของสำคัญที่สุด

ลูกปัดเปื้อนโลหิตและไม่มีอะไรที่ดูแปลก  ถ้าไม่อย่างนั้นก็คงแข็งมาก  ถังเทียนอาจทำเหมือนกับว่าเป็นลูกปัดธรรมดา

สายตาของเสี่ยวเอ้อจับจ้องอยู่ที่ลูกปัดในมือของถังเทียน  แต่เขาไม่คิดว่าลูกปัดนี้ธรรมดา  เพราะมันให้ความรู้สึกที่อันตราย  มันไม่มีปราณใดๆ บรรจุอยู่ แต่โดยไม่ทันรู้ตัวเสี่ยวเอ้อรู้สึกว่ามันมีอันตรายอยู่ในนั้น

ทันใดนั้นลูกปัดก็หมุนปั่นในฝ่ามือของถังเทียนและในพริบตาก็หายเข้าไปในร่างของเขา

คราบเลือดที่สลัวพลันเปล่งแสงมีชีวิตชีวาราวกับมันเป็นสิ่งมีชีวิตมันชอนไชเข้าไปในร่างของถังเทียนก่อนที่ถังเทียนจะทันรู้ตัว รอยเลือดก็เข้าไปในเส้นเลือดของถังเทียนอย่างรวดเร็ว

ปัง!

พลังปราณที่แข็งแกร่งและดุดันวิ่งเข้าไปในสมองของเขาทำให้ใจของถังเทียนงงงวย

เลือดในร่างกายของถังเทียนดูเหมือนจะจางลงทำให้ทั่วร่างของถังเทียนแดงเหมือนกุ้งสุก  เขางอตัวใบหน้าแสดงอาการเจ็บปวดอย่างมาก

เสี่ยวเอ้อสีหน้าเปลี่ยน

ลูกปัดปราบพลัง!

ลูกปัดปราบพลังในตำนาน!  ในตำนานกล่าวว่าเซียนพลังสายเลือดชั้นยอดสองสามคนสามารถผนึกจิตวิญญาณเซียนไว้ในเลือดของพวกเขาเมื่อพบคนที่เหมาะสมซึ่งพวกเขาสามารถบังคับและเข้าไปได้  พวกเขาก็จะสามารถแทนที่ชิงร่างได้

การแสวงหาความเป็นอมตะคือเป้าหมายสุดท้ายของเซียนชั้นสูงทุกรุ่น พวกเขาทุกคนเขย่าสวรรค์และมีพลังทำลายล้างก่อกวนไปทั่วสวรรค์วิถี  มีเพียงสิ่งเดียวที่พวกเขากลัวก็คือความตาย!

ทุกคนต่างก็ใช้วิธีการที่แปลกประหลาดและแตกต่างกันออกไป  ในแง่นี้คนที่เข้าใกล้ความสำเร็จก็คือการปราบพลังของพลังสายเลือดในตำนาน  ที่นับว่าเป็นตำนานเพราะไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน

แต่ลูกปัดที่เหมือนธรรมดานั่นก็คือลูกปัดปราบพลัง

แต่ในชั่วเวลาต่อมา มันก็ทำให้เขาตะลึง

หือ ร่างของถังเทียนปล่อยเพลิงใสทันทีในในเพลิงมีร่างหนึ่งกำลังกรีดร้องเต็มไปด้วยความหวาดกลัว  “ไม่, เป็นไปไม่ได้!  ไม่มีพลัง...ทำไมถึงไม่มีพลังงานอยู่เลย... ร่างพลังกายเป็นศูนย์ ฮะฮะ..งั้นก็มีร่างพลังกายเป็นศูนย์อยู่จริงๆ...”

เพลิงที่โปร่งใสปลดปล่อยปราณที่น่ากลัวทำให้เสี่ยวเอ้อถอยทันที วิญญาณเซียนที่อยู่ในเปลวเพลิงถ้าเขาแตะต้องเข้าไปแม้แต่นิดเดียวเขาจะถูกทำลายทันที

ปราณที่อยู่ในเปลวเพลิงน่าหวาดหวั่นยิ่งนักทำให้ใจของเสี่ยวเอ้อสั่นสะท้าน

นั่นใครกัน?

หลังจากที่แผดเผาเป็นเวลาครึ่งชั่วโมงวิญญาณเซียนที่แทบจะหมดแรง เกือบทำให้เสี่ยวเอ้อนิ่งอยู่กับที่ด้วยความตกใจ  เพราะวิญญาณเซียนถูกแผดเผาเป็นเวลานานมากแสดงว่าวิญญาณเซียนนั้นแข็งแกร่งขนาดไหน

“เฮ้ออออ!”

ถังเทียนระบายลมหายใจและลืมตาช้าๆหน้าของเขาแสดงอาการหวาดกลัว  “น่ากลัวมาก!”

ร่างพลังกายเป็นศูนย์ช่วยชีวิตของเขาไว้

ถ้าไม่ใช่เพราะร่างพลังกายเป็นศูนย์แล้วเขาคงกลายเป็นเป้าหมายของคนที่ถูกปราบพลังแน่ เขาไม่รู้ว่านี่คือความพยายามลอบสังหารครั้งสุดท้ายของฝูอิง ฝูอิงบังเอิญไปสะดุดเข้ากับลูกปัดปราบพลังและรู้พลังของมัน  เขารู้ว่าถ้าเขาทิ้งข่าวสารของมันไว้  เขาคงไม่สามารถรักษามันไว้ได้แน่ ฝูอิงเก็บมันไว้ภายในตู้เก็บของอควาเรียสพร้อมกับของมีค่าอื่นสองสามอย่าง  และถ้ามีใครบางคนฆ่าเขาและได้รับตู้อควาเรียสพวกเขาจะได้รับบทเรียนแน่นอน

เมื่อเป็นเช่นนั้นก็เป็นการถือโอกาสล้างแค้นให้ตัวเขาเอง

แต่ฝูอิงไม่ได้คาดไว้อย่างแน่นอนว่าจะมีสิ่งแปลกประหลาดอย่างร่างกายพลังเป็นศูนย์อยู่ในโลก  ร่างพลังกายเป็นศูนย์ของถังเทียนมีคุณลักษณะขับไล่พลังงานที่รุนแรงอย่างนั้นและสำหรับวิญญาณเซียนซึ่งมีสนามพลังวิญญาณ พลังวิญญาณที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะถูกขับออกจากร่างเขาเป็นธรรมดา

นั่นจึงเกิดภาพที่วิญญาณเซียนถูกแผดเผาในไฟ

ด้วยพลังเช่นนั้น ถ้าเป็นร่างกายปกติวิญญาณเซียนคงจะชิงมันมาอยู่ในเงื้อมมือนานแล้ว

และแม้ว่าวิญญาณเซียนจะอ่อนแอลงมีประทับพลังทิ้งไว้สองสามชิ้น แต่ถังเทียนไม่มีความคิดว่าผนึกพลังนั้นจะมีเศษเสี้ยวความทรงจำเซียน!

“คนผู้นี้ดูเหมือนจะชื่อว่ากุ่ย..อู๋?”

เสี่ยวเอ้อสะดุ้งสายตาของเขาเบิกกว้างทันที เขาอุทานโดยแทบไม่มีเสียง  “เจ้าบอกว่าเขาชื่อกุ่ยอู๋หรือ?”

“ใช่แล้วดูเหมือนจะเป็นแบบนั้น”  ถังเทียนหลับตาอีกครั้ง  เมื่อรวบรวมจากความทรงจำที่ปรากฏผิวเผินเขาน่าจะเรียกว่ากุ่ยอู๋

“หนึ่งในสามเซียนโลหิตขององค์การวิญญาณมืดกุ่ยอู๋”

คำพูดของเสี่ยวเอ้อทำให้ถังเทียนสะดุ้งตกใจเช่นกันเขาเบิกตากว้างทันที  “กุ่ยอู๋ผู้นี้..มีพลังมากนักหรือ?”

เสี่ยวเอ้อมองดูถังเทียนราวกับดูคนโง่“ไม่เพียงแต่แข็งแกร่งทรงพลังมากเท่านั้น แต่มีพลังสูงส่งสุดยอด เขาคือหนึ่งในสามเซียนพลังสายเลือดที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ขององค์การวิญญาณมืด  อย่างนี้จะแข็งแกร่งมากหรือไม่?”

“แข็งแกร่งมาก.....”ถังเทียนตกใจ หนึ่งในสามเซียนพลังสายเลือดที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์องค์การวิญญาณมืด  ชื่อนี้คือสิ่งที่ทำให้ผู้คนตกใจแทบตายเป็นแน่

ถังเทียนนึกถึงข้อสงสัยหนึ่งทันที  “งั้นเจ้าสิ่งนี้ก็น่าจะมีราคามากสินะ”

“เจ้าบอกข้าได้ไหม?”  เสี่ยวเอ้อพูดอย่างไม่สบายใจ  “สมบัติที่ไม่มีราคา!”

“น่าเสียดาย!”  ถังเทียนมีสีหน้าเจ็บปวด  “ถ้าข้ารู้เร็วกว่านี้  ข้าคงขายไปแล้วของทรงพลังขนาดนั้นน่าจะมีราคาอย่าง 2-3 ร้อยพันล้าน”

ถังเทียนรู้สึกว่าสูญเสียครั้งนี้ยิ่งใหญ่มาก  เย่เฉาเกออยู่ในเงื้อมมือของเขายังไม่สามารถเรียกค่าไถ่ได้ ลูกปัดแตกความจริงเป็นสมบัติล้ำค่าที่เขาทำลายมันกับมือตนเอง

เสี่ยวเอ้อพูดไม่ออก  เขาคร้านจะพูดคุยเหตุผลกับเจ้าเด็กโง่นี่  ขายมันน่ะหรือ?  ถ้าองค์การวิญญาณมืดรู้ว่ามันตกอยู่ในมือของเขา ทั่วทั้งองค์การวิญญาณมืดจะต้องตื่นตัวกันแน่และต่อให้ถังเทียนอยากตายก็ยังจะไม่ใช่เรื่องง่าย

และ... เมื่อคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น  ใจของเขารู้สึกถึงร่องรอยความกลัวทันที  ถ้าไม่ใช่เพราะร่างมีพลังกายเป็นศูนย์อย่างนั้น....

เป็นเรื่องจริงที่ว่าเจ้าเด็กโง่นี่ชะตาแข็ง?

ถังเทียนหลับตาและยังคงพลิกชิ้นส่วนความทรงจำของกุ่ยอู๋ต่อไปสามารถกลายเป็นหนึ่งในสามเซียนพลังสายเลือดที่แข็งแกร่งที่สุดในองค์การวิญญาณมืดได้ สติปัญญาของกุ่ยอู๋ต้องลึกล้ำจนหยั่งไม่ถึง รายละเอียดเศษความทรงจำทั้งหมดยากจะทำความเข้าใจได้เนื่องจากมีความลึกซึ้งมากเกินไป

หากข้อมูลอย่างใดอย่างหนึ่งนี้ตกไปอยู่ในมือของเซียนพลังสายเลือดคนใดคนหนึ่ง มันจะถูกมองว่าเป็นคัมภีร์สวรรค์เมื่อเทียบกับกฎวิญญาณ

เป็นที่น่าเสียดายที่ถังเทียนไม่ได้ฝึกในเส้นทางพลังสายเลือดและความลึกซึ้งและยากเหล่านี้เมื่อเทียบกับสิ่งอื่นทำให้เขาไม่ให้ความสนใจในข้อมูลนี้ เขาพลิกเศษความทรงจำไปทีละส่วนๆ และอุทานออกมาทันที  ในที่สุดเขาก็พบบางอย่างที่เขาเข้าใจได้

“ข้าเชื่อในความคงอยู่ของร่างพลังกายเป็นศูนย์  แต่จนบัดนี้ร่างนั้นก็ยังไม่ปรากฏให้เห็น  ข้าไม่มีการทดลองมากมายนักแต่ข้าก็ยังไม่สามารถรู้จักร่างพลังกายเป็นศูนย์เลย  แต่ถ้าร่างพลังกายเป็นศูนย์มีอยู่จริง อย่างนั้นมันจะมีพลังขับไล่ที่รุนแรงแน่นอนและผลักเข้าหาพลังงาน  เพราะเหตุนี้จึงสามารถลบล้างพลังงานกัดกร่อนได้ทุกที่ทั่วโลก...”

……

“ข้าเคยคิดเรื่องนี้ไว้,ถ้ามีร่างพลังกายเป็นศูนย์อยู่จริงๆ วิวัฒนาการของมันจะเป็นไปในทิศทางใด?ร่างพลังกายเป็นศูนย์มีความโดดเด่นเฉพาะตัวสูงมาก ด้วยคุณสมบัติขับไล่พลังงานที่แข็งแกร่ง นี่อาจถูกมองได้ว่าเป็นความสามารถรูปแบบหนึ่งก็ได้ เมื่อเป็นความสามารถก็ย่อมจะทำการขัดเกลาและพัฒนาได้และนั่นคือวิวัฒนาการของมัน เมื่อคิดดูแล้ววิวัฒนาการของร่างพลังกายเป็นศูนย์ ก็ควรเป็นวิวัฒนาการขับไล่พลังงาน  ความคิดนี้ทำให้ข้าสนใจมาก...”

……

“ข้าเคยคิดเรื่องนี้มาเมื่อสองสามวันก่อน  ถ้ามีร่างพลังกายเป็นศูนย์จริงและถ้ามีความสามารถในการวิวัฒนาการ อย่างนั้นก็จะเป็นเรื่องที่น่าสนใจวิเคราะห์มาก  เมื่อคิดถึงเรื่องนี้เป็นเวลานี้ข้ากลับคิดวิธีโง่ๆได้อย่างหนึ่งซึ่งก็คือใช้ปริมาณพลังงานมหาศาลและฝึกฝนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความรู้สึกต่อเนื่องทำให้ร่างพลังกายเป็นศูนย์มีวิวัฒนาการต่อเนื่อง การคาดเดาของข้าก็คือ เมื่อความสามารถในการขับไล่พลังมาถึงระดับหนึ่ง  มันจะสร้างสนามพลังวิญญาณที่พิเศษแตกต่างอย่างสิ้นเชิง  ข้าจะเรียกมันว่าต้นกำเนิด  มันจะเป็นแก่นของร่างพลังกายเป็นศูนย์..”

……

“ข้าต้องยอมรับว่าเอกลักษณ์ของร่างพลังกายเป็นศูนย์ ช่วยให้สามารถใช้งานได้ดีมาก  พลังงานไม่สามารถสร้างความเสียหายให้มันได้มาก  และถ้าร่างพลังกายเป็นศูนย์มีอยู่จริงและร่างพลังกายเป็นศูนย์ของเขาสามารถวิวัฒนาการจนถึงระดับยิ่งใหญ่  อย่างนั้นเขาจะกลายเป็นศัตรูของโลกโดยเปิดเผย...”

ถังเทียนและเสี่ยวเอ้อตะลึงโดยสิ้นเชิง

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด