ตอนที่แล้วตอนที่ 474 - กริชสังหารเทพ อาวุธศักดิ์สิทธิ์ชั้นสูง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 476 - จุดจบจักรพรรดิสมุทร

ตอนที่ 475 - ข้าต้องการชีวิตเจ้า!


เนื่องจากจักษุญาณทิพย์ได้รับการยกระดับ ความสามารถของมันก็แข็งแกร่งตามไปด้วย

จักษุญาณทิพย์ยกระดับจากระดับห้าเป็นระดับหก สามารถมองเห็นกระทั่งโลหิตที่ไหลเวียนอยู่ภายในตัวของศัตรูและความเคลื่อนไหวของพลังภายในของพวกเขาด้วย เย่ว์หยางรู้สึกว่าการยกระดับครั้งนี้ มาได้ถูกเวลาจริงๆ

เมื่อเผชิญหน้ากับนักสู้ปราณก่อกำเนิดชั้นยอดอย่างซุ่นเทียน, องค์ชายเงาดำและจักรพรรดิสมุทร จักษุญาณทิพย์ของเย่ว์หยางไม่สามารถมองเห็นจุดอ่อนในร่างกายศัตรูได้ สามารถมองเห็นลักษณะพิเศษสมบัติพิเศษของศัตรูหรือจุดอ่อนการเคลื่อนไหวของศัตรูได้ก็จริง แต่เย่ว์หยางไม่สามารถเห็นความเคลื่อนไหวของพลังภายในและลักษณะพิเศษของร่างกายของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่เสริมพลังด้วยอสูร นั่นคือเหตุผลให้เขาไม่สามารถโจมตีจุดอ่อนที่ศัตรูที่ปกปิดไว้และสามารถหลอกล่อให้ศัตรูเปิดแผนได้

ญาณทิพย์ได้ยกระดับขึ้นอีกครั้งได้อย่างสมบูรณ์แบบพร้อมกับพลังตาทิพย์ของเขา (ญาณทิพย์ – รู้ทะลุข้อมูลความรู้พิเศษ, ตาทิพย์ – มองทะลุได้ลึกซึ้งตามลำดับ)

พลังของมันแตกต่างอย่างสิ้นเชิง

ตอนนี้ ยังไม่เพียงสามารถเห็นแค่จุดอ่อนนักรบระดับต่ำเท่านั้น แต่ว่าแม้แต่นักสู้ปราณก่อกำเนิดและอสูรในศักดิ์สิทธิ์ก็สามารถเห็นได้

ด้วยพลังที่ยกระดับแล้วนี้ ซุ่นเทียนและองค์ชายเงาดำเตรียมประกาศชะตากรรมที่น่าเศร้าของพวกเขาได้เลย อย่างไรก็ตาม ยังคงไม่สามารถมองเห็นจุดอ่อนราชาเฮยอวี้ที่กลายเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดฟ้าและจักรพรรรดิชื่อตี้นั้นด้วย พวกเขายังทรงพลังมากกว่า ถ้าเย่ว์หยางต้องการพบพวกเขา พลังญาณทิพย์จะต้องยกระดับให้ถึงขั้นที่เจ็ดและแปดหรือเก้า จากนั้นอย่าว่าแต่จักรพรรดิชื่อตี้เลย ต่อให้เป็นสามผู้ยิ่งใหญ่แดนสวรรค์หรือผู้ทรงพลานุภาพมากกว่านั้น เขาก็สามารถมองเห็นได้ อย่างไรก็ตาม เย่ว์หยางไม่สามารถเร่งกระบวนการได้ เขาต้องค่อยๆ ยกระดับและใช้จักษุญาณทิพย์ให้มากขึ้นในอนาคต… ตอนนี้มันสามารถใช้ดูการไหลเวียนของเลือดในร่างกายและพลังงานความเคลื่อนไหวอีกด้วย นี่จะช่วยได้อย่างมากระหว่างใช้ในการฝึกฝนหรือรักษาบาดเจ็บ

“ไปกันเถอะ!” เย่ว์หยางไม่ได้เรียกโคเงา, ภูตเพลิงปฐพี, ตั๊กแตนมัจจุราชและหนูเบญจธาตุค้นสมบัติ และพาแต่เพียงเสี่ยวเหวินหลีกลับไปที่สุสานทะเล

โคเงาจำเป็นต้องย่อยพลังงานที่นางดูดซับเอาไว้ ขณะที่ภูตเพลิงปฐพีเต็มใจที่จะทิ้งพลังงานที่ยังคงเหลืออยู่รอบๆ สถานที่

จากมุมมองของนาง ยังคงมีพลังงานอีกมากมายที่สามารถดูดซับได้

อย่างไรก็ตาม นางต้องเชื่อฟังเย่ว์หยาง

เย่ว์หยางทิ้งหุบเขาแก้วผลึกที่แตกกระจายไว้เบื้องหลัง

มนุษย์ผลึกตัวน้อยคนหนึ่งกระโดดออกมาจากแท่งเสาผลึกที่แตกหัก

กลับกลายเป็นว่ามนุษย์แก้วผลึกหนึ่งร้อยคนแต่เดิมได้ลดลงเหลือมนุษย์ผลึกคนเดียว ไม่ใช่ว่าอีกเก้าสิบเก้าคนจะตายกันทั้งหมด แต่พลังงานทั้งหมดที่เหลืออยู่ในหุบเขาแก้วผลึกขณะนี้เพียงพอแค่ฟื้นคืนมนุษย์ผลึกแค่คนเดียวเท่านั้น บางทีหลังจากผ่านไปสองสามพันปี หุบเขาแก้วผลึกจะสามารถกลับคืนเหมือนสภาพที่เคยเป็นมาแต่ก่อน และมนุษย์ผลึกทั้งหมดก็จะฟื้นคืนชีพกลับมา

อย่างไรก็ตาม อุทกแม่พระธรณีอาจจะไม่เกิดที่นี่อีกต่อไป

พวกเขาเทเลพอร์ตออกจากน้ำวนใหญ่ทั้งห้า

ในสุสานทะเล

เย่ว์หยางต้องตะลึงกับภาพที่เห็นอยู่ต่อหน้าของเขา

เย่ว์หยางไม่เชื่อสายตาตนเอง เมื่อเขาเห็นสุสานทะเล…

ผิวทะเลครึ่งหนึ่งรวมทั้งเรือที่จมอยู่ด้วยปกคลุมไปด้วยต้นดอกหนามทั้งหมด ที่ยิ่งกว่านั้นต้นดอกหนามก็ยังคงกินและย่อยซากศพ

นางพญากระหายเลือดและฮุยไท่หลางไล่ล่าจิ้งจอกปีศาจเก้าหัวของไท่หูซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา อย่างไรก็ตาม จักรพรรดิสมุทรก้วนหลานไม่ทราบว่าเสียสติไปแล้วหรือไม่ ขณะที่เขากำลังฆ่าบริวานและลูกๆ ของตนเอง พวกที่โจมตีจักรพรรดิสมุทรนั้นไม่จำกัดแต่มนุษย์มัจฉากลายพันธุ์เท่านั้น ยังมีนักสู้ปราณก่อกำเนิดที่ไม่คุ้นเคยอีกเป็นสิบและแม้แต่องค์ชายและองค์หญิงที่นำโดยองค์ชายไห่หลงและองค์หญิงไห่กุ้ย

ราชันย์ปลาหมึก, ราชชันย์แมงกะพรุนและราชันย์กระเบนถูกฆ่าตายหมด

ไม่มีผู้ใดรู้ว่าใครฆ่าพวกเขา

ราชาฉลามบาดเจ็บหนักและนอนอยู่บนซากเรือจม เขาใกล้จะตายในไม่ช้า

อาการบาดเจ็บของจักรพรรดิสมุทรย่ำแย่หนัก หลังจากได้รับบาดเจ็บหนักโดยฝีมืออันซีและเย่ว์หยางแล้ว เขายังต้องฝืนทนสู้กับมนุษย์มัจฉากลายพันธุ์มากกว่าสามสิบตน, นักสู้ปราณก่อกำเนิดมากกว่าสิบคนและลูกๆ ของเขาอีกหลายคน จักรพรรดิสมุทรใกล้จะถึงขีดจำกัดของเขาแล้ว

เขาอ่อนล้าเกินกว่าจะกวัดแกว่งง้าวสามง่ามของเขา

ถ้าไม่ใช่เพราะการผสานร่างกับเกราะที่ป้องกันได้สุดยอดและจ้าวมังกรทองสามหัวที่ห้าวหาญ จักรพรรดิสมุทรคงล้มไปนานแล้ว

“ต่อให้ข้าตาย พวกเจ้าทุกคนก็ต้องตายพร้อมกับข้า” จักรพรรดิสมุทรคำรามอย่างบ้าคลั่ง เขารวบรวมพลังที่เหลือควงง้าวสามง่าม เขาฟื้นพลังปราณก่อกำเนิดระดับสิบชั้นสุดยอดได้และฆ่ามนุษย์มัจฉากลายพันธุ์แถวหน้าทั้งหมด จากนั้นฟันศีรษะบุตรชายสองคนที่ถอยหนีไม่ทันเวลา สุดท้ายเขาซัดง้าวสามง่ามออกไปอย่างเกรี้ยวกราดและสังหารบุตรที่เป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดอีกคน

พลังของเขาไม่มีผู้ใดเทียบได้ จากนั้นชั่วขณะ ไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามาใกล้เขา

แม้แต่ไท่หูที่ยืนอยู่ห่างออกไปก็ตะโกนพลางถอยหนีออกมา “ทุกคนล้อมเขาต่อไป เขาไม่เหลือพลังอีกแล้ว และจะตายในไม่ช้า ตอนนี้เป็นโอกาสดีที่สุด อย่าปล่อยเขาไป อีกสามนาที อดทนต่ออีกสามนาที ชัยชนะจะเป็นของเรา”

ตอนนี้เย่ว์หยางเข้าใจแล้ว

คนผู้นี้ทรยาศ!

จักรพรรดิสมุทรต้องทนทุกข์จากการโดนทรยศหักหลังครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตเขา… ไม่ใช่แค่สหายของเขา แต่ทั้งบริวารและแม้กระทั่งบุตรธิดาก็ยังหักหลังเขา

ถ้าเขาไม่ได้รับบาดเจ็บหนัก ถ้าเขาไม่ได้ออกมาจากหุบเขาแก้วผลึกก่อน ถ้าเขาระมัดระวังลูกของตัวเอง จักรพรรดิสมุทรคงไม่ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ พวกที่ไม่ได้หักหลังเขาต่างก็ตายกันหมด สามราชันย์และแปดแม่ทัพทะเลตายกันหมด เหลือเพียงราชาฉลามที่ยังมีชีวิตอยู่… แต่แม้แต่ราชาฉลามก็ไม่ห่างจากความตาย ถ้ามีคนโจมตีเขา ราชาฉลามก็จะตายต่อหน้าจักรพรรดิสมุทร!

องค์ชายคนหนึ่งเหาะตรงมาที่ซากเรือเตรียมพร้อมจู่โจมใส่ราชาฉลามแล้วค่อยฆ่าจักรพรรดิสมุทรต่อไป

ทันใดนั้นราชาฉลามเหาะขึ้นไปในอากาศ และระเบิดพลังปราณก่อกำเนิดระดับแปด

เงาฉลามยักษ์เป็นประกายในท้องฟ้าและกลืนตัวองค์ชายผู้นั้นและสังหารเขาในทันที จากนั้นก็ฆ่าองครักษ์ขององค์ชายหลายคน เขาคว้าร่างนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับต่ำคนหนึ่งแล้วฉีกกระชากจนร่างขาด เขายืดคอออกแล้วดื่มเลือดของศัตรูอย่างบ้าคลั่ง

จักรพรรดิสมุทรค่อยลงมาอยู่บนซากเรือ ราชาฉลามสาวเท้าเข้าหาและคุกเข่าต่อหน้าจักรพรรดิสมุทร

“ข้าไร้ความสามารถ แต่ข้ายินดีจะตายพร้อมกับฝ่าบาท” ราชาฉลามโขกศีรษะคำนับอยู่บนดาดฟ้าเรือ

“อาชา! ไม่ต้องเรียกข้าว่าฝ่าบาทอีกต่อไปแล้ว ข้าจำได้ว่าเจ้าก็คือลูกชายของข้าเช่นกัน ตอนนี้ ข้าจะเรียกเจ้าด้วยสถานะที่แท้จริง เจ้าคือลูกชายข้า… ในอดีต เพื่อให้ได้พลังและเพื่ออนาคตที่ปลอดภัยดีกว่า ข้าได้ทรยศสหายและหักหลังครอบครัว ข้ายังแต่งงานกับธิดาของศัตรูเพื่อหวังสร้างการปกครองของจักรพรรดิสมุทร ข้าได้หลายสิ่งหลายอย่างมากมาย แต่ข้าก็สูญเสียไปมาก…. ข้ารู้ว่าเจ้าคือลูกชายที่ดีที่สุดของข้า อย่างไรก็ตาม ข้าไม่มีวิธีให้เจ้าได้รับตำแหน่งของข้า ไม่มีวิธียอมรับเจ้าในฐานะลูกชายข้า ถ้าปราศจากการสนับสนุนจากเผ่าพันธุ์ทะเล ข้าก็ไม่สามารถกลายเป็นจักรพรรดิสมุทรได้ ไม่สามารถพิชิตทั่วมหาสมุทรในหอทงเทียนได้ แค่ลำพังความสามารถของตัวข้าเอง ข้ายังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจักรพรรดิใต้พิภพ ไม่กล้าสู้หน้าจักรพรรดิฟ้า ยังมิอาจเทียบได้กับจักรพรรดิมังกรที่ถูกคนในเผ่าพันธุ์ก่อกบถ… พลังของเผ่าพันธุ์ทะเลไม่เคยอยู่ในมือของข้าอย่างแท้จริง แต่ข้าก็ต้องลองดู อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดที่ข้าประสบมาเป็นอำนาจที่ตื้นเขินและลวงตาทั้งนั้น ตอนนี้ ก่อนที่ข้าจะตาย, อาชา! เรียกข้าว่าพ่อสักครั้งเถอะ ข้าไม่ใช่จักรพรรดิสมุทรอีกต่อไปแล้ว ข้าเป็นแค่พ่อผู้ว้าเหว่ที่ถูกคนทรยศกันหมด” จักรพรรดิสมุทรประคองราชาฉลามเพื่อมองตาราชาฉลามชัดๆ

“ทะ..ท่านพ่อ!” บุรุษเหล็กอย่างราชาฉลามหลั่งน้ำตา “ผู้บุตรไร้ความสามารถ ไม่สามารถช่วยท่านให้พิชิตโลกได้”

“แน่นอน, เจ้าไม่ใช่บุตรที่โดดเด่นที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม อาชา! ข้าพอใจมากแล้วที่มีลูกชายอย่างเจ้า” จักรพรรดิสมุทรเอื้อมมือมาลูบศีรษะราชาฉลาม ถอนหายใจ “ลูกพ่อ! ถ้าข้ามีความสามารถพอช่วยชีวิตเจ้าได้ ไม่ว่ายังไงข้าก็จะทำ”

“ไม่สำคัญหรอก, ท่านพ่อ, ตราบใดที่ข้าสามารถตายพร้อมกับท่านในมหาสมุทรแห่งนี้ ข้าไม่มีอะไรต้องเสียใจ” ราชาฉลาดเช็ดน้ำตาและหมอบคำนับจักรพรรดิสมุทร “ผู้บุตรของจากไปก่อน”

ราชาฉลามคำรามและพุ่งเข้าหาองค์ชายไห่หลง

เขาต้องการฆ่าบุตรอกตัญญูผู้นี้ให้บิดาของเขาก่อนที่เขาจะตาย

แต่องค์ชายไห่หลงผู้นี้จะยินดีต่อสู้ได้ยังไง? นักสู้ปราณก่อกำเนิดนับสิบวิ่งเข้ามาช่วยเขา และรายล้อมราชาฉลามไว้

มนุษย์มัจฉากลายพันธุ์และไท่หูกระโจนเข้าหาจักรพรรดิสมุทร

การต่อสู้นองเลือดของจักรพรรดิสมุทรผู้โดดเดี่ยวได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง

ผ่านไปไม่ถึงสามนาทีก่อนที่ราชาฉลามจะอยู่ในจุดที่อ่อนล้า เขาฝืนใช้พลังหลังจากบาดเจ็บหนัก เขาแหวกวงล้อมพุ่งเข้าไปจนถึงหน้าองค์ชายไห่หลง อย่างไรก็ตาม เขาอ่อนล้าเกินกว่าจะยกหมัด แค่เพียงองค์ชายไห่หลงเตะ ราชาฉลามก็ร่วงลงที่ดาดฟ้าซากเรืออย่างหนัก “ตอนนี้เจ้าได้รับพิษของมังกรพิษพิบัติไปแล้ว เจ้ายังต้องการจะอวดโอ่ฝีมือต่อหน้าข้าอีกหรือ? ใครจะรู้กันว่าเจ้าก็เป็นลูกบัดซบของเจ้าแก่นั่น มิน่าเล่าถึงได้จงรักภักดีนัก หึหึ ตอนนี้องค์ชายผู้นี้จะส่งเจ้าไปอยู่ร่วมกับเจ้าเฒ่านั่น..”

จักรพรรดิสมุทรอีกด้านหนึ่งยังคงมีชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย

หลังจากสังหารมนุษย์มัจฉากลายพันธุ์ไปสองตน จักรพรรดิสมุทรก็ถูกไม้เท้างูสายฟ้าของไท่หูฟาดใส่จนกระเทกเข้ากับดาดฟ้าของซากเรืออัปปาง ตลอดร่างของเขาสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวด

อย่างไรก็ตาม เขายังคงยืนอยู่

แม้ว่าไท่หูจะฟาดเขาที่อยู่บนดาดฟ้าก็ตาม แต่จักรพรรดิสมุทรก็ยังคงยืนอยู่ ร่างของเขาตั้งตรงดุจคันทวน

“จักรพรรดิสมุทรที่ภูมิใจเสียขนาดนั้นพิชิตไปได้ถึงสี่สมุทร ช่างแตกต่างจากพวกที่เหลือจริงๆ” องค์ชายไห่หลงปรบมือสรรเสริญ เขาเตะราชาฉลามที่ใกล้จะหมดสติลอยเข้าหาจักรพรรดิสมุทร และลอยตัวลงเหยียบศีรษะราชาฉลามไว้ เขาย่ำราชาฉลามและจิกหนังศีรษะของราชาฉลามให้จักรพรรดิสมุทรได้เห็นหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด “ตาแก่, เห็นไหมเล่า? นี่คือบุตรชายที่เจ้าให้กำเนิด สวะจริงๆ เจ้ายังคิดว่าองค์ชายผู้นี้ยังเป็นบุตรของเจ้าหรือเปล่า? โง่จริงๆ องค์ชายผู้นี้มีสายเลือดของเผ่าพันธุ์ทะเลที่บริสุทธิ์ ไม่ใช่เลือดของมนุษย์ผู้ต่ำต้อยอย่างเจ้า! เจ้าก็แค่เหมาะกับพวกมนุษย์มัจฉา และให้กำเนิดพวกเลือดผสมออกมาก็เท่านั้น”

“ถุย” ราชาฉลามพ่นเลือดใส่หน้าขององค์ชายไห่หลง

“แกต้องการตายสินะ!” องค์ชายไห่หลงโกรธจัดและเริ่มทุบตีราชาฉลามเหมือนคนบ้า เขายังคงถ่มน้ำลายใส่ร่างราชาฉลามหลายครั้งและคำรามอย่างเกลียดชัง “ต่อให้เจ้าต้องการตาย แต่ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าตายง่ายๆ องค์ชายผู้นี้จะแขวนเจ้าไว้จนแห้งตาย ตาแก่! เจ้าเห็นไหม? ถ้าเจ้าต้องการให้ลูกบัดซบของเจ้าตายอย่างสงบ อย่างนั้นจงมอบสมบัติออกมาทุกอย่าง มอบแผนที่สมบัติออกมา กุญแจไขประตูเข้าแดนสวรรค์และอุทกแม่พระธรณีด้วย”

“เจ้าช่างโง่เง่า, เจ้าคิดจริงๆ หรือว่ามีกุญแจไขประตูเข้าแดนสวรรค์ และเจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้ามีสมบัติประหลาด? ไม่มียาช่วยเยียวยาคนโง่อย่างเจ้าได้เลยจริงๆ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า, ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”

จักรพรรดิสมุทรหัวเราะ ไท่หูฟาดเขาจนล้มด้วยไม้เท้างูสายฟ้า

อย่างไรก็ตาม, เขายังคงหัวเราะต่อไป

ในที่สุด จักรพรรดิสมุทรก็ดิ้นรนลุกขึ้นยืน และหันไปทางตำแหน่งของเย่ว์หยาง และพูดช้าๆ “เจ้าได้เห็นเรื่องตลกเข้าแล้วสินะ ช่วยไม่ได้ นี่เป็นวิบากกรรมของข้า เรามาทำข้อตกลงกัน ตราบใดที่เจ้าช่วยชีวิตบุตรชายข้า ข้าจะมอบอุทกแม่พระธรณีให้กับเจ้า”

คำพูดของเขาสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคน

ไม่มีใครรู้ว่าเย่ว์หยางปรากฏตัว

เมื่อเย่ว์หยางปรากฏตัวอยู่เบื้องหลังเมฆครึ้ม ก็มาปรากฏตัวต่อหน้าจักรพรรดิสมุทรในพริบตา ทำให้ทุกคนตกตะลึง

แค่เพียงอสูรพิทักษ์ของเขา นางพญาดอกหนามมงกุฎทอง, นางพญากระหายเลือดและฮุยไท่หลางเท่านั้นที่รู้ว่าเจ้านายของพวกเขากลับมานานแล้ว เมื่อเย่ว์หยางมาถึงในเวลานี้ ทำให้หัวหน้ามนุษย์ปลาหมึก, ปลาวาฬจาง, มนุษย์ปลาดาบจี๋ฟง มนุษย์ปูและมนุษย์ปลาตีนผู้ไม่ได้มีส่วนร่วมในการต่อสู้ในการต่อสู้ที่ดุเดือดนี้ พวกเขารีบวิ่งเข้ามาทันที

ที่ไวกว่าก็คือเมดูซาศิลา, นางเงือกวายุ, นาคาสายฟ้าและปีศาจอสรพิษน้ำแข็ง

พวกเขารายล้อมองค์ชายไห่หลงและพวกกบฏไว้

การปรากฏตัวของเย่ว์หยางทำให้องค์ชายไห่หลงหวาดกลัวจนแทบปัสสาวะราด

เขารีบหลบหนีกลับไปอยู่ด้านท้าย

จักรพรรดิสมุทรล้วงขวดหยกที่ส่องประกายเจ็ดสีออกมาและมอบให้เย่ว์หยาง “เจ้าสามารถเอาชีวิตข้าและอุทกแม่พระธรณีนี้ไปได้ แค่พาอาชาหนีไป”

“ไม่, ท่านพ่อ…” ราชาฉลาดใกล้ตายและอ่อนล้าจนไม่สามารถเปล่งคำพูดได้ ได้แต่หลั่งน้ำตานองหน้า

“ข้าพูดไว้ก่อนแล้ว, ข้าจะทำทุกทางเพื่อช่วยเจ้า… ข้าสูญเสียทุกอย่างแล้ว เหลือแต่ลูกชายเพียงคนเดียว อย่างน้อย, ข้า..ก้วนหลานก็ยังโชคดีที่มีลูกชาย! ฮ่าฮ่า แค่นี้นับว่าไม่เลว อย่างน้อยสวรรค์ก็ยังเหลืออะไรไว้ให้ข้าบ้าง” จักรพรรดิสมุทรหัวเราะลั่นทันที เขาไอจนเลือดกระเซ็นออกมาแต่ก็ยังหัวเราะอย่างมีความสุข เขาดูเหมือนกับว่าได้รับสิ่งที่ดีที่สุดในโลก

“ท่านรู้ไหม ข้าจะบอกท่านยังไงดี? อุทกแม่พระธรณีนี้เป็นของปลอม มันเป็นแค่น้ำผลึกร้อยปี แต่ก็ช่างมันเถอะ, ถ้าเป็นแค่เพียงช่วยกำจัดเศษสวะ ข้าก็ยินดีจะกระทำเรื่องราวดีๆ เนื่องจากนั่นถือเป็นการสร้างกุศล” เย่ว์หยางรับขวดหยกขาวมาจากมือจักรพรรดิสมุทรและเก็บไว้โดยไม่ดูมัน จักรพรรดิสมุทรถึงกับตะลึง เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าอุทกแม่พระธรณีที่เขาได้รับมาจะเป็นของปลอม

เย่ว์หยางไม่อธิบายอะไรและเตะราชาฉลามลอยขึ้นไปในอากาศ

ฮุยไท่หลางร่วมมือกับเขาคาบราชาฉลามไว้ในปาก

นักสู้ปราณก่อกำเนิดสองสามคนที่เตรียมจะเคลื่อนไหว มองดูมีดทองฆ่ามังกรในมือของนางพญากระหายเลือดและมองดูธนูทองในมือของเมดูซาศิลาก่อนจะถอยออกไป ไม่มีใครกล้าเสี่ยงก่อน

สีหน้าของไท่หูตอนนี้แย่ยิ่งกว่าศพ

จักรพรรดิสมุทรผู้บาดเจ็บหนัก หลังจากได้รับพิษมังกรพิบัติและถูกล้อมอยู่สามชั่วโมง จึงค่อยถึงขีดจำกัด

แต่ตอนนี้ คุณชายสามตระกูลเย่ว์กลับปรากฏตัวออกมา

คุณชายสามตระกูลเย่ว์ช่างสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าได้มาก ไท่หูยอมจู่โจมใส่จักรพรรดิสมุทรดีกว่าที่จะยอมสู้กับคุณชายสามตระกูลเย่ว์ แค่คิดว่าศัตรูมีวงจักรล้างโลกและเพลิงอมฤตก็ทำให้ไท่หูอยากจะเอาหัวโขกกำแพงเสียแล้ว

“แค่กๆ ปัญหานี่ไม่มีอะไรเกี่ยวกับเจ้า จักรพรรดิสมุทรเป็นศัตรูของเจ้าเช่นกันนี่” ไท่หูสื่อความหมายว่าตราบใดที่เย่ว์หยางยินดีจะมองข้ามเรื่องเช่นนี้ เขาจะให้ง้าวสามง่ามและเกราะศักดิ์สิทธิ์เย่ว์หยางเป็นการแลกเปลี่ยน แค่เพียงคำเดียว ตราบใดที่เย่ว์หยางจะปล่อยผ่านปัญหาเรื่องนี้ เผ่าพันธุ์ทะเลสามารถมอบของขวัญ, สาวงามหรืออัญมณีอะไรก็ได้ที่เย่ว์หยางเรียกร้อง

“จักรพรรดิสมุทรเป็นศัตรูของข้าและข้าต้องฆ่าเขาแน่” คำพูดของเย่ว์หยางทำให้หน้าขององค์ชายไห่หลงมีสีเลือดขึ้นมาบ้าง

“นั่นหมายความว่าเรามีเป้าหมายเดียวกัน และว่าเราก็อยู่ฝ่ายเดียวกัน… ตราบใดที่ท่านเอ่ยปากขอ เราสามารถให้ท่านได้เท่าที่ต้องการ” องค์ชายไห่หลงมองดูน่านับถือมาก สำหรับเขาสมบัติระดับศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองย่อมตกเป็นของฝ่ายตรงข้ามแล้ว แม้ว่านี่จะเป็นเรื่องเจ็บปวดบ้าง แต่ความเจ็บปวดนี้ผิวเผิน ตราบใดที่คุณชายสามตระกูลเย่ว์เต็มใจจะไม่ยุ่งด้วย เขาก็แค่ตัดใจจากสมบัติเหล่านั้น เขาลอบสาบานว่าจะต้องใช้ทุกวิธีเพื่อทรมานคุณชายสามตระกูลเย่ว์นี้ให้ได้

“ข้าต้องการอะไรน่ะเหรอ? ข้าต้องการชีวิตเจ้า” พอเย่ว์หยางยกมีดสังหารเทพและปราณกระบี่ยาวก็ปรากฏ

องค์ชายไห่หลงที่ยืนอยู่ห่างถึงสิบสองเมตรรู้สึกเย็นวาบที่คอ

จากนั้นศีรษะของเขาก็ร่วงลงบนพื้นเลือดจากลำคอฉีดพุ่งขึ้นไปในอากาศ

***************

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด