ตอนที่แล้วตอนที่ 467 พลังกายเป็นศูนย์
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 469 รู้วิธีเลี้ยวบ้างไหม?

ตอนที่ 468 พลังเกลียวอยู่ไหน


ร่างของถังเทียนมีพลังงานในกายเป็นศูนย์ซึ่งหาได้ยาก  แต่จิตวิญญาณยุทธของเขายังคงบริสุทธิ์เรื่องนี้ในสายตาทุกคนเป็นเรื่องที่มิอาจหยั่งถึงได้เลย

แม้จนถึงบัดนี้นักสู้ก็ยังไม่เข้าใจแก่นแท้ของจิตวิญญาณยุทธอย่างเต็มที่ แต่ไม่มีข้อสงสัยเลยว่ามีความเกี่ยวโยงกันอย่างสูงระหว่างจิตวิญญาณยุทธกับพลังภายใน  ตัวอย่างเช่นสนามพลังวิญญาณของเซียนนักสู้ก็คือการใช้จิตวิญญาณยุทธแทนกฎธรรมชาติและเลียนแบบพลังงาน

และสิ่งที่ทำให้ทุกคนรู้สึกงงงันก็คือถังเทียนจะสู้ได้อย่างไร? ไม่สำคัญว่าจิตวิญญาณยุทธจะบริสุทธิ์แค่ไหน เมื่อไม่มีพลังงานก็ไม่มีทางสร้างสนามพลังวิญญาณได้ อย่างนั้นจะใช้อะไรได้?

อย่างไรก็ตาม ถังเทียนแสดงให้พวกเขาเห็นอย่างรวดเร็วความสามารถในการรบที่น่ากลัวของเขา

คนแรกที่ต้องเจ็บตัวภายใต้มือมารของเขาก็คือเหออี้หมิง

การเสียทีเมื่อตอนถูกไล่ล่านานแล้วนั้น ถือว่าทำให้เขาเสียศักดิ์ศรีและเมื่อเหออี้หมิงได้ยินว่าถังเทียนต้องการให้เขาเป็นคู่ซ้อมมือ  เขาวิ่งเข้าไปอาสาโดยไม่พูดอะไรต่อไป

นอกจากจะพิสูจน์ตนเองแล้วเซียนกระบี่เหอยังมีแผนการของตนเอง เนื่องจากมีเซียนนักสู้มากมายนั่นคือวิธีที่เขาจะพิสูจน์ตนเอง มันมีข้อสงสัยที่น่าคิด  วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือให้หนุ่มน้อยถังยอมรับความสามารถของเขา

เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการแก้แค้นและสามารถฉวยโอกาสเอาเปรียบได้  เหออี้หมิงต้องการสู้จริงๆเพื่อแสดงฝีมือของเขา

แม้ว่าถังเทียนจะแปลกประหลาดมาก  แต่เหออี้หมิงก็ยังเชื่ออย่างหนักแน่นการเป็นเซียนคือจุดหมายปลายทางของชีวิตนักสู้

เหออี้หมิงฝึกวิชากระบี่ และสนามพลังวิญญาณของเขาเรียกว่าคล้อยลม เมื่อสนามพลังวิญญาณเริ่มทำงาน เขาสามารถรู้สึกได้ถึงความปั่นป่วนในอากาศรอบตัวระยะห้าร้อยฟุตและวิชากระบี่ของเขามีนามว่ากระบี่คล้อยลมเขาสามารถหาจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ได้จากความผันผวนในอากาศแม้เพียงเล็กน้อย

วิชากระบี่ของเขาสามารถปลดปล่อยพลังที่น่าอัศจรรย์ได้ตราบเท่าที่ยังมีอากาศ

เขาไม่กล้าประมาทกระตุ้นสนามพลังวิญญาณจนถึงระดับสูงสุด เขาชี้ปลายกระบี่มาที่ถังเทียน และมีสีหน้าเคร่งขรึม

ถังเทียนกระตือรือร้นมากเมื่อเร็วๆ นี้เขาก็เพิ่งถูกทุกคนทรมานมาเหมือนกันและการทดสอบแปลกประหลาดทั้งหมดทำให้เขารู้สึกตัวเหมือนเป็นสัตว์ในคณะละครสัตว์  มีการทดสอบมากมายที่น่าเบื่อระอา  ที่สำคัญที่สุดยิ่งผ่านการทดสอบมากก็ยิ่งทำให้เขาคุ้นเคยกับร่างใหม่ของเขามากขึ้น

ความต้องการสู้ของเขารุนแรงมาก

จะเกิดอะไรขึ้นกับความต้องการสู้อย่างกะทันหันของข้า...

เขาจ้องมองเหออี้หมิงจริงจัง  หมัดของเขากำแน่นจนเสียงกระดูกลั่นเขาตะโกนลั่น “ข้าบุกละนะ”

ก่อนเขาพูดจบ อากาศต่อหน้าเขาระเบิดออกทันทีและคลื่นหมอกขาวระเบิดสนั่นกระจายตัวขยายเป็นวงออกไป

มันเป็นการทะลุผ่านกำแพงเสียง

แม้ว่าทุกคนจะรู้ว่าความเร็วของถังเทียนทะลุผ่านกำแพงเสียงไปแล้วแต่เมื่อเผชิญหน้ากับความรู้สึกถึงแรงกดดันที่รุนแรง  นั่นทำให้แม้แต่เหออี้หมิงต้องหรี่ตา

เร็วมาก!

กระแสอากาศที่ปั่นป่วนและบ้าคลั่งในสายตาของเหออี้หมิงสามารถเห็นได้ชัดเจน  เขาสามารถตัดสินจุดอ่อนของถังเทียนได้ชัดเจนเขาสะบัดข้อมือเพื่อควงกระบี่

แม้ว่าถังเทียนจะไม่มีปราณแท้ทำให้เขาไม่สามารถสร้างสนามพลังวิญญาณได้ แต่จิตวิญญาณยุทธที่บริสุทธิ์ของเขาทำให้สัญชาตญาณและการตัดสินใจของเขาถึงระดับที่มิอาจคาดคิดได้

ข้อมือเหออี้หมิงเพิ่งจะขยับก่อนที่กระบี่จะสามารถพุ่งออกมา สายตาถังเทียนเบิกกว้างอย่างรวดเร็ว  เขาเห็นจุดที่กระบี่เล็งเป้าหมายเขาสลับก้าวและหมอบลงทันที

การเปลี่ยนแปลงของถังเทียนทำให้เหออี้หมิงพูดไม่ออก  กระบี่นี้ยังไม่ทันเคลื่อนไหวด้วยซ้ำ!

อย่างไรก็ตามเขายังเป็นเซียนนักสู้คนหนึ่งและมีประสบการณ์ต่อสู้โชกโชนจึงยังสงบอยู่ได้  ถังเทียนมีจุดอ่อนมากมาย ไม่มีสนามพลังวิญญาณตลอดทั้งร่างของเขาก็เต็มไปด้วยช่องว่าง เหออี้หมิงสะบัดข้อมืออีกครั้ง ปลายกระบี่สั่นและเตรียมโจมตี

สายตาของถังเทียนมีประกายยิ่งกว่าเดิม  ร่างของเขาเหมือนกับใบไม้ในสายลมเคลื่อนไหวได้เกินกว่าจะบรรยาย

ไม่ว่าจะมองในแง่ไหน ก็ไม่นับว่าเป็นการตอบโต้ที่ดี  ในการสู้จริงการทำตัวให้ใหญ่กว่าหมายถึงการเปิดเผยช่องว่างมากขึ้นเพราะถังเทียนทำเช่นนั้น จึง...

จุดอ่อนบนปลายกระบี่ของเหออี้หมิงหายไป

เหออี้หมิงรู้สึกยากจะทนทานได้ เขาสะบัดข้อมือตำแหน่งปลายกระบี่เปลี่ยนไปอีกครั้งหนึ่ง

นึกไม่ถึงว่าถังเทียนเป็นเหมือนมนุษย์สปริง เขากลับมาอยู่ในท่าปกติและเหมือนกับเป็นนักทำนาย เขาคาดการณ์ความเคลื่อนไหวครั้งต่อไปได้  ปลายกระบี่ของเหออี้หมิงแค่ชะงักก็เคลื่อนไหวได้ต่อเนื่อง

ในช่วงเวลาสั้นๆทั้งสองคนเคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับสายฟ้า พวกเขาเปลี่ยนวิชาต่อเนื่องกันถึงห้าครั้งเหงื่อปรากฏที่หน้าผากของเหออี้หมิง กระบี่ในมือไม่อาจแทงออกไปข้างหน้าได้

ถังเทียนพุ่งเข้ามาข้างหน้าเขาและใช้หมัดโจมตีใส่อย่างไม่มีอะไรซับซ้อน

สีหน้าของเหออี้หมิงเปลี่ยน เขายกกระบี่ตั้งป้องกันไว้  หมัดกระแทกใส่กระบี่อย่างรุนแรง

เหออี้หมิงรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังทนต่อสู้กับสัตว์ป่าที่ดุร้าย  ในที่สุดเขาก็รู้สึกได้ถึงพลังที่สามารถโจมตีใส่เป้าหมายเลขสิบสามที่หนาถึงสิบสองเซนติเมตร

ร่างของเขาปลิวละลิ่ว

ถังเทียนกระแทกพื้นทันใดระเบิดพลังพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วปัง.. เขาทลายกำแพงเสียงอีกครั้ง บังเกิดเป็นภาพเงาวิ่งตามและเขามาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าเหออี้หมิง

ปล่อยหมัดและเตะ!

ทั้งหมดนั้นเป็นวิชาหมัดมวยพื้นฐาน  แต่กลับต่อยออกมาด้วยความถี่สูงที่ตาของเหออี้หมิงก็มองไม่ทัน และที่ย่ำแย่ที่สุดก็คือทุกๆการโจมตีนั้นรุนแรงและหนักหน่วงขึ้น เหออี้หมิงรู้สึกว่าร่างของเขากำลังถูกฝูงสัตว์ป่าเหยียบย่ำอย่างบ้าคลั่ง

จู่โจม

คลื่นความเจ็บปวดแล่นออกมาจากปลายคาง ก่อนที่เขาจะหมดสติเหออี้หมิงก็ยังไม่เข้าใจว่าเขาแพ้ได้อย่างไร

ปัง!

เหออี้หมิงปลิวออกไปราวกับกระสอบทรายลอยโด่งร่วงลงมากระแทกกับพื้นหมดสติทันที

พื้นที่รอบๆ เงียบราวกับป่าช้า

ทุกคนตกตะลึง ปากของพวกเขาอ้าค้างกว้าง ขณะที่พวกเขาจ้องมองถังเทียนอย่างว่างเปล่า  เงียบขนาดได้ยินเสียงเข็มตก

นาฬิกาจับเวลาของหวังซวนบอกเวลาต่อสู้ไว้ชัดเจน 6.8 วินาที!”

ไม่มีใครเข้าใจว่าถังเทียนชนะได้อย่างไร พวกเขาเห็นข้อมือของเหออี้หมิงสั่นเหมือนกับว่าเกร็งค้าง  จากนั้นก็ไม่ขยับ  เขาเป็นเหมือนเสาหลักที่ถูกถังเทียนต่อยใส่

เอาชนะเซียนนักสู้ใน 6.8 วินาทีไม่เคยมีใครได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อน ต้องเป็นเหออี้หมิงที่มีปัญหาแน่

สายตาทุกคนหันไปมองโต้วหย่งและไป๋ซือซือ

“เล่าเหอ...” โต้วหย่งคิดถึงความเป็นไปได้  เขามีสีหน้าที่ดูน่าสงสาร “บางทีสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งล่าสุดคงมีผลฝังใจเขาอยู่ลึกๆเป็นแน่...”

ทุกคนตระหนักได้ทันทีว่า คำอธิบายของโต้วหย่งสมเหตุผล

เมื่อคิดดูแล้ว ถ้าพวกเขาถูกพายุวังวนกระบี่ไล่กวดทั้งวันทั้งคืนถึงสองสามวัน ทั้งเห็นประจักษ์ตอนที่พายุหมุนกระบี่กำจัดและทำลายทุกคนเลือดท่วมไปหมด  ไม่ว่าจะเป็นคนที่อดทนเพียงไหนก็ต้องได้รับผลทางจิตใจอยู่บ้าง

ถังเทียนรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นทันใดนั้นเขาตระหนักว่าดูเหมือนว่าเขาจะไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนมากนักเขาคิดได้ทันทีว่าเมื่อก่อนนี้เขาก็โจมตีกำจัดเซียนนักสู้ผู้ไม่มีความคิดเอาแต่โจมตีล้างแค้น

แม้ว่าจะไม่มีปราณแท้อยู่ในร่างกาย แต่มาตรฐานร่างหยาบของเขาก็มีประสิทธิภาพพลังมากขึ้น  ด้วยการต่อสู้อย่างไม่คิดอะไรพลังของเขากลับจะแข็งแกร่งขึ้น

เลือดลมของเขาพลุกพล่านทันที  “ใครต่อไป?”

ภาพร่างเงาที่เยือกเย็นถือดาบเดินเข้ามาในที่ต่อสู้  “ข้าเอง”

เซียนดาบฟงเยี่ยที่เหลียงฟงเชิญมาตกเป็นที่สนใจของทุกคนทันที  นักสู้ระดับเซียนที่ไม่คุ้นเคยในกลุ่มพวกเขาเองและทุกคนเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นสนามพลังของผู้อื่น

ฟงเยี่ยก้าวเข้าในสนามต่อสู้  ใต้ขาของเขาเป็นมีดวงเดือนมีลักษณะโค้งเหมือนพระจันทร์เต็มดวง ฟองอากาศเริ่มลอยออกมาจากดาบวงพระจันทร์ฟองแล้วฟองเล่าและลอยอยู่รอบตัวเขาเหมือนกับฟองน้ำเดือด

สนามพลังวิญญาณของฟงเยี่ยมีความโดดเด่นเฉพาะตนมากมีนามว่าพระจันทร์เดือด

เซียนนักสู้อื่นแสดงสีหน้าประหลาดใจ  พลังงานในพื้นที่รอบตัวฟงเยี่ยหนาแน่นดูมีชีวิตชีวา

ดาบในมือของฟงเยี่ยสั้นมากราวๆ ห้าฟุตรูปร่างโค้งเหมือนวงพระจันทร์

ทันทีที่ถังเทียนเห็นว่าฟงเยี่ยเตรียมตัวเสร็จแล้ว  เขาตะโกนลั่น “เริ่มกันเลย!”

เขาทำลายกำแพงเสียงอีกครั้ง!

ร่างของถังเทียนกลายสภาพเป็นพร่าเลือน

ฟงเยี่ยไม่ตื่นเต้นดาบวงพระจันทร์ในมือของเขาเคลื่อนไหวแผ่วเบาฟองน้ำรอบตัวเขาถูกดูดเข้าหาดดาบวงพระจันทร์ของเขาทันทีและดาบวงพระจันทร์ตวัดฟันใส่ถังเทียน!

ปัง!

ทันใดนั้นรังสีดาบแพรวพราวพุ่งออกจากมือของฟงเยี่ยและตรงเข้าหาถังเทียนทันที

ทุกคนตกตะลึง รังสีดาบมีขนาดเท่าฝ่ามือแต่มีจำนวนนับไม่ถ้วน แต่ละรังสีจะมีความคมและเยือกเย็น

ถังเทียนตกตะลึงเช่นกัน แต่ทันใดนั้นเขามีปฏิกิริยาทำให้ทุกคนสะดุ้ง

ในกลางอากาศถังเทียนแนบกำปั้นไว้ข้างตัวทันที  ร่างของเขาโค้งเหมือนคันธนู  ดวงตาของเขามีประกายร้อนแรง  เขาพุ่งเข้าหารังสีดาบโดยไม่หลบเลี่ยง

ช่วงเวลาที่ทั้งสองจะปะทะสัมผัสกันถังเทียนตวาดลั่นทันทีและปล่อยหมัดออก

ปัง!

เสียงเหมือนกับทุบใส่แนวปะการัง  รังสีดาบแตกสลายในพริบตา

เพล้ง เพล้ง เพล้ง!

เป็นวิชาหมัดพื้นฐานที่เรียบง่าย  แต่ไวที่สุดมีอำนาจทำลายล้างที่รุนแรงเหมือนพายุ จนรังสีดาบกระจายไปต่อหน้าถังเทียนกลายเป็นโล่โปร่งแสง รังสีดาบกระดาบกระแทกใส่เกิดเสียงกระทบดังลั่น  แต่ไม่สามารถทำลายโล่นั้นได้

ฟงเยี่ยไม่รู้สึกประหลาดใจดาบวงพระจันทร์ใต้เท้าเขาเปล่งแสงสว่างมากขึ้นรังสีดาบกลายเป็นคมกล้ามากขึ้นและมีพลังควงสว่านเพิ่มขึ้นทะลักเข้าหาถังเทียนอย่างดุดัน

ถังเทียนรู้สึกเครียดทันที ทุกๆ รังสีดาบจะมีพลังหมุนเกลียวซึ่งเพิ่มพลังให้มันทันที

ถังเทียนปล่อยหมัดอย่างบ้าคลั่งแต่เขาไม่สามารถยั้งร่างเขาไว้ได้ เนื่องจากเขาค่อยๆ ถูกรังสีดาบดันถอยหลังไม่ว่าเขาจะใส่ความสามารถเช่นใดก็ตาม ร่างของเขาค่อยๆ ถูกดันถอยหลัง

บัดซบเอ๊ย!

คิดว่าเจ้าเป็นคนเดียวที่รู้จักพลังเกลียวหรือ?

ถังเทียนหวั่นไหวและโกรธ เมื่อมองดูด้วยความโกรธการใช้พลังเกลียวของเด็กหนุ่มผู้นี้คือสิ่งที่เขาเชี่ยวชาญที่สุด ก็ว่าได้การตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเพราะเคล็ดวิชาที่เขาเชี่ยวชาญนั้นทำให้ถังเทียนไม่พอใจและความโกรธในใจเขาเริ่มเพิ่มมากขึ้น ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่เขาสร้างพลังงานเกลียวตอนนั้น เขาปิติภูมิใจและดื่มด่ำกับความสำเร็จนั้นนานมาก

ไม่มีทาง! ข้าจะใช้พลังงานเกลียวเหมือนกัน!”

ทันทีที่ความคิดนี้ปรากฏขึ้นในใจ  ใจของถังเทียนก็กวาดคิดอื่นๆ ออกไปหมด

แต่ในตอนนี้เขาเป็นคนที่มีพลังกายเป็นศูนย์ไม่มีปราณแท้แม้แต่นิดเดียวในร่างเลย เมื่อไม่มีปราณแท้แล้วเขาจะมีพลังเกลียวได้อย่างไร?

ถังเทียนไม่เคยคิดเรื่องนั้นตั้งแต่แรก  ความคิดเช่นนั้นไม่สมเหตุสมผล   ไม่ว่าทฤษฎีพื้นฐานนั้นจะจริงหรือไม่พลังจะมีหรือไม่ก็ตาม เขามีเพียงความคิดเดียวคือ เขาต้องใช้พลังเกลียว

และต้องเป็นพลังเกลียวที่แข็งแกร่งมากกว่าของฟงเยี่ย

ถ้าฟงเยี่ยรู้ความคิดของถังเทียนทันที  เขาคงหัวเราะจนน้ำตาเล็ดแน่

อย่างไรก็ตาม ถังเทียนเริ่มประยุกต์ความคิดของเขา เขาเริ่มพยายามส่งพลังเกลียวไปที่หมัดของเขา  แต่ผลที่ออกมายังไม่ดี เพราะมันทำให้ความถี่ของหมัดของเขาลดลงอย่างมาก  เขาพยายามใช้วิธีอื่นหลายวิธี  ในที่สุดเขาก็ได้ตระหนักว่า ไม่มีปราณแท้  ก็เป็นไปไม่ได้ที่พลังงานเกลียวจะก่อตัวขึ้น

ไม่มีปราณแท้.... ไม่มีปราณแท้...

ถังเทียวควงหมัดไปตามสัญชาตญาณป้องกันรังสีดาบของฟงเยี่ยไว้ปากพึมพำบางอย่าง ทันใดนั้น นัยน์ตาเขาแข็งค้าง

รังสีแตกกระจาย...

รังสีเจิดจ้าแตกกระจายอยู่รอบตัวของเขาดูเหมือนจะก่อตัวเป็นหมอกซึ่งเหมือนจะสร้างเป็นรูปหมอกซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยรังสีดาบที่โจมตีใส่เขา รังสีถูกต่อยแตกกระจาย  รังสีที่แผ่กระจายก็ยังคงเป็นพลังงานเช่นกัน..

ความคิดที่ชัดเจนเริ่มก่อตัวในใจของเขา เหมือนกับมีไฟฟ้ากระตุ้นในหัวใจเขา

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด