ตอนที่แล้วตอนที่ 446 สุดยอดไข่หมี
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 447-2 ไม่มีชื่อตอน

ตอนที่  447-1 (ผู้แต่งบอกว่าขี้เกียจตั้งชื่อตอน)


เหลียงฟงกำลังสอน มีคนหลายคนนั่งอยู่ข้างหน้าเขาและถังเทียนกับพวกที่เหลือนั่งอยู่แถวหน้าสุด ทุกคนตั้งใจฟังเต็มที่ เหลียงฟงเป็นนักสู้ระดับเซียนอย่างแท้จริง  เป็นคนที่พวกเขาแทบยากจะพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้ากลุ่มดาวต้องการนั่งฟังด้วย  ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้ากลุ่มดาวใจกว้างพวกเขาจะมีโอกาสได้นั่งฟังเซียนนักสู้สอนได้อย่างไร?

ทุกคนตั้งใจซึมซับความรู้อย่างเต็มที่และนี่คือช่วงเวลาที่ล้ำค่า

เหลียงฟงจริงจังในการพูดเป็นอย่างมาก  เขากวาดตามองถังเทียนและพวกที่เหลือ  เขามีความตั้งใจถึงร้อยยี่สิบเปอร์เซ็นต์  ถ้าเขาต้องการกินร่วมกับถังเทียนและกลุ่มพวก  มีโอกาสดีๆ อย่างนี้แล้ว ถ้าเขาไม่คว้าเอาไว้  เขาก็คงโง่เกินไป

เขาเป็นคนฉลาดตัดสินใจในสถานการณ์และรู้จักตัวเองดี  แม้ว่าเขาจะเป็นนักสู้ระดับเซียน แต่จริงๆแล้วการสอนถังเทียนและพวกสองสามคน ทำให้ใจเขาว่างเปล่าเล็กน้อย จากวิธีที่เขาเห็น ดูตามสถานการณ์แล้ว เขาไม่มีคุณสมบัติพอสอนคนพวกนี้เลย

ตัวอย่างเช่นสตรีจากกลุ่มดาวคนธนูคงจะต่อว่าเขาแน่นอน  สตรีโรคจิตและคาดเดาไม่ได้คงจะมาฆ่าข้าแน่นอน  เขากังวลกับเรื่องนั้น

สำหรับนางแล้ว เขาเป็นแค่ตัวประกอบเล็กๆ เท่านั้น

และนักรบพาหนะน้ำแข็งเงินผู้ใช้หอกจอมระห่ำมีประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ยิ่งคิดก็ยิ่งทำให้เหลียงฟงปวดหัว ได้รับมรดกวิชาที่เหนือล้ำ เป็นสิ่งที่เขาไม่มี..

เขาตัดสินใจเน้นที่การสอนต่อไป

“ปราณแท้ทุกชนิด หลังจากดูดซับและเปลี่ยนสภาพไปแล้วจะกลายเป็นแหล่งพลังงานของเรา อย่างนั้นพลังดวงดาวคืออะไร?  มันคือสิ่งที่ถือกำเนิดมาจากกลุ่มดาวและเป็นพลังงานที่โดดเด่นเฉพาะตนดังนั้นทำไมถึงได้มีการจำแนกประเภทนักสู้ของกลุ่มดาวด้วยเล่า?ผู้คนกล่าวกันว่ามรดกวิชาของกลุ่มดาวก็คือแหล่งพลังงานดวงดาวที่แท้จริงวิธีเปิดการใช้งานจะแตกต่างกันไปทุกกลุ่มดาว พลังดวงดาวที่ถือกำเนิดขึ้นมานั้นมีความหลากหลายมาก  เราจะใช้ประโยชน์จากพลังดวงดาวรูปแบบต่างๆให้ได้อย่างสมบูรณ์แบบได้อย่างไร? นั่นคือมรดกวิทยายุทธเฉพาะตนที่ไม่ซ้ำกับกลุ่มดาวต่างๆทำไมวิทยายุทธเหล่านี้จึงมีการตกทอด เมื่อถูกใช้โดยนักสู้กลุ่มดาวอื่นจะสามารถปลดปล่อยพลังงานได้เพียงบางส่วนอย่างนั้นหรือ?เพราะปราณแท้ในร่างกายเขาไม่สามารถเข้าถึงแก่นวิชาได้อย่างสมบูรณ์ มีคนพูดถึงไว้ ข้าฝึกฝนมาทางวิชาฝึกจิต  แต่พลังดวงดาวที่เจ้าดูดซับไว้ในร่างแก่นแท้ของพลังจะแตกต่างออกไป ถ้าเจ้าต้องการจะเปลี่ยนมันเจ้าก็ต้องใช้เวลามากขึ้นและผลที่ได้ก็จะต่ำกว่ามากมาย”

ทุกคนจดจ่ออยู่กับการฟัง พวกเขารู้เรื่องเหล่านี้ แต่พวกเขาไม่เคยเห็นหรือเคยได้ยินเรื่องแบบนี้จากเหลียงฟงผู้มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้

“เมื่อปราณแท้ของพวกเจ้าสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ  ก็จะกลายเป็นเรื่องลำบากมากขึ้นทุกที  ทำไมน่ะหรือ? เพราะร่างกายของคนเรามีขีดจำกัดจะสามารถเก็บมันไว้ได้ขนาดไหนกันเชียว? ถ้าข้าต้องบอกว่า สมมติคนที่มีความสามารถที่มากที่สุดสามารถเก็บพลังปราณแท้ไว้ได้หนึ่งร้อย  อย่างนั้นพวกเจ้าจะตระหนักเมื่อปราณแท้ของพวกเจ้าถึงขีดจำกัดที่ระดับแปดสิบยิ่งสูงก็ยิ่งยากลำบากมากขึ้น  ปราชญ์บัณฑิตในอดีตตระหนักถึงปัญหานั้นกันทุกคนหลังจากที่ปราณแท้ของพวกเจ้ามาถึงที่ระดับร้อยละแปดสิบ  ประสิทธิภาพในการเพิ่มปราณแท้จะลดลง  และการเพิ่มปราณแท้มีข้อจำกัด  ถึงตอนนั้นนักปราชญ์จะมุ่งไปให้ความสนใจจิตวิญญาณยุทธแทน”

“อย่างนั้นจิตวิญญาณยุทธคืออะไร? มีใครจำได้ไหมว่าจิตวิญญาณยุทธเกิดขึ้นได้อย่างไร? จิตวิญญาณยุทธจะก่อตัวขึ้นเมื่อปราณแท้ของเจ้าถึงระดับที่แน่นอนก่อน  ตั้งแต่แรกจิตวิญญาณยุทธจะเลือนรางมากเหมือนกับหมอกควันและจะเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง และมีรูปร่างแตกต่างกันไป  ดังนั้นจิตวิญญาณยุทธคืออะไร? จิตวิญญาณยุทธก็คือพลังวิญญาณที่ก่อตัวขึ้นจากพลังงาน  ถ้าเจ้าทุกคนฝึกฝนทางจิตมาได้ฝึกฝนจิตวิญญาณยุทธของเจ้าเจ้าจะตระหนักได้ สาระสำคัญในการใช้พลังจิตที่ฝึกฝนมาแล้วก็คือใช้ปราณแท้หล่อหลอมจิตวิญญาณของเจ้า  ยิ่งเจ้าสามารถเปลี่ยนพลังงานได้มาก  จิตวิญญาณยุทธของพวกเจ้าจะกลายเป็นระดับที่สูงกว่าแน่นอน”

“ดังนั้นผู้คนจะต้องคิดอย่างแน่นอนว่าธรรมชาติของจิตวิญญาณคืออะไร? ข้าต้องขอโทษทุกคนด้วย จนถึงตอนนี้ ไม่มีผู้เชี่ยวชาญที่จะไขปัญหานี้ได้ ดังนั้น เกี่ยวกับรูปแบบพลังแบบนี้ปราชญ์โบราณจะใช้คำพูดว่าจิตวิญญาณแทน ปราชญ์โบราณจะตระหนักได้เร็วเมื่อจิตวิญญาณยุทธถึงระดับที่แน่นอน มันจะกล้าแข็งมากกว่าปราณแท้  เพราะมันสามารถสร้างสิ่งจำลองได้ทุกรูปแบบและนี่คือสิ่งที่เราเรียกว่าสนามพลังวิญญาณ”

ความกระตือรือร้นของทุกคนเพิ่มขึ้นสูงทันที  พวกเขาทุกคนหูผึ่งทันทีเกรงว่าจะพลาดตกหล่นไปแม้แต่คำเดียว สนามพลังวิญญาณมีความลึกลับต่อนักสู้ สามารถปลุกสนามพลังวิญญาณได้ก็เป็นเครื่องหมายของการเข้าสู่ระดับเซียนและสนามพลังวิญญาณคือวิธีโจมตีหลักหลังจากกลายเป็นนักสู้ระดับเซียนแล้ว

“ความจริง เป้าหมายสูงสุดของการฝึกฝนวิทยายุทธของพวกเราทุกคนก็คือสนามพลังวิญญาณ”  เหลียงฟงกล่าว หน้าของเขาอดมีท่าทางภูมิใจมิได้  สิ่งที่สอนไปทั้งหมดนี้คือความคิดและการค้นคว้าของเขามาหลายปีซึ่งเป็นข้อมูลที่ปกติจะเก็บไว้เป็นความลับ  แต่ปัจจุบันมันถูกใช้เป็นหัวข้อสอนที่ทำให้เขารู้สึกว่าเป็นนักสู้ระดับเซียนที่แท้จริง

“ณ จุดนี้ เราจำเป็นต้องคุยจากสนามพลังวิญญาณแก่นแท้ของสนามพลังวิญญาณก็คือการลอกเลียนจิตวิญญาณยุทธ  ดังนั้นพวกเจ้าจะปลุกสนามพลังวิญญาณของตัวเองได้อย่างไร?ง่ายมากเมื่อพวกเจ้ามีความเข้าใจกฎเกณฑ์บางอย่างได้อย่างลึกซึ้งและจิตวิญญาณยุทธของพวกเจ้าแข็งแกร่งและบริสุทธิ์อย่างเพียงพออย่างนั้นพวกเจ้าก็สามารถสร้างสนามพลังวิญญาณที่เป็นของพวกเจ้าเองได้บางคนก็เดินมรรคากระบี่ บางคนก็เดินตามมรรคาดาราศาสตร์ บางคนก็ตามลักษณะของหมากรุกทุกคนแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือต้องเข้าใจกฎบางอย่างลึกซึ้งเช่นเดียวกับที่ต้นไม้ไม่มีใบไม้ที่เหมือน ไม่มีสนามพลังวิญญาณที่เหมือนกันทั้งหมด มีกฎนับล้านกฎในโลกนี้และความเข้าใจและความลึกซึ้งในกฎข้อเดียวก็ยังต่างจากคนอื่น”

“ดังนั้น พวกเจ้าจะรู้แจ้งกฎเหล่านี้ได้อย่างไร  นั่นก็คือโดยผ่านวิทยายุทธ!  นั่นคือสาเหตุที่ข้าขอให้ทุกคนฝึกวิทยายุทธของพวกเขาด้วยเป้าหมายสุดท้ายก็คือสนามพลังวิญญาณ วิทยายุทธที่เราฝึกอยู่นั้น นอกจากใช้เพื่อการต่อสู้แล้ว  ที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือช่วยให้ทุกคนได้รับรู้กฎเกณฑ์บางอย่างยิ่งเจ้าได้รับมรดกวิทยายุทธ ก็มีร่องรอยของกฎเกณฑ์ที่สะสมไว้ปรากฏให้รู้ พลังโดยปกติอาจปลดปล่อยออกมาได้ยิ่งใหญ่ขึ้น  และจะเป็นประโยชน์มากสำหรับพวกเจ้าที่เรียนรู้กฎเกณฑ์”

เหลียงฟงยังคงบรรยายต่อ หลังจากผ่านไปสองชั่วโมงทุกคนออกมาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อทุกคนออกไป มีเพียงถังเทียนกับพวกเหลืออยู่สองสามคน และนั่นคือเวลาที่เหลียงฟงจะพูด

“ปราณแท้ของฝ่าบาทเต็มพิกัดแล้ว  การฝึกฝนที่ตามมาควรเน้นไปที่จิตวิญญาณยุทธ ถ้าท่านต้องการรั้งอยู่ที่นี่เพื่อฝึกอยู่กับไข่หมี  ก็ต้องใช้เวลานาน....”

พูดจนถึงตรงนี้แล้ว เหลียงฟงเม้มปาก เขาควบคุมความรู้สึกอยากแนะนำเจ้ากลุ่มผู้นี้ให้เปลี่ยนชื่อไข่หมีนัก

เย็นไว้... เย็นไว้.... รีบร้อนเกินไปจะเสียการ...

“ท่านเพียงแต่จำเป็นต้องเก็บกระดูกหมีเดียวดายไว้ในใจกลางไข่  แต่มีความเป็นไปได้สูงที่กระดูกหมีเดียวดายยังคงเก็บความลับกลุ่มดาวหมีใหญ่ที่มิอาจถ่ายโอนได้ นั่นคือเจ็ดดาวเหนือ”

นั่นคือความเคลื่อนไหวสูงสุดที่เหลียงฟงเตรียมไว้นานแล้ว  ในฐานะผู้มาใหม่การสร้างความประทับใจให้เจ้านาย  จำเป็นต้องใช้ความเคลื่อนไหวระดับสูงสุด!

“เจ็ดดาวเหนือเหรอ?”  ถังเทียนกล่าว และตอบอย่างมีความสุข  “นั่นคือร่มดาราแห่งดาวหมีใหญ่!  เจ้ากระดูกน้อยบอกข้าเรียบร้อยแล้ว!”

สีหน้าของเหลียงฟงขรึม ขณะที่เขาตะกุกตะกักพูด  “กะ...กระดูกหมีเดียวดายแจ้งบอกท่านแล้วเหรอ?”

กระดูกน้อย...

“ถูกแล้ว!”  ถังเทียนพยักหน้าอย่างมั่นใจ  “ข้าเริ่มฝึกไปบ้างแล้ว!”

เหลียงฟงรู้สึกแทบกระอักเลือดออกมา  เขาใช้เวลาเตรียมแผนตั้งมากมายค้นคว้าบันทึกเก่า และเตรียมตัวความเคลื่อนไหวสุดยอดนี้  แต่กลับเหลว...

ถังเทียนหยียดฝ่ามือออก

รังสีแสงแพรวพราวนับไม่ถ้วนเริ่มครอบคลุมไปทุกตำแหน่งเหมือนกับเป็นกลุ่มดาวแพรวพราว

หลังจากนั้นชั่วขณะ แสงรัศมีก็หายไปและร่มโปร่งแสงขนาดพกติดตัวลอยขึ้นเหนือฝ่ามือของถังเทียน  ร่มน้อยนี้ยังเป็นลายเส้นไม่ชัดนักมันค่อนข้างจะเลือนรางราวกับว่าพอลมพัดก็สามารถทำลายได้  ร่มสว่างขึ้นต่อเนื่อง แสงเหมือนกันแสงดาวยามราตรี

“ร่มดารากลุ่มดาวหมีใหญ่....”

เหลียงฟงพึมพำ

************

เมืองสามวิญญาณ

บรรยากาศในฐานชื่นมื่น  ถังเทียนได้กลุ่มดาวหมีใหญ่สร้างความมั่นใจให้กับทุกคน  ในอดีตแม้ว่าเพื่อร่วมงานในฐานจะดีก็ตามแต่ไม่มีใครมั่นใจในอนาคตของพวกเขา แต่พอมีกลุ่มดาวหมีใหญ่ ทุกคนหมดความคลางแคลงใจ มั่นใจว่าสามารถมีที่ยืน

แต่จุดที่สำคัญคืองบประมาณที่กระเบียดกระเสียรผ่อนคลายอย่างรวดเร็ว

เหล่าผู้เฒ่าสองสามคนแอบได้ยินมาว่า  เจ้านายได้รับทรัพย์ก้อนใหญ่  พวกเขาไม่รู้ว่ามากเท่าไหน  แต่ข่าวลือว่า อย่างน้อยก็ร้อยพันล้าน

ร้อยพันล้าน!

ตาของทุกคนเป็นประกายเขียวแวววาวอย่างรวดเร็ว  ข่าวลือไม่ได้อยู่บนพื้นฐานที่ไร้เหตุผล แม้แต่แผนกลุ่มดาวเตาหลอมซึ่งยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร  ก็เริ่มมีการผลักดันช้าๆ

งบประมาณที่คาดการณ์กันในแผนงานกลุ่มดาวเตาหลอมราวๆร้อยพันล้าน

ถังเทียนไม่ได้ปลุกคนมากมายนัก  เขาตรงไปที่ห้องทำงานของเซรีน  เซรีนสังเกตเห็นถังเทียนกำลังเข้ามาจึงชำเลืองมองเขาและพูดด้วยความรำคาญ  “เจ้าอย่าเพิ่งวิ่งวุ่นไปทั่วดีกว่า  ทุกคนกำลังยุ่ง!”

เห็นแบบนั้น ถังเทียนออกมาอย่างเข้าใจกันดี

และเมื่อถังเทียนเข้าไปหอใหญ่  เขาเห็นลุงปิงกำลังครุ่นคิด เขาสะดุ้งตกใจ“เฮ้ลุง, มานั่งทำอะไรตรงนี้?”

“กลุ่มดาวมังกรมีประตูดวงดาวนำเข้าสู่ภูมิภาควิญญาณ”  ปิงขมวดคิ้ว

จากนั้นถังเทียนจึงเข้าใจ

เมื่อนึกๆ ดูแล้วตราบใดที่ลุงปิงสามารถเข้าภูมิภาควิญญาณได้ เขาก็สามารถกลับมาเมืองสามวิญญาณได้จากที่ไหนก็ได้

“แต่มันไกลมาก” สามคำนี้ทำให้ความคิดถังเทียนแล่น

“เอ่! ติงตังและผี่ผากับถังโฉ่วก็อยู่ที่นี่”  จากนั้นถังเทียนสังเกตได้และเดินออกไป  “เฮ้, พวกเจ้าทุกคนประชุมกันอยู่หรือเปล่า?ฮะฮะฮะ งั้นข้าคงไม่รบกวนนะ!”

ประชุมอะไร ความจริงเขาทำให้ผู้คนจนปัญญามากกว่า..

สีหน้าทุกคนเคร่งขรึม

“เฮ้, ในฐานะหัวหน้า ท่านไม่อาจไร้ความรับผิดชอบนักนะ”หน้าของปิงเขียวคล้ำ รังสีอำมหิตพลุ่งเพราะคำพูดของเขา

ความรู้สึกถึงรังสีอำมหิตทำให้เขาผงะถอยหลัง  ถังเทียนหัวเราะและหมุนตัวนั่งลงอีกครั้ง“ฮะฮะ, มาคุยเรื่องทุกคนเถอะ ให้ข้าได้ฟังบ้าง”

“เรากำลังปรึกษาถึงแผนต่อไป”

คำพูดของผี่ผาทำให้ถังเทียนนั่งตัวตรง  สีหน้าของเขาเคร่งขรึม

“ข้าขอแจ้งรายงานล่าสุดให้ทุกคนทราบไว้ก่อน”  ติงตังเริ่มพูดโดยอัตโนมัติ  “เรื่องแรก สถานการณ์ของสวรรค์วิถี  สงครามของกลุ่มดาวราชสีห์และสมาพันธ์ชาวยุทธ  นอกจากกลุ่มดาวนายพรานในช่วงที่ผ่านมาสองสามวันแล้ว  กลุ่มดาววาฬ,กลุ่มดาวอินทรีและกลุ่มดาวสุนัขเล็กจากสิบตำหนักระนาบกลางต่างประกาศพร้อมกันว่าพวกเขากำลังเข้าร่วมกับฝ่ายสมาพันธ์ชาวยุทธ  วิธีทางการทูตของสมาพันธ์ชาวยุทธนั้นโดดเด่นและกลุ่มดาวนายพรานกลายเป็นเครื่องบดเนื้อขนาดใหญ่ไปแล้ว มีนักสู้ระดับสูงของทั้งสองฝ่ายหลั่งไหลเข้าไปอย่างต่อเนื่องและมีรายงานว่าสถานการณ์ภายในนั้นยากลำบากมาก กล่าวให้ชัดเจนก็คือ กลุ่มดาวราชสีห์เริ่มเสียเปรียบ และแน่นอนการสู้รบยังไม่ถึงระดับสุดยอด แต่สถานการณ์ในอนาคตดูไม่สดใสเลย”

ติงตังหยุดดื่มน้ำและเช็ดปากนางและพูดต่อ

“ต่อไปจะเป็นเรื่องของพวกเรา สถานการณ์ของกลุ่มดาวหมีใหญ่ก็ยังไม่ดีเช่นกัน  ก่อนนี้กลุ่มดาวหลายกลุ่มกลับกลายมาคุกคามเรา  แต่ด้วยการอพยพชาวหมาป่าครั้งใหญ่กลุ่มมหาอำนาจหลายกลุ่มถอนกำลังไปก็มี แต่ยังมีกลุ่มดาวสองสามกลุ่มที่มีความเป็นปฏิปักษ์ค่อนข้างมาก ที่น่ากังวลมากที่สุดก็คือกลุ่มดาววาฬ   ด้วยความสัมพันธ์ที่เป็นปฏิปักษ์กับเรา  ถ้ากลุ่มดาววาฬคิดฮุบกลืนเรา  อย่างนั้นสมาพันธ์ชาวยุทธจะดีใจที่เห็นเรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้น และกลุ่มดาววาฬก็กำลังน้ำลายหกเพราะกลุ่มดาวหมีใหญ่ การตื่นขึ้นของเจ็ดดาวเหนือและข่าวลือมรดกวิชาโบราณของกลุ่มดาวหมีใหญ่  นั่นคือสิ่งที่ยั่วยวนใจนัก”

“กลุ่มดาววาฬมีแนวโน้มว่าจะลงมือกับเรามากที่สุด  และระหว่างเรา มีประตูดวงดาว แน่นอนว่ากลุ่มดาวอื่นอาจฉวยโอกาสเข้าร่วมด้วย  รายงานของข้ามีเท่านี้”

ติงตังนั่งลงทันที

ถังโฉ่วกล่าวด้วยท่าทางเคร่งเครียด  “ถ้ากลุ่มดาววาฬมีแผนจะลงมือกับเรา  อย่างนั้นพวกเขาจะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วปัจจุบันนี้ เรายังอยู่ในจุดที่อ่อนแอที่สุด และกองทหารของนายท่านก็อยู่ที่กลุ่มดาวมังกร นั่นคงเป็นเวลาที่ควรที่พวกเขาจะบุกโจมตีเราตอนนี้”

“พวกเขาจะส่งนักฆ่ามาไหม?” ผี่ผามีสีหน้ากังวล

ถังเทียนหัวเราะ “อย่าห่วงเลย,  เมื่อเร็วๆนี้พลังของข้าก้าวหน้าขึ้นมาก! ฮืมมมเราจะให้พวกเขาได้เห็นประจักษ์พลังของหนุ่มชาวฟ้า!”

หลังจากกลับมาจากเมืองสามวิญญาณแล้ว  ถังเทียนไม่คิดอะไรมาก  แจ้งเหลียงฟงให้ทราบสถานการณ์  จากนั้นเขาขังตัวฝึกฝนอีกครั้ง

ตามคำพูดของเหลียงฟง เขาต้องขัดเกลาที่จิตวิญญาณยุทธของเขา

ถังเทียนนั่งอยู่ที่ใจกลางไข่หมี หลับตา จากนั้นมุ่งเน้นเข้าหาพลังดวงดาวในตัวของเขา  ในตาของเขา พลังดวงดาวของกลุ่มดาวหมีใหญ่ปรากฏอยู่ต่อหน้าเขาคลื่นพลังดวงดาวผุดขึ้นมาจากทุกทิศทางเข้าหาเขาชำระเพลิงจิตวิญญาณของเขา

ท่าทางเจ็บปวดปรากฏบนสีหน้าของถังเทียน....

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด