ตอนที่แล้วตอนที่ 13-24 เทือกเขามรณะ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 13-26 บ้านเกิด

ตอนมี่ 13-25 ความตายแฝงลึกลับ?


ลินลี่ย์หัวเราะและกล่าว “ลูกของเจ้าตอนนี้อยู่ห่างเราออกไปทางใต้ราวๆ สามกิโลเมตร”

“ราวสามกิโลเมตรไปทางใต้?”ชาวทุ่งราบผู้นั้นสีหน้าเปลี่ยนไปมาก “นั่นคือยอดเขาเขาคู่ไม่ใช่หรือ?”

“ยอดเขาเขาคู่?” ลินลี่ย์งงเล็กน้อยแต่สัมผัสเทพของเขาพบว่าในสถานที่นั้นอยู่ใกล้กับเด็ก  มีภูเขาซึ่งมียอดดูแปลกประหลาดมาก  บนยอดเขาแยกเป็นสองส่วนบางอาจถูกลมกัดกร่อนมาหลายปีและมีรัศมีอยู่เพียงลำพังที่นั่นเท่านั้น  มียอดเขาสองยอดมองดูเหมือนกับเขาของแพะ

บีบีกล่าว  “ใช่แล้วไม่ไกลจากเด็กมีภูเขาที่มียอดเหมือนกับเขาแพะสองลูก”

ชาวทุ่งราบคุกเข่าทันทีและโขกหัวกับพื้น  “ใต้เท้า, ได้โปรดช่วยลูกข้าด้วยยอดเขาเขาคู่คือพื้นที่อันตรายของเทือกเขามรณะ” บิดาผู้นี้กังวลเรื่องลูกชายของเขาอย่างเห็นได้ชัด  เขาโขกศีรษะจนกระทั่งหน้าผากของเขาเป็นแผลพื้นดินเปรอะไปด้วยเลือดของเขา

พลังเทพรอบตัวลินลี่ย์แผ่ออกไปทำให้ชายชาวทุ่งราบนั้นไม่สามารถโขกศีรษะได้อีกต่อไป

“เราจะช่วยลูกเจ้า” ลินลี่ย์เอามือแตะไหล่บุรุษชาวทุ่งราบและแผ่พลังงานมุกชีวิตไปที่บุรุษชาวทุ่งราบรักษาบาดแผลเล็กๆที่หน้าผากของเขาทันที

ชาวทุ่งราบผูนั้นตระหนักว่าแผลบนหน้าผากของเขาได้รับการรักษาก็ยิ่งมั่นใจว่าสองคนนี้ที่อยู่ต่อหน้าเขาเป็นยอดฝีมือทีเหลือเชื่อ  พวกเขาอาจเป็นเซียนในตำนานก็ได้  ชายชาวทุ่งราบมองดูลินลี่ย์และบีบีตาของเขาเปี่ยมไปด้วยควาหวัง

“รอสักเดี๋ยว” ลินลี่ย์กล่าวและจากนั้นเขากับบีบีก็เคลื่อนไหวและหายวับไปต่อหน้าต่อตาบุรุษชาวทุ่งราบ

บุรุษชาวทุ่งราบกอดแขนแนบอก ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา  “ลูกข้าจะได้รับการช่วยเหลือแล้ว”

ยอดเขาเขาคู่ เทือกเขามรณะ

“ลมที่ยอดเขาเขาคู่รุนแรงและแปลกประหลาดมาก”  บีบีระบายลมหายใจ

ลินลี่ย์พยักหน้าเล็กน้อย แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องแปลกที่ลมภูเขาจะพัดรุนแรง  แต่ลมภูเขาที่นี่ดูไม่ธรรมดาอย่างมาก  ลมพัดแรงส่งเสียงโหยหวนเต็มยอดเขาเขาแพะแต่หลังจากเข้ามาในพื้นที่ มันไม่เกิดเสียงอีกต่อไป  เหมือนกับว่ายอดเขาเขาแพะสามารถกลืนซับลมได้

โชคดีที่เด็กยังคงอยู่ในระยะห่างจากยอดเขาเขาแพะ

“บิดาของเขากำลังแตกตื่นห่วงใยตามหาเขา  แต่เจ้าหนูนี่กลับแอบเข้ามาที่นี่”  บีบีและลินลี่ย์ยืนอยู่ใกล้เด็กสวมชุดแดง  หน้าของเด็กชาวทุ่งราบนี้แดงและเขาสวมหมวกอ่อน  เด็กน้อยร้องไห้น้ำตานอง

ดูเหมือนว่าหลังจากหลงทางเด็กน้อยหวาดกลัวและเตลิดวิ่งหาบิดาของเขา

แต่ในพื้นที่ภูเขา ยากจะระบุตำแหน่งได้ แม้แต่ผู้ใหญ่ผู้ไม่คุ้นเคยกับที่นี้ก็ยังหลงได้ง่ายอย่าว่าแต่เด็ก

“เฮ้” บีบีบีบจมูกเขาแผ่วเบา

“อืมมม...” เด็กที่กำลังหลับย่นจมูกของตน  เพราะเขาหายใจไม่ออกจึงตื่นขึ้น  ตอนนี้ บีบีจึงปล่อยเขา  เมื่อเห็นลินลี่ย์กับบีบีดวงตาของเด็กเปี่ยมแววดีใจทันที

“พี่ชาย, ช่วยข้าตามหาพ่อที  ข้าหาพ่อไม่เจอ”  เด็กเริ่มร้องไห้ทันที

“เจ้าเด็กร้ายกาจ ต่อไปอย่าได้เที่ยววิ่งซนวุ่นวายอีก เข้าใจไหม?” บีบียิ้ม

“ข้าแค่วิ่งไล่กระต่ายป่า ข้าจำถนนได้ เพียงแต่หลังจากนั้นเพราะอะไรไม่รู้ข้าหาพ่อไม่เจอเลยไม่ว่าจะพยายามยังไงก็ตาม  ข้าวิ่งหาทุกที่แต่จากนั้นก็มืดค่ำ ข้าหามานานและตอนกลางคืนมันมืดจริงๆ  และข้าก็เริ่มหิว ก็เลยเผลอหลับ”  เด็กน้อยจ้องมองบีบีด้วยตากลมโตพลางสะอื้น

“มาเถอะ, เดี๋ยวพี่จะเจ้าไปพบกับพ่อ”  บีบีกอดเขาไว้ในอ้อมแขน

ลินลี่ย์และบีบีเหาะขึ้นไปในอากาศ  แม้ว่าระยะสามกิโลเมตรจะมีระยะห่างจากจุดที่บิดาของเด็กอยู่  ถ้าพวกเขาเดินจริงๆ ไปตามเส้นทางในภูเขา พวกเขาจะต้องเดินอย่างน้อยสิบกิโลเมตรจึงจะไปถึงจุดที่บิดาของเด็กอยู่

“ข้าสงสัยจริงๆ ว่าเด็กคนนี้ต้องอดทนมากเพียงไหน”  ลินลี่ย์ลอบถอนหายใจ

“โหว...” เด็กน้อยตาโตทันที

เด็กอยู่ในอ้อมแขนของบีบีและบินอยู่ในอากาศ เห็นได้ชัดว่าเจ้าเด็กน้อยนี่ไม่เคยบินในอากาศมาก่อน  ตอนนี้เขาตื่นเต้นจนควบคุมตัวเองไม่ได้และลืมไปว่าเขาน่าสงสารเพียงไหน  “ข้ากำลังบิน โอว.. พี่ชาย, ท่านสุดยอดจริงๆ”

บีบียิ้มกว้าง ตาของเขามีแววอ่อนโยนเล็กน้อย

“พ่อ, ข้าเห็นพ่อแล้ว” เด็กชี้ไปที่ร่างหนึ่งข้างล่างทันที เห็นได้ชัดว่าชายชาวทุ่งราบก็เห็นลินลี่ย์ บีบีและลูกของเขาเช่นกัน ชาวทุ่งราบนั้นโบกมือให้พวกเขาด้วยความซาบซึ้งขอบคุณทันที

ลินลี่ย์และบีบีลงมายืนบนพื้น

“ไปหาพ่อเจ้าซะ”  บีบีปล่อยเด็กลงกับพื้น

“พ่อ” เด็กน้อยวิ่งไปหาบิดาทันที

ชาวทุ่งราบเริ่มร้องไห้ด้วยความโล่งอกและดีใจ  เขากอดลูกชายพลางพูดขึ้น “เจ้าหนู,เจ้าทำให้พ่อกลัวแทบตาย ข้าบอกเจ้าแล้วว่าอย่าวิ่งซุกซน แต่เจ้าก็ยังวิ่งพล่านไปทั่ว” ขณะที่เขาพูดชายชาวทุ่งราบก็ยังร้องไห้ต่อ เพราะลูกคนเดียวเขาต้องตามหาลูกตั้งแต่เมื่อวานจนกระทั่งวันนี้ใช้เวลาทั้งคืนกับอีกครึ่งวัน

“ข้าจะไม่วิ่งซุกซนอีกแล้ว”  เด็กกล่าวทันที

“เร็วเข้า ไปที่นั่นและขอบคุณใต้เท้าทั้งสอง” ชายชาวทุ่งราบได้ยินมาว่าเซียนสามารถเหาะได้  ทั้งสองคนที่อยู่ต่อหน้าเขาสามารถบินได้  เป็นไปได้มากว่าพวกเขาจะต้องเป็นเซียนชายชาวทุ่งราบฉุดดึงลูกชายมาด้วยทันที คุกเข่าและพูดขอบคุณ

“ขอบคุณพี่ชายทั้งสอง” เด็กน้อยพูดขึ้นทันที

ลินลี่ย์และบีบีหัวเราะทั้งคู่  ความจริงการเดินทางครั้งนี้พวกเขาช่วยคนไม่กี่คน

“ต่อไปต้องเชื่อฟังพ่อเจ้านะ แล้วทุกอย่างจะดีเอง”  ลินลี่ย์หัวเราะ  “เอาเถอะ เราจะเดินทางต่อเหมือนกัน”

เด็กคนนั้นรีบกล่าว “พี่ชายทั้งสอง ข้าชื่อวอล์ช ต่อไปในอนาคต ข้าจะต้องตามหาท่านทั้งสองข้าจะต้องเหาะเพื่อตามหาท่านทั้งให้ได้” ลินลี่ย์และบีบีหัวเราะทั้งคู่ และจากนั้นทั้งสองฝ่ายล่ำลากันลินลี่ย์และบีบีจึงแยกจากมา

ลินลี่ย์กับบีบีมุ่งหน้าไปที่ภูเขาเขาแพะคู่นั้น   ภูเขาเขาแพะคู่มองเห็นได้ชัดว่ามีความลับอยู่ในนั้น  ลินลี่ย์กับบีบีจะต้องไปสืบดูเป็นธรรมดา

“เด็กคนนั้นตอนนี้ยังน่ารักมาก”  บีบีกล่าวและลินลี่ย์ถอนหายใจ  “เมื่อเห็นบิดาและลูกชายเขาทำให้ข้าคิดถึงซีน่า”

“ซีน่า?”  บีบีค่อนข้างประหลาดใจ

ลินลี่ย์พยักหน้าและกล่าว  “เมื่อตอนที่ผนึกของเขื่อนเกรทโบธาเปิดออก โอจวินมาถึงทวีปยูลานและทำลายวังหลวงของจักรวรรดิบาลุคเรา  เวลานั้นมีคนในวังหลวงรอดชีวิตอยู่สองคนคือซีน่าและอังเก้  คนอื่นตายหมด คาสลูกของซีน่าก็ตายเช่นกันแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานซีน่าก็ยังรู้สึกเจ็บปวดใจอย่างหนักกับเรื่องนี้”

นักรบเลือดมังกรมีผู้สืบเชื้อสายน้อยอยู่แล้ว  แม้ว่าจะผ่านไปยี่สิบปีแล้ว ซีน่ามีภรรยาใหม่แต่เขายังไม่มีลูก

ในใจของเขา ซีน่ายังคงมีความเกลียดต่อโอจวิน

เดิมทีเมื่อโอจวินโจมตีและสองพี่น้องจ้าวมุสิกม่วงทองตอบโต้ทั้งสองคนมีโอกาสฆ่าโอจวิน อย่างไรก็ตามเวลานั้นลินลี่ย์กับซีน่ายังตกตะลึงกับการปรากฏตัวของยอดฝืมือลึกลับทั้งคู่

พวกเขาจะกล้าขอร้องให้ยอดฝีมือนั้นฆ่าโอจวินได้ยังไง?

หลังจากกลุ่มของโอจวินจากไปแล้วโอจวินยังคงหลบซ่อนอยู่ภายในเมืองหลวงของจักรวรรดิโอเบรียนทำให้ฝ่ายของลินลี่ย์ไม่มีโอกาสล้างแค้น

“ความแค้นนั้นจะต้องชำระ” บีบีพยักหน้า  “ในอนาคตเมื่อเรามีโอกาส, เราจะไม่ยอมปล่อยให้โอจวินหลบลี้แน่”

ลินลี่ย์พยักหน้าเล็กน้อย

เพียงแต่ตอนนี้ เขายังไม่มีพลังพอฆ่าโอจวิน

“เรามาถึงแล้ว ยอดเขาเขาแพะคู่”  บีบีกล่าว

มีหุบเขาอยู่ใต้ยอดเขาเขาแพะคู่  สายลมพัดเหมือนกับเสียงคำรามของสัตว์ร้าย  แต่เมื่อเข้าไปในหุบเขา กลับแปลกประหลาดมาก ไม่มีเสียงที่สามารถได้ยินได้จากลมภูเขาที่ทรงพลังเลย

ลินลี่ย์กับบีบีเป็นยอดฝีมือ ไม่มีอะไรต้องกลัว  พวกเขามุ่งหน้าตรงไปที่หุบเขา  สายลมไม่พัดใส่เขาเลยสักนิด

“มีโครงกระดูกอยู่ไม่กี่กองอยู่ในหุบเขานี้”  บีบีพูดพลางขมวดคิ้ว

ลินลี่ย์พยักหน้าเล็กน้อย ผนังหุบเขาของที่นี้ไม่ค่อยเรียบนัก บางส่วนยื่นออก บางส่วนมีรอยแยก...ทั่วทั้งหุบเขาแปลกประหลาดไปหมดและเสียงโหยหวนของสายลมได้ยินมาจากทางเข้า อย่างไรก็ตาม เมื่อลินลี่ย์และบีบีเดินลึกเข้าไปในหุบเขา  พวกเขาไม่สามารถได้ยินเสียงอะไรแม้แต่น้อย

“แปลก  แปลกจริงๆ” บีบีเม้มปาก

ลินลี่ย์ขมวดหน้าผาก และเขาเดินตรงเข้าไปอย่างระมัดระวัง

“มีศพอยู่มากมาย ใครจะรู้กันว่าที่นี่มีคนตายอยู่เท่าใด” ลินลี่ย์จ้องมองซากกระดูกที่อยู่ห่างออกไปสิบกว่าเมตร  เห็นได้ชัดว่ามีอยู่ตรงนั้นมาเป็นเวลานานแล้ว

“หือ?” ทันใดนั้นลินลี่ย์รู้สึกว่าใจของเขาสั่นและเกิดอาการวิงเวียนศีรษะ

“ใครบางคนกำลังลอบทำร้ายเรา?”  ลินลี่ย์ฟื้นคืนสติทันที เขาตกใจอย่างหนักและแผ่พลังเทพไปในร่างของเขาทันที

“บีบี, ระวังให้ดี” ลินลี่ย์เตือนทันที

ตอนนี้เขาเดินทางด้วยร่างหลักของเขา แม้ว่าตั้งแต่ร่างหลักของเขาจะดูดซับมุกวิญญาณทอง  พลังของร่างหลักของเขาเพิ่มขึ้นมากกว่าร่างแยกศักดิ์สิทธิ์มากมาย  ขนาดที่ร่างหลักลินลี่ย์ทรงพลังมากขนาดนั้นแต่ลินลี่ย์ในตอนนี้รู้สึกว่าหัวใจของเขาบีบ ศีรษะมึนงง  นี่เป็นพลังโจมตีจากภายนอกแน่นอน

บีบีมองดูรอบๆ ด้วยความระมัดระวังเช่นกัน  “พี่ใหญ่, ไม่มีใครอยู่ที่นี่”  บีบีพูดทางใจทันที

“ข้าเพิ่งถูกลอบโจมตี” ลินลี่ย์มั่นใจมาก “เป็นพลังโจมตีที่มองไม่เห็น”

“แล้วข้าไม่ถูกโจมตีได้ยังไง?”  บีบีค่อนข้างกังวลเช่นกัน นี่เป็นรูปแบบพลังโจมตีที่มองไม่เห็นและแปลกประหลาดมาก

ลินลี่ย์กับบีบีตื่นตัวสูงอยู่เป็นเวลานาน  แต่ค้นไม่พบอะไร

“หืม? นั่นไม่ถูกต้อง” ลินลี่ย์ทดลองรั้งพลังเทพของเขาออกมาจากอวัยวะภายในของเขา  ความจริงความรู้สึกนั้นปรากฏขึ้นอีกครั้งทำให้หัวใจของเขาบีบตัว และศีรษะของเขาเพิ่มอาการมึนงง อย่างไรก็ตามลินลี่ย์สามารถทำให้สมองของเขาปลอดโปร่งโล่ง  ลินลี่ย์ขยายพลังจิตออกไป และค้นหาอย่างระมัดระวัง

ลินลี่ย์ในตอนนี้รู้สึกได้ชัดเจน...

หลังจากเสียงลมพัดหวีดหวิวเข้ามาในหุบเขา เพราะรูปลักษณ์ที่แปลกประหลาดไม่เหมือนใครของหุบเขาลมจึงมีการเปลี่ยนแปลง  แก่นธาตุลมในพื้นที่นี้ปะทะกันเองสร้างเป็นคลื่นเสียงสั่นสะเทือนที่แปลกประหลาดมาก  พลังคลื่นสั่นสะเทือนนี้แผ่กระจายไปทุกทิศ

ลินลี่ย์สามารถรู้สึกได้ว่าหัวใจของเขาบีบรัดและร่างกายของเขาอึดอัด  แม้แต่ศีรษะของเขาก็เริ่มวิงเวียน ทั้งหมดนี้เนื่องมาจากเสียงเข้ามาในร่างกายของเขา

เมื่อลินลี่ย์ฝึกวิชาสัจธรรมแห่งความเร็วตามปกติ  เขาวิเคราะห์ความรู้ลึกลับแห่งเสียงเป็นครั้งคราว  หลังจากผ่านไปยี่สิบปี แม้ว่าเขาจะไม่ได้รับแนวคิดเรื่องความรู้ลึกลับเหล่านี้  แต่ลินลี่ย์ก็มั่นใจว่า.. เสียงนั่นไม่มีอะไรมากไปกว่าคลื่นเสียนเสียงที่เข้ามาในหูของผู้คนซึ่งพวกเขาได้ยินเป็นธรรมดา

แต่คลื่นเสียงแปลกแห่งหุบเขานี้ไม่สามารถได้ยินได้  แต่ทำอันตรายร่างกายได้

แม้แต่คนที่ทรงพลังอย่างลินลี่ย์ก็ยังได้รับผลกระทบ  ถ้าเป็นคนธรรมดาเข้ามาในที่นี้  ปกติพวกเขาจะตายไปแล้ว

“หืม? นี่คือ...”

ทันใดนั้นมีแสงผุดขึ้นในใจของลินลี่ย์

“อย่างนั้นคลื่นเสียงนั่นก็มีความรู้ลึกลับแฝงอยู่ด้วย...”  ลินลี่ย์ลอบยินดีในใจ

“บีบี, ข้าตั้งใจจะเริ่มฝึกฝนสักระยะหนึ่งในทันที”  ลินลี่ย์พูดทางใจกับบีบีจากนั้นไม่สนใจทำอะไรอย่างอื่น ร่างแยกศักดิ์สิทธิ์บินออกมาจากร่างหลักเขาโดยตรงและนั่งสมาธิอยู่ภายในหุบเขา เริ่มต้นปรับตัวให้เข้ากับคลื่นเสียงประหลาด

ไม่ใช่แค่ร่างแยกศักดิ์สิทธิ์  แม้แต่ร่างหลักของลินลี่ย์ก็นั่งพร้อมกันวิเคราะห์ถึงความรู้ลึกลับที่บรรจุอยู่ในคลื่นเสียง

บีบีค่อนข้างประหลาดใจ “พี่ใหญ่ได้รับความรู้แจ้งอะไรหรือนี่?”

“ยิ่งพี่ใหญ่ได้รับการรู้แจ้งก็ยิ่งดี”  บีบีค่อนข้างมีความสุข  จากนั้นเขานั่งลงด้วยเช่นกัน  ขณะที่ลินลี่ย์ฝึกบีบีตัดสินใจอยู่ที่นี่และปกป้องลินลี่ย์

ประกายความรู้แจ้งฉับพลันของลินลี่ย์และการตัดสินใจฝึกเป็นเรื่องที่ซาดิสต์คาดไว้  ซาดิสต์มองหาโอกาสให้ลินลี่ย์กับบีบีแยกกันก็จะทำให้เขามีโอกาสสั่งให้บริวารของเขาฆ่าลินลี่ย์  แต่กลับกลายเป็นว่าเขาไม่มีโอกาสแม้แต่น้อย

ในขณะที่เขาฝึก ลินลี่ย์สูญเสียร่องรอยให้ติดตาม

ร่างแยกศักดิ์สิทธิ์ของเขาและร่างหลักของเขาปรับตัวให้เข้ากับคลื่นเสียง  ทั้งสองเริ่มฝึกและวิเคราะห์  สำหรับร่างแยกศักดิ์สิทธิ์ จะจดจ่ออยู่กับเรื่องเสียง ขณะที่ร่างหลักจดจ่อกับการปรับตัวเข้ากับเสียง  จากนั้นร่างทั้งสองก็เทียบกันไปมา  ความรู้แจ้งของลินลี่ย์ในเรื่องเสียงเริ่มเพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว

เวลาภายในหุบเขาผ่านไปสองปีในเวลาอันรวดเร็วร่างทั้งสองของลินลี่ย์ปกคลุมไปด้วยชั้นฝุ่นและสิ่งสกปรก

บีบีก็ฝึกอยู่เงียบๆ เช่นกัน

ในพริบตาเดียวผ่านไปอีกสองปี

ไม่มีใครกล้ามาที่ยอดเขาเขาคู่  ร่างทั้งสองของลินลี่ย์และร่างของบีบียังคงนั่งขัดสมาธิอยู่ภายในยอดเขาคู่  มีคลื่นเสียงที่ไม่ปรากฏชัดแผ่ออกมาตลอด

“ฮ่าฮ่า...” ฝุ่นที่ปกคลุมตัวเขาปลิวกระจายหายไป

ร่างทั้งสองของลินลี่ย์รวมกันเป็นหนึ่ง  รอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าเขา  “ฮ่าฮ่า, ข้าเข้าใจผิดไปแล้ว  ข้าเข้าใจผิดไป  ในกฎธาตุของสายลมเสียงสามารถแบ่งแยกออกเป็นสองด้านอย่างแรกคือความรู้ลึกลับแห่งคลื่นเสียงขณะที่อีกสายหนึ่งเป็นความรู้ลึกลับแห่งดนตรี มีแต่เมื่อความรู้ลึกลับแห่งดนตรีและความรู้สึกลับแห่งคลื่นเสียงผสานกันเป็นหนึ่งก็สามารถยกระดับเป็นสัจธรรมแห่งเสียง!”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด