ตอนที่แล้วตอนที่ 423 กระดูกทอง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 425 ท้องข้าไม่ดี

ตอนที่ 424 ความใฝ่ฝันของเยี่ยนหย่งเลี่ย


พลังดวงดาวไร้ขอบเขตเกิดระเบิดขึ้นโดยไม่มีคำเตือน

พลังปราณที่รุนแรงและป่าเถื่อนครอบคลุมไปทั่วทั้งนครเทพสตรี  จู่ๆ ก็ปรากฏกลุ่มดาวหมีใหญ่ในท้องฟ้ามีลำแสงสีทองหนาเข้มฉายจากท้องฟ้าลงมาข้างล่างครอบคลุมถังเทียนและคนอื่นอีกสองสามคน

ถังเทียนรู้สึกเหมือนกับว่าร่างของเขาถูกโยนเข้าไปในเตารังสีทองเข้มซึมซาบเข้าไปในผิวของเขา

ถังเทียนจ้องมองฝ่ามือของเขาอย่างงงงวย

มันคือ....พลังดวงดาว!

พลังดวงดาวที่บริสุทธิ์มาก

กระดูกในมือของเขาค่อยๆผสานเข้ากับแสงสีทองเปลี่ยนสภาพกลายเป็นของเหลวสีทอง  ด้วยความเร็วที่เห็นได้ชัดมันซึมเข้าไปในฝ่ามือของเขาอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกทำให้เขารู้สึกปลอดโปร่งเป็นอย่างมากมันคือพลังดวงดาวที่บริสุทธิ์มาก

ปังปัง ปัง!

ลำแสงยังคงฉายลงมาทำให้รัศมีโดยรอบถังเทียนมีม่านพลังสีทองระยิบระยับครอบคลุมคนสองสามคนภายในนั้น

กระบี่ในมือของอาเฮ่อสั่นและสะเทือนและดูดซับพลังดวงดาวสีทอง

หอกเงินในมือของหลิงซิ่วรวมทั้งกระพรวนลมเขาแกะซึ่งเป็นเหมือนกับกระแสวังวนสองกระแสดูดพลังดวงดาวไว้อย่างสุดกำลังของมัน

หน้าของเจี่ยนฟงหยวนมีท่าทางเปี่ยมสุขพลังดวงดาวมากมายอย่างนั้น สำหรับเขาแล้วคือยาเพิ่มพลังอย่างดี  หรงโหรวผู้อยู่ด้านข้าง มีสีหน้าซับซ้อนเขาฝืนหัวเราะอยู่ในใจ  เขาฝึกฝนกับมรดกตกทอดในกลุ่มดาวหมีใหญ่ ดังนั้นพลังดวงดาวที่บริสุทธิ์มากถาโถมเข้ามาในตัวเขาย่อมเป็นประโยชน์อย่างมาก  แต่หลังจากวันนั้นเขาและเจี่ยนฟงหยวนคงมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นศัตรูของกลุ่มดาวหมีใหญ่  พระราชาคงไม่ยอมปล่อยพวกเขาไปแน่

ตำนานเป็นความจริง

กระดูกทองคือหนึ่งในสามสมบัติศักดิ์ชั้นทองของกลุ่มดาวหมีใหญ่นามว่ากระดูกหมีเดียวดาย!  กลุ่มดาวหมีใหญ่มีสมบัติชั้นทองอยู่สามอย่างคือศีรษะพญาหมี, กระดูกหมีเดียวดายและกรงเล็บลับหมีปีศาจเป็นสมบัติที่แข็งแกร่งที่สุดและลึกลับที่สุด

เกี่ยวกับกระดูกหมีเดียวดายมีตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า มันเกี่ยวข้องกับชะตากรรมกลุ่มดาวหมีใหญ่  ตำนานไม่ได้บอกรายละเอียดใดๆ ไว้และไม่มีใครทราบเรื่องนั้นชัด และกระดูกหมีเดียวดายอ่อนแอที่สุดในบรรดาสมบัติทั้งสามในการช่วยรบ ศีรษะพญาหมีคือสมบัติชั้นเซียนของกลุ่มดาวหมีใหญ่ ครอบครองโดยพญาหมีเยี่ยนหย่งเลี่ย ขณะที่กรงเล็บหมีปีศาจอยู่กับผู้บัญชาการกองกำลังพญาหมี ถูชิง

เยี่ยนหย่งเลี่ยมอบกระดูกหมีเดียวดายให้กับเยี่ยนถู  แต่เขาไม่คาดเลยว่า...

ในที่สุดหรงโหรวเข้าใจเหตุผลที่กระดูกหมีเดียวดายเชื่อมโยงกับชะตาของกลุ่มดาวหมีใหญ่  เหตุผลง่ายมาก พลังดวงดาวมันบรรจุพลังดวงดาวขอกลุ่มดาวหมีใหญ่ไว้มากมาย

ปราณแท้ที่บริสุทธิ์ทะลักเข้ามาในร่างของเขาและวิ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่องผิวของเขาเริ่มเปลี่ยนมีแสงสีทองเรืองรอง บาดแผลในร่างกายเขาสมานตัวอย่างรวดเร็วและการบ่มเพาะฝีมือที่หยุดชะงักมาหลายปีก็เริ่มมีพลัง

เจี่ยนฟงหยวนกำลังซึมซับพลังดวงดาวอย่างสุดกำลัง

แต่ผลที่ได้รับสำหรับทั้งสองคนนั้นเมื่อเทียบกับอาเฮ่อและหลิงซิ่วแล้วยังห่างไกลมาก

กระบี่ของอาเฮ่อคือกระบี่กระเรียนสมบัติดวงดาวระดับเซียน  แต่มันถูกผนึกไว้หลายปีมาก  และกลุ่มดาวกระเรียนก็ตกต่ำมายาวนานพลังดวงดาวของมันเหือดแห้งหลังจากไม่สามารถรับพลังใดๆ มาอย่างยาวนานมันยังห่างระดับสูงสุดของมันอีกมาก  ในตอนนี้มันมีโอกาสที่ดีที่สุดในการฟื้นฟู  พลังดวงดาวของกลุ่มดาวหมีใหญ่แข็งแกร่งมากกว่ากลุ่มดาวกระเรียนถึงสองระดับ จะมีวิธีอื่นใดอีกที่ทำให้ได้รับพลังดวงดาวที่สมบูรณ์ขนาดนั้น

และสำหรับกระพรวนลมเขาแกะของหลิงซิ่วครั้งหนึ่งมันคือเศษเดนที่เหลือรอดของกองพาหนะน้ำแข็งเงินซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนาน  แต่มรดกของกลุ่มดาวแกะกลับถูกแทนที่และมันไม่ได้หล่อเลี้ยงด้วยพลังดวงดาวอีกต่อไป จึงได้รับโอกาสที่หายากและมันเหมือนกับแผ่นดินที่แห้งแล้งดูดซับพลังงานอย่างจริงจัง

แต่ที่น่าประหลาดใจที่สุดก็คือถังเทียน  ถังเทียนเป็นเหมือนหลุมที่ลึกไร้ก้นบึ้ง  บนศีรษะของเขาเหมือนกับมีสายฝนทองมองคล้ายกับน้ำตกทองทะลักเข้าไปในตัวเขา

ถังเทียนคราง

ปัง! เพลิงสีทองเริ่มถูกปลดปล่อยจากร่างของเขา  ชุดของเขาทั้งหมดถูกเผาจนเหลือแต่เถ้าถ่าน

ถังเทียนรู้สึกเหมือนว่าเขาเป็นชิ้นเหล็กที่ถูกโยนเข้าไปในเตาหลอม  เลือดเนื้อถูกเผาลนอย่างต่อเนื่อง  หลังจากดูดซับพลังสายเลือดมนุษย์หมาป่าฟ้า  ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นมา ก่อนหน้านั้นเขาใช้ชี่กวงและตวนมู่ช่วยฝึกซ้อม เขาสามารถซึมซับและย่อยพลังสายเลือดมนุษย์หมาป่าฟ้าที่บริสุทธิ์ถึง 92%ได้ สมรรถภาพของร่างกายของเขาเพิ่มขึ้นสูงทุกด้านไม่ว่าจะเป็นความแข็งแรงหรือความเร็ว ความสามารถทั้งหมดนั้นถึงระดับที่เกินจินตนาการ  เขาคิดว่าร่างกายเนื้อของเขาจะมีระดับสุดยอดเพียงพอแล้ว

แต่เมื่อเขาคิดว่าเขาได้ร่างกายที่สมบูรณ์สุดยอดที่สุด  แต่ภายในเพลิงสีทอง มันกลับอ่อนแอมากจริงๆ

เขารู้สึกเหมือนกับเขากำลังเกิดใหม่ผ่านความเจ็บปวด

คนของอูเซี่ยหยุดอยู่กับที่ทั้งหมด ทุกคนจ้องมองลำแสงด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ ลำแสงนั้นชัดเจนเกินไปและสามารถมองเห็นได้ทั่วนครเทพสตรี

“สมบัติดวงดาวข้า!  สมบัติดวงดาวของข้ากำลังอ่อนแอลง!”

ทันใดนั้นหนึ่งในบริวารตะโกนด้วยความกลัวทำให้คนที่เหลือสะดุ้ง จากนั้นทุกคนสีหน้าเปลี่ยนไป

สมบัติดวงดาวพวกเขาอ่อนแอลง   ความเปลี่ยนแปลงในเรื่องพลังอาจไม่เร็ว แต่ก็เห็นได้ชัดและพวกเขาก็เข้าใจเรื่องนี้ชัดเจน

ในสถานการณ์เช่นนั้นมีเหตุผลเพียงสองประการหนึ่งสมบัติชั้นเซียนพลังตก อีกประการหนึ่งก็คือพลังของดวงดาวกำลังจะหมดและทำร้ายกลุ่มดาวไปด้วย

พลังดวงดาวของกลุ่มดาวถือกำเนิดโดยกลุ่มดาวเองและมีความต่อเนื่องสม่ำเสมอ ถ้ามันเกิดขาดแคลนไปมาก ก็จะส่งผลต่อการโคจรของกลุ่มดาวและพลังดวงดาวที่ถูกผลิตออกมาก็จะอ่อนตัวลงไปมาก

สำหรับกลุ่มดาวหนึ่งผลเช่นนั้นนับว่าอันตราย ไม่ว่าจะเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่งหรืออ่อนแอเพียงไหนการหดตัวของพลังดวงดาวจะเป็นเหตุให้สมบัติดวงดาวทั้งหมดเข้าสู่ภาวะถดถอย พลังของสมบัติอาจจะอ่อนแอลงและนักสู้ของกลุ่มดาวอาจได้รับผลกระทบกันหมด พลังงานที่หล่อเลี้ยงชีวิตพวกเขาอาจจะตกลงอย่างรวดเร็วและความแข็งแกร่งของดวงดาวจะลดลง

มันเป็นวงจรที่น่าหวาดหวั่นและเลวร้ายมาก

******

กลุ่มดาวหมีใหญ่ตกอยู่ในความโกลาหลแล้ว

เมื่อพลังดวงดาวเริ่มมีความผันผวน  เขาสามารถรู้สึกได้  ทันใดนั้นเขาลุกขึ้นยืนทันที  ใบหน้าของเขาปรากฏแววเหลือเชื่อในช่วงเวลาต่อมาสีหน้าของเขาซีดเผือดและมองดูเหมือนแก่ลงในทันที

เขากำหมัดแน่นและสั่นไปทั้งร่าง

“ถูเอ๋อ, ไม่ว่ามันเป็นใคร ข้าจะล้างแค้นให้เจ้า!”

คำพูดที่เค้นรอดไรฟันเต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟัน

เสียงฝีเท้าวุ่นวายสับสนได้ยินอยู่ที่ด้านนอกวัง  เยี่ยนหย่งเลี่ยค่อยรู้สึกตัวกลับคืนสู่ความสงบราบเรียบไม่หวั่นไหว  เขาหมุนตัวก้าวเดินไปนั่งบนราชบัลลังก์

กลุ่มผู้คนรี่เข้ามาในวังเหมือนกับสายน้ำ  ทุกคนมีสีหน้าแตกตื่น

“ฝ่าบาท!แย่แล้วพระเจ้าข้า!”

“ฝ่าบาท....”

หมู่ผู้คนมองดูเยี่ยนหย่งเลี่ยเหมือนกับว่าเขาคือฟางเส้นสุดท้ายที่จะช่วยให้รอดชีวิต  ทุกคนตะโกนขอความช่วยเหลือ

“พวกเจ้าทุกคน, เงียบ!”

เสียงคำรามของเยี่ยนหย่งเลี่ยเหมือนกับพญาหมีพิโรธกึกก้องไปทั้งป่าเสียงสะท้อนก้องไปทั่วราชวัง สรรพเสียงสำเนียงเงียบลงทันใด ทุกคนตะลึงไม่กล้าพูดอะไรสักคำ

เยี่ยนหย่งเลี่ยหรี่ตาที่เต็มไปรังสีฆ่าฟันกวาดสายตามองทุกคนที่อยู่ต่อหน้าเขา

ในช่วงขณะนั้นร่างที่สง่างามสวมชุดเกราะเต็มเดินเข้ามาในวัง “ถวายบังคมฝ่าบาท”

ผู้บัญชาการกองทัพพญาหมีถูชิง!

ใบหน้าของถูชิงบางและยาวสายตาของเขาคมเหมือนกระบี่ สีหน้าเขาเคร่งขรึมสวมเกราะทั้งร่าง  เมื่อเขาเข้ามาเกราะจะส่งเสียงโลหะกระทบกันได้ยินกันทั่วหัวใจของทุกคนสงบมากขึ้นทันที คนที่สำคัญที่สุดและทรงพลังที่สุดของกลุ่มดาวหมีใหญ่ปรากฏตัวและไม่ว่าจะรู้สึกอึดอัดเสียใจเพียงใดพวกเขายังมีทางหนึ่ง

เยี่ยนหย่งเลี่ยพูดเย็นชา  “นอกจากจอมพลถูแล้ว ที่เหลือออกไปได้”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นทุกคนมองหน้ากันเองด้วยความตกใจ แต่ทุกคนก็ยอมออกมา ในพริบตาวังใหญ่โตโอฬารก็เหลืออยู่เพียงเยี่ยนหย่งเลี่ยและถูชิงเท่านั้น

“ถูเอ๋อพบกับอุบัติเหตุ”  น้ำเสียงของเยี่ยนหย่งเลี่ยนสงบ

ถูชิงคาดเดาได้ตั้งแต่ก่อนมาถึงแล้ว เขาติดตามเยี่ยนหย่งเลี่ยมาเป็นเวลาหลายปีและสามารถรู้สึกได้ถึงความเศร้าและความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้อารมณ์และสีหน้าสงบของเยี่ยนหย่งเลี่ย  เยี่ยนถูได้รับความรักความเอ็นดูจากเยี่ยนหย่งเลี่ยอย่างลึกซึ้งและเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้ากลุ่มดาวอันดับหนึ่ง  ส่วนผู้สืบทอดอันดับต่อๆมาเมื่อเทียบกับเยี่ยนถูแล้วยังห่างไกลกันมาก

ถูชิงถอนหายใจและปลอบโยนด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง“ฝ่าบาทควรจะใช้เวลากับการเสียใจบ้างนะพะย่ะค่ะ”

“เจ้าไม่ต้องห่วงข้า”  เยี่ยนหย่งเลี่ยโบกมือและกล่าว “กระดูกหมีเดียวดายครั้งหนึ่งเคยมีคุณสมบัติจะได้เป็นสมบัติทองระดับเซียน แต่เพราะมันครอบครองแต่พลังดวงดาวไม่มีทักษะในการรบศีรษะพญาหมีจึงได้รับยกย่องให้เป็นสมบัติระดับเซียนแทน  กลุ่มดาวหมีใหญ่แบ่งพลังดวงดาวเป็นสามส่วนและมันก็ควบคุมพลังส่วนหนึ่งข้ามอบกระดูกทองให้ถูเอ๋อเพื่อให้เขาใช้พลังดวงดาวฝึกฝน ไม่คาดเลยว่า...”

สีหน้าของถูชิงเคร่งเครียด“เรื่องนี้ประหลาดจริงๆ แม้ว่าจะมีพลังของกลุ่มดาวถึงหนึ่งในสามแต่มันทำงานเพียงเปอร์เซนต์เดียวต่อครั้ง จะสามารถดึงดูดพลังดวงดาวในขนาดใหญ่อย่างนั้น ไม่เคยเกิดมาก่อน”

เยี่ยนหย่งเลี่ยส่ายศีรษะ  “จะไม่มีกระดูกหมีเดียวดายต่อไปในอนาคตแล้ว”

ถูชิงสะดุ้งพูดด้วยน้ำเสียงผิดหวัง  “อย่าบอกนะว่า..”

“มันปะทุปลดปล่อยพลังครั้งสุดท้ายไปแล้ว”  เยี่ยนหย่งเลี่ยนพูดเสียงเย็นชา  “สามารถทำให้กระดูกหมีเดียวดายปลดปล่อยพลังหมดข้าสงสัยจริงๆ ว่ามันเป็นใครถึงสามารถทำเช่นนั้นได้”

แววตกใจปรากฏวูบในดวงตาของถูชิง แม้แต่เยี่ยนถูก็ไม่สามารถปลดปล่อยจิตวิญญาณยุทธของกระดูกหมีเดียวดายได้แน่  ถ้าศัตรูสามารถทำเช่นนั้นได้  นั่นขัดกับสามัญสำนึกอย่างสิ้นเชิง

“ปล่อยเรื่องนั้นไปก่อน”  เยี่ยนหย่งเลี่ยหรี่ตา  “เรามาถึงช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดแล้วบอกสมาพันธ์ชาวยุทธด้วย เรากำลังเปลี่ยนแผนและขอให้บุกกลุ่มดาวนายพรานทันที  เป็นการโจมตีโดยตรงเราจะยกเลิกแผนเดิมที่จะยึดกลุ่มดาวอันโดรเมดา”

“ฝ่าบาท!”  ถูชิงตกใจ

“เจ้าต้องชนะศึกนี้ได้แน่!” เยี่ยนหย่งเลี่ยพูดกับถูชิงอย่างดุดัน เหมือนกับพญาหมีพิโรธ  “เราไม่มีเวลาอีกต่อไปแล้วข้ายืดเวลาให้เจ้าได้เพียงสองเดือน”

ถูชิงสั่นสะท้านถึงขั้วหัวใจและอดอุทานไม่ได้  “ฝ่าบาท, อย่าทำอย่างนั้น”

เยี่ยนหย่งเลี่ยยิ้มจนเห็นฟันมันดูอำมหิตมาก “ก่อนที่ข้าจะค่อยๆ เสื่อมโทรมลงไปข้าจะเดิมพันชีวิตกับการต่อสู้ครั้งนี้ สวรรค์เมตตาต่อข้ามากพอแล้ว อายุขัยสิบปีที่ได้รับนี้ โอกาสนี้ คุ้มค่า”

“มีเวลาสามเดือน สมบัติดวงดาวของเจ้าไม่เพียงไม่อ่อนแอ แต่จะกล้าแข็งมากขึ้นด้วย”เยี่ยนหย่งเลี่ยพูดพร้อมกับมีแววตาที่ดูเหมือนคนบ้าระห่ำ  “เมื่อเจ้าเปิดการโจมตีอย่างน่าทึ่งข้าจะสั่งให้ระดมพลทันที ล้มกลุ่มดาวนายพรานให้ได้ มีแต่ทำอย่างนั้นเราถึงจะอยู่รอดได้ ศึกครั้งนี้ถ้าเราไม่ชนะ เราจะตาย  ถ้าเราชนะ  เราจะได้ทุกอย่าง  ถ้าเราแพ้ เราจะไม่เหลืออะไรเลย?

“ฝ่าบาท...”

คอของถูชิงเหมือนกับมีอะไรจุกคอ

“ชนะ!มีแต่ต้องชนะ เจ้าต้องทำให้การเสียสละของข้าคุ้มค่า” เยี่ยนหย่งเลี่ยวางมือลงบนบ่าของถูชิงนัยน์ตาของเขาเหมือนกับคนบ้าไปแล้ว “สัญญากับข้า เจ้าต้องชนะ!  สัญญากับข้า!”

ถูชิงไม่พูดอะไร  เขาแค่พยักหน้าอย่างหนักแน่น และจากนั้นก็พยักหน้ารัว

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!  นักสู้กลุ่มดาวหมีใหญ่ของเราไม่เคยกลัวใครอยู่แล้ว”  เยี่ยนหย่งเลี่ยแหงนหน้าหัวเราะขึ้นฟ้า  ทันใดนั้นเขาหยุดหัวเราะและพูดเสียงต่ำ“งั้นจงไปเตรียมตัว!”

ถูชิงหมุนตัวเดินออกไปจากวัง

เบื้องหลังเขาระลอกพลังงานสายหนึ่งทะลักลงมาจากฟ้า

ถูชิงหยุดอยู่กลับที่มองดูหมอกเหนือศีรษะเขาเขากัดริมฝีปากแน่น และเงยหน้า สายตาเขาจริงจังจากนั้นสาวเท้ายาว

ไม่ชนะไม่กลับ

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด